- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 23 วันนี้เจอแต่คนกันเอง
บทที่ 23 วันนี้เจอแต่คนกันเอง
บทที่ 23 วันนี้เจอแต่คนกันเอง
ชายผิวเข้มที่เดินออกมาจากฝูงคน ไม่ใช่ใครที่ไหน อู๋ต้าหย่ง พี่ชายของอู๋เสี่ยวเวยนั่นเอง
เจียงเฝ่ยรู้สึกแปลกๆ
วันนี้เจอแต่คนกันเองแฮะ
ปู่เจิ้งมองอู๋ต้าหย่งอย่างระแวง "แกรู้ได้ไงว่าพวกเธอเป็นคนดี?"
"ผมเคยร่วมงานกับคุณเจียง เธอเป็นคนดีมากครับ"
เชื่อมั่นในนิสัยอู๋ต้าหย่งว่าไม่โกหก ปู่เจิ้งจึงส่งสัญญาณให้ทุกคนวางอาวุธ พูดกับเจียงเฝ่ยและเซียวชูเซี่ย "ขอโทษด้วยนะหนู ตอนนี้บ้านเมืองไม่สงบ คนบางคนเสียสติไปแล้ว ฆ่าคนเพื่อของกินแค่คำเดียว เราเลยต้องระวังตัวไว้ก่อน"
เจียงเฝ่ยกับเซียวชูเซี่ยตอบว่า "ไม่เป็นไรค่ะ"
นานๆ จะเจอคนรู้จัก อู๋ต้าหย่งดีใจมาก "คุณเจียง คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?"
"มีคนโดนหนูกัด เราเลยมาหาวัคซีน"
นึกถึงอู๋เสี่ยวเวยขึ้นมาได้ เจียงเฝ่ยถามต่อ "แล้วพ่อของคุณล่ะ?"
"พักผ่อนอยู่ห้องข้างล่างครับ"
พูดถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มของอู๋ต้าหย่งก็แฝงแววจนใจ "ก่อนหน้านี้ ผมกับเสี่ยวเวยอุตส่าห์เก็บเงินก้อนได้ ให้พ่อผ่าตัดเปลี่ยนไต พอผ่าเสร็จไม่กี่วัน น้ำก็ท่วม"
"พ่อพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลที่สองหลินเฉิง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเก่า ตึกเตี้ย เรากลัวพ่อจะเป็นอันตราย เลยกะจะไปรับมาเปลี่ยนโรงพยาบาล ใครจะรู้ว่าผมกับเสี่ยวเวยพลัดหลงกันกลางทาง ผมโชคดีหาพ่อเจอ เลยพามาที่โรงพยาบาลที่หนึ่งที่ใกล้ที่สุด"
"ตึกผู้ป่วยในของที่นี่โดนฝูงหนูยึดไปแล้ว พวกเราเลยตามคนอื่นย้ายมาอยู่ตึกผู้ป่วยนอก แต่เสี่ยวเวยจนป่านนี้ยังไม่รู้ข่าวคราว......"
ทุกครั้งที่มีผู้รอดชีวิตมาที่โรงพยาบาล เขาก็จะมาดู
เผื่อว่า... จะเป็นเสี่ยวเวย
"ฉันเจออู๋เสี่ยวเวยแล้ว เขาอยู่กับเพื่อนฉันคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ฉันติดต่อพวกเขาไม่ได้ น่าจะปลอดภัยดี"
เจียงเฝ่ยเล่าเรื่องที่เจออู๋เสี่ยวเวยให้อู๋ต้าหย่งฟัง แต่ไม่ได้เล่าตอนที่เขาเกือบโดนข่มเหง
"อู๋เสี่ยวเวยพยายามหาทางตามหาพวกคุณอยู่ โรงพยาบาลในหลินเฉิงมีอยู่แค่นี้ เขาต้องหาที่นี่เจอแน่"
อู๋ต้าหย่งตื้นตันใจจนโค้งคำนับ "ขอบคุณครับคุณเจียง!"
"ถ้าพ่อรู้ข่าวนี้ ต้องดีใจมากแน่ๆ!"
"ไว้เจอกันใหม่นะ" เจียงเฝ่ยกำลังจะไป ปู่เจิ้งก็พาคนเดินเข้ามาหา
"หนูจ๊ะ พวกหนูมีพาหนะออกไปได้ใช่ไหม? พาพวกเราไปด้วยได้ไหม?"
"ลุงอยากกลับไปดูบ้าน ไม่ได้กลับไปนานแล้ว"
"ไม่รู้รูปปั้นที่จัตุรัสกลางเมืองจมน้ำไปหรือยัง ฉันอยากไปดูอีกสักครั้ง"
"ฉันเบื่อกลิ่นยาฆ่าเชื้อเต็มทน อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง"
ทุกคนต่างพูดความต้องการของตัวเอง
เจียงเฝ่ยพูดขัดขึ้น "ฉันมีเรือยางแค่ลำเดียว พาพวกคุณไปไม่ได้หรอกค่ะ"
ระดับน้ำท่วมถึงชั้น 10 แล้ว ตอนนี้ยังมีภัยหนูอีก
ต่อให้เธอเอาเรือยาง เรือบอร์ดยางออกมาทั้งหมด ก็ไม่มีที่ปลอดภัยให้พวกเขาอยู่
ปู่เจิ้งชะงัก แล้วฉีกยิ้มกว้าง "ไม่เป็นไรจ้ะ เราแค่ลองถามดู"
"ยังไงไปที่ไหนก็ตายเหมือนกัน อยู่โรงพยาบาลยังดีกว่าข้างนอกเยอะ"
นึกว่าปู่เจิ้งหมายถึงขาดแคลนอาหาร เซียวชูเซี่ยจึงบอกวิธีกินหนู "มีเนื้อหนูให้กิน ทุกคนไม่อดตายหรอกค่ะ"
"ความจริง ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นหรอกครับ"
อู๋ต้าหย่งกระซิบบอกเจียงเฝ่ยกับเซียวชูเซี่ย "พวกปู่เจิ้งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็ง หรือไม่ก็เบาหวาน ขาดยาก็มีแต่รอความตาย"
"เราหายาทั่วโรงพยาบาลแล้ว อย่างมากก็พอให้พวกเขาใช้ได้อีกครึ่งเดือน"
"พวกปู่เจิ้งคิดกันไว้แล้ว พอยาหมดก็จะฆ่าตัวตาย"
เซียวชูเซี่ยขยับปากอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก
เพราะ... ช่วยอะไรไม่ได้เลย
ส่วนเจียงเฝ่ยเดินจากไปเงียบๆ
เธอช่วยคนเยอะขนาดนี้ไม่ได้ ก็อย่าไปยุ่งเลยดีกว่า
สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียว คืออาจจะช่วยให้คนเหล่านี้ได้กินดีอยู่ดีในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
อู๋ต้าหย่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองส่งเรือยางของเจียงเฝ่ยแล่นออกไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนของปู่เจิ้ง
"เสี่ยวอู๋รีบมาดูเร็ว! ข้างล่างมีของเพียบเลย!"
อู๋ต้าหย่งเดินลงไปข้างล่างด้วยความสงสัย
บนระเบียงข้างหน้าต่างบานใหญ่ที่แตกบานหนึ่ง มีลังกระดาษขนาดใหญ่วางอยู่ 10 ลัง กับเรือยางอีก 1 ลำ
ในลังมีขนมปัง บิสกิต นม ไข่ต้มสำเร็จรูป อกไก่ หม้อไฟอุ่นร้อนเอง ข้าวกล่องอุ่นร้อนเอง และอาหารสะดวกทานอื่นๆ
ข้างลังใบหนึ่งมีกระดาษแปะอยู่
[ค่ายาวัคซีน]
ขอบตาอู๋ต้าหย่งแดงระเรื่อ "ปู่เจิ้ง พวกเรามีความหวังแล้วครับ"
พยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป นั่นคือความหวัง
—
เจียงเฝ่ยกับเซียวชูเซี่ยกลับมาที่บริษัทสื่อ
ลู่ยู่เคลียร์ห้องไลฟ์สดห้องหนึ่งให้หลิงเจ้าหรุยนอนพักบนโต๊ะแล้ว และยังก่อกองไฟไว้ทั้งในและนอกห้องเพื่อไล่หนู
แต่เพราะไข้สูง หลิงเจ้าหรุยจึงหมดสติไป
เซียวชูเซี่ยไม่มีกะจิตกะใจจะคิดเรื่องที่โรงพยาบาลอีก ถือกล่องปฐมพยาบาลเข้าไปล้างแผล ฉีดวัคซีนให้หลิงเจ้าหรุย
เจียงเฝ่ยที่อยู่ข้างนอกเหลือบมองซากหนูบนพื้น แล้วพูดกับลู่ยู่:
"วันนี้รบกวนคุณแย่เลย มื้อเย็นฉันเลี้ยงเอง"
ลู่ยู่สังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล
วินาทีต่อมา ก็เห็นเจียงเฝ่ยเลือกหนูตัวอ้วนๆ มาสามตัว ผ่าท้องควักเครื่องในทิ้ง
"......มื้อเย็นที่คุณว่า คือเนื้อหนูเหรอ?"
เจียงเฝ่ย: "อืม ในเป้ฉันมีผงปรุงรสบาร์บีคิว ย่างออกมาอร่อยนะ"
"ผมว่า......"
ฉับ——เจียงเฝ่ยสับหัวหนูขาดกระเด็น แล้วเงยหน้าขึ้น "ว่าไงนะ?"
แววตาเด็กสาวเย็นชา
ทั้งที่เป็นคำถามธรรมดา แต่เพราะสองมือเปื้อนเลือดและเครื่องใน จึงดูเหมือนข่มขู่กลายๆ ราวกับจะบอกว่า——
"คิดให้ดีก่อนพูดนะ"
ลู่ยู่กลืนคำปฏิเสธลงคอ ยิ้มแล้วพูดว่า "น้ำข้างนอกสกปรก ใช้ไม่ได้ ใช้น้ำที่ผมกรอกมาจากบ้านดีกว่าครับ"
"ขอบคุณ" เจียงเฝ่ยรับขวดน้ำจากลู่ยู่อย่างแปลกใจ ล้างเนื้อหนู
ตอนนี้น้ำสำคัญมาก ลู่ยู่ใจป้ำใช้ได้เลย
เจียงเฝ่ยใช้น้ำไม่เยอะ ล้างเนื้อหนูจนสะอาด ลอกหนังออก แล้วใช้อุปกรณ์ย่างที่หาเจอในบริษัท เอาเนื้อไปย่างบนไฟ
ทำท่าค้นเป้ แต่ความจริงหยิบผงบาร์บีคิวออกมาจากโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต โรยบนเนื้อหนูจนทั่ว
ไม่นาน กลิ่นหอมของเนื้อย่างก็โชยมา
เจียงเฝ่ยส่งหนูตัวแรกที่ย่างสุกแล้วให้ลู่ยู่ แล้วย่างอีกสองตัวที่เหลือต่อ
ลู่ยู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ฉีกเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปาก
ทรัพยากรขาดแคลน ยังไงก็หนีไม่พ้นต้องกินหนูอยู่ดี
ผิดคาด หนังย่างจนกรอบ เนื้อนุ่มแน่น เครื่องเทศรสจัดจ้านกลบกลิ่นคาวดินของเนื้อหนูได้มิด
ฝีมือเพื่อนบ้านไม่เลวเลยจริงๆ
พอเซียวชูเซี่ยทำแผลเสร็จออกมา ก็ได้ยินกลิ่นบาร์บีคิวหอมฟุ้ง "หอมจัง!"
เจียงเฝ่ยส่งเนื้อหนูย่างที่จงใจเหลือไว้ให้เซียวชูเซี่ย "กินตอนร้อนๆ สิ"
"รักพี่สาวที่สุดเลย! ฉันไม่ได้กินเนื้อมาตั้งนานแล้ว!"
เซียวชูเซี่ยที่หิวโซ ไม่ทันสังเกตรูปร่างของเนื้อ กัดคำโตทันที ตาวาววับ "อร่อยมาก!"
"บริษัทสื่อตุนเนื้อสดไว้ด้วยเหรอคะ?"
เสียงเซียวชูเซี่ยขาดห้วงไป เมื่อเหลือบไปเห็นกองเครื่องใน หัวหนู และหนังหนูที่มุมห้อง
"นี่คงไม่ใช่...... เนื้อหนูหรอกนะ......"
ลู่ยู่พยักหน้า
เจียงเฝ่ยส่งเสียงอืม
เซียวชูเซี่ยอยากจะคายเนื้อในปากทิ้งโดยสัญชาตญาณ แต่ก็เสียดาย หลับตาปี๋กลืนลงไป
หอมจริงๆ นะ!
ขอแค่ไม่เห็น ก็ถือว่าไม่ใช่หนู!
เซียวชูเซี่ยสะกดจิตตัวเองจนกินมื้อเย็นหมด "พี่สาว พี่ลู่ คืนนี้เราต้องค้างที่นี่แล้วล่ะค่ะ"
"หลิงเจ้าหรุยไข้ลดแล้ว แต่ยังไม่ฟื้น ต้องดูอาการคืนหนึ่ง"
เจียงเฝ่ย: "ได้ งั้นเราหาเสบียงในบริษัทต่ออีกหน่อย ตอนกลางวันยังหาได้ไม่เท่าไหร่"
ลู่ยู่กับเซียวชูเซี่ยไม่คัดค้าน
มีกองไฟไล่หนู ทั้งสามคนวางใจแยกย้ายกันหาของ
พายุไต้ฝุ่นมาหลังวันวาเลนไทน์ 520, 521 พอดี ห้องไลฟ์สดแต่ละห้องเลยมีสินค้าตัวอย่างเหลืออยู่เพียบ
ไวน์แดง คุกกี้ ช็อกโกแลต กล่องของขวัญลูกอม ชุดขนมขบเคี้ยวชุดใหญ่ แล้วก็ชุดถั่วต่างๆ
เจียงเฝ่ยไม่เอาอาหารไปเยอะ เก็บแค่กระเป๋า จานชาม หม้อ แจกัน ตุ๊กตา ของใช้ในชีวิตประจำวัน ชุดชั้นในสตรี
ตรวจสอบจานชามเครื่องครัวที่กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งชั้นวางในโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต เจียงเฝ่ยก็อุ่นใจ
ในที่สุดก็มีหม้อทำกับข้าวแล้ว!
เจียงเฝ่ยกลับไปที่ชั้น 5 ไม่ลืมเอาของกินยัดใส่เป้จนเต็มเพื่อบังหน้า
ลู่ยู่กับเซียวชูเซี่ยก็กลับมาแล้ว หิ้วถุงใหญ่กันคนละสองใบ กินได้นานเลย
ห้องไลฟ์สดอยู่ติดๆ กัน
เคลียร์ห้องออกมาสองห้อง เจียงเฝ่ยกับลู่ยู่ไปพักผ่อน
เซียวชูเซี่ยเฝ้าดูอาการหลิงเจ้าหรุย รอถึงกลางดึกค่อยสลับเวรกับเจียงเฝ่ยและลู่ยู่
ปิดประตูห้อง เจียงเฝ่ยเปิดหน้าต่าง เอาเรือยางออกไปข้างนอก
ตอนขากลับวันนี้เธอเห็นห้างเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวนี้ ไม่แน่อาจจะเจอทอง
เจียงเฝ่ยมาถึงห้างเล็กๆ อย่างรวดเร็ว จุดคบเพลิงเดินเข้าไป
ห้างนี้น่าจะโดนค้นไปแล้ว เหลือของที่มีประโยชน์ไม่มาก
เดินวนอยู่ชั่วโมงกว่า เจียงเฝ่ยถึงเจอร้านขายทองร้านหนึ่ง
ระบบ: [ติ๊ง——ตรวจพบทองคำ: 967 กรัม]
น้อยชะมัด
ถ้าไม่ใช่เพราะในน้ำมีหนูเยอะเกินไป เธอคงดำน้ำไปงมร้านเพชรพลอยข้างล่างแล้ว
เจียงเฝ่ยเดินลงมาอย่างผิดหวัง จู่ๆ ก็เห็นแสงไฟสีขาวสว่างวาบมาจากไกลๆ รีบดับคบเพลิงทันที
หนูที่วนเวียนอยู่แถวนั้น พอเห็นไฟดับก็พุ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น แต่โดนเจียงเฝ่ยฟันตายคาที่
ระดับสติปัญญาของหนูเทียบเท่าเด็ก 8 ขวบ รู้ว่าเจียงเฝ่ยไม่ใช่เหยื่อที่เคี้ยวง่ายก็ถอยหนี
ส่วนเจียงเฝ่ยอาศัยกำแพงบังสายตา แอบดูสถานการณ์
เรือบอร์ดยางสามลำจอดเทียบฝั่ง
คนหกเจ็ดคนเดินลงมา ในมือถือปืน ขนลังกระดาษลงมาสามใบ
"ของที่ได้วันนี้ไม่เท่าไหร่เลย หามาทั้งวันได้แค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำแร่ บิสกิตอัดแท่งนิดหน่อย"
"พอใจเถอะ ดีกว่าคว้าน้ำเหลว คืนนี้นอนพักที่นี่ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยหา "งูหมึก" ต่อ"
"ไม่รู้มันไปซ่อนหัวอยู่ที่ไหน หลินเฉิงก็แค่นี้ หาไม่เจอสักเบาะแส หรือว่ามันหนีไปแล้ว?"
"เป็นไปไม่ได้ น้ำท่วมไปทั่ว หนูระบาดขนาดนี้ มันออกจากหลินเฉิงก็มีแต่ตายกับตาย"
คนพวกนี้มีอาวุธ เสบียงไม่เยอะ เจียงเฝ่ยที่ซ่อนในความมืดไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว ค่อยๆ เอาเรือยางออกมาเตรียมจะชิ่ง
ปัง!