- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 20 พี่สาวช่วยด้วย!
บทที่ 20 พี่สาวช่วยด้วย!
บทที่ 20 พี่สาวช่วยด้วย!
"ถือเป็นค่าตอบแทน เสบียงที่ผมหามาได้จะแบ่งให้คุณครึ่งหนึ่ง......"
"เข้าไปก่อนค่อยคุย" เจียงเฝ่ยขัดจังหวะลู่ยู่ พยุงเขาเข้าไปในห้อง 2203 พร้อมกับตั้งไฟฉายไว้ที่หน้าประตูเพื่อให้แสงสว่าง
หน้าประตูมีเป้ใบใหญ่สองใบวางอยู่
บนพื้นห้องนั่งเล่นมีซากหนูนอนตายเกลื่อน ถูกยิงหัวระเบิดทุกตัว เป็นฝีมือลู่ยู่ที่เข้ามาจัดการเมื่อกี้
ส่วนต้าหวงยืนอยู่บนตู้เย็น ขนพองฟูด้วยความตกใจ
เจียงเฝ่ยพยุงลู่ยู่นั่งลงบนโซฟา แล้วค่อยไปอุ้มต้าหวงลงมา "ไม่กลัวนะไม่กลัว"
"เขาไม่ยิงแล้ว หนูก็ตายหมดแล้ว"
"เมี๊ยว!" ต้าหวงกอดคอเจียงเฝ่ยแน่นอย่างน้อยใจ
มันไม่ได้กลัวเสียงปืน! แต่มันกลัวหนูต่างหาก!
ตัวจะเท่ามันอยู่แล้ว!
แมวหัวใจจะวายตาย!
เพื่อไม่ให้ต้าหวงไปโดนซากหนู เจียงเฝ่ยจับมันเข้ากรงคอนโดแมว แล้วเปิดอาหารกระป๋องปลอบขวัญ
จากนั้น เจียงเฝ่ยถือปืนเดินสำรวจห้องว่ามีหนูหลงเหลืออยู่ไหม
พอจะถึงห้องนอนเล็กห้องสุดท้าย จู่ๆ ลู่ยู่ก็เข้ามาขวางประตูที่ไม่ได้ล็อก
"ผมเช็กห้องนี้แล้ว ไม่มีหนู"
"งั้นเดี๋ยวฉันทำแผลให้คุณนะ" เจียงเฝ่ยรู้งานกลับไปที่โซฟา ไม่สอดรู้สอดเห็นเรื่องห้องนอนเล็ก
ใครๆ ก็มีความลับ
ต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่น
ลู่ยู่ยื่นกล่องปฐมพยาบาลในบ้านให้เจียงเฝ่ย แล้วหยิบถุงยาแยกออกมาจากเป้ใบหนึ่ง
"ยาที่สัญญากันไว้ครับ"
"ไม่ค่อยเยอะ ร้านขายยาแถวนี้โดนกวาดเกลี้ยงแล้ว ไว้มีโอกาสผมจะหามาเพิ่มให้นะ"
ในถุงมียาลดไข้ 3 กล่อง ยาแก้อักเสบ 3 กล่อง แผ่นแปะแก้ปวด 5 กล่อง
"แค่นี้ก็พอแล้ว"
ยาหายากกว่าอาหารแมวเยอะ
เจียงเฝ่ยวางถุงยาไว้ข้างๆ
ลู่ยู่ถอดเสื้อที่เปียกชุ่มออก เผยให้เห็นแผลที่แผ่นหลัง
รอยแผลยาวประมาณยี่สิบเซนติเมตร เนื้อปลิ้นออกมาอย่างน่ากลัว
คงเพราะแช่น้ำนาน เนื้อรอบปากแผลจึงซีดขาว
โชคดีที่แผลไม่ลึกมาก ไม่ถึงขั้นต้องเย็บ
"ในกล่องยามีขวดสีฟ้าขวดหนึ่ง คุณเทผงยาข้างในลงบนแผลก็พอครับ"
ถ้าไม่ใช่เพราะเจ็บที่หลัง เขาทำแผลเองลำบาก คงไม่รบกวนเพื่อนบ้านหรอก
เจียงเฝ่ยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ล้างแผล แล้วค่อยๆ เทผงยาลงไปอย่างระมัดระวัง
"หนูจมูกไวต่อกลิ่นเลือดมาก คุณโดนกัดหรือเปล่า?"
ลู่ยู่ส่ายหน้า "ผมมาเจอหนูตอนกลับมาถึงยวี่หลานย่วนครับ"
"ถ้าไม่ได้พกปืนไป คงกลับมาไม่ถึงบ้านแน่"
"ข้างนอกวุ่นวายไปหมด ระดับน้ำท่วมถึงชั้น 10 แล้ว"
"ที่ทางการยังไม่เคลื่อนไหว เพราะหมู่บ้านและอำเภอข้างล่างจมน้ำหมดแล้ว"
"ภัยพิบัติที่นั่นรุนแรงกว่าหลินเฉิงมาก น้ำท่วมมิดตึกหมด ไม่มีที่ให้คนอยู่เลย ผู้ลี้ภัยนับไม่ถ้วน ทางการกำลังเร่งช่วยเหลืออยู่"
ลู่ยู่เล่าข่าวที่ได้ยินมาจากข้างนอกให้เจียงเฝ่ยฟัง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปหาซูหลิวหย่วนที่อำเภอเจ๋ออัน แต่เจอพวก "หนู" กลางทางเสียก่อน
คนพวกนั้นฉวยโอกาสกวาดต้อนเสบียง เขาคิดว่าครบกำหนดหนึ่งเดือนแล้ว เจอกันอีกทีก็เป็นคนแปลกหน้า ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะลงมือทันที
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ อาวุธที่เขาพกไปก็มีไม่มาก เลยโดนหนึ่งในนั้นฟันจนบาดเจ็บ จำต้องถอยกลับมา
หรือว่าคนพวกนั้นยังไม่ได้รับคำสั่ง เลยตามล่าเขาต่อ?
ลู่ยู่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย
เจียงเฝ่ยพันผ้ากอซเสร็จพอดี ส่งกล่องที่ถือมาให้เขา
"ในนี้มีกาวดักหนู กับดักหนู ยาเบื่อหนู แล้วก็ยาไล่แมลง คุณเอาวางไว้ในห้องสักหน่อย ที่เหลือเอาไปวางตรงทางเดิน"
"อย่าลืมหาของมาอุดท่อระบายน้ำให้หมด ไม่งั้นหนูจะไต่ขึ้นมาได้"
"สายไฟประตูไฟฟ้าไม่ต้องต่อใหม่แล้ว เดี๋ยวโดนหนูกัดขาดอีก"
ห้อง 2203 แตกพ่าย ไม่ส่งผลดีต่อเธอ
เธอไม่อยากเปิดประตูมาแล้วเจอหนูกับแมลงล้อมหน้าล้อมหลังหรอกนะ
ลู่ยู่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเจียงเฝ่ย หยิบเครื่องพ่นไฟที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา "ถ้าคุณจะออกไปข้างนอก เอาเจ้านี่ไปด้วยสิ"
"นี่เครื่องพ่นไฟ เชื้อเพลิงคือน้ำมันเบนซิน ที่บ้านผมยังมีอีกอัน อันนี้ให้คุณ เอาไว้ฆ่าหนูสะดวกดี"
มิน่าล่ะทางเดินถึงมีกลิ่นเนื้อหอมๆ
เจ้านี่ไม่เพียงฆ่าหนูได้ ยังฆ่าแมลงที่จะโผล่มาในอนาคตได้ด้วย
เจียงเฝ่ยระงับความดีใจ รับเครื่องพ่นไฟมา "ฉันเอาอันนี้แลกกับเสบียงนะ"
เทียบกับเสบียง เธอชอบเครื่องพ่นไฟมากกว่า!
เห็นเจียงเฝ่ยไม่เอาเสบียง ลู่ยู่ก็ไม่คะยั้นคะยอ
ตอนนี้เขาขาดแคลนอาหาร
คราวหน้าค่อยหาทองคำมาชดเชยบุญคุณที่เพื่อนบ้านช่วยทำแผลให้แล้วกัน
ยกหน้าที่ป้องกันทางเดินให้ลู่ยู่ เจียงเฝ่ยสะพายเครื่องพ่นไฟลงไปชั้นล่าง ตั้งใจจะไปดูเซียวชูเซี่ยสักหน่อย
เพิ่งเปิดประตูไฟฟ้า เสียงโกลาหลก็ดังมาจากข้างล่าง——
"กูจะสู้ตายกับพวกมึง!"
"นังหนูเซียวรีบฟันมัน! มันลืมตาไม่ขึ้นแล้ว!"
"โอ๊ย! หนูมันกัดกู!"
"หลีกไป! ให้กูเข้าห้องหน่อย!"
เจียงเฝ่ยคว้าราวบันได กระโดดลงไปตามช่องว่างบันได ลงไปที่ชั้น 21 ทันที
เซียวชูเซี่ยยืนขวางทางขึ้นบันได ถือมีดจ่อผู้ชายสามคน
หญิงชราที่ยืนข้างเธอ ถือกะละมังใส่ของเหลวสีแดงฉาน หาจังหวะสาด
บันไดชั้นล่างยังมีผู้ชายอีกคน ถูกหนูหลายตัวรุมกัด ร้องโหยหวนกระโดดเหยงๆ สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย
ปัง ปัง ปัง!
เจียงเฝ่ยยิงปืนใส่ชายสามคนที่กำลังจะทำร้ายเซียวชูเซี่ยจนร่วง จากนั้นยกเครื่องพ่นไฟ เล็งไปข้างล่าง
เปลวไฟคำรามราวกับสัตว์ร้าย กลืนกินทั้งหนูและคนในพริบตา
จนกระทั่งเครื่องพ่นไฟเริ่มร้อน เจียงเฝ่ยถึงปิด
หนูและคนถูกเผาจนกลายเป็นตอตะโก
ฝูงหนูอีกหลายสิบตัวที่จะวิ่งขึ้นมา สัมผัสได้ถึงความร้อนที่น่ากลัว ต่างพากันหันหลังวิ่งหนี
วิกฤตคลี่คลาย เซียวชูเซี่ยเหมือนถูกสูบพลังงานจนหมด ทรุดลงนั่งกับพื้น
หญิงชราก็หอบหายใจแรง ทิ้งกะละมังในมือ
น้ำผสมพริกไหลนองพื้น
"พี่สาว......"
เซียวชูเซี่ยที่ยังขวัญเสีย ขอบตาแดงก่ำมองเจียงเฝ่ย ยังไม่ทันได้พูดประโยคที่สอง เจียงเฝ่ยก็ชิงพูดก่อน
"จัดการหนูก่อน"
"งั้นฉันไปช่วยคุณยายสวีนะ" เซียวชูเซี่ยข่มความกลัวลุกขึ้น
ไม่ถึงสองนาที
เซียวชูเซี่ยวิ่งหน้าตั้งออกมา กอดเจียงเฝ่ยที่เพิ่งเดินมาถึงห้อง 2103 "พี่สาวช่วยด้วย!"
"หนูบ้านคุณยายสวีตัวเท่าลูกบาสแน่ะ! หนูกลัว !"
"......"
เจียงเฝ่ยส่งเครื่องพ่นไฟให้เซียวชูเซี่ย สอนวิธีใช้ "เธอเฝ้าตรงบันได อย่าให้หนูขึ้นมา ฉันไปจัดการเอง"
เซียวชูเซี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย เจียงเฝ่ยเข้าไปในห้อง 2102
เปิดประตูมา ก็เจอหนูตาแดงตัวอ้วนกลมนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
เจียงเฝ่ยยิงทิ้งหน้านิ่ง รวมถึงพวกที่วิ่งพล่านอยู่อีกหลายตัว
ชั้น 21 ไม่ได้อุดท่อระบายน้ำ หนูเลยปีนขึ้นมาเพียบ เจียงเฝ่ยใช้เวลาฆ่ากว่าสิบนาทีถึงหมด
เซียวชูเซี่ยโยนศพสามศพลงไปข้างล่าง แล้วบ่นกับเจียงเฝ่ยอย่างโมโห "คนพวกนี้มันบ้าไปแล้ว!"
"เมื่อกี้ฉันเจอหนูในบ้าน ตกใจวิ่งหนีออกมา ใครจะรู้ว่าเจอพวกนี้กะจะอาศัยช่วงชุลมุนบุกขึ้นมาแย่งบ้าน!"
"โชคดีที่คุณยายสวีออกมาช่วย เอาน้ำพริกสาดพวกมัน ไม่งั้นวันนี้ฉันคงไม่ได้เจอพี่สาวแล้ว"
ตอนนั้นเอง คุณยายสวีก็เดินมาจับมือเจียงเฝ่ยอย่างซาบซึ้ง "ขอบใจนะแม่หนู ที่ช่วยยายกำจัดหนู"
เจียงเฝ่ยดึงมือกลับอย่างเก้อเขิน "ไม่เป็นไรค่ะ ที่บ้านยายมีปูนซีเมนต์หรือกาวโฟมไหม?"
"ถ้าไม่อุดท่อให้สนิท เดี๋ยวหนูก็ปีนขึ้นมาอีก"
"มีกาวโฟมจ้ะ!" คุณยายสวีรีบกลับเข้าบ้าน หาเจอในตู้
แต่กระป๋องเดียวไม่พอ อุดได้แค่ห้องน้ำก็หมดแล้ว
เจียงเฝ่ยกลับขึ้นไปเอาปูนซีเมนต์ถุงสุดท้ายลงมา อุดท่อของห้อง 2102 และ 2103 จนหมด
และแบ่งอุปกรณ์กำจัดหนูให้คุณยายสวีด้วย
คุณยายสวีช่วยยัยหนูช่างจ้อไว้ บุญคุณนี้ต้องตอบแทน
นึกไม่ถึงว่าเจียงเฝ่ยทั้งช่วยลงแรงทั้งให้ของ คุณยายสวีเกรงใจ เลยหยิบลูกเฮเซลนัทถุงหนึ่งออกมา
ประมาณ 10 ชั่ง (5 กิโลกรัม)
"แม่หนูอย่าปฏิเสธเลย นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากยาย" คุณยายสวีเป็นคนฉลาด ยิ้มแล้วพูดต่อว่า:
"หลานชายยายเป็นทหารปลดประจำการ ช่วงก่อนน้ำท่วมหนัก เขาไปช่วยกู้ภัย ก่อนไปซื้อของตุนให้ยายเยอะแยะ ยายแก่แล้วกินไม่เยอะหรอก หนูรับไว้เถอะนะ"
ความหมายแฝงคือบอกเจียงเฝ่ยว่าไม่ต้องกังวล
ก่อนหน้านี้เสี่ยวก่วนพาผู้ลี้ภัยขึ้นมา เอะอะโวยวายกันใหญ่โต คุณยายสวีอยู่ข้างล่างย่อมได้ยิน
เธอไม่ใช่คนชอบเอาเปรียบใคร และไม่ได้หวังผลตอบแทน แค่อยากขอบคุณที่เจียงเฝ่ยมาช่วยวันนี้
ชั้น 22 มีเสบียงเยอะแยะ คงไม่มาอยากได้ของเล็กน้อยของบ้านเธอหรอก
เจียงเฝ่ยลังเลครู่หนึ่ง ล้วงเอาลูกเฮเซลนัทออกมาหนึ่งกำมือ "ฉันเอาแค่นี้พอ ที่เหลือไว้มากินตอนแวะมาเยี่ยม ยายช่วยเก็บไว้ให้ฉันก่อนนะ"
เสบียงจะยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ เธอไม่อยากแย่งอาหารประทังชีวิตของคุณยายสวี
แต่คุณยายสวีกลับคิดว่า——
เด็กรับไปกินแล้ว ก็คือรับน้ำใจของเธอแล้ว
เนื่องจากต้องเก็บกวาดซากหนูในห้อง คุณยายสวีจึงขอตัวกลับไปก่อน
เจียงเฝ่ยหันไปถามเซียวชูเซี่ย "หนูยังจะปีนขึ้นมาอีก เธอจะไปอยู่ห้อง 2201 ไหม?"
"ตอนนี้ใช้ไฟไม่ได้แล้ว แต่ปลอดภัยกว่าชั้น 21 แน่"
ฝูงหนูมาเร็วกว่ากำหนด ภัยแมลงก็น่าจะใกล้แล้ว เธอคงลงมาดูยัยหนูช่างจ้อทุกวันไม่ไหว
คราวนี้ เซียวชูเซี่ยไม่ปฏิเสธ
หนูตาแดงน่ากลัวจริงๆ เธอไม่กล้าเผชิญหน้าคนเดียว!
เซียวชูเซี่ยรีบเก็บข้าวของ ล็อกประตูห้อง บอกลาคุณยายสวี แล้วตามขึ้นไปข้างบน
เจียงเฝ่ยให้กุญแจห้อง 2201 กับเซียวชูเซี่ย "ห้อง 2201 กับ 2202 ทะลุถึงกัน แต่มีประตูไฟฟ้ากั้นอยู่ ปกติจะล็อกไว้"
"มีธุระอะไรไม่ต้องเดินอ้อมไปประตูใหญ่ เคาะประตูนั้นฉันก็ได้ยิน"
เซียวชูเซี่ยกำกุญแจแน่นด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณค่ะพี่สาว"
"ถ้าไม่มีพี่ ฉันคงไม่รอดมาถึงตอนนี้"
ไม่ถนัดเรื่องเข้าสังคม เจียงเฝ่ยส่งเสียงอืมตามความเคยชิน ท่าทางเย็นชาเหินห่าง
แต่กลับเดินไปห้อง 2202 ยกกล่องลังใบหนึ่งมาให้เซียวชูเซี่ย
มีไฟฉาย ยาไล่แมลง เม็ดฟู่ทำน้ำสะอาด ถ่าน ทรายแมว และของใช้จำเป็นอื่นๆ
"รีบพักผ่อนซะ"
"เวลาเปิดไฟฉายอย่าลืมปิดม่านด้วยล่ะ"
ห้อง 01 ไม่มีคนอยู่ ผ้าม่านจึงเปิดทิ้งไว้ตลอด
เซียวชูเซี่ยรีบไปปิดม่านอย่างเชื่อฟัง ในใจรู้สึกอบอุ่น
พี่สาวดีกับเธอจริงๆ วันหน้าต้องหาโอกาสตอบแทนให้ได้!
วินาทีต่อมา เซียวชูเซี่ยยืนตัวแข็งทื่ออยู่ริมหน้าต่าง หน้าซีดเผือด:
"พี่สาว พี่รีบมาดูนี่สิ......"