- หน้าแรก
- คลังเสบียงเทพ ป้อมปราการยุคภัยพิบัติ
- บทที่ 7 พายุไต้ฝุ่นและฝนถล่ม
บทที่ 7 พายุไต้ฝุ่นและฝนถล่ม
บทที่ 7 พายุไต้ฝุ่นและฝนถล่ม
เจียงเฝ่ยไม่ได้ใช้วงล้อเสี่ยงโชคในทันที แต่เลือกเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน
หมอกขาวในโซนตะวันตกของชั้นหนึ่งจางหายไปแล้ว เผยให้เห็นขวดน้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำโซดา ชา กาแฟ น้ำผลไม้ นม นมถั่วเหลือง และเครื่องดื่มอื่นๆ อีกมากมาย วางเรียงรายอยู่บนชั้นวางขนาดใหญ่ถึงสิบชั้น เต็มไปด้วยความอลังการ กระทั่งมีน้ำแร่ที่แพงที่สุดในโลกด้วย
ได้ยินว่าขวดละหกแสนกว่า บนขวดประดับด้วยเพชรแท้หลายร้อยเม็ด
เจียงเฝ่ยอดไม่ได้ที่จะเปิดชิมขวดหนึ่ง
รสสัมผัสนุ่มลื่น หวานละมุน มีกลิ่นผลไม้จางๆ
เธอได้สัมผัสความรู้สึกของคนรวยแล้วสินะ
แต่ในเมื่อโซนที่ 2 คือทรัพยากรน้ำที่สำคัญที่สุด แล้วโซนที่ 3 จะเป็นอะไรล่ะ?
เจียงเฝ่ยสายตาร้อนแรง ระงับความตื่นเต้น แล้วเลือกใช้วงล้อเสี่ยงโชค
ระบบ: [ติ๊ง——วันนี้เป็นวันดี ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับ "กระเป๋าเติมน้ำมัน"]
หรือว่าจะเติมน้ำมันเบนซินหรือดีเซลได้?!
เจียงเฝ่ยจ้องมองเข็มกลัดที่เพิ่มเข้ามาในมือด้วยความสงสัย
บนนั้นพิมพ์รูปเป็ดกำหมัดยิ้มแฉ่ง พร้อมตัวหนังสือตัวเบ้อเริ่มสามตัว——"สู้ๆ นะเป็ด"
[คำใบ้เล็กๆ: กระเป๋าเติมน้ำมันสามารถติดไว้บนตัว ใช้ประดับตกแต่งได้]
เจียงเฝ่ย: "......"
ขอบใจมากนะเจ้าเป็ด!
เจียงเฝ่ยบ่นอุบในใจพลางออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต มือถือในกระเป๋าก็สั่น
เป็นเบอร์แปลกในพื้นที่ โทรมาหลายสายแล้ว
เจียงเฝ่ยกดรับสาย "ฮัลโหล?"
ปลายสายมีเสียงแหลมปรี๊ดของหลี่เยี่ยนผิงตะโกนมา "เจียงเฝ่ย แกไปกู้เงินออนไลน์มาใช่ไหม?! รู้ไหมวันนี้ฉันรับสายก่อกวนไปกี่สายแล้ว?! มีแต่คนโทรมาทวงให้แกคืนเงินให้ตรงเวลา!"
"รีบไสหัวกลับบ้านเดี๋ยวนี้!"
"แม่คะ อย่าโมโห ดื่มน้ำให้ใจเย็นลงก่อน"
ได้ยินเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล เจียงเฝ่ยกำโทรศัพท์แน่นทันที
เจียงจื่อซวน!
กลับประเทศก่อนกำหนด!
เจียงเฝ่ยไม่มีวันลืม ในห้องใต้ดินที่อับชื้นและขึ้นรา ลิ้นของเธอที่ถูกตัด...... นิ้วมือที่ถูกสับจนเละ......
การทรมานครั้งแล้วครั้งเล่า เธอเหมือนลูกแกะที่รอการเชือด รอคอยชะตากรรมที่จะถูกแบ่งกินอย่างน่าสมเพช
ถ้าสุดท้ายเธอไม่ดิ้นรนสุดชีวิต กระโดดเข้ากองไฟฆ่าตัวตาย เกรงว่าจะกลายเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ของปีศาจพวกนั้น แล้วถูกต้มกินในที่สุด
และทั้งหมดนี้ ล้วนมาจากการยุยงของเจียงจื่อซวน
เจียงเฝ่ยข่มความแค้นที่พลุ่งพล่านในใจ กวาดตามองลมนอกรถที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ น้ำเสียงกลับอ่อนโยนสุดขีด:
"ตอนนี้หนูอยู่ที่บ้านเก่าชานเมือง ป้าไปรอหนูที่นั่นก่อน อีกชั่วโมงหนึ่งหนูจะกลับไป"
"พอดีเลย หนูจะเอาเงินล้านนั่นให้ป้า ป้าช่วยหนูเปิดสมุดบัญชีฝากให้หน่อย"
"หนูตัวคนเดียว ถือเงินเยอะขนาดนั้นมันไม่ปลอดภัย"
บ้านเก่าทางนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนกุญแจ หลอกให้หลี่เยี่ยนผิงไปที่นั่นก่อนได้
หลี่เยี่ยนผิงที่ปลายสาย ดีใจจนเนื้อเต้นทันที "ได้! ฉันรู้แล้ว!"
วางสาย หน้าจอโทรศัพท์ที่ดับลง สะท้อนแววตาเย็นยะเยือกของเจียงเฝ่ย
มีเงินล้านเป็นเหยื่อล่อ หลี่เยี่ยนผิงต้องไปหาเธอที่บ้านเก่าแน่นอน
เจียงจื่อซวนต้องไปด้วยแน่
เพราะ "พี่สาวแสนดี" ของเธอชอบเสแสร้งทำเป็นเห็นอกเห็นใจ แล้วคอยยุยงส่งเสริมอยู่ข้างๆ รอดูหลี่เยี่ยนผิงด่าทอทุบตีเธอ
หวังว่าพายุไต้ฝุ่นคืนนี้ จะทำร้ายแค่คนชั่วที่ไส้เน่าเฟะพวกนี้เท่านั้นนะ
เจียงเฝ่ยปิดมือถือ ยังไม่รีบกลับเข้าเมือง ขับรถไปที่อ่างเก็บน้ำใกล้ๆ
เมื่อแน่ใจว่ารอบๆ ไม่มีกล้องวงจรปิด และไม่มีคน เจียงเฝ่ยนำเครื่องสูบน้ำ 20 เครื่อง ถังน้ำเปล่าขนาดสิบตัน 40 ใบ ออกมาจากโกดังซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วเริ่มสูบน้ำ
แม้ในซูเปอร์มาร์เก็ตจะมีเครื่องดื่ม และชานมที่เธอตุนไว้ แต่ทรัพยากรน้ำในวันสิ้นโลกสำคัญมาก
โบราณว่าไว้ อดอาหารสามวันยังพอทน ขาดน้ำวันเดียวแทบขาดใจ
เทียบกับการขาดอาหาร คนขาดน้ำจะตายเร็วกว่า
น้ำ 400 ตัน ใช้อย่างประหยัด พอให้เธอใช้คนเดียวได้หลายปี
เจียงเฝ่ยเติมน้ำใส่ถังจนครบก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน พอกลับมาถึงยวี่หลานย่วน ลมแรงจนแทบจะผลักคนเดิน
แปะ——
หยดน้ำฝนตกลงบนหลังมือ เจียงเฝ่ยเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ควรจะมืดมิด ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆ
ฝนถล่มน่าจะมาหลังพายุไต้ฝุ่น ทำไมถึงมาพร้อมกัน?
เจียงเฝ่ยไม่รอช้า จอดรถบรรทุกไว้นอกลานจอดรถของหมู่บ้าน แล้วรีบใช้คีย์การ์ดเข้าตึก
เพิ่งถึงทางเดินชั้น 22 เจียงเฝ่ยก็ได้ยินเสียงแมวร้อง
ลูกแมวสีส้มอายุประมาณห้าเดือน ขดตัวอยู่อย่างน่าสงสารข้างแจกันตั้งพื้น
พอเห็นคนมา เจ้าเหมียวส้มก็ไม่กลัวคนเลย กลับเดินเข้ามาหาเจียงเฝ่ย ใช้หัวถูไถขาเธออย่างออดอ้อน
น่า... น่ารัก!
เจียงเฝ่ยกลั้นใจไม่เข้าไปฟัดแมว มองประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิทของห้อง 2203
ลิฟต์ชั้น 22 มีแค่ลูกบ้านชั้นนี้ที่ใช้ได้
ประตูบันไดหนีไฟนิติบุคคลก็ล็อกไปนานแล้ว หรือจะเป็นแมวของเพื่อนบ้าน?
เจียงเฝ่ยกดกริ่งห้อง 2203 แต่ไม่มีคนตอบ
รอสักพัก ก็ยังไม่มีคนมาเปิด เจียงเฝ่ยเปิดมือถือ
พอเห็นว่าหลี่เยี่ยนผิงโทรหาเธอไม่ติด เริ่มส่งข้อความด่าทอกระหน่ำ เจียงเฝ่ยเมินเฉย โทรหาฝ่ายนิติบุคคล
ตั้งใจจะขอเบอร์ติดต่อห้อง 2203 แต่นิติบุคคลก็ไม่มี
เจียงเฝ่ยจำต้องเปิดกลุ่มลูกบ้าน ที่นิติบุคคลดึงเข้ากลุ่มตั้งแต่วันตรวจรับบ้าน
หาผู้ใช้ที่ระบุว่าเป็นห้อง 2203 ไม่เจอ เจียงเฝ่ยถ่ายรูปเจ้าเหมียวส้ม แล้วส่งลงในกลุ่ม
ทุกคนกำลังถกกันเรื่องลมคืนนี้ ไม่มีใครสนใจเจียงเฝ่ยเลย
เจียงเฝ่ยปิดมือถืออีกครั้ง พึมพำกับตัวเอง "ไม่มีคนรับ ก็เป็นของฉันแล้วนะ"
"เจ้าตัวเล็ก ไปกับฉันไหม?"
"เมี๊ยว?"
"อื้ม งั้นต่อไปแกชื่อมิมินะ" เจียงเฝ่ยอุ้มเจ้าเหมียวส้มขึ้นมาอย่างพอใจ เดินเข้าห้อง 2202
ขนนุ่มนิ่ม อุ่นสบาย น่าฟัดชะมัด!
เจ้าเหมียวส้มทำหน้างง
ไม่ใช่! บ้านหนูอยู่ทางโน้น!
เจ้าสองขาจะพาหนูไปไหนเนี่ย?!!!
"แกอยู่นี่ดีๆ นะ กินนมแพะรองท้องไปก่อน ฉันจะไปต้มอกไก่ให้"
เจียงเฝ่ยวางเจ้าเหมียวส้มลงบนโซฟา เอาถ้วยมาเทนมแพะจากซูเปอร์มาร์เก็ตให้ แล้วหากะละมังพลาสติกใส่ทรายแมว ถึงเข้าไปวุ่นวายในครัว
ได้กลิ่นนมแพะหอมฉุย เจ้าเหมียวส้มล้มเลิกความคิดที่จะกลับบ้านไปหาเจ้านายทันที
เจ้านายอะไร?
หนูไม่มี!
—
กลัวเจ้าเหมียวส้มจะเคี้ยวอกไก่ต้มไม่ไหว เจียงเฝ่ยใช้เครื่องปั่นปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเนียน ค่อยป้อนให้มัน ส่วนตัวเองก็เอาเกี๊ยวน้ำจากโกดังซูเปอร์มาร์เก็ตมานั่งกิน
เกี๊ยวแป้งบางไส้แน่น กัดเข้าไปคำหนึ่ง ความหวานของข้าวโพดและความสดของเนื้อหมูระเบิดในปากพร้อมกัน
แกล้มด้วยไชเท้าดองรสเปรี้ยวเผ็ดที่เถ้าแก่ร้านบาร์บีคิวแถมให้ และน้ำส้มซ่าๆ เจียงเฝ่ยหรี่ตาอย่างเปี่ยมสุข
นี่สิชีวิต
กินมื้อเย็นเสร็จ เจียงเฝ่ยเปิดม่านกันแสงในห้องนั่งเล่น
ฝนเม็ดใหญ่กระหน่ำตีหน้าต่างดังเปาะแปะ
ข้างนอกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ท้องฟ้าสีชมพูสดจนดูประหลาด ชั้นเมฆม้วนตัวอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า
ลมพายุหวีดหวิว ราวกับสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง กำลังอาละวาดฉีกทึ้งเมืองนี้ด้วยความโกรธเกรี้ยว
ต้นไม้หักโค่น รถยนต์ถูกพัดลอยขึ้นกลางอากาศแล้วตกลงมา ทับเสาไฟข้างทางที่กระพริบติดๆ ดับๆ พังยับเยิน
ป้ายโฆษณาบนตึกสูงฝั่งตรงข้ามร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง จอ LED ขนาดใหญ่แตกละเอียด
สโลแกนที่เคยดึงดูดผู้คน——[ให้โลกได้ยินเสียงตะโกนของเรา]
ตอนนี้เหลือเพียงคำว่า "เสียงตะโกนของโลก" ห้าคำ
ภัยพิบัติครั้งนี้ จะไม่ใช่เสียงตะโกนของโลกที่มีต่อมนุษย์ได้อย่างไร?
ประเทศ Y ปิดข่าวเรื่องกัมมันตรังสีรั่วไหลมาหลายปี ประเทศ R ก็แอบปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนรังสีลงสู่มหาสมุทรมานาน ดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้บอบช้ำมามากแล้ว
แต่ทว่า มนุษย์กลุ่มหนึ่งที่อยู่บนยอดพีระมิด ยังคงผลาญทรัพยากรอย่างไม่รู้จบ
เจียงเฝ่ยไม่ดูต่อ ปิดม่านลง
ยวี่หลานย่วนก่อสร้างได้ดีมาก เธอจำได้ว่า ที่นี่เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ต้านทานพายุไต้ฝุ่นและฝนถล่มได้ในชาติที่แล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอันตราย
ปิดไฟในห้องทั้งหมด เจียงเฝ่ยอุ้มเจ้าเหมียวส้มขึ้นไปนอนบนเตียง
สัมผัสความนุ่มนิ่มในอ้อมกอด เจียงเฝ่อยอดทอดถอนใจไม่ได้
ทำไมถึงมีสิ่งมีชีวิตที่น่ารักอย่างแมวเหมียวอยู่บนโลกนี้ได้นะ?!
—
เพล้ง——!
เจียงเฝ่ยสะดุ้งตื่นเพราะเสียงดังสนั่น ชักมีดสั้นใต้หมอนออกมาโดยสัญชาตญาณ
ลงจากเตียงไปดู ถึงเห็นว่าเจ้าเหมียวส้มที่วิ่งไปห้องนั่งเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทำกระจกตั้งพื้นแตก
คงรู้ตัวว่าทำผิด เจ้าเหมียวส้มขดตัวกลมดิก มองเจียงเฝ่ยตาละห้อย "เมี๊ยว......"
"อ้อนไปก็ไม่มีประโยชน์ วันนี้หักอกไก่ปั่นครึ่งหนึ่ง"
เจ้าเหมียวส้มกระพริบตาปริบๆ
เจ้าสองขาตัวหอมนี่ดีกว่าเจ้านายอีกแฮะ!
เมื่อก่อนมันซนทำผิด เจ้านายงดอาหารเม็ดมื้อหนึ่งเลยนะ!
เจียงเฝ่ยเปิดไฟจะไปทำกับข้าวในครัว แต่พบว่าไฟดับ หันหลังไปเปิดม่านดูสถานการณ์ข้างนอก
ภาพที่เห็นคือความเละเทะ
พายุไต้ฝุ่นเบาลงแล้ว แต่ก็ยังออกจากบ้านไม่ได้ ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม ฝนยังคงตกหนัก
มองดูนาฬิกาแขวนผนัง——13:32
เธอนอนนานขนาดนี้เลยเหรอ......
เจียงเฝ่ยปิดม่านอีกครั้ง เอาเครื่องปั่นไฟดีเซลออกมา ต่อเข้ากับสายไฟของบ้าน
มีม่านกันแสงหนาทึบบังอยู่ ไม่มีใครเห็นว่าบ้านเธอมีไฟ
"มิมิ ห้ามไปเล่นตรงหน้าต่างนะ ไม่งั้นอดกินเนื้อนะ"
กำชับเจ้าเหมียวส้มเสร็จ เจียงเฝ่ยไปทำอกไก่ปั่นให้มันในครัว แล้วเอาก๋วยเตี๋ยวผัดออกมาเป็นมื้อเช้าควบเที่ยงของตัวเอง
กินอิ่มดื่มด่ำ เจียงเฝ่ยอุ้มเจ้าเหมียวส้มเอนตัวลงบนโซฟา เปิดมือถือ ก็เห็นข้อความกองพะเนิน
ล้วนเป็นหลี่เยี่ยนผิงใช้เบอร์ใหม่ส่งมา
จากตอนแรกถามว่าเธออยู่ที่ไหน กลายเป็นด่าทอสาปแช่ง
เห็นได้ชัดว่า ติดแหง็กอยู่ชานเมือง
ครืด ครืด ครืด——มือถือของเจียงเฝ่ยดังขึ้น
เห็นเบอร์โทรเข้าเป็นหลี่เยี่ยนผิง เจียงเฝ่ยสายตาเย้ยหยัน กดรับสาย
"ติดแล้ว! โทรติดแล้ว!"