- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายวายร้าย ที่อยากจะกลับโลก แต่นางเอกดันไม่เล่นตามบทซะงั้น
- บทที่ 20: เขาคือพี่ชายของเธอ
บทที่ 20: เขาคือพี่ชายของเธอ
บทที่ 20: เขาคือพี่ชายของเธอ
บทที่ 20: เขาคือพี่ชายของเธอ
หากจะให้นิยามหน้าที่ของเลขานุการด้วยประโยคเดียว...
มีงานให้เลขาทำ ไม่มีงานก็ ทำเลขา
ส่วนเลขาจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวของเจ้านาย
ในฐานะผู้ชายปกติ แน่นอนว่าฉินเทียนหมิงย่อมชอบเลขาผู้หญิง
นับตั้งแต่เขามาถึงเมืองหลินเจียงและก่อตั้ง 'ชางหมิงกรุ๊ป'
เขาเปลี่ยนเลขาแทบทุกครึ่งเดือน ไวยิ่งกว่า 'สามีแห่งชาติ' เปลี่ยนแฟนสาวเสียอีก
เรื่องนี้เป็นที่เล่าลือกันไปทั่ววงการเลขานุการในเมืองหลินเจียง
ใครที่อยากรวยทางลัด ก็แค่มาสมัครเป็นเลขาของฉินเทียนหมิง
เย่โหรวไม่รู้เรื่องพวกนี้ แต่แค่เห็นสายตาหื่นกระหายราวกับสุนัขป่าของฉินเทียนหมิง เธอก็รู้เจตนาของเขาในการรับเธอเป็นเลขาแล้ว
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เย่โหรวคงปฏิเสธทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ตอนนี้มันต่างออกไป
เพราะเธอรู้ว่าท่าทางชั่วร้ายของฉินเทียนหมิงนั้นเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งทำ
เย่โหรวผู้มีจิตใจงดงามอยากจะช่วยเหลือชายหนุ่มน่าสงสารที่ถูกกำหนดบทบาทให้เป็น 'ตัวร้าย' คนนี้
"เย่โหรว ฉันรู้จักเธอดี ตอนนี้เธอตัวคนเดียว ไร้พ่อขาดแม่"
"เพื่อจะอยู่รอดในสังคมนี้ เธอต้องหาที่พึ่ง"
"และฉันสามารถเป็นที่พึ่งนั้นให้เธอได้"
ฉินเทียนหมิงลุกจากโซฟาแล้วก้มมองเธอ
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นเชยคางมนสวยของเย่โหรวอย่างถือวิสาสะ
【พอมองใกล้ๆ แบบนี้ ชักจะทำไม่ลงซะแล้วสิ】
【ถามจริง พวกนางเอกนี่สร้างจากอะไรกันแน่? ทำไมถึงได้สวยวันสวยคืนขนาดนี้!】
【จะเรียกว่างานศิลปะก็คงไม่เกินจริงไปเลย!】
เธอสวยขนาดนั้นเชียวเหรอ?
ความตื่นตระหนกพาดผ่านแววตาของเย่โหรว
"ขอบคุณที่ชมค่ะนายน้อยฉิน แต่ฉันแค่อยากเป็นคนธรรมดาค่ะ"
【ฉันก็อยากเป็นคนธรรมดาเหมือนกันแหละ แต่สถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวย!】
【เฮ้อ ช่วยไม่ได้นี่นะ ใครใช้ให้พวกเราเป็นผู้ถูกเลือกกันล่ะ?】
"เย่โหรว เธอเป็นคนธรรมดาไม่ได้หรอก" ฉินเทียนหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเวทนา
"คนสวยอย่างเธอ ถูกลิขิตมาแล้วว่าไม่มีทางธรรมดา"
"เธอเหมือนดวงดาราบนฟากฟ้า ต่อให้ตกอยู่ในหุบเหวก็ยังเปล่งประกายได้อยู่ดี"
เสียงของเย่โหรวสั่นเครือเล็กน้อย "นายน้อยฉิน เราจะไม่คุยเรื่องนี้กันได้ไหมคะ?"
"ไม่ได้!" ฉินเทียนหมิงประกาศกร้าวอย่างเผด็จการ
เย่โหรวก้มหน้านิ่ง ราวกับกำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง
【ขอโทษนะเย่โหรว】
【ค่าความสิ้นหวังของเธอยังสูงไม่พอ ฉันต้องเติมเชื้อไฟอีกหน่อย!】
ฉินเทียนหมิงดึงตัวเย่โหรวให้เดินมาที่ริมหน้าต่าง
เวลานี้ เย่ฟานยังคงแข่งขันประมูลกับหยางซือหนิงและหญิงสาวอีกคนอยู่
"เห็นผู้ชายคนนั้นไหม?" ฉินเทียนหมิงชี้ไปที่เย่ฟาน ซึ่งด้านล่างกำลังหน้าเขียวคล้ำ
เย่โหรวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาฉายแววรังเกียจเมื่อมองไปที่เย่ฟาน
เพราะการมีอยู่ของหมอนั่น เทียนหมิงถึงต้องรับบทคนเลว
เขายอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยโลกใบนี้
แต่ผู้ชายคนนั้นกลับเห็นฉันเป็นแค่เครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองสินะ
ในมุมที่ฉินเทียนหมิงมองไม่เห็น มือน้อยๆ ทั้งสองข้างของเย่โหรวกำหมัดแน่น
"เห็นค่ะ"
เย่โหรถถามอย่างกังวล "นายน้อยฉิน คุณมีความแค้นฝังลึกกับผู้ชายคนนั้นเหรอคะ?"
"เปล่าเลย" ฉินเทียนหมิงยิ้มบางๆ
"แต่ฉันจะมีหรือไม่มีความแค้นกับมัน ก็ขึ้นอยู่กับเธอทั้งนั้น"
ประโยคนี้ทำให้เย่โหรวสับสน เธอมองฉินเทียนหมิงด้วยสายตาว่างเปล่า
ริมฝีปากของฉินเทียนหมิงโค้งขึ้น "รู้ไหม? เธอยังมีพี่ชายอีกคนนะ"
หัวใจของเย่โหรวแทบหยุดเต้น ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"นายน้อยฉิน... ค-คุณรู้ได้ยังไง!"
"ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันรู้จักเธอดี" ฉินเทียนหมิงยิ้มร้ายอย่างมีเสน่ห์
"ฉันให้คนสืบประวัติเธอไปตั้งนานแล้ว"
"แล้วฉันก็ค้นพบเรื่องที่น่าสนใจมาก"
"ระหว่างเธอกับเย่ฟาน มีความสัมพันธ์ลึกลับบางอย่างเชื่อมโยงกันอยู่"
"รู้ไหมว่าทำไมเมื่อกี้ฉันถึงจ้องมองเย่ฟานไม่วางตา?"
เย่โหรวขบเม้มริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเบาๆ แล้วส่ายหน้า
"ฉันกำลังสังเกตความเหมือนระหว่างพวกเธอสองคน"
"ถึงฉันจะไม่อยากยอมรับ แต่ความจริงมันช่างเหนือความคาดหมาย"
"พวกเธอสองคนเป็นพี่น้องกันแท้ๆ"
สิ้นเสียง ฉินเทียนหมิงก็ดีดนิ้วอีกครั้ง
ประตูห้องส่วนตัวถูกผลักเปิดออก บอดี้การ์ดคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารรายงานในมือ
"เพื่อพิสูจน์สมมติฐานของฉัน ฉันถึงขั้นให้คนไปตรวจ DNA มาแล้ว"
ฉินเทียนหมิงคีบรายงานผลตรวจ DNA ไว้ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ก่อนจะโบกไปมาตรงหน้าเย่โหรว
"เธอจะดูด้วยตัวเอง หรือจะให้ฉันบอกคำตอบ?"
ร่างกายบอบบางของเย่โหรวสั่นสะท้าน
【ตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ?】
"ฉันขอดูเองค่ะ" แววตาของเย่โหรวแน่วแน่
"ได้สิ" ฉินเทียนหมิงยื่นรายงานให้เย่โหรว
เย่โหรวตรวจสอบอย่างละเอียด กลัวว่าจะพลาดรายละเอียดใดไป
ความจริงแล้ว ผลตรวจ DNA นี้ลูกน้องของฉินเทียนหมิงปลอมแปลงขึ้นมา
การตรวจ DNA ที่เร็วที่สุดก็ยังต้องใช้เวลาครึ่งวัน
ยังไงซะ ฉินเทียนหมิงก็มั่นใจอยู่แล้วว่าพวกเขาสองคนเป็นพี่น้องกัน
การปลอมแปลงผลตรวจก็เพื่อให้เย่โหรวปักใจเชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเย่ฟาน
【ดูยังไงก็ดูไม่ออกหรอกว่าของปลอม!】
【ฉันจ้างมืออาชีพมาแก้เลยนะเนี่ย】
【นอกจากเปลี่ยนชื่อแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ได้แก้เลยสักนิด!】
ขณะที่ฉินเทียนหมิงกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนการของตัวเอง
จู่ๆ เย่โหรวก็ขมวดคิ้วเรียวสวย "นายน้อยฉิน รายงานนี้ของจริงเหรอคะ?"
"ของจริงแน่นอน!" ความตื่นตระหนกฉายวาบในดวงตาของฉินเทียนหมิง
"นายน้อยอย่างฉันจะเอาของปลอมมาหลอกเธอทำไม?"
"แล้วพอฉันรู้ว่าเธอกับไอ้หมอนั่นเป็นพี่น้องกัน รู้ไหมว่าฉันโกรธแค่ไหน?"
"แค่คิดว่าคนพรรค์นั้นจะมาเป็นพี่เขยฉัน ฉันก็อยากจะขยี้มันให้แหลกคามือ!"
เย่โหรวหน้าแดงระเรื่อ "นายน้อยฉิน ฉันมีคำถามค่ะ"
"คำถามอะไร?" ฉินเทียนหมิงเลิกคิ้ว
【เธอดูออกได้ยังไงว่าผลปลอม?】
"ปกติการตรวจ DNA ต้องใช้เวลาทั้งวันกว่าจะรู้ผลนี่คะ"
เย่โหรวถามอย่างสงสัย "แต่นายน้อยฉิน ฉันเพิ่งเจอคุณได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเองนะคะ"
"ถามได้ดี!" ฉินเทียนหมิงปรบมือ
"ความจริงฉันสนใจเธอมาตั้งนานแล้ว แค่เธอไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง"
"ส่วนเย่ฟาน เคยเป็นบอดี้การ์ดคู่หมั้นฉันมาก่อน"
"ฉันก็ให้คนสืบประวัติหมอนั่นด้วยเหมือนกัน"
"พอฉันพบว่าพวกเธอสองคนมีความคล้ายคลึงกันสูงมาก ฉันก็เลยสั่งให้ตรวจ DNA เตรียมไว้ก่อน"
【ฟู่ว... โชคดีนะที่เตรียมคำตอบดักทางไว้แล้ว】
"เอาล่ะ"
เพื่อตัดบทไม่ให้แม่สาวน้อยถามมากไปกว่านี้ ฉินเทียนหมิงจึงก้าวเข้าไปหาเธอ
ฉินเทียนหมิงสูงกว่าเย่โหรวครึ่งศีรษะ ระยะห่างระหว่างทั้งสองตอนนี้ไม่ถึงสิบเซนติเมตร
แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่เธอ
เย่โหรวรู้สึกราวกับมีภูเขาลูกใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
"ตอนนี้ เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ"
"ถ้าเธอไม่ยอมตกลงเป็นเลขาของฉัน ไม่ใช่แค่เธอที่จะพังพินาศ แต่พี่ชายของเธอก็จะโดนไปด้วย!"
"ต่อให้ไม่เห็นแก่ตัวเอง ก็ควรเห็นแก่พี่ชายบ้างไม่ใช่เหรอ?"
ฉินเทียนหมิงต้อนเย่โหรวไปจนชิดริมหน้าต่าง เขาเอามือยันกระจกไว้แล้วก้มมองเธอ
"อีกอย่าง ฉันกับมันก็มีความแค้นต่อกันอยู่แล้ว"
"ถ้าเธอไม่ตกลงเป็นเลขาของฉัน คืนนี้จะเป็นวันตายของมัน!"