เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ฉากประจานความอับอายต่อหน้าธารกำนัล

บทที่ 8 ฉากประจานความอับอายต่อหน้าธารกำนัล

บทที่ 8 ฉากประจานความอับอายต่อหน้าธารกำนัล


บทที่ 8 ฉากประจานความอับอายต่อหน้าธารกำนัล

ฉินเทียนหมิงพยายามขัดขืนอย่างสุดความสามารถแล้ว

แต่ทว่าทันทีที่เขาออกแรงมากเกินไป ก็จะถูกระบบแจ้งเตือน

หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง ฉินเทียนหมิงจึงตัดสินใจเลิกดิ้นรน

ก็แค่ศักดิ์ศรี มันกินไม่ได้สักหน่อย

อีกอย่าง การถูกนางเอกจูบแบบไม่ทันตั้งตัว ก็คงไม่มีบุคคลที่สามรู้เห็นหรอกน่า

ฉินเทียนหมิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ มือทั้งสองข้างประคองเอวบางของจ้าวเหยียนหรานไว้

ส่วนจ้าวเหยียนหรานก็โอบรอบคอฉินเทียนหมิง ก้มมองเขาจากด้านบน

ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อดั่งดอกท้อ ดวงตาฉ่ำวาวราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ

หารู้ไม่ว่าฉากนี้ถูกจ้าวตงเฉียงและภรรยาที่กำลังเดินเข้ามาเห็นเข้าพอดี

ก่อนจะเดินมาถึงสวนหลังบ้าน จ้าวตงเฉียงได้จินตนาการฉากต่างๆ ไว้ในหัวมากมาย

เขาถึงขั้นเตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว

แต่ไม่ว่าจ้าวตงเฉียงจะคำนวณไว้แค่ไหน เขาก็คาดไม่ถึงว่าลูกสาวของเขาจะเป็นฝ่ายรุก!

ฉินเทียนหมิง: ผมก็คาดไม่ถึงเหมือนกันครับ!

เมื่อเห็นจ้าวตงเฉียงตัวแข็งทื่อไปกะทันหัน ฟางเสินเสวี่ยก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา

พอลองชะโงกหน้าไปดู ฟางเสินเสวี่ยก็ยกมือปิดปาก

ความปลื้มปิติในดวงตาแทบจะเอ่อล้นออกมา

ลูกสาวโตเป็นสาวแล้ว รู้ความแล้วสินะ!

โล่งอก ดีใจ ตื่นเต้น

จ้าวตงเฉียงที่กำลังจะสติแตก ถูกฟางเสินเสวี่ยรีบลากตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

"ปล่อยผม ผมจะไปกระทืบไอ้สารเลวนั่นให้ตาย!" จ้าวตงเฉียงคำรามเสียงต่ำ ดวงตาแดงก่ำ

ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขาเลี้ยงดูฟูมฟักมานกว่ายี่สิบปี กลับวิ่งเข้าปากหมูด้วยตัวเองเสียนี่!

"คุณจะกระทืบใคร?" ดวงตาคู่สวยของฟางเสินเสวี่ยหรี่ลง เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง

"เมื่อกี้คุณไม่เห็นเหรอ? เหยียนหรานของเราเป็นฝ่ายรุกนะ!"

"นั่นหมายความว่าเหยียนหรานชอบเทียนหมิง!"

จ้าวตงเฉียงเถียงไม่ออกจนหน้าดำหน้าแดง หายใจหอบถี่

"เป็นไปไม่ได้ เหยียนหรานเป็นลูกผม ผมรู้จักแกดี!"

"ที่แกเป็นฝ่ายรุก ต้องเป็นเพราะถูกไอ้สารเลวฉินเทียนหมิงข่มขู่แน่ๆ!"

ฟางเสินเสวี่ยเริ่มไม่พอใจ กอดอกพูดเสียงเย็นชา "คุณพูดจาเพ้อเจ้ออะไร!"

"ลูกสาวเราอุตส่าห์เจอผู้ชายที่ชอบ คุณยังจะไม่พอใจอีก!"

"ฉันขอเตือนคุณไว้นะ ถ้าคุณกล้าทำลายวาสนาดีๆ ของลูก อย่าหาว่าฉันขอหย่าก็แล้วกัน!"

"คุณ คุณจะหย่ากับผมเพราะผู้ชายคนเดียวเนี่ยนะ?!" จ้าวตงเฉียงชี้หน้าฟางเสินเสวี่ย นิ้วสั่นระริก แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

"ฉันทำเพื่อความสุขของลูก" ฟางเสินเสวี่ยพูดอย่างโมโห

จากนั้นทั้งสองก็ต่างฝ่ายต่างเงียบ ห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบงัน

ไม่กี่นาทีต่อมา จ้าวเหยียนหรานและฉินเทียนหมิงก็เดินตามกันเข้ามาในห้องนั่งเล่น

สีหน้าของทั้งคู่ดูปกติ แต่แววตาของจ้าวเหยียนหรานกลับดูมีเสน่ห์ยั่วยวนขึ้น

"แม่คะ พ่อแม่เป็นอะไรกันหรือเปล่าคะ?"

เมื่อเห็นท่าทีของฟางเสินเสวี่ยและจ้าวตงเฉียง จ้าวเหยียนหรานก็รู้สึกว่าบรรยากาศดูแปลกๆ

หรือว่าเมื่อกี้พวกเขาเห็นฉันจูบฉินเทียนหมิง?!

ตายแล้ว แบบนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!

ความร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วลำคอของจ้าวเหยียนหรานทันที

"ไม่มีอะไร พ่อกับแม่เล่นเกม 'รูปปั้น' กันอยู่น่ะ" จ้าวตงเฉียงถลึงตาใส่ฉินเทียนหมิงอย่างดุเดือด

เป็นความผิดของไอ้หมอนี่คนเดียว ที่ทำให้ความสงบสุขในครอบครัวฉันต้องพังทลาย!

【เล่นเกมรูปปั้นแล้วมาถลึงตาใส่ผมทำไมล่ะครับ?】

【ไม่ใช่สิ เมื่อกี้พวกคุณสองคนต้องแอบไปดูที่สวนหลังบ้านแน่ๆ!】

【ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!】

ในฐานะนายน้อยผู้ร่ำรวย ถูกสาวสวยบังคับจูบ ใครมาเห็นเข้าก็ต้องคิดว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่

ได้ยินความคิดในใจของฉินเทียนหมิง มุมปากของจ้าวเหยียนหรานกระตุกเล็กน้อย

ความบริสุทธิ์ของฉันก็หายไปเหมือนกันย่ะ!

แถมฉันยังเป็นฝ่ายรุกอีกต่างหาก!

นั่นพ่อแม่ฉันนะ!

ต่อไปจะกล้าสู้หน้าพวกท่านได้ยังไง!

วินาทีนี้ จ้าวเหยียนหรานอยากจะย้ายบ้านหนีไปเดี๋ยวนี้เลย

ฟางเสินเสวี่ยมองฉินเทียนหมิงแล้วพูดอย่างอ่อนโยน "เทียนหมิง คืนนี้ก็นอนที่นี่สิจ๊ะ"

"เตียงของเหยียนหรานกว้างขวางดีนะ"

"แม่คะ แม่พูดอะไรเนี่ย?!" จ้าวเหยียนหรานตกใจ

ถึงเธอจะจูบฉินเทียนหมิงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำเรื่อง อย่างว่า กับเขาได้นะ!

อีกอย่าง การคบหากับฉินเทียนหมิงก็เพื่อผลประโยชน์ของตระกูล

ตอนนี้ฟางเสินเสวี่ยกลับจะให้จ้าวเหยียนหรานกับฉินเทียนหมิงข้าวสารเป็นข้าวสุกไปเลย

ยังไงเธอก็รับไม่ได้เด็ดขาด

จ้าวตงเฉียงก็พูดเสียงเข้ม "ไม่ได้ เขาจะนอนที่นี่ไม่ได้!"

【ใช่ๆๆ นอนที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด】

【ตอนนี้แค่จูบ เนื้อเรื่องยังพอแก้ได้】

ฉินเทียนหมิงกระแอมไอ "คุณน้าครับ พรุ่งนี้เช้าผมมีธุระ ต้องรีบกลับไปก่อนครับ"

ได้ยินดังนั้น ฟางเสินเสวี่ยก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย "ก็ได้จ้ะ เทียนหมิงเองก็ต้องรักษาสุขภาพนะ อย่าหักโหมงานนักล่ะ"

หักโหมงานบ้าบออะไรกัน! จ้าวเหยียนหรานคิดอย่างขุ่นเคือง

"งั้นเธอก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาหาเหยียนหรานใหม่นะจ๊ะ" ฟางเสินเสวี่ยพูดด้วยรอยยิ้ม

"ได้ครับ ถ้ามีเวลาผมจะมานะครับ"

【ถ้าผมมาที่นี่อีก ผมยอมเป็นหมาเลยเอ้า!】

เฮ้ ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหายไม่ใช่เหรอ!

เห็นฉินเทียนหมิงทำท่าทางเหมือนตัวเองถูกกระทำทั้งที่ได้กำไร จ้าวเหยียนหรานก็อยากจะกัดเขาให้จมเขี้ยวสักทีสองที

หลังจากส่งฉินเทียนหมิงขึ้นรถ จ้าวเหยียนหรานก็หันไปมองแม่ของเธอ

"แม่คะ เมื่อกี้พ่อกับแม่..."

"พ่อกับแม่ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ" พูดจบ ฟางเสินเสวี่ยก็รีบชิ่งหนีทันที

"..."

จบกัน เห็นเข้าจริงๆ ด้วย!

หลังจากกลับถึงวิลล่า ฉินเทียนหมิงนอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ พลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้

"มันผิดพลาดตรงไหนกันนะ? จ้าวเหยียนหรานคนนี้ถึงกับเป็นฝ่ายรุกมาจูบฉัน!"

"จำได้ว่าเมื่อก่อนเธอเกลียดขี้หน้าฉันจะตาย!"

"หรือว่าเป็นเพราะการทะลุมิติของฉัน ทำให้คาแรคเตอร์ของเธอพัง?"

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ที่ริมฝีปากของฉินเทียนหมิงยังคงมีกลิ่นหอมจางๆ หลงเหลืออยู่

"ช่างเถอะ เลิกคิดเรื่องยัยนั่นไปก่อน มาคิดหาวิธีจบเรื่องนี้ตามพล็อตนิยายดีกว่า!"

หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน ฉินเทียนหมิงก็ตบหัวตัวเอง

"ขอแค่ฉันถ่ายรูปคู่สนิทสนมกับจ้าวเหยียนหราน แล้วส่งไปให้เย่ฟาน เจ้านั่นต้องโกรธจนหน้ามืดตามัวแน่!"

"ทีนี้ก็มาดูกันว่าเธอจะแก้ตัวกับเย่ฟานยังไง!"

ขณะที่ฉินเทียนหมิงกำลังหัวเราะชอบใจในความฉลาดของตัวเอง โทรศัพท์บนชั้นวางสูงก็ดังขึ้น

"หืม? แม่เหรอ?"

หลังจากได้รับความทรงจำของร่างนี้ ฉินเทียนหมิงก็พบว่าพ่อแม่ในโลกนี้หน้าตาเหมือนพ่อแม่ในโลกเดิมของเขาเปี๊ยบ แม้กระทั่งเสียงก็ยังเหมือนกัน

ดังนั้น ฉินเทียนหมิงจึงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะเรียกผู้ใหญ่ทั้งสองท่านว่า 'พ่อ' และ 'แม่'

"แม่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

"ลูกชาย แม่ได้ยินว่าวันนี้ลูกไปขอแต่งงานกับลูกสาวตระกูลจ้าวที่เมืองหลินเจียงเหรอ?" เสียงของเหออวิ๋นยังคงอ่อนโยนเช่นเคย

"ครับ" ฉินเทียนหมิงสงสัยมาก "แม่รู้ได้ยังไงครับ?"

"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องสนใจหรอก" เหออวิ๋นหัวเราะเบาๆ

ทันใดนั้น ดวงตาของฉินเทียนหมิงก็เป็นประกาย "แม่ครับ แม่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ใช่ไหมครับ?"

"ถ้าแม่ไม่เห็นด้วย ผม..."

"เปล่าจ้ะ แม่เห็นด้วย" ประโยคเดียวของเหออวิ๋นทำเอาฉินเทียนหมิงสำลัก

ในนิยายไม่ได้บรรยายถึงพ่อแม่ของฉินเทียนหมิงมากนัก

ดังนั้นฉินเทียนหมิงจึงไม่ค่อยรู้นิสัยใจคอของพวกท่านเท่าไหร่

แต่จากความทรงจำของฉินเทียนหมิง พ่อแม่รักและตามใจเขามาก

"พ่อกับแม่มีลูกชายแค่คนเดียว"

"ขอแค่ลูกไม่ทำผิดกฎหมาย พ่อกับแม่ก็สนับสนุนลูกเต็มที่"

"แต่ลูกต้องหาเวลาพาลูกสาวตระกูลจ้าวคนนั้นมาบ้านนะ พ่อกับแม่อยากเจอหน้าเธอ"

ฉินเทียนหมิงเงียบไปครู่หนึ่ง "เข้าใจแล้วครับแม่"

"อ้อ จริงสิครับ ผมอยากจะก่อตั้งมูลนิธิการกุศลในนามของพ่อกับแม่ครับ"

ตระกูลฉินจะต้องล่มสลายแน่นอน ฉินเทียนหมิงตั้งมูลนิธิการกุศลตอนนี้ เพื่อเป็นการเตรียมทางหนีทีไล่ให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน

จบบทที่ บทที่ 8 ฉากประจานความอับอายต่อหน้าธารกำนัล

คัดลอกลิงก์แล้ว