- หน้าแรก
- ฟุตบอล เริ่มต้นจากการเป็นเศรษฐี จะบอกว่าครองห้าลีกใหญ่ก็ไม่เกินจริง
- บทที่ 25 ผมนี่แหละ... ฟันกำไรหนักสุด
บทที่ 25 ผมนี่แหละ... ฟันกำไรหนักสุด
บทที่ 25 ผมนี่แหละ... ฟันกำไรหนักสุด
บทที่ 25 ผมนี่แหละ... ฟันกำไรหนักสุด
“ผมคือเจ้าของทีมท็อตแนม...”
“ผมทราบครับ! ผมทราบ! ชื่อเสียงของคุณเลื่องลือระบือไกล ผมอยากเข้าพบคุณมานานแล้ว แต่กลัวจะไปรบกวนเวลาอันมีค่า...”
“ว่าแต่เอโต้สนใจจะย้ายมาร่วมงานกับท็อตแนมบ้างไหม?”
พอได้ยินหลิน เฟิงถามแบบนั้น เมซาเยสก็พยายามเก็บอาการตื่นเต้น แล้วปั้นหน้าขรึมตามสไตล์เอเยนต์
“อ๋อ เอโต้เหรอครับ... ตอนนี้เราคุยกับมายอร์ก้า ทีมในลาลีกาไว้เกือบจะลงตัวแล้ว น่าจะยากหน่อยนะครับ!”
หลิน เฟิงไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเมซาเยสแม้แต่น้อย เขาพูดตัดบททันที “เอาอย่างนี้ คุณนัดสถานที่มา เรามานั่งคุยกัน... แน่นอนว่าต้องพาเอโต้มาด้วย”
“งั้น... ทานมื้อค่ำไปคุยไป ดีไหมครับ?” เมซาเยสเสนออย่างระมัดระวัง
“ไม่มีปัญหา!”
…
ช่วงค่ำ ห่างจากสนามเบร์นาเบวไป 1 กิโลเมตร ณ ร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว
บนโต๊ะอาหารยาว เมซาเยสกับเอโต้อรนั่งคู่กันที่ฝั่งหนึ่ง
เอโต้ในชุดวอร์มมองดูช้อนส้อมเงินวาววับตรงหน้าด้วยท่าทีเกร็ง ๆ
เมซาเยสเหลือบมองเอโต้ด้วยสายตาไม่พอใจ “บอกแล้วไงว่าให้แต่งตัวดี ๆ หน่อย?”
เอโต้เกาหัวแก้เก้อ “ผมเพิ่งซ้อมเสร็จ อาบน้ำแล้วก็บึ่งมาเลยนี่นา”
เมซาเยสถอนหายใจ “เดี๋ยวเขามาถึง นายพูดให้น้อยเข้าไว้ ปล่อยให้ชั้นจัดการเอง!”
เอโต้พยักหน้า ทั้งสองนั่งเงียบกันไปพักใหญ่
นี่เป็นครั้งแรกที่เอโต้ได้มากินข้าวในที่หรูหราขนาดนี้ เขามองซ้ายมองขวา สำรวจร้านอาหารกว้างขวางที่ถูกแบ่งสัดส่วนด้วยฉากกั้น พนักงานเดินขวักไขว่บริการอย่างดี
เอโต้อดไม่ได้ที่จะถาม “กินข้าวที่นี่แพงมากไหมครับ?”
เมซาเยสตอบ “แน่นอน หัวละ 2,000 ยูโร... มื้อนี้มื้อเดียวปาเข้าไปหมื่นยูโรแล้ว!”
เอโต้ทำหน้าเหยเก “เชี่ย แพงระยับ!”
เมซาเยส “คนที่มานัดเจอนี่ระดับบิ๊กบอส จะทำตัวซี้ซั้วไม่ได้... บอกไว้ก่อนเลย ถ้าดีลนี้สำเร็จ นายซื้อร้านนี้ได้ทั้งร้านเลยนะ!”
เอโต้ตาโตเท่าไข่ห่าน แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ขณะที่คุยกันอยู่ คณะของหลิน เฟิงก็เดินทางมาถึง
เมซาเยสรีบลุกขึ้นต้อนรับ “สวัสดีครับคุณหลิน...”
หลิน เฟิงโบกมือทักทาย แล้วนั่งลงตรงข้ามเอโต้
เซี่ยอวี่กับจอห์นผู้เฒ่านั่งขนาบข้างหลิน เฟิง
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกครับคุณเมซาเยส” หลิน เฟิงยิ้มทักทาย
เมซาเยสนั่งลง แล้วพยักหน้าเรียกพนักงานให้เริ่มเสิร์ฟอาหาร
ไม่นาน อาหารจานแรกก็ถูกนำมาวาง
ร้านอาหารระดับหัวละ 2,000 ยูโร... แปลง่าย ๆ ว่ากินไม่อิ่มหรอก
อาหารจานเท่าฝ่ามือเสิร์ฟมาทีละครึ่งชั่วโมง ทำให้มีเวลาคุยกันเหลือเฟือ พวกเขาเริ่มทานไปคุยเรื่องการย้ายตัวของเอโต้ไปพลาง
“ผมเชื่อในความจริงใจของคุณเมซาเยสนะครับ เราหวังว่าจะหาข้อตกลงร่วมกันได้ในครั้งนี้!” หลิน เฟิงเปิดประเด็นด้วยรอยยิ้ม
“เราเองก็เช่นกันครับ งั้นเข้าเรื่องเลยนะครับคุณหลิน... เอโต้เปิดกว้างที่จะย้ายไปท็อตแนม แต่ข้อเสนอขั้นต่ำของเราคือ... ค่าเหนื่อยปีละ 5 ล้านปอนด์!”
เมซาเยสชูนิ้วขึ้นมา 5 นิ้ว
“5 ล้านปอนด์?!” จอห์นผู้เฒ่าเลิกคิ้วสูง ตกใจกับข้อเสนอขูดเลือดขูดเนื้อของเมซาเยส
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ท็อตแนมตอนนี้ นอกจากโรนัลดินโญ่แล้ว ไม่มีใครได้ค่าเหนื่อยถึง 5 ล้านปอนด์สักคน!
คุณเอ๊ย... เด็กสำรองมาดริดวัย 19 ถึงจะมีฝีเท้าดี แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในลีกสูงสุดเลยด้วยซ้ำ จะเอาค่าเหนื่อยขนาดนั้นได้ยังไง!
“จากการสืบข้อมูลของเรา ราคาที่คุณเกือบตกลงกับมายอร์ก้าได้ อยู่ที่แค่ 1.5 ล้านปอนด์เองไม่ใช่เหรอ?” จอห์นผู้เฒ่าแย้งอย่างไม่สบอารมณ์
เมซาเยสส่ายหน้า “อย่างที่คุณพูดนั่นแหละครับ นั่นมันแค่ราคาที่ ‘เกือบ’ ตกลงกันได้... เรายังไม่ได้ตกลงกันสักหน่อย”
เจอเมซาเยสโก่งราคาแบบหน้าด้าน ๆ หลิน เฟิงยังคงนิ่งเงียบ
เอโต้เองก็นั่งเงียบกริบ ปล่อยให้เอเยนต์จัดการทุกอย่าง
เมซาเยสรู้ดีว่าการเจรจานี้ขึ้นอยู่กับท่าทีของหลิน เฟิงเป็นหลัก
เขาเลิกสนใจจอห์น แล้วหันมาคุยกับหลิน เฟิงโดยตรง “คุณหลิน... คุณพูดเองว่าเชื่อมั่นว่าเอโต้จะเป็นกระดูกสันหลังของท็อตแนมได้! ดังนั้นราคานี้ถือว่าสมน้ำสมเนื้อนะครับ ลองพิจารณาดู ผมรับประกันว่าคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน!”
ได้ยินดังนั้น หลิน เฟิงก็ยิ้มมุมปาก
พูดตามตรง 5 ล้านสำหรับเอโต้มันก็คุ้มแหละ
แต่หลิน เฟิงรู้จากระบบแล้วว่า ‘ราคาในใจ’ ของเมซาเยสอยู่ที่ 2 ล้านปอนด์เท่านั้น
หลิน เฟิงยื่นมือออกไป ชูนิ้วขึ้น 3 นิ้ว แล้วพูดเนิบ ๆ “3 ล้าน! ผมให้ราคาเดียว... จบ!”
คราวนี้เมซาเยสเป็นฝ่ายไปไม่เป็น
ไพ่ในมือของเมซาเยสถูกหลิน เฟิงอ่านขาดกระจุย
หลิน เฟิงกดราคาลงมา 2 ล้าน แต่ก็ยังสูงกว่าราคาในใจของเมซาเยสอยู่ดี
นี่คือการเดินหมากที่แม่นยำและเฉียบขาด!
เมซาเยสหันไปกระซิบกระซาบกับเอโต้ทันที
ผ่านไปครู่ใหญ่ เมซาเยสถึงหันกลับมา “งั้นเราขออีกเงื่อนไขเดียวครับ... หลังจากเอโต้ย้ายไปท็อตแนม เขาต้องได้เป็นตัวจริง!”
หลิน เฟิงยิ้มกว้าง “ไม่มีปัญหา”
ซื้อเอโต้มาก็เพื่อใช้งานทันทีอยู่แล้ว เด็กระเบิดวัย 19 อย่างเขามีดีพอที่จะสร้างชื่อในพรีเมียร์ลีกแน่นอน
การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่นผิดคาด เพียงแค่ชั่วเวลาอาหารมื้อเดียว หลิน เฟิงก็ปิดดีลคว้าตัวเอโต้ได้สำเร็จ
นี่เป็นดีลที่ทั้ง 3 ฝ่ายต่างรู้สึกว่าตัวเอง “กำไร”
เรอัล มาดริด: ตูฟันกำไรเละ!
เมซาเยส: ตูก็ฟันกำไรอื้อ!
หลิน เฟิง: ผมนี่แหละ... ฟันกำไรหนักสุด!
เมื่ออาหารจานสุดท้ายถูกเสิร์ฟ หลิน เฟิงลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก ชูแก้วไวน์ขึ้นแล้วกล่าวกับเอโต้ด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับสู่ท็อตแนม!”
หลังมื้อค่ำ คณะของหลิน เฟิงค้างคืนที่มาดริดหนึ่งคืน ก่อนบินกลับลอนดอนในวันรุ่งขึ้น
ทริปสเปนครั้งนี้ หลิน เฟิงกอบโกยผลประโยชน์กลับไปเต็มกระเป๋า
อะคาเดมีได้เพชรเม็ดงามอย่างรามอสไปประดับ ในอนาคตเขากับเมสซีจะเป็นเสาหลักในการสร้างทีมยุคใหม่ของท็อตแนม!
ส่วนทีมชุดใหญ่ก็ได้ “เสือดำ” เอโต้ มาเสริมคม ตอนนี้หลิน เฟิงมั่นใจเต็มเปี่ยมสำหรับศึกนัดต่อ ๆ ไป
วันรุ่งขึ้นหลังจากกลับจากสเปน ศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 3 ก็เปิดฉากขึ้น
คล็อปป์พาลูกทีมบุกไปเยือนนิวคาสเซิล ซึ่งเป็นแมตช์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม
แม้คู่แข่งจะไม่แข็งแกร่งมาก แต่คล็อปป์ก็ให้ความสำคัญกับนัดนี้สุด ๆ
ก่อนวันแข่งหนึ่งวัน คล็อปป์ยกทัพนักเตะไปถึงเมืองนิวคาสเซิล
พวกเขาเข้าพักที่โรงแรม 5 ดาว ซึ่งอยู่ห่างจากสนามเซนต์เจมส์พาร์กเพียง 10 นาที
คล็อปป์ยังพาลูกทีมไปซ้อมปรับตัวกับสภาพสนามจริงนานกว่า 2 ชั่วโมง ทุกอย่างดูราบรื่นไปหมด
ในงานแถลงข่าวก่อนเกม คล็อปป์ให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างถ่อมตัวว่า เป้าหมายของท็อตแนมในการมาเยือนเซนต์เจมส์พาร์กคือ “ขอแค่มีแต้มกลับไป”
แต่คนภายนอกมองว่าคล็อปป์ถ่อมตัวเกินเหตุ
ด้วยศักยภาพและขวัญกำลังใจของท็อตแนมชั่วโมงนี้ การบุกไปชนะนิวคาสเซิลแทบจะเป็นของตาย!
หลิน เฟิงก็คิดแบบนั้น... แม้เอโต้จะเพิ่งเซ็นสัญญาและต้องใช้เวลาอีกไม่กี่วันกว่าจะมารายงานตัว
แต่ลำพังแค่โรนัลดินโญ่ที่มีอยู่ตอนนี้ การจะบุกไปอัดนิวคาสเซิลสัก 2–0 ก็ไม่น่าใช่เรื่องยากเย็นอะไร
เย็นวันแข่ง หลิน เฟิงเบื่อที่จะนั่งดูบอลคนเดียวที่บ้าน เลยแอบย่องไปที่ “แชมเปี้ยน บาร์” อีกตามเคย