- หน้าแรก
- ฟุตบอล เริ่มต้นจากการเป็นเศรษฐี จะบอกว่าครองห้าลีกใหญ่ก็ไม่เกินจริง
- บทที่ 7: บอสคนใหม่นี่บ้าดีเดือดจริง ๆ
บทที่ 7: บอสคนใหม่นี่บ้าดีเดือดจริง ๆ
บทที่ 7: บอสคนใหม่นี่บ้าดีเดือดจริง ๆ
บทที่ 7: บอสคนใหม่นี่บ้าดีเดือดจริง ๆ
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ฉีกกระชากแนวรับแมนเชสเตอร์ ซิตี จากริมเส้นทั้งสองฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า
เลส เฟอร์ดินานด์ ที่ยืนเป็นหน้าเป้า หลังจากพลาดโอกาสทองไปถึงสองครั้ง ในที่สุดก็โหม่งพังประตูได้สำเร็จในนาทีที่ 26 ของการแข่งขัน!
1–0... ท็อตแนมขึ้นนำชั่วคราว
สนาม ไวท์ฮาร์ทเลน ระเบิดเสียงเชียร์กึกก้องกัมปนาททันที...เฮ!!
หลินเฟิงและคณะที่ชมเกมอยู่ในห้องวีไอพีต่างพากันปรบมือแสดงความยินดีกับประตูแรกอย่างมีความสุข
เมื่อตามหลังหนึ่งลูก ผู้เล่นแมนฯ ซิตีก็กระหายที่จะทวงประตูคืน
ทว่าศักยภาพในเกมรุกของพวกเขามีจำกัด และเมื่อโหมบุกเต็มสูบ ช่องโหว่ในแดนหลังก็ยิ่งเปิดกว้างขึ้น
ในช่วงท้ายครึ่งแรก เลส เฟอร์ดินานด์ ฉวยโอกาสทองอีกครั้งและซัดประตูที่สองจากการหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู!
2–0... ฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของท็อตแนมทำให้แฟนบอลนับพันในสนามส่งเสียงเชียร์กันอย่างบ้าคลั่ง
จบครึ่งแรก หลินเฟิงเดินยิ้มร่ามุ่งหน้าไปยังห้องแต่งตัวของท็อตแนม
ด้านหลังเขามีกลุ่มผู้บริหารเดินตามต้อยๆ โดยไม่มีใครรู้ว่าหลินเฟิงจะไปห้องแต่งตัวเวลานี้เพื่ออะไร
แต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม ได้แต่เดินตามไปอย่างเงียบๆ
ทันทีที่หลินเฟิงไปถึงหน้าประตูห้องแต่งตัว เขาก็ได้ยินเสียงของคล็อป
“ไอ้หนูทั้งหลาย พวกนายทำได้เยี่ยมมาก! แต่เราจะประมาทในครึ่งหลังไม่ได้เด็ดขาด ชั้นต้องการให้พวกนายใส่ให้สุดตัว... 2–0 ไม่ใช่เป้าหมายของเรา ครึ่งหลังเราต้องกระหายประตูให้มากกว่านี้!”
ได้ยินดังนั้น หลินเฟิงก็แอบพยักหน้าเห็นด้วย คล็อปพูดถูก... 2–0 มันยังไม่พอจริง ๆ
ในฐานะนัดประเดิมสนามหลังจากเขาเข้ามาเทคโอเวอร์ มันต้องชนะขาด ยิ่งยิงเยอะยิ่งดี
คิดได้ดังนั้น หลินเฟิงก็ก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัว
ภายในห้อง เหล่านักเตะท็อตแนมเห็นบอสมาถึง จากที่นั่งเอกเขนกกันอยู่เมื่อครู่ ก็รีบดีดตัวนั่งหลังตรงทันที
โดยเฉพาะเลส เฟอร์ดินานด์ ผู้ทำสองประตู เขานั่งตัวตรงแหนว์ ใบหน้าเข้มฉายแววตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
คล็อปเห็นหลินเฟิงเข้ามาก็หยุดพูด แล้วถอยฉากจากกลางห้องเพื่อให้พื้นที่กับหลินเฟิง ย้ายตัวเองไปยืนข้างนักเตะ
หลินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ผมจะไม่รบกวนเวลาพักของพวกคุณ ขอพูดแค่ประโยคเดียว... รักษาฟอร์มในครึ่งหลังให้ดี สโมสรเตรียมโบนัสประตูสำหรับนัดนี้ไว้แล้ว... ทุกประตูที่เพิ่มขึ้นมา ทั้งทีมจะได้รับรางวัลหนึ่งแสนปอนด์!”
สิ้นเสียง หลินเฟิงก็โบกมือแล้วเดินนำคณะผู้บริหารออกจากห้องแต่งตัวไป
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เสียงเฮลั่นก็ดังระเบิดตามหลังมา... นักเตะท็อตแนมทุกคนดีใจจนเนื้อเต้น
ใครจะไปนึกว่าสโมสรจะแจกโบนัสแม้กระทั่งในนัดอุ่นเครื่อง!
บอสคนนี้จะป๋าเกินไปแล้ว!
ทันใดนั้น นักเตะก็จับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส
“ว้าว! บอสใหม่เราใจป้ำชะมัด!”
“ใช่! ปีที่แล้วตอนเตะลอนดอนดาร์บี เรายังไม่ได้โบนัสสักแดงเลย!”
“ครึ่งหลังต้องสู้ถวายหัวแล้วเว้ย... ประตูละแสนปอนด์ นี่มันสวรรค์ชัด ๆ!”
ในปี 2000 เงินเดือนนักเตะยังไม่เฟ้อขนาดนี้ และทีมที่ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่อย่างท็อตแนมยิ่งขี้เหนียวเข้าไปใหญ่
เงินเดือนนักเตะตัวหลักของสเปอร์สน่าจะไม่เกินสองล้านปอนด์
แม้แต่เลส เฟอร์ดินานด์ ที่ซัดไปสองลูกในครึ่งแรก ค่าเหนื่อยเขาก็แค่สามล้านปอนด์เท่านั้น
หนึ่งแสนปอนด์ต่อหนึ่งประตู... โบนัสนี้มันสูงลิบลิ่วจริง ๆ
ในโลกกีฬาอาชีพ เงินคือปัจจัยสำคัญเสมอ
คล็อปมองลูกทีมที่กระเหี้ยนกระหือรือทีละคน เขารู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องปลุกใจอะไรอีกแล้ว
และเป็นไปตามคาด ในครึ่งหลัง นักเตะท็อตแนมเหมือนโดนฉีดอะดรีนาลีนเข้าเส้นเลือด ตั้งแต่เริ่มเขี่ยบอล พวกเขาวิ่งพล่านไปทั่วสนาม ราวกับเป็นฝ่ายตามหลัง 2–0 เสียเอง
นักเตะแมนฯ ซิตีตั้งตัวไม่ติดกับสถานการณ์นี้ การจ่ายบอลในแดนหลังถูกตัดได้บ่อยครั้ง และท็อตแนมก็ฉวยโอกาสเปิดเกมบุกระลอกแล้วระลอกเล่า
นาทีที่ 60 ของการแข่งขัน เลส เฟอร์ดินานด์ รับลูกเปิดจากเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษ แล้ววอลเลย์ตูมเดียวหายวับเข้าประตู... แฮตทริก!
เจอลูกนี้เข้าไป เควิน คีแกน หัวหน้าผู้ฝึกสอนแมนฯ ซิตีที่นั่งอยู่ข้างสนามก็เริ่มนั่งไม่ติด
แม้จะเป็นแค่นัดอุ่นเครื่อง แต่การโดนคู่แข่งถลุง 3–0 มันน่าขายหน้าเกินไป
เควิน คีแกนไม่พอใจฟอร์มลูกทีมอย่างมาก เขาลุกจากที่นั่งเดินไปที่เส้นข้างสนาม แล้วตะโกนด่านักเตะแมนฯ ซิตีที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตกในสนาม
ในห้องวีไอพี หลินเฟิงส่งข้อความหาแบลนช์อย่างอารมณ์ดี
“คุณแบลนช์คนสวย เรายิงได้สามลูกแล้วนะ... คืนนี้จะไปเดตที่ไหนดีครับ?”
หลังจากนำห่าง 3–0 นักเตะท็อตแนมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนเครื่อง
ประตูละแสนปอนด์... ใครผ่อนก็โง่แล้ว
นัดอุ่นเครื่องแท้ ๆ แต่ขุนพลสเปอร์สเล่นกันยังกับนัดชิงแชมเปียนส์ลีก
นักเตะแมนฯ ซิตีในสนามได้แต่งุนงง ไม่เข้าใจว่าไปทำอะไรให้พวกนี้โกรธแค้นมาแต่ชาติปางไหน ทำไมถึงเล่นกันดุดันขนาดนี้!
แฟนบอลท็อตแนมบนอัฒจันทร์ต่างเปรมปรีดิ์ ราวกับกำลังอยู่ในงานเทศกาลเฉลิมฉลอง
ก็ท็อตแนมเพิ่งแพ้นัดอุ่นเครื่องมาสามนัดรวด พอมาชนะนัดนี้ก็ย่อมดีใจเป็นธรรมดา
แถมยังชนะขาดลอยขนาดนี้ แฟนบอลบางคนถึงกับตื้นตันจนน้ำตาซึม
นักข่าวข้างสนามเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
ในสนาม ท็อตแนมกดแมนฯ ซิตีจนโงหัวไม่ขึ้น บดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว
นาทีที่ 82 โซล แคมป์เบลล์ เซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติ บริเตนใหญ่ ของท็อตแนม ก็ทนความเย้ายวนของโบนัสไม่ไหว เติมเกมขึ้นมาในเขตโทษแมนฯ ซิตี และโหม่งพังประตูให้ท็อตแนมหนีห่างออกไปอีก
4–0! ท็อตแนมชนะถล่มทลาย!
ในที่สุดท็อตแนมก็ยุติสถิติอันน่าอับอายที่แพ้รวดสามนัดในเกมอุ่นเครื่องได้สำเร็จ
หลังจบเกม เนื่องจากเป็นนัดอุ่นเครื่องจึงไม่มีการแถลงข่าว
แต่นักข่าวสำนักต่าง ๆ ก็เตรียมตัวกันมาพร้อมสรรพ
ทันทีที่นักเตะท็อตแนมเดินออกจากสนาม กองทัพนักข่าวก็กรูกันเข้าไปรุมล้อม
เลส เฟอร์ดินานด์ ผู้กดแฮตทริก คือเป้าหมายแรกที่นักข่าวต้องการสัมภาษณ์
“สวัสดีครับ ผมนักข่าวจาก สกาย สปอร์ตส์ ขอแสดงความยินดีกับแฮตทริกด้วยครับ คุณคิดว่าอะไรคือเหตุผลของชัยชนะอันท่วมท้นในวันนี้ครับ?”
เฟอร์ดินานด์ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย แล้วหัวเราะร่า
“อย่างแรก ผมต้องขอบคุณโค้ชใหม่ของเรา... คล็อป วันนี้เราลองใช้แผนการเล่นใหม่ ซึ่งมันทำให้เราเล่นได้เข้าขาและลื่นไหลมาก เรากดคู่แข่งจนอยู่หมัด!”
“อย่างที่สอง ผมต้องขอบคุณบอสคนใหม่ของเรา... พระเจ้าช่วย! เขาเจ๋งและบ้าดีเดือดจริง ๆ! การมาของเขาทำให้เราแข็งแกร่งและสามัคคีกันมากขึ้น!”
เฟอร์ดินานด์เกือบหลุดปากออกไปแล้วว่า “ขอบคุณบอสสำหรับโบนัสสี่แสนปอนด์ครับ!”
หลังจากสัมภาษณ์เฟอร์ดินานด์เสร็จ เป้าหมายต่อไปของนักข่าวคือคล็อป
“โค้ชคล็อปครับ ช่วยพูดถึงเกมนี้หน่อยครับ”
เวลานี้ คล็อปไม่เหลือความตื่นเต้นเหมือนตอนก่อนแข่งแล้ว เขาฉีกยิ้มกว้างแล้วกล่าว
“นี่คือนัดแรกในฐานะโค้ชของผม ผมดีใจมากที่เปิดตัวด้วยชัยชนะอันสวยงาม ขอบคุณนักเตะทุกคนที่ทุ่มเท และขอบคุณสโมสรที่ไว้วางใจในตัวผม โดยเฉพาะคุณหลิน... บอสใหญ่ของสโมสรที่ให้การสนับสนุนผมอย่างเต็มที่ และช่วยให้ผมปรับตัวกับชีวิตในลอนดอนได้อย่างรวดเร็ว!”
ทั้งนักเตะและหัวหน้าผู้ฝึกสอนต่างเอ่ยถึงบอสหลินเฟิง
นักข่าวพลันเกิดความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับบอสคนใหม่ของท็อตแนมขึ้นมาทันที
แน่นอนว่าพวกเขาย่อมอยากสัมภาษณ์บอสชาวอาณาจักรมังกรคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
ทว่า... หลินเฟิงได้ออกจากไวท์ฮาร์ทเลนไปนานแล้ว เพราะแบลนช์ตกลงที่จะไปเดตกับเขา
ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน หลินเฟิงขับรถลัมโบร์กินี เวเนโน คันใหม่เอี่ยมเพียงลำพัง มุ่งหน้าสู่บาร์แชมเปียนด้วยความเร็วสูง