- หน้าแรก
- ข้าคือประมุขตระกูลเซียน
- บทที่ 405 - การเติบโตของศิษย์รุ่นที่เจ็ด
บทที่ 405 - การเติบโตของศิษย์รุ่นที่เจ็ด
บทที่ 405 - การเติบโตของศิษย์รุ่นที่เจ็ด
บทที่ 405 - การเติบโตของศิษย์รุ่นที่เจ็ด
ตลอดศึกสงครามบนเกาะสวรรค์พันลี้ สิ่งที่หลี่ชิงเซียวเสียใจที่สุดมีสองเรื่อง
เรื่องแรกคือหลังจากสังหารห้าปรมาจารย์ระดับแก่นทองคำตระกูลเว่ยและได้รับชัยชนะ เขาไม่ได้ฆ่าล้างตระกูลเว่ยให้สิ้นซาก ทำให้เมื่อเจียงนู่โจวปรากฏตัว เศษเดนตระกูลเว่ยในเมืองจึงรวมตัวกันโจมตีประตูเมือง ประสานกับปรมาจารย์เจียงเต้าซิวและหยวนหลงเฉิง สร้างความสูญเสียใหญ่หลวงแก่ตระกูล
เรื่องที่สองคือ เจิ้งสือเฉียวที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำ!
หลี่ชิงเซียวคาดไม่ถึงว่าความประมาทเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน จะก่อให้เกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงในวันนี้ เจิ้งสือเฉียว คนโง่เขลาที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา กลับเติบโตขึ้นมาจนสร้างความเสียหายให้เขาได้ถึงเพียงนี้
ครั้งนี้หลี่ชิงเซียวตระหนักแล้วว่า โลกนี้คือโลกของผู้เหนือธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ต่อให้เขารอบคอบเพียงใด ก็ไม่อาจควบคุมทุกสิ่งได้
โดยเฉพาะความแค้นระหว่างตระกูล เจิ้งสือเฉียวคือตัวอย่างที่ชัดเจน หากวันนั้นเขาใจแข็งฆ่าล้างตระกูลเจิ้งให้สิ้นซาก ก็คงไม่ต้องกลืนผลขมในวันนี้
ด้วยเหตุนี้ ตระกูลเว่ยจึงต้องตายทั้งหมด รวมถึงบริวารที่มีรากวิญญาณ เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม
อีกเรื่องคือศิษย์รุ่นที่เจ็ด เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลี่ชิงเซียวตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาของลูกหลาน ต้นตอของเรื่องวุ่นวายในเมืองเมฆาล่องที่นำไปสู่การตายของหลี่จินเฉิง ก็มาจากศิษย์รุ่นเจ็ดทั้งหกคนที่มีหลี่อวิ๋นหลงเป็นแกนนำ
นี่คือสิ่งที่หลี่ชิงเซียวเจ็บปวดที่สุด หลี่จินเฉิงต้องชดใช้ด้วยชีวิตเพราะความตามใจ และตระกูลก็ต้องบอบช้ำไปด้วย
ในบรรดาศิษย์รุ่นเจ็ด นอกจากพี่ใหญ่หลี่อวิ๋นกุยและพี่รองหลี่อวิ๋นยาว อีกเจ็ดคนรวมถึงบุตรชายของเขาหลี่อวิ๋นเหยียน ล้วนเป็นพวกดื้อรั้น หากมีคนคอยคุมยังสร้างเรื่องได้ขนาดนี้ หากปล่อยปละละเลย วันหน้าคงพาทระกูลลงเหว
ครั้งนี้เขาให้หลี่อวิ๋นยาวพาพวกเขามารับผิดชอบการกวาดล้างเศษเดนตระกูลเว่ย ก็เพื่อให้พวกเขาได้เห็นความโหดร้ายของโลกภายนอก อยู่แต่ในสี่เกาะแดนใต้ เจอแต่คนประจบสอพลอ เห็นแต่ด้านสวยงาม จึงบ่มเพาะนิสัยเย่อหยิ่งและไร้เดียงสาออกมา
..................
ศักราชตงจี๋ลี่ ปีที่ 2336 วันที่หนึ่ง เดือนแปด
หลังการบูรณะห้าเดือน เมืองชางตูเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ผู้ฝึกตนที่หนีภัยสงครามเริ่มทยอยกลับมา แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเว่ย ส่วนพวกที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งล้วนถูกพันธมิตรแดนใต้คุมขังไว้
พันธมิตรแดนใต้มิได้ฆ่าคนพร่ำเพรื่อ หากตรวจสอบแล้วไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเว่ยก็จะปล่อยตัวไป
สงครามครั้งนี้รุนแรงเกินไป โดยเฉพาะการต่อสู้ระหว่างลั่วจินหงและเจียงนู่โจว แทบจะพลิกเมืองชางตูทั้งเมือง ประชากรลดลงจากสิบล้านเหลือไม่ถึงสองล้าน
ใจกลางเมืองชางตูมีลานกว้างขนาดใหญ่ ฝูงชนกว่าแสนคนมุงดูอยู่รอบๆ สองสามหมื่นคนแถวหน้าเป็นผู้ฝึกตนท้องถิ่น ต่างชะเง้อมองด้วยความอยากรู้
"ประหาร!"
เสียงเย็นชาไร้อารมณ์ดังขึ้น ผู้มาใหม่รู้สึกหนาวสะท้าน เมื่อมองเข้าไปก็หน้าซีดเผือด
เบื้องหน้าลานกว้าง สิ้นเสียงคำสั่ง ทหารเกราะทองห้าร้อยนายเงื้อกระบี่วิญญาณฟันลงมา ศีรษะห้าร้อยหัวหลุดจากบ่าพร้อมกัน เลือดพุ่งกระฉูดขึ้นฟ้า ภาพช่างสยดสยอง
ผู้สั่งประหารเป็นเพียงเด็กหนุ่มชุดขาวอายุราวชาวสิบกว่าปี หน้าตาหล่อเหลาดูเป็นมิตร แต่แววตาเย็นยะเยือกจนแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับแก่นเทียมในฝูงชนยังไม่กล้าสบตา
"นั่นคือนายน้อยตระกูลหลี่ หลี่อวิ๋นยาว ผู้มีรายชื่อในทำเนียบมังกรเร้นอันดับห้า อายุยังน้อยก็มีตบะระดับสร้างรากฐานชั้นสี่ พรสวรรค์น่าอิจฉายิ่งนัก!"
"ข้าว่าพรสวรรค์ของเขายังไม่สู้จิตใจที่เด็ดเดี่ยว นี่เป็นนักโทษชุดที่สามของตระกูลเว่ยแล้ว รวมหนึ่งพันห้าร้อยชีวิต สั่งฆ่าได้โดยไม่กะพริบตา โหดเหี้ยมจริงๆ"
"ใครใช้ให้ตระกูลเว่ยหาเรื่องพันธมิตรแดนใต้ก่อนเล่า ห้าปรมาจารย์ยังถูกฆ่า นับประสาอะไรกับพวกลูกกระจ๊อก นี่เป็นการเช็คบิลย้อนหลัง แต่ไม่คิดว่าตระกูลหลี่จะมีจิตสังหารรุนแรงเพียงนี้ กะจะฆ่าล้างตระกูลเลยหรือ"
"ตระกูลเว่ยทำตัวเองทั้งนั้น เมื่อก่อนใช้อำนาจบาตรใหญ่ในเกาะสวรรค์พันลี้ คราวนี้เตะเจอแผ่นเหล็กเข้าให้ สมน้ำหน้า!"
"ตระกูลหลี่น่ากลัวจริงๆ ทหารเกราะทองนั่นคือกองทัพพิทักษ์สมุทรสินะ วันนั้นท่านผู้นำพันธมิตรหลี่และจอมกระบี่สะกดสมุทร ร่วมมือกับทหารพวกนี้ต้านทานมหาปราชญ์ระดับปฐมวิญญาณได้ ในแดนสมุทรตงจี๋นอกจากตระกูลลั่วและนิกายเก้าฟ้าพิสุทธิ์ คงไม่มีใครกล้าตอแยตระกูลหลี่แล้วกระมัง"
"ต่อไปเกาะสวรรค์พันลี้เป็นของพันธมิตรแดนใต้ เราก็ถือเป็นคนใต้ปกครองของท่านผู้นำพันธมิตรหลี่ ตราบใดที่ไม่เลวร้ายเท่าตระกูลเว่ย ข้าก็รับได้ เผลอๆ ชีวิตจะดีขึ้นด้วยซ้ำ"
..................
ผู้ชมเหล่านี้ล้วนเคยถูกตระกูลเว่ยรังแก ย่อมสะใจที่เห็นตระกูลเว่ยล่มสลาย
ขณะที่ผู้คนวิจารณ์ คนตระกูลเว่ยอีกห้าร้อยคนถูกลากตัวออกมา ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นสูง หลากหลายวัย ทหารเกราะทองถีบพวกเขาคุกเข่าลงกับพื้น ทำให้ฝูงชนเงียบเสียงลงด้วยความหวาดหวั่น
ภาพการสังหารหมู่นี้สั่นประสาทเกินไป นี่คือชีวิตคนเป็นๆ และเป็นผู้ฝึกตน
หากเป็นคนธรรมดาห้าร้อยคน ผู้ฝึกตนในแดนสมุทรตงจี๋คงไม่ตกใจเท่านี้ แต่เมื่อเห็นผู้ฝึกตนเหมือนกันถูกฆ่าล้างบาง ความรู้สึกย่อมต่างออกไป
เมื่อมองไปด้านหลังแถวนักโทษ ทุกคนใจหายวาบ การประหารวันนี้คงไม่จบง่ายๆ
ด้านหลังลานกว้าง มีคนคุกเข่าอยู่อีกนับหมื่น ตั้งแต่คนแก่จนถึงเด็กเล็ก ทั้งหมดถูกมัดด้วยเชือกพันธนาการวิญญาณ ส่วนใหญ่มีสีหน้าตายด้าน มีเพียงผู้อาวุโสบางคนที่จ้องมองกลุ่มวัยรุ่นตรงกลางด้วยความเคียดแค้น
"ประหาร!"
หลี่อวิ๋นยาวยืนอยู่หน้าสุด นี่เป็นคำสั่งที่สี่ของเขา แต่ในใจกลับไร้ความรู้สึก เขาเคยเห็นภาพเช่นนี้มาแล้ว ตอนตระกูลจางบนเกาะเมฆาสุญญตาถูกกวาดล้าง เขาเห็นบิดาหลี่ชิงเจี๋ยสังหารล้างตระกูลจาง วันนี้เพียงเปลี่ยนเป็นเขาเป็นคนลงมือ
ไร้ความรู้สึกมิได้แปลว่าไร้อารมณ์ หากตอนนั้นเขายังมีความสงสาร ครั้งนี้เขากลับรู้สึกสะใจ เขาเข้าร่วมสงครามเมื่อห้าเดือนก่อน เห็นอาสองหลี่จินเฉิง อาสะใภ้รองหลิวอวี้เอ๋อร์ ทวดเขยเฉินเซียนถัง และศิษย์อารุ่นชิงมากมายตายไปต่อหน้าต่อตา
ความแค้นคือแรงผลักดันให้เติบโต หลี่อวิ๋นยาวรู้ดีถึงเจตนาของบิดาและอาสอง จนถึงตอนนี้เขาประหารไปแล้วสองพันคนโดยไม่กะพริบตา แม้จะมีเด็กๆ รวมอยู่ด้วย เขาก็ไม่หยุดยั้ง
ด้านหลัง หลี่อวิ๋นหลง หลี่อวิ๋นเจา และหลี่อวิ๋นเหยียน สีหน้ายังพอทน เพราะเคยผ่านสงครามมา แต่ขาเริ่มอ่อนแรงบ้างเมื่อเห็นเลือดนองพื้น
ส่วนหลี่อวิ๋นเผิง หลี่อวี้หนิง หลี่อวี้จือ และหลี่อวี้ซิ่ว ที่เพิ่งมาจากเกาะผลึกต้นกำเนิดเมื่อวาน หน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ หลี่อวิ๋นเผิงยังพอลืมตามองได้บ้าง แต่ปากสั่นระริก ส่วนสามสาวหลับตาปี๋ไม่กล้ามอง
หลี่อวิ๋นยาวไม่ได้บังคับ พวกเขาประหารคนไปเรื่อยๆ จนเหลือสามพันกว่าคน
"พี่รอง เด็กๆ ไม่ต้องฆ่าหรอกกระมัง พวกเขาไม่มีพิษภัยอะไร"
หลี่อวี้ซิ่ว น้องเล็กสุด เห็นเด็กอายุสิบสองสิบสามขวบในรอบนี้ ก็เกิดความสงสารและเอ่ยปากขอร้อง
คนอื่นๆ หันมามองหลี่อวิ๋นยาวด้วยสายตาวิงวอน เห็นด้วยกับหลี่อวี้ซิ่ว
หลี่อวิ๋นยาวหันกลับมาจ้องทั้งเจ็ดคน ไม่พูดอะไร เพียงใช้มือดึงตัวเด็กคนที่เป็นต้นเหตุให้หลี่อวี้ซิ่วใจอ่อนลอยเข้ามา สีหน้าเหี้ยมเกรียม มือขวาจับศีรษะเด็กน้อย ส่งจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งเข้าไปในทะเลจิตวิญญาณของเด็ก หมอกสีชมพูลอยขึ้นมา มันคือวิชาเคล็ดลับวิชาสะกดใจที่หลี่ชิงเซียวถ่ายทอดให้เขา
เด็กน้อยระดับฝึกปราณชั้นหนึ่งไม่อาจต้านทาน รากสะกดใจถูกฝังลงในจิตวิญญาณทันที
"เจ้าชื่ออะไร"
"เว่ยหลินฝาน"
"ถ้าเจ้ารอดไปได้ เจ้าจะทำอะไร"
"พันธมิตรแดนใต้ฆ่าห้าปรมาจารย์ตระกูลเว่ย ฆ่าพ่อแม่ข้า ฆ่าล้างตระกูลข้า หากข้ารอดไปได้ ข้าจะมุ่งมั่นฝึกฝน วันใดบรรลุระดับแก่นทองคำหรือปฐมวิญญาณ ข้าจะล้างบางพันธมิตรแดนใต้ ฆ่าล้างตระกูลหลี่ เพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณบรรพชน..."
..................
หลี่อวี้ซิ่วและคนอื่นๆ หน้าซีดเผือด นึกไม่ถึงว่าเด็กอายุสิบกว่าขวบจะมีความแค้นฝังลึกเพียงนี้
หลี่อวิ๋นยาวไม่รอให้เด็กพูดจบ บีบศีรษะเด็กน้อยจนระเบิดคามือ หันกลับมาจ้องหลี่อวี้ซิ่วและกราดมองคนอื่น ตะโกนสั่งทหารกองทัพพิทักษ์สมุทรอย่างเด็ดขาด "ประหาร!"
ห้าร้อยศีรษะร่วงหล่น ความโศกเศร้าและความแค้นของคนตระกูลเว่ยที่เหลือยิ่งทวีความรุนแรง หากไม่ถูกควบคุมคงกรีดร้องออกมาแล้ว
"คนที่พวกเจ้าขอให้ข้าปล่อย หากวันหน้าเขาบรรลุระดับแก่นทองคำหรือปฐมวิญญาณกลับมาฆ่าล้างตระกูลหลี่จริงอย่างที่พูด พวกเจ้าคิดว่าถึงเวลานั้น เขาจะสงสารพวกเราไหม เขาจะปล่อยพวกเราไหม
เราฆ่าคนตระกูลเว่ยไปเจ็ดพันกว่าคนต่อหน้าพวกเขา หากมีคนรอดไปได้ เมื่อเขามีพลัง เขาจะไม่กลับมาแก้แค้นหรือ
ถึงตอนนั้นจะให้ใครมาปกป้องคนในตระกูล อาศัยความเมตตาของพวกเจ้าหรือ
พวกเจ้าไม่ใช่เด็กแล้ว ต่อไปจะพูดจะทำอะไรให้ใช้สมองคิด ข้าจะไม่อธิบายซ้ำอีก เข้าใจหรือไม่"
คำพูดของหลี่อวิ๋นยาวทำให้ทั้งเจ็ดคนก้มหน้าด้วยความละอาย ความคิดถูกกระแทกอย่างแรง เมื่อเงยหน้าขึ้น แม้จะยังมีความสงสาร แต่ไม่มีความเห็นใจอีกแล้ว
"พวกเราเข้าใจแล้ว พี่รอง!"
จนกระทั่งคนตระกูลเว่ยและบริวารกว่าหมื่นคนถูกสังหารจนหมดสิ้น ไม่มีศิษย์รุ่นที่เจ็ดตระกูลหลี่คนใดเอ่ยปากขอร้องอีกเลย
บนท้องฟ้า ร่างสีเขียวและสีดำสองร่างยืนอยู่เหนือเมฆ ดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสงบ ก่อนจะพยักหน้าและบินกลับไปยังค่ายพักแรม