เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ไม่เล่นตามเกม

บทที่ 28 ไม่เล่นตามเกม

บทที่ 28 ไม่เล่นตามเกม


หญิงชราหูหนวกยืนหลังค่อม หอบหายใจแฮ่กๆ ด้วยความเหนื่อยหอบ พลางชี้หน้าด่าเหยียนเหวินเจี๋ยอย่างเกรี้ยวกราด "เหยียนเหล่าเอ้อร์! ไอ้เด็กเปรตไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ยายทวด (บรรพบุรุษ) จะตีแก แกยังกล้าหลบอีกเรอะ? เสียแรงที่ร่ำเรียนหนังสือมาแท้ๆ ถุย!"

เหยียนเหวินเจี๋ยหัวเราะในลำคอ "นี่คุณยายทวด เป็นบรรพบุรุษของใครมิทราบ? บ้านตระกูลเหยียนของผมไม่มีหรอกนะ 'บรรพบุรุษ' ที่ยังมีชีวิตอยู่น่ะ นอนคุยกับรากมะม่วงกันหมดแล้ว ถ้าคุณอยากเจอ สงสัยต้องลงไปคุยกันในนรกแล้วล่ะ"

เดิมทีเหยียนปู้กุ้ยย้ายมาจากต่างถิ่นเพื่อเข้ามาอยู่ในกรุงปักกิ่งช่วงทศวรรษ 1940 เขาจึงไม่มีญาติพี่น้องที่นี่ และตามคำบอกเล่าของพ่อ ที่บ้านเกิดก็ไม่หลงเหลือญาติแล้วเช่นกัน

"ไอ้ลูกสัตว์! แก..."

หญิงชราหูหนวกได้ยินดังนั้นก็โกรธจนตัวสั่น ถ้าไม่ใช่เพราะหมดแรงจนหอบ เธอก็คงพุ่งเข้าไปฟาดเหยียนเหวินเจี๋ยให้ตายคาไม้เท้าไปแล้ว

ไล่ให้ไปเจอบรรพบุรุษ?

นี่มันแช่งให้เธอรีบตายไม่ใช่หรือไง?

จะไม่ให้เธอโกรธได้ยังไงไหว?

ในจังหวะนั้นเอง อี้จงไห่ก็ตวาดขึ้นมา "เหยียนเหวินเจี๋ย! แกยังมีความเคารพต่อ 'ยายทวด' อยู่บ้างไหม? ในเมื่อท่านเปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของพวกเรา ถ้าท่านจะตีแก แกก็แค่ยืนเฉยๆ ให้ตี ทำไมต้องหลบ? เกิดท่านเหนื่อยจนเป็นลมเป็นแล้งไปจะทำยังไง?"

เหยียนเหวินเจี๋ยหลุดขำออกมาทันที พร้อมกับยิ้มเยาะ "อี้จงไห่ นั่นมันบรรพบุรุษของลุง ไม่ใช่ของผม อีกอย่างผมก็ไม่ได้โง่ เรื่องอะไรจะยืนเฉยๆ ให้ตี? แต่ถ้าลุงอยากโดนตีนัก ผมช่วยสงเคราะห์ให้ก็ได้นะ ไม่คิดเงิน"

"เหยียนเหวินเจี๋ย!"

อี้จงไห่คำรามลั่นด้วยความเดือดดาล "ยายทวดคือปูชนียบุคคลของคนทั้งลานบ้าน! สมัยก่อนท่านเคยส่งรองเท้าให้กองทัพแดง ท่านเป็นถึงครอบครัววีรชน! แกกล้าลบหลู่ท่านเรอะ? นี่แกคิดจะเป็นปฏิปักษ์กับชาติบ้านเมืองหรือไง?"

ไอ้เด็กเวรนี่ นอกจากจะไม่เรียกเขาว่าพ่อใหญ่แล้ว ยังกล้าเรียกชื่อเขาห้วนๆ อีก ช่างไม่มีกฎระเบียบเอาเสียเลย

สิ้นเสียงคำขู่นั้น หญิงชราหูหนวกก็เชิดหน้าขึ้นทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความลำพองใจ

เธอใช้งัดข้ออ้างเรื่องครอบครัววีรชนมาใช้หลายครั้ง และทุกครั้งที่งัดออกมา อีกฝ่ายก็จำต้องยอมจำนน

อย่าว่าแต่รังแกครอบครัววีรชนเลย แค่พูดจาไม่เข้าหู ถ้าจะเอาเรื่องกันจริงๆ ก็ถือเป็นความผิดร้ายแรงได้

ดังนั้น ทุกครั้งที่เธอเปิดเผยสถานะครอบครัววีรชน ประกอบกับความอาวุโสของเธอ แทบไม่มีใครในละแวกนี้กล้าตอแยด้วย

ไม่อย่างนั้น ทำไมทุกบ้านในลานบ้านถึงต้องแบ่งของอร่อยมาประเคนให้เธอล่ะ?

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิธีการจัดการของอี้จงไห่ และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะสถานะครอบครัววีรชนของเธอนี่แหละ

"โฮ่... ข้อหาฉกาจฉกรรจ์เหลือเกินนะ ผมรับไว้ไม่ไหวหรอก"

เหยียนเหวินเจี๋ยยิ้มเยาะ "แต่ต่อให้เป็นครอบครัววีรชน ก็ใช่ว่าจะเที่ยวไล่ตีชาวบ้านเขาไปทั่วได้ตามอำเภอใจนี่ จริงไหม?"

"ฉันจะตีแก ไอ้เด็กสารเลว"

หญิงชราหูหนวกแค่นเสียง "แกบังอาจตีหลานชายคนโตของฉัน ฉันก็ต้องแก้แค้นให้เขา"

หือ?

เหยียนเหวินเจี๋ยแสร้งทำหน้างง "นี่คุณยายทวด ถ้าผมจำไม่ผิด ยายตัวคนเดียวไม่ใช่เหรอ? ไปเอาหลานชายคนโตมาจากไหน?"

หญิงชราหูหนวกตวาดกลับ "ซาจู้คือหลานชายคนโตของฉัน! แกตีเขา ฉันก็จะตีแก... เหยียนเหล่าเอ้อร์ ถ้าวันนี้แกไม่ยอมให้ฉันตี ฉันจะมาทุบกระจกหน้าต่างบ้านแกทุกวันคอยดู!"

พอได้ยินแบบนี้ หน้าของเหยียนปู้กุ้ยก็บิดเบี้ยวด้วยความขมขื่นทันที

ขืนเป็นอย่างนั้น บ้านตระกูลเหยียนคงหาความสงบสุขไม่ได้อีกแล้ว

ประเด็นสำคัญคือ ยายแก่อายุขนาดนี้แล้ว ใครจะไปกล้าแตะต้องแก?

ดังนั้น คงทำได้แค่ก้มหน้ารับชะตากรรม เพราะยายเฒ่าคนนี้ก็ใช้วิธีเดียวกันนี้เล่นงานคนที่ทำให้แกไม่พอใจมาแล้วนักต่อนัก ไม่ใช่เพิ่งจะทำครั้งแรกหรือครั้งที่สอง

จะเรียกว่าเป็นผู้มีอิทธิพลขาใหญ่ประจำลานบ้านก็คงไม่ผิดนัก

"อ๋อ... ที่แท้ก็ซาจู้นี่เอง!"

เหยียนเหวินเจี๋ยหัวเราะ "สมควรโดนแล้วครับ ใครใช้ให้มันแส่เรื่องชาวบ้านล่ะ? นางเจี่ยจางเป็นแม่มันเหรอ? หรือว่าฉินไหวหรูเป็นเมียมัน? ถึงได้รีบเสนอหน้าออกมาปกป้องซะขนาดนั้น คนไม่รู้คงนึกว่าเจี่ยตงซวี่ตายไปแล้วมั้ง!"

พรืดดด~

ถึงตอนนี้ เพื่อนบ้านจำนวนมากที่ออกมามุงดูเหตุการณ์ พอได้ยินเหยียนเหวินเจี๋ยขยี้ประเด็นนี้อีกรอบ ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา

เหยียนเหล่าเอ้อร์ปากคอเราะร้ายจริงๆ

ถึงขนาดกล้าสาปแช่งคนต่อหน้าต่อตาแบบนี้

และแน่นอน พอเจี่ยตงซวี่ได้ยินเข้า หน้าก็แดงก่ำด้วยความโกรธ ดวงตาตี๋เล็กจ้องเขม็งไปที่เหยียนเหวินเจี๋ยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

แต่พอเห็นภาพที่เหยียนเหวินเจี๋ยซัดซาจู้หมัดเดียวจอด เขาก็ไม่กล้าขยับตัวทำอะไร

อี้จงไห่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ลูกศิษย์คนนี้กตัญญูก็จริง แต่ขี้ขลาดตาขาวไปหน่อย

โดนคนเขาพูดจาดูถูกขนาดนี้ ยังเลือกที่จะกลืนความโกรธลงท้อง

ในเวลาแบบนี้ ต่อให้สู้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องแสดงจุดยืนออกมาบ้าง

อีกอย่าง มีเขากับยายทวดหนุนหลังอยู่ เหยียนเหล่าเอ้อร์คงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาภาพลักษณ์ในใจลูกศิษย์ เขาจำต้องออกโรงช่วยพูด "เหยียนเหวินเจี๋ย ระวังปากหน่อย! ขืนพูดจาพล่อยๆ แบบนี้ออกไป จะให้สะใภ้เจี่ยกับซาจู้เอาหน้าไปไว้ที่ไหน?"

"อ้าว ก็ไม่ใช่พวกคุณหรอกเหรอที่หาเรื่องก่อน?"

เหยียนเหวินเจี๋ยยิ้มเยาะ แล้วหันไปมองหญิงชราหูหนวก พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "ยายทวด อยากจะทุบก็เชิญทุบได้เลยครับ! ผมไม่ขัดข้อง..."

"เจ้ารอง แก..."

เหยียนปู้กุ้ยร้อนรนจนนั่งไม่ติดทันที เจ้ารองไม่ได้เป็นคนหาเงินเข้าบ้าน ย่อมไม่รู้ว่าค่าครองชีพมันสูงแค่ไหน กระจกบานหนึ่งอย่างน้อยก็ต้องห้าสิบเฟิน!

ขืนโดนทุบวันละบานสองบาน หัวใจเขาคงแหลกสลายตายพอดี

แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เหยียนเหวินเจี๋ยก็ยกมือห้ามพ่อไว้

เหยียนเหวินเจี๋ยพูดต่อว่า "อย่างไรก็ตาม ผมเองก็ไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ ถ้ายายทุบกระจกบ้านผม ผมก็จะไปทุบกระจกบ้านซาจู้ ไม่ใช่แค่นั้น ทุกครั้งที่ผมเจอหน้าซาจู้ ผมจะซ้อมมันให้น่วมทุกครั้งไป"

ดวงตาของเหยียนปู้กุ้ยเป็นประกายวาววับทันทีที่ได้ยิน

ลูกรองเดินหมากตานี้ได้ฉลาดล้ำเลิศ!

ยายทวดแก่ปานนั้น พวกเขาแตะต้องตัวไม่ได้แน่นอน

แต่พวกเขาสามารถแตะต้องซาจู้ได้ ในบ้านสี่ประสานแห่งนี้ ยายทวดห่วงใครมากที่สุด? คำตอบคือซาจู้อย่างไม่ต้องสงสัย

จะจัดการยายแก่ ก็ต้องเล่นงานที่จุดอ่อนของแก นั่นคือซาจู้

ทว่า กลยุทธ์นี้ทั้งลานบ้านคงมีแต่เหยียนเหวินเจี๋ยคนเดียวที่ใช้ได้

เพราะเขาเป็นคนเดียวที่มีฝีมือต่อสู้เหนือกว่าซาจู้ ถ้าเป็นคนอื่นคงใช้วิธีนี้ไม่ได้ผล

และก็เป็นไปตามคาด

หญิงชราหูหนวกโกรธจัดจนควันออกหู ตะโกนด่าว่า "แกไม่กล้าหรอก! ถ้าแกกล้าแตะต้องซาจู้ของฉัน ฉันจะผูกคอตายที่หน้าประตูบ้านแก!"

นี่ยังคงเป็นมุกไม้ตายเดิมๆ ของแก ทุกครั้งที่ประโยคนี้หลุดออกมา ทุกคนต้องยอมถอย

ยังไงเสีย แกก็แก่ไม้ใกล้ฝั่ง อยู่ได้อีกไม่กี่ปี คนอื่นจึงไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ

เพราะไม่ว่าจะจบยังไง ฝ่ายที่เสียหายก็คือพวกเขาอยู่ดี

"จริงเหรอครับ? ผมไม่เชื่อหรอก!"

เหยียนเหวินเจี๋ยมองดูหญิงชราด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น แล้วหันไปพูดกับเหยียนปู้กุ้ยว่า "พ่อ ที่บ้านเรามีเชือกไหม? เอามาช่วยสงเคราะห์ให้ยายทวดแกสมปรารถนาหน่อยสิ"

พอได้ยินแบบนี้ เหยียนปู้กุ้ยหน้าแดงก่ำ ต้องพยายามกลั้นขำสุดชีวิต เพราะสถานการณ์ตอนนี้มันไม่ควรขำ

เจ้าลูกคนนี้อ่านเกมขาดว่ายายแก่ไม่มีวันยอมตายจริงๆ!

ก็แหงล่ะ ใครจะยอมตายทั้งที่ยังมีความสุขดีอยู่?

คำขู่ของยายทวดก็เป็นแค่เสือกระดาษเอาไว้ขู่คนขวัญอ่อนเท่านั้น

แต่คนอื่นไม่กล้าเสี่ยงไง!

ถึงจะรู้ว่าขู่ แต่ถ้าวันดีคืนดีแกบ้าจี้ทำจริงขึ้นมาล่ะ?

แต่วันนี้ กลยุทธ์ไร้พ่ายของแกดันมาเจอเข้ากับ 'คนจริง' อย่างเหยียนเหล่าเอ้อร์ ที่เป็นประเภทคนบ้าไม่กลัวคนโหด

หญิงชราหูหนวกยืนตะลึงงัน ทำอะไรไม่ถูก แกกลัวจริงๆ ว่าเหยียนปู้กุ้ยจะไปหยิบเชือกมาให้

ถึงตอนนั้น แกจะทำยังไง? จะผูกคอตายจริง หรือจะแกล้งปวดหัวแล้วหนีเข้าบ้านดี?

เหยียนเหล่าเอ้อร์... เจ้าเด็กบ้านี่ มันไม่เล่นตามเกมเลยจริงๆ!

จบบทที่ บทที่ 28 ไม่เล่นตามเกม

คัดลอกลิงก์แล้ว