เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ราชาหนูผู้พังทลาย

บทที่ 7 ราชาหนูผู้พังทลาย

บทที่ 7 ราชาหนูผู้พังทลาย


บทที่ 6: โล่ผลึกทมิฬ

"สุดยอดไปเลยวุ้ย!!!"

สวีเฟิงคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งตัวออกมาจากถ้ำ

รูปลักษณ์ของเขาในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ร่างกายมีขนาดใหญ่โตขึ้น ลวดลายบนลำตัวดูจางลงกว่าเก่า แต่กลับมีลวดลายใหม่ปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผาก

หากไม่สังเกตให้ดี อาจจะคิดว่าเขามีดวงตาที่สามตั้งตระหง่านอยู่กลางหน้าผากเลยทีเดียว

แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดเห็นจะเป็นหาง ที่ตอนนี้มีความยาวเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า แถมที่ปลายหางยังมีหนามเล็กๆ งอกออกมาด้วย

สิ่งนี้ทำให้สวีเฟิงมีรูปแบบการโจมตีใหม่เพิ่มขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย

"ดีมาก ข้าพอใจสุดๆ!"

ครั้งแรกที่สวีเฟิงเห็นหางใหม่ของตัวเอง เขาก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูกจนอดใจไม่ไหวที่จะลองควบคุมมัน

จากนั้นเขาก็ใช้งายหางเกาหลังตัวเอง

"อา... ฟินชะมัด"

เขารู้สึกคันยุบยิบที่แผ่นหลังมาสักพักแล้ว แต่ที่ผ่านมาเอื้อมไปเกาไม่ถึงสักที

หลังจากเพลิดเพลินกับการบริการจากหางของตัวเองอย่างมีความสุข สวีเฟิงถึงเพิ่งนึกขึ้นได้และเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดู

【ชื่อ: สวีเฟิง】

【เผ่าพันธุ์: แมววิญญาณเกราะทมิฬ】

【ขอบเขต: กลั่นลมปราณ ชั้น 7 (1/400)】

【ทักษะ: พันธนาการ, กรงเล็บคมกริบ, ศรวารี, เขี้ยวคม, โล่ผลึกทมิฬ】

【ความสามารถพรสวรรค์: ดูดซับปราณวิญญาณ, เร่งความเร็ว】

【ค่าวิวัฒนาการ: 0/500】

"มีสกิลใหม่อีกแล้ว?"

"โล่ผลึกทมิฬงั้นรึ?"

สวีเฟิงมองชื่อสกิลบนหน้าต่างระบบด้วยสีหน้าเบิกบานใจ

"ฟังจากชื่อแล้ว น่าจะเป็นสกิลสายป้องกัน"

"ต้องหาที่ลองทดสอบความแข็งแกร่งของมันหน่อยแล้ว"

ในที่สุดเขาก็มีสกิลป้องกันกับเขาเสียที สวีเฟิงรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก เพราะนั่นหมายความว่าโอกาสในการเอาชีวิตรอดของเขาสูงขึ้น และเขาสามารถใช้ชีวิตในโลกนี้ได้อย่างสบายใจมากขึ้นอีกเปราะหนึ่ง

ทว่า จะสบายใจได้มากแค่ไหนนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับพลังป้องกันของ 'โล่ผลึกทมิฬ' ด้วย

เมื่อคิดได้ดังนั้น สวีเฟิงจึงมุ่งหน้าไปยังป่าผลึกทมิฬ โดยหมายตาเจ้าปีศาจเสือตัวนั้นไว้เป็นคู่ซ้อมมือ

แต่เมื่อไปถึงถิ่นของปีศาจเสือ เขากลับไม่เจอเจ้าพี่เสือตัวนั้น

"สงสัยจะออกไปล่าเหยื่อมั้ง"

สวีเฟิงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขาเงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า

เขาไม่ได้คิดจะกินต้นผลึกทมิฬที่เหลืออยู่ไม่กี่ต้นต่อ แต่ตัดสินใจมุ่งหน้าตรงไปยังหลุมหนูแทน ช่วงเที่ยงๆ แบบนี้ พวกหนูขี้เกียจพวกนั้นต้องกำลังนอนหลับอุตุอยู่แน่นอน

สวีเฟิงจะสั่งสอนให้พวกมันรู้สำนึกว่า จุดจบของหนูขี้เซาที่ชอบนอนกินบ้านกินเมือง... คือการกลายเป็นอาหารแมว!

...

"หัวหน้า, เจ้าเอ้อต้าน, เจ้าหัวโต, เจ้าขนเหลือง..."

ในเวลานี้ หนูส่วนใหญ่ในหลุมหนูมารวมตัวกันจนครบ ผิดกับนิสัยเกียจคร้านตามปกติที่เห็นเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง

"เข้าเรื่องสักที!"

หนูตัวใหญ่สีดำทมิฬที่ยืนอยู่กลางฝูงหนูตบหน้าหนูขนเหลืองที่กำลังรายงานข่าวด้วยความโมโห

"ครับๆๆ"

หนูขนเหลืองที่โดนตบรีบพูดลนลาน "พวกมันยังไม่กลับมาเลยครับ"

"ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าพวกมันยังไม่กลับมา ไม่งั้นข้าจะถามเอ็งเรอะ?"

ราชาหนูใช้ขาสั้นๆ ของมันเตะหนูขนเหลืองกระเด็นไปอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันไปถามหนูสีดำตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ

"หัวหน้าครับ พวกมันตายหมดแล้ว ข้าเจอไส้ของพวกมันตกอยู่ในดงหญ้าด้านหลัง"

เจ้าหนูขนดำตัวเล็กปรายตามองเจ้าขนเหลืองอย่างดูแคลน ผลักมันออกไปให้พ้นทาง แล้วหันมารายงานราชาหนูด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"ข้าสงสัยว่าพวกมันน่าจะโดนปีศาจตนอื่นจับกิน"

"ข้าสงสัยว่าสมองเอ็งก็คงโดนกินไปด้วยมั้ง!"

ราชาหนูโกรธจัดจนเตะเจ้าหนูขนดำกระเด็นไปอีกตัว เห็นทำหน้าจริงจังนึกว่าจะรู้ตัวคนร้าย ที่ไหนได้ดันเดาซั่วๆ แค่นี้เนี่ยนะ?

"สิ่งที่ข้าต้องการคือตัวคนร้าย ข้าจะเอาตัวคนร้าย!"

"ช่างเถอะ ข้าจะออกไปตามหามันเอง"

ราชาหนูกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นลูกสมุนหนูที่ดูพึ่งพาไม่ได้สักตัว จึงตัดสินใจว่าตนเองนี่แหละคือที่พึ่งแห่งตน

"พวกเอ็งเฝ้าบ้านไว้ ข้าจะรีบไปรีบกลับ"

"รับทราบครับหัวหน้า!"

เมื่อเห็นราชาหนูจะออกโรงเอง เหล่าหนูต่างขานรับอย่างพร้อมเพรียง

ราชาหนูรู้สึกเบาใจขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงตอบรับอันแข็งขัน ก่อนจะวิ่งออกไปทางทิศไกล

และทันทีที่เห็นราชาหนูจากไป ฝูงหนูทั้งหลายก็สลายตัวทันที ต่างพากันกลับเข้าโพรงของใครของมันเพื่อ... นอนต่อ

...

"หืม? นั่นมันหนูยักษ์นี่นา!"

สวีเฟิงที่กำลังควบตะบึงมา จู่ๆ ก็เห็นเงาดำขนาดใหญ่พุ่งผ่านหน้าไป

อย่างไรก็ตาม สวีเฟิงไม่ได้สนใจมัน เขาจับทิศทางลมแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของหลุมหนู ซึ่งเป็นทิศตรงข้ามกับที่เขาเคยมาครั้งก่อน

เมื่อมาถึงจุดที่เหมาะสม สวีเฟิงก็บังเอิญพบกับหนูกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 3-5 ตัว

สวีเฟิงสัมผัสพลังของพวกมัน พบว่าพวกมันล้วนมีระดับพลังอยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 4

"ลองของใหม่หน่อยดีไหมนะ?"

เมื่อมองดูหนูเหล่านี้ สวีเฟิงก็อดนึกถึงสกิล 'โล่ผลึกทมิฬ' ขึ้นมาไม่ได้

จากนั้นสวีเฟิงจึงเลิกซ่อนตัว เขาเปิดใช้งานสกิลทันทีแล้วพุ่งเข้าใส่หนูตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด

"อ๊าก!"

หนูตัวที่โดนสวีเฟิงตะปบ ร้องโหยหวนได้เพียงคำเดียวก่อนจะสิ้นใจไปทันที

"ศัตรูบุก!"

หนูตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดเห็นสวีเฟิงเข้าพอดี จึงรีบปลุกเพื่อนๆ ตัวอื่น

สวีเฟิงไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย พื้นที่ตรงนี้ห่างไกลจากศูนย์กลางมาก ต่อให้พวกมันตะโกนดังแค่ไหน ก็คงมีแค่ไม่กี่ตัวแถวนี้ที่ได้ยิน

"ฆ่ามัน!"

"แก้แค้นให้เจ้าอ้วน!"

หนูตัวอื่นๆ เริ่มได้สติและพากันพุ่งเข้าใส่สวีเฟิง

"โล่ผลึกทมิฬ!"

สวีเฟิงร่ายสกิลในใจ ทันใดนั้นโล่ทรงกลมโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นรอบตัวสวีเฟิง ครอบคลุมทั้งร่างของเขาและร่างของเจ้าหนูอ้วนที่เพิ่งตายไป

การโจมตีของหนูพวกนั้นเมื่อกระทบกับโล่ผลึกทมิฬ ก็เบาหวิวราวกับโดนสะกิด

หลังจากการระดมโจมตีผ่านไปชุดใหญ่ สวีเฟิงยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง

ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะโดนรุมโจมตีขนาดนี้ แต่พลังวิญญาณของสวีเฟิงกลับลดลงไปเพียงน้อยนิดเท่านั้น

"เดี๋ยวป๋าจะกินโชว์พวกเอ็งให้ดู!"

ตอนนี้สวีเฟิงเลิกสนใจพวกมันโดยสิ้นเชิง เขาเริ่มฉีกกินซากหนูตรงหน้าต่อหน้าต่อตาหนูตัวอื่นที่อยู่นอกโล่

【กลืนกินหนูขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 4, ค่าวิวัฒนาการ +1, ค่าบำเพ็ญเพียร +2】

【กลืนกินหนูขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 4, ค่าวิวัฒนาการ +1, ค่าบำเพ็ญเพียร +1】

【...】

"หนอยแน่ะแก!"

คราวนี้พวกหนูที่เหลือต่างโหมโจมตีหนักหน่วงยิ่งขึ้น งัดสารพัดท่าออกมาใช้ แต่ก็ทำอะไรโล่ผลึกทมิฬของสวีเฟิงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"ไปตามคนมาช่วย!"

ในที่สุด หนึ่งในหนูที่ดูจะฉลาดกว่าเพื่อนหน่อยก็เริ่มได้สติ

"สู้ไม่ได้ก็จะไปฟ้องพวกงั้นรึ?"

เมื่อเห็นพวกมันเริ่มมีปฏิกิริยา สวีเฟิงก็เลิกออมมือ เขาปลดโล่ผลึกทมิฬออก แล้วเริ่มเปิดฉากสังหารหมู่

หนูไม่กี่ตัวนั้นหรือจะหนีพ้นสวีเฟิงที่เปิดใช้งานสกิล 'เร่งความเร็ว' ตัวที่วิ่งไปได้ไกลสุดก็แค่สิบเมตรเท่านั้น

นี่ขนาดยังไม่นับว่าสวีเฟิงติดนิสัยแมวที่ชอบเล่นกับเหยื่อก่อนฆ่านะ ไม่อย่างนั้นพวกมันคงวิ่งไปได้ไม่ถึงสองเมตรด้วยซ้ำ

"ได้เวลาบุฟเฟต์!"

หลังจากจัดการพวกมันเรียบ สวีเฟิงก็ลากซากหนูมารวมกองกันแล้วเริ่มลงมือทาน

【กลืนกินหนูขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 4, ค่าวิวัฒนาการ +1, ค่าบำเพ็ญเพียร +1】

【กลืนกินหนูขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 3, ค่าวิวัฒนาการ +0.5, ค่าบำเพ็ญเพียร +1】

【กลืนกินหนูขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 5, ค่าวิวัฒนาการ +1.5, ค่าบำเพ็ญเพียร +2】

...

"โธ่เว้ย ทำไมยังไม่โผล่หัวมาอีก?"

ราชาหนูเดินทางมาถึงจุดที่เอ้อต้านและลูกสมุนถูกกิน โดยตั้งใจจะดักรอจับคนร้าย

แต่นี่ก็ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว เขายังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้ต้องสงสัย

"หรือพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดี?"

รอมานานขนาดนี้ก็คว้าน้ำเหลว ราชาหนูเริ่มถอดใจ แต่ความคิดนั้นก็ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว

"ไม่ได้ ถ้ากลับไปตอนนี้ พวกนั้นต้องหัวเราะเยาะข้าแน่ เผลอๆ อาจจะโดนท้าชิงตำแหน่งด้วย"

ราชาหนูรู้ดีว่าตำแหน่งของตนนั้นไม่ได้มาอย่างใสสะอาด เขาจึงกลัวการโดนท้าชิงและกลัวจะเสียเก้าอี้ราชาหนูที่อุตส่าห์แย่งชิงมาได้

เหตุผลที่เขาหวาดระแวงขนาดนี้ ก็เพราะเขาได้ตำแหน่งราชาหนูมาจากการลอบกัดราชาองค์ก่อนตอนที่มันกำลังอ่อนแอนั่นเอง

ดังนั้น เขาจึงกัดฟันรอต่อไปตลอดทั้งบ่าย

จนกระทั่งความอดทนหมดลงโดยสิ้นเชิง เขาจึงตัดสินใจกลับไปยังหลุมหนู แต่ภาพที่เห็นเมื่อกลับไปถึงก็ทำเอาเขาต้องยืนตะลึงจนตาค้าง

สภาพของฝูงหนูที่นอนตายเกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด!

"ใครมันบังอาจทำเรื่องแบบนี้!!!"

จบบทที่ บทที่ 7 ราชาหนูผู้พังทลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว