เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 24 เพียงหนึ่งกระบี่, แย่งชิงกระดูกวานรยักษ์

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 24 เพียงหนึ่งกระบี่, แย่งชิงกระดูกวานรยักษ์

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 24 เพียงหนึ่งกระบี่, แย่งชิงกระดูกวานรยักษ์


ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 24 เพียงหนึ่งกระบี่, แย่งชิงกระดูกวานรยักษ์

“ปรมาจารย์แห่งขุนเขาเมฆาม่วง” เซียวอี้อ้าปากค้างและแอบดีใจ โชคดีที่เป็นหลินเฟิงไม่ใช่ตน

“ฮิฮิ หลินเฟิง เจ้าตายอย่างแน่นอน! ใครบอกให้เจ้าทำตัวสูงส่งและยิ่งใหญ่ต่อหน้าข้า ปรมาจารย์แห่งขุนเขาทั้งเจ็ดซึ่งเป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดในสำนักเยียวยาสวรรค์นั้นทรงอำนาจมากสุดรองจากเจ้าสำนัก การยั่วยุเขาก็เหมือนกับการยั่วยุสำนักเยียวยาสวรรค์ทั้งหมด เจ้าเป็นเพียงกระตูลหลินตัวเล็ก ๆ เจ้าไม่มีค่าในสายตาพวกเขาด้วยซ้ำ”

แม้ว่าเขาจะแอบดีใจ แต่เซียวอี้ก็รู้สึกแย่มากเช่นกัน ยิ่งภูมิหลังของอีกฝ่ายน่ากลัวมากเท่าไหร่ภาพลักษณ์ของเขาในฐานะลูกชายคนโตก็จะยิ่งมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น เขาต้องเป็นคนซื่อสัตย์ แม้ว่าเย่ชิวจะมาเยือนที่ตระกูลเซียวเพื่อตรวจสอบเขาก็จะปฏิบัติเป็นลูกกตัญญู แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ลืมสิ่งที่เย่ชิวพูดกับเขาในตอนนั้น สิ่งนี้ทำให้เขากลัวแทบตาย

“นายน้อย!” เมื่อได้ยินว่าเย่ชิวเป็นปรมาจารย์แห่งเจ็ดขุนเขาของสำนักเยียวยาสวรรค์ผู้อาวุโสสองคนที่อยู่เบื้องหลังหลินเฟิงก็เดินออกมาทันทีและดึงหลินเฟิงกลับมา

ชายชราคนหนึ่งกล่าวขอโทษด้วยสีหน้าเศร้าโศกว่า “สหายเต๋า นายน้อยของข้ายังเด็ก อาจหลงลืมตัว เนื่องจากเขาทำให้เจ้าขุ่นเคือง ข้าหวังว่าเจ้าจะให้อภัยเขาสําหรับความผิดพลาดนี้”

“อืม” เย่ชิวหยอกล้อว่า “นั่นไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าข้าต้องกล่าวว่า ข้าจะต้องทำอย่างไรนายน้อยหลินจึงจะยกโทษให้ข้าไม่ใช่หรือ เหตุใดตอนนี้ถึงเป็นอีกอย่างได้”

ใบหน้าของชายชรามืดมนกว่าเดิม เขาเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเย่ชิวหมายถึงอะไร

ในเวลานี้ชายชราอีกคนข้าง ๆ กล่าวด้วยความโมโห “เจ้าอย่าลากตัวเองลงหลุม! เราได้ขอโทษไปแล้ว ตระกูลหลินของเราก็มีอารมณ์โมโหได้เช่นกัน”

เย่ชิวรู้สึกขบขัน เขากางมือออกและทําท่าทางให้หลินชิงจู้ล่าถอย “ไม่มีที่ว่างสําหรับการสนทนางั้นหรือ ดียิ่ง! หากเจ้ามีอารมณ์ ข้าก็ชอบมันเช่นกัน...” ทันทีที่เขากล่าวจบกลิ่นอายของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกลิ่นอายขอบเขตชีวาเร้นลับก็ปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์

การแสดงออกของชายชราสองคนเปลี่ยนไปและพวกเขาก็ผลักหลินเฟิงกลับทันที ทั้งสองคนต่างตั้งท่าป้องกันเขาในเวลาเดียวกัน

การต่อสู้กําลังจะเริ่มขึ้น เย่ชิวยืนอยู่คนเดียวในอากาศ เขาชี้ไปด้วยมือขวาเบา ๆ ต้นไม้โดยรอบทั้งหมดก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับโดนลมพัด

“ฟู่ววว...”

“เป็นปราณกระบี่ที่น่าตกใจอะไรเช่นนี้!”

หมิงเยว่แอบตกใจ แม้ว่านางจะคาดเดาได้แล้วว่าความแข็งแกร่งของเย่ชิวนั้นไม่ได้ธรรมดา แต่นางก็ไม่ได้คาดหวังว่าฝีมือกระบี่ของเขาจะมาถึงขอบเขตดังกล่าวแล้ว

หมิงเยว่ตกใจมากขึ้นเมื่อนางรู้สึกถึงปราณกระบี่อันแหลมคมที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวนาง

เมื่อกลิ่นอายถูกเปิดเผยออกมา ทุกคนโดยรอบก็ถูกดึงดูดทันีท ต่างคนต่างงงงวยและพูดคุยกันสนุกปาก

“ใครกําลังต่อสู้กันหรือ”

“ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสสองคนจากตระกูลหลินกําลังต่อสู้กับชายหนุ่มคนหนึ่ง”

“ใครกัน”

ทุกคนต่างงงงวย แต่พวกเขาสามารถสัมผัสได้ว่าปราณกระบี่ของชายหนุ่มคนนั้นน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

พืชพรรณโดยรอบต่างเคลื่อนไหวไปพร้อมกับปราณกระบี่ของเขา มีความแหลมคมอย่างหาที่เปรียบมิได้ ท่ามกลางลมที่รุนแรงนี้ ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากพืชพรรณเหล่านี้ได้เช่นกัน

เมื่อปราณกระบี่ถูกเปิดเผยออกมา วานรยักษ์ด้านล่างก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายทันที

“โฮก...” ด้วยเสียงคํารามที่โกรธเกรี้ยว วานรยักษ์เริ่มการสังหารผู้คนโดยรอบ

ท่ามกลางท้องฟ้าเย่ชิวได้เฝ้าดูการเคลื่อนไหวของวานรยักษ์ตลอดเวลา เขาเห็นว่าวานรยักษ์ต้องการหลบหนีออกไปจากวงล้อมและเขาไม่ต้องการยุ่งกับชายชราสองคนนั้นอีกต่อไป

“เวลาของข้ามีจํากัด! มาลองดูว่าข้าสามารถจบเรื่องนี้ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียวได้หรือไม่ หากข้าทำไม่ได้ ก็ลืมมันไปเถอะ...” หลังจากกล่าวเช่นนั้นเย่ชิวก็ชี้นิ้วของเขาและเงามืดกระบี่ขนาดมหึมาก็ฟาดลงมาจากด้านบนทันที

พืชพรรณในดินแดนรกร้างสามร้อยลี้ต่างพริ้วไหวราวกับเจอพายุ

ชายชราสองคนดูราวกับว่าพวกเขากําลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ใบหน้าของพวกเขาต่างซีดเซียว แต่พวกเขาไม่กล้าล่าถอย หากถอยหลินเฟิงก็จะตาย

“ไป!” ทั้งสองคนมองหน้ากันและตัดสินใจต้านกระบี่เล่มนี้ด้วยกัน อีกฝ่ายยังคงกล่าวด้วยว่าหากพวกเขาหยุดกระบี่ได้ พวกเขาก็จะรอด

ในชั่วพริบตากลิ่นอายทรงพลังทั้งสองก็ได้ปะทุขึ้น ชายชราสองคนยืนหยัดต้านกระบี่ยักษ์และดึงอาวุธอันล้ำค่าทั้งหมดออกมา จากนั้นก็ส่งสิ่งของขึ้นไป

ปัง

ราวกับว่ามีฝนกระบี่อยู่ทั่วท้องฟ้า ภายใต้ผลกระทบอันทรงพลังนี้ยอดฝีมือขอบเขตชีวาเร้นลับทั้งสองคนถูกส่งกระเด็นออกไปทันที

“อั่ก...” ทั้งคู่พ่นเลือดออกมาเต็มปาก พวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

“นี่... เป็นไปได้อย่างไร พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่การโจมตีเดียวหรือ” หัวใจของหลินเฟิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและใบหน้าของเขาเริ่มซีดเซียว เมื่อครู่นี้เขาเกือบเสียชีวิตไปแล้ว

“อืม ดูเหมือนว่าข้ายังไม่คุ้นเคยมากนัก!” เมื่อเห็นว่าศัตรูยังไม่ตายเย่ชิวก็ได้แต่ส่ายหัวด้วยความผิดหวังและไม่ลงมือต่อ

ปัจจุบันเขาได้ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวนั่นคือ พร่างพรายในพงหญ้า และทำให้ยอดฝีมือขอบเขตชีวาเร้นลับบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าเขาจะไม่ได้สังหารคู่ต่อสู้ แต่เย่ชิวก็ยังคงพอใจกับผลของการโจมตีครั้งนี้มาก ท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็ได้ใช้อาวุธล้ำค่าตอบโต้เช่นกัน มิฉะนั้นพวกเขาคงตายไปแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ได้ใช้กระบี่เซียนเมฆาด้วยซ้ำ

เมื่อพวกเขาเห็นเย่ชิวแสดงความสามารถ หลินชิงจู้ หมิงเยว่ และศิษย์ขุนเขาวารีนภาต่างก็ตกใจ

“อาจารย์ลุงเย่น่ากลัวเพียงนี้ลยหรือ” เสียงของหลิวรู่หยานสั่นสะท้านเมื่อนางพูด พวกเขาไม่คิดว่าอาจารย์ลุงเย่ที่อ่อนโยนคนนี้มีด้านที่ทรงอำนาจเช่นนี้ น่าทึ่งยิ่งนัก

“ดูเหมือนว่าข่าวลือจะเป็นเท็จ อาจารย์ลุงเย่ของเราไม่ใช่ขยะอย่างที่ข่าวลือบอก แต่เขาเป็นยอดฝีมืออย่างแท้จริง”

“น่าทึ่งเกินไป! ช่างเป็นเคล็ดวิชากระบี่ที่ทรงพลังเหลือเกิน”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ขุนเขาเมฆาม่วงมีเคล็ดวิชากระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้”

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น คิ้วของหมิงเยว่ย่นเข้าหากันแน่น นางมีข้อสงสัยมากมายอยู่ภายในใจ อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ วานรยักษ์ด้านล่างกําลังจะหลุดพ้นจากวงล้อมของผู้คนไปแล้ว

หมิงเยว่ไม่ลังเลอีกต่อไปและลงมาจากด้านบนทันที “เจ้าจะหนีไปไหนได้...”

กลิ่นอายขอบเขตชีวาเร้นลับของนางปะทุขึ้นทันที ทันใดนั้นผู้คนโดยรอบก็ตกตะลึงอีกครั้ง ใครจะไปคิดว่าสตรีที่ยั่วยวนคนนี้เป็นยอดฝีมือขอบเขตชีวาเร้นลับเช่นกัน

“ท่านอาจารย์...”

สิ่งนี้ทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความโกลาหลทันที ท่ามกลางความโกลาหลผู้อาวุโสสองคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเย่ชิวได้ใช้ประโยชน์จากความโกลาหลเพื่อนําหลินเฟิงออกไป

เย่ชิวไม่ได้ไล่ตามพวกเขาไป เขาหันไปมองหลินชิงจู้และกล่าวว่า “รออยู่ที่นี่และอย่าหนีไปไหน ประเดี๋ยวข้าจะกลับมา”

“เจ้าค่ะ...” หลินชิงจู้ไม่กล้าขยับตัวและเดินตามหลังหลิวรู่หยานเท่านั้น เหตุการณ์ตอนนี้วุ่นวายเกินไป หากพวกเขาประมาทพวกเขาอาจจะถูกโจมตี ในฐานะผู้ฝึกตนที่อ่อนแอพวกเขาทำได้เพียงเกาะกลุ่มกันไว้เท่านั้น

เมื่อเห็นเป้าหมาย เย่ชิวก็มุ่งตรงไปยังวานรยักษ์

“โฮก...” วานรยักษ์เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวหลังจากถูกล้อมรอบ เสียงคำรามของมันทำให้อักขระบนกระดูกของมันปรากฏขึ้นมาก

“ฮ่าฮ่า กระดูกล้ำค่าชิ้นนี้เป็นของข้า...” ชายชราคนหนึ่งในชุดคลุมเต๋าสีเทาหัวเราะเสียงดังขณะที่เขาดึงกระบี่สีเลือดและฟาดไปยังวานรยักษ์

บุคคลนี้เป็นผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ภูเขาเซียน ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในขอบเขตชีวาเร้นลับและยังรู้จักหมิงเยว่อีกด้วย

หมิงเยว่ก็ชักฝ่ามือกลับโดยไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก พลังป้องกันของวานรยักษ์นั้นน่าอัศจรรย์ใจเกินไป

“บัดซบ! เราไม่สามารถปล่อยให้ชายชราคนนี้เอากระดูกไปได้!” หมิงเยว่รู้สึกกังวล นางหันหลังกลับและเห็นว่าเย่ชิวได้มาถึงแล้ว

ขณะที่นางกําลังจะพูดอะไรบางอย่าง เย่ชิวก็เดินขึ้นไป

“ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่มีความสามารถพอที่จะเอากระดูกอันล้ำค่านี้ไปได้!” เย่ชิวเยาะเย้ยและขยับมือขวาเล็กน้อย ปราณกระบี่ได้ควบแน่นขึ้นในมือของเขาและเฉือนไปยังวานรยักษ์

“ไม่ดีแล้ว! หยุดเขาไว้...”

หลี่ชางกงตกใจและตะโกนทันทีเมื่อเขาเห็นว่าเย่ชิวกำลังใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อโจมตีเมื่อวานรยักษ์และกำลังพยายามแย่งชิงกระดูกสมบัติในตัววานรออกไป

ทันใดนั้นก็มีคนโจมตีเขาจากด้านข้าง แต่เย่ชิวสามารถหลบการโจมตีได้ ทำให้กระบี่ของเขากระแทกวานรยักษ์อย่างแม่นยํา

“โฮก...” วานรยักษ์ปล่อยเสียงคํารามที่โกรธเกรี้ยวภายใต้ความเจ็บปวด ความแข็งแกร่งของมันลดลงอย่างต่อเนื่องและเลือดก็ได้พุ่งออกมาราวกับน้ำพุ

เมื่อเห็นว่าวานรยักษ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสทุกคนไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ต่างลงมือทันที หวังแย่งชิงกระดูกอันล้ำค่าไป ทว่าไม่คาดคิดว่าเย่ชิวได้แทงกระบี่ของเขาเข้าไปในร่างของวานรยักษ์อย่างเงียบ ๆ และดึงกระดูกสมบัติกลับมา

“บัดซบ...” หลี่ชางกงสาปแช่งและสายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาต้องการแอบโจมตีเย่ชิวในทีเผลอ ทว่าหมิงเยว่ได้สกัดเขาไว้ก่อนแล้ว

“สองคนนี้...” หลี่ชางกงเข้าใจทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำการโจมตีทีเผลออีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้นจากกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่เย่ชิวเพิ่งปลดปล่อยออกมา ความแข็งแกร่งของเย่ชิวอยู่เหนือตัวเขาเอง หากเกิดการต่อสู้ เขาจะต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมแพ้

จบบทที่ ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 24 เพียงหนึ่งกระบี่, แย่งชิงกระดูกวานรยักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว