เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 23 เย่ชิวจากสำนักเยียวยาสวรรค์

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 23 เย่ชิวจากสำนักเยียวยาสวรรค์

ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 23 เย่ชิวจากสำนักเยียวยาสวรรค์


ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 23 เย่ชิวจากสำนักเยียวยาสวรรค์

หลินเฟิงไม่พอใจทันทีเมื่อเห็นว่าเซียวอี้ไม่สนใจเขา เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงอันแปลกใจว่า “เกิดอันใดขึ้น ผู้ใดทำให้ใบหน้าของนายน้อยเซียวของเราซีดเซียวเพียงนี้ นายน้อยเซียวบอกข้ามาได้เลย ข้าจะช่วยเจ้าระบายความโกรธเอง...”

เซียวอี้เหลือบมองอีกฝ่ายอย่างดูถูก “ชิ...” ในขณะที่เขากําลังจะโต้กลับนั้นร่างสีขาวสองร่างก็ค่อย ๆ ร่อนลงมาจากด้านข้างและยืนอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา

เซียวอี้เหลือบมองกลับอย่างสบาย ๆ และทันใดนั้นหัวใจของเขาก็บีบรัดขึ้น “นี่มัน... เขาอีกแล้วหรือ”

ผู้อาวุโสซูซึ่งอยู่ข้างหวังไฮ่ก็อธิบายด้วยน้ําเสียงแผ่วเบาเช่นกัน

หวังไฮ่ได้ยินเรื่องนี้แล้วหันไปมองเย่ชิว เขาสงบลงและต้องการประเมินเย่ชิว ทันใดนั้นปราณกระบี่อันเงียบงันก็ได้โจมตีเขาทันที ทำให้วิญญาณของหวังไฮ่เกือบได้รับบาดเจ็บ

“ฟู่ว... เป็นปราณกระบี่ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! ความชำนาญการใช้กระบี่ของชายผู้นี้อยู่ในขอบเขตเช่นนี้เลยหรือ”

หวังไฮ่ตกตะลึงอย่างยิ่ง ในขณะนี้เขาได้บรรลุขอบเขตรายร้อยวิญญาณในเต๋ากระบี่และร่างกายทั้งหมดของเขาก็เฉียบคบราวกับกระบี่ แม้จะดูเหมือนคนธรรมดาและไม่มีความผันผวนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากใครกล้าโจมตีเขาโดยประมาทบุคคลนั้นจะถูกตอบโต้ด้วยปราณกระบี่อย่างแน่นอน

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือปราณกระบี่จะปลดปล่อยออกมาด้วยตนเองโดยไม่มีการควบคุมใด ๆ

“ทายาทเผ่าพันธุ์โบราณ วานรยักษ์นรก!” เย่ชิวพึมพํากับตนเองในขณะที่เขามองไปยังสัตว์อสูรตัวเขื่องด้านล่าง

มีบันทึกของทายาทประเภทนี้ในบันทึกโบราณที่แท้จริง มีแผนภาพคัมภีร์โดยละเอียดเกี่ยวกับเคล็ดวิชาการสืบทอดตลอดจนจุดแข็งและจุดอ่อนต่าง ๆ

วานรยักษ์ตัวนี้ได้สูญเสียเหตุผลทั้งหมดไปแล้ว ราวกับว่ามันถูกกรัดกร่อนโดยแหล่งพลังงานแปลกประหลาดจนกลายเป็นปีศาจวานรและเริ่มการสังหารหมู่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้

“นายน้อยเซียวเจ้าจะไปไหน”

ในขณะนี้เขาได้ยินเสียงบางคนกล่าว เย่ชิวจึงมองตามด้วยความสงสัย

“เอ๊ะ...”

ชายชราสองคนและชายหนุ่มรูปงามที่อยู่ห่างหลาบสิบหลาให้เย่ชิว ขณะที่พวกเขาเตรียมที่จะหลบหนีไป เย่ชิวจําตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที ไม่ใช่หรือนายน้อยเซียวหรือ

“บัดซบ!” ในขณะนี้สีหน้าของเซียวอี้ดูราวกับว่าเขากินอึไป สายตาที่มีต่อหลินเฟิงเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร ‘เจ้าบัดซบ ข้าสนิทกับเจ้านักหรือ ข้าจําเป็นต้องอธิบายว่าข้าจะไปยังไหนด้วยหรือ บัดซบ...

เขาไม่สามารถหลบหนีได้อีกต่อไปเพราะเย่ชิวได้ค้นพบเขาแล้ว

“อ่า ศิษย์พี่! ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่เราได้เจอกันอีกครั้ง” เนื่องจากเขาไม่สามารถหนีไปได้เซียวอี้จึงหันหลังกลับอย่างกล้าหาญและทักทายเย่ชิวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“หืม นี่ไม่ใช่นายน้อยเซียวจอมเจ้าเล่ห์หรอกหรือ! ช่างบังเอิญที่เราพบกันอีกครั้ง” เย่ชิวยิ้มอย่างสนุกสนาน เขาไม่ได้คาดหวังว่าโลกจะกลมเช่นนี้ จากกันไม่กี่วันพวกเขาก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง “ไม่ทราบว่านายน้อยเซียวจะไปไหนหรือ เหตุใดเจ้าถึงจากไปทันทีที่เจ้าเห็นข้า ข้าดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ”

“อย่าพูดเช่นนั้นเลย ศิษย์พี่ทั้ง สง่า รูปงาม และมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา ข้าต้องหลบหลีกให้ท่านแม้ข้าจะอยู่จุดสูงสุด ทั้งไม่รู้ว่ามีสาวงามหลงใหลท่านกี่คน ท่านจะน่ากลัวได้อย่างไรกัน” เซียวอี้เริ่มเยินยอ เพื่อความอยู่รอดแล้วเขาสามารถละทิ้งใบหน้าและศักดิ์ศรีของเขาได้

เย่ชิวรู้สึกขบขันไม่น้อย แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่ง และศักดิ์ศรีในตัวเขาที่ทําให้หัวใจของเซียวอี้เย็นชาขึ้นเช่นกัน

เซียวอี้สงสัยว่าหวังไฮ่จะสามารถเอาชนะเย่ชิวได้หรือไม่ เหตุใดเขาต้องพบเจอชายคนนี้ทุกที่ที่เขาไป เขาช่างโชคร้ายจริง ๆ

“ชิ ชิ...”

ในขณะนี้เซียวอี้ได้ยินเสียงตามมา ไม่คาดคิดว่าจะเป็นหลินเฟิงอีกครั้ง

“น่าขัน! นายน้อยผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูลเซียวต้องประจบประแจงคนเช่นนั้นหรือ” หลินเฟิงเดินขึ้นมาอย่างหยิ่งผยองและมองไปยังเย่ชิว เขาไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากมียอดฝีมือขอบเขตชีวาเร้นลับสองคนอยู่ด้านหลังเขา แล้วทําไมเขาต้องหวาดกลัวใคร ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาเห็นว่าเซียวอี้กำลังหวาดกลัวเย่ชิว เขาจึงต้องการโอ้อวดและสกดข่มเซียวอี้

เย่ชิวเหลือบมองเขาและขมวดคิ้ว “อืม เช่นนั้นเจ้ากล้าหาญนักหรือ”

“แน่นอน ข้ากล้าหาญอย่างยิ่ง!” หลินเฟิงกล่าวอย่างหยิ่งผยอง

เมื่อเห็นสิ่งนี้เซียวอี้ก็มีความสุขและแอบหัวเราะอยู่ภายในใจ “ฮ่าฮ่า ใช่แล้ว โกรธเจ้าบัดซบนี่เลย ฮิฮิ... ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะตายอย่างไร”

ในขณะนี้กลิ่นอายอื่นก็ได้ปรากฏเป็นร่างที่สวยงามยืนอยู่เคียงข้างเย่ชิว การปรากฏตัวของนางดึงดูดสายตาที่เลวทรามของหลินเฟิงและเซียวอี้ในทันที

“แม่เจ้า สวยงามเกินไป น่าทึ่งยิ่งนัก! สาวงามมาถึงอีกคนแล้ว น่าเสียดายเหลือเกิน! ข้าไม่มีชะตากรรมกับนาง”

เซียวอี้รู้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่สามารถทําให้สาวงามผู้นี้ขุ่นเคืองได้ อย่างไรก็ตามเขาเต็มใจที่จะปล่อยให้หลินเฟิงยั่วยุพวกเขา มันจะเป็นการดีที่สุดหากหลินเฟิงยั่วยุทั้งคู่ จากนั้นตระกูลหลินก็จะล่มสลายทันที

ในขณะนี้ หลินเฟิงได้สูญเสียเหตุผลของเขาไปแล้ว เขารีบอวดทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่หมิงเยว่ลงมาถึง ดังนั้นเขาจึงพูดประชดประชันกับเย่ชิวว่า “ข้าคิดว่าเจ้านั้นไม่มีอะไรดี! เจ้าเป็นแค่เด็กน้อย เจ้าคงยังไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าเป็นนายน้อยคนโตของตระกูลหลินแห่งลี่หยาง หากเจ้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควรก็รีบโค้งคํานับให้กับข้าเสีย หากข้าอารมณ์ดีข้าจะยอมรับเจ้าเป็นลูกน้องของข้า”

หลินเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจเพียงเพราะเซียวอี้ไม่สามารถทําให้เย่ชิวขุ่นเคืองก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สามารถทําให้เย่ชิวขุ่นเคืองได้

เย่ชิวไม่ได้ดูเหมือนลูกหลานของตระกูลชนชั้นสูง ส่วนใหญ่ที่หลินเฟิงพบเจอนั้นเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาจากสำนักเซียน แล้วจะมีอะไรให้หวาดกลัว เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงามเขาไม่สามารถสูญเสียท่าทางโอ่อ่าของตนได้

“เจ้าจะเอาข้าเข้าไปเป็นลูกน้องของเจ้าหรือ” เย่ชิวรู้สึกขบขัน เขาได้ยินมานานแล้วว่าเหล่านายน้อยที่ร่ำรวยเหล่านี้ต่างบ้าคลั่งกว่าคนอื่น ๆ

ตอนแรกเขาไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ต้องเชื่อ ท้ายที่สุดแล้วการเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้และคาบช้อนทองช้อนเงินมาเกิด คนเหล่านี้ไม่เคยประสบกับความโหดร้ายของสังคม ต่างมั่นใจว่าตระกูลของตนมีอำนาจมากมายและสามารถเก็บกวาดทุกอย่างให้ตนได้ ไม่มีใครกล้ายั่วยุตระกูล

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายใต้ความมั่นใจที่มืดบอด

“แล้วถ้าข้าปฏิเสธล่ะ” น้ำเสียงของเย่ชิวเปลี่ยนเป็นเย็นชาเมื่อเขาให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของวานรยักษ์ อย่างไรก็ตาม มันก็น่ารําคาญไม่น้อยที่มีแมลงพึมพำอยู่ข้าง ๆ เขา

หมิงเยว่ก้าวถอยหลังไป นางไม่ได้วางแผนที่จะแทรกแซงในเรื่องนี้ นางต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อดูความสามารถของเย่ชิวเช่นกัน หากยังไม่สายเกินไปนางก็จะทำการยื่นมือเข้าช่วยหากเย่ชิวไม่สามารถเอาชนะได้

“ไม่เต็มใจงั้นหรือ” สีหน้าของหลินเฟิงเปลี่ยนเป็นเย็นชาเช่นกัน เขาจะยอมถูกหักหน้าต่อหน้าสาวงามได้อย่างไร

ไม่คาดคิดว่าหมิงเยว่จะทำการเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ “โอ้ น่ากลัวยิ่งนัก! หรือว่าพ่อหนุ่มหล่อคนนี้กำลังหวาดกลัวงั้นหรือ”

คำพูดนี้ทำให้มุมปากของเย่ชิวกระตุก นังอสรพิษนี่ต้องการให้ทุกอย่างหลุดจากการควบคุมจริง ๆ

อันที่จริงคําพูดของหมิงเยว่เป็นเหมือนเชื้อไฟที่โยนใส่หลินเฟิงอย่างแท้จริง

“เจ้าขี้ขลาด”

ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะต้องแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา หลินเฟิงกล่าวด้วยใบหน้าที่มืดมนว่า “ข้าต้องการเห็นยิ่งนักว่าใครกันที่สามารถทำให้เซียวอี้เกรงกลัวจนไม่กล้าผายผม เด็กน้อย ข้าหลินเฟิงนั้นไม่รู้ว่าความกลัวคืออะไร หากเจ้ามีความกล้าก็จงบอกชื่อเสียงเรียงนามของเจ้ามา!”

“ข้าหรือ” เย่ชิวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เย่ชิวจากสำนักเยียวยาสวรรค์!”

“สำนักเยียวยาสวรรค์!” เมื่อหลินเฟิงได้ยินสิ่งนี้เขาก็สูดอากาศเย็นทันที คนอื่น ๆ ก็รู้สึกตกใจเช่นกัน

สำนักเยียวยาสวรรค์นั้นเทียบได้กับผู้ทรงอำนาจในดินแดนรกร้างทางตะวันออก แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างราชวงศ์ลี่หยางก็ไม่กล้ายั่วยุสำนักนี้อย่างสิ้นคิด

‘ข้าควรทําอย่างไรดี แต่มันสายเกินไปแล้วที่จะเสียใจในตอนนี้’

‘ดูเหมือนว่าข้าไม่สามารถยั่วยุสำนักเยียวยาสวรรค์ได้’

‘ข้าปล่อยให้มันไปแบบนั้นหรือ ไม่ หากข้าขี้ขลาดเซียวอี้จะนำเรื่องนี้มากล่าวหาข้าในอนาคตและทำให้ข้าไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้’

‘นอกจากนี้ยังมีสาวงามสองคนอยู่ไม่ไกล ข้าจะเสียหน้าเช่นนี้หรือ’

หลินเฟิงรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังมีความหวังอยู่บ้าง หากอีกฝ่ายเป็นแค่ศิษย์ธรรมดาก็สามารถฆ่าได้ สำนักเยียวยาสวรรค์คงไม่ให้ความสำคัญมากนัก

“อืม... เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถทำให้ข้าตกใจด้วยชื่อของสำนักเยียวยาสวรรค์งั้นหรือ เจ้าเป็นแค่ศิษย์ธรรมดา แล้วหากเจ้าตายสำนักเยียวยาสวรรค์ก็ไม่สนใจเจ้าเลยแม้แต่น้อย”

ในขณะนี้เสียงของหมิงเยว่ดังขึ้นในหูของเขา “ผิดแล้วน้องชายผู้หล่อเหลา! เขาไม่ใช่แค่ศิษย์ธรรมดา เขาเป็นหนึ่งในเจ็ดปรมาจารย์ของสำนักเยียวยาสวรรค์ของเรา เป็นปรมาจารย์แห่งขุนเขาเมฆาม่วง”

ทันทีที่ได้ยินเช่นนี้ หลินเฟิงก็ครุ่นคิดได้ทันทีว่า เป็นเช่นนี้นี่เอง

จบบทที่ ยอดอาจารย์มหาเมตตา ตอนที่ 23 เย่ชิวจากสำนักเยียวยาสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว