เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 ของล้ำค่าบนถาดเงิน

ตอนที่ 11 ของล้ำค่าบนถาดเงิน

ตอนที่ 11 ของล้ำค่าบนถาดเงิน


สัปดาห์ต่อมา 'เย่ว์หลิง'สามีของหญิงงามยังคงไม่กลับมา  ได้แต่ส่งบ่าวรับใช้กลับมาแทน ตามที่บ่าวรับใช้รายงานว่า ตอนนี้ปราสาทตระกูลเย่ว์คึกคักตื่นเต้นกันใหญ่ มีการประดับโคมไฟและป้ายไปทุกที่ อีกทั้งอาคันตุกะมาเยือนจนเต็มบ้าน

เหตุก็คือบุตรชายจากตระกูลสาขาที่สอง เย่ว์เฟิงทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้สำเร็จขณะอายุ 6 ปี แม้แต่นิกายใหญ่ทั้ง 4 ถึงกับมายื่นข้อเสนอเขาให้เข้าเรียนในสถาบันของพวกเขา

นอกจากวิหารเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ยอมรับศิษย์สตรี ก็มีปราสาทแก้วทะเลตะวันออก, นิกายภูเขาหมอกแดนใต้, เจดีย์ราชสีห์แดนตะวันตก และวิหารเทพจันทราต่างส่งคนมายื่นข้อเสนอถึงที่

แม้แต่จักรพรรดิและจักรพรรดินีก็ส่งคนมาร่วมแสดงความยินดีกับพวกเขา สำนักงานทางการทั้งหมดส่งคนมาร่วมเป็นเกียรติ ทั้งนี้สมาชิกตระกูลเย่ว์ทุกคนมีสัมพันธ์ที่ดีในสังคม

แม้แต่'เย่ว์หลิง'ก็ยังต้องคอยช่วยอยู่เบื้องหลังด้วย ด้วยการพิจารณาเห็นว่ายาปลุกพลังวิญญาณสัตว์อสูรที่มีราคาถึง 1 พันเหรียญทอง ประมุขตระกูลเย่ว์สั่งให้'เย่ว์หลิง'มอบเป็นของขวัญแก่'เย่ว์เฟิง'

"เนื่องจากน้องเล็กเก้าได้รับสนับสนุนจากนิกายใหญ่ทั้ง 3 มีตะวันออก ใต้ ตะวันตกเหล่านี้  ทำไมท่านปู่ (ประมุขตระกูล) และลุงรองส่งคนไปตามให้เขามาร่วมฉลองหรือ?"”

'เย่ว์ปิง'หดหู่เมื่อได้ยินข่าว แม้ว่านางจะยังอายุน้อย แต่นางก็เข้าใจเรื่องราวทางโลกอยู่บ้าง

"ไม่เป็นไร มันเป็นแค่งานเลี้ยง ไม่สำคัญหรอกว่าเราจะไปหรือไม่ ตราบใดที่ซานเอ๋อของพวกเราจะประสบความสำเร็จในอนาคตได้ ทุกอย่างจะไม่เป็นไร"”

นัยตาของหญิงงามเริ่มแดงระเรื่อ พวกครอบครัวใหญ่ในตอนนี้แสดงอาการดูถูกตระกูลสาขาที่สี่อย่างชัดแจ้ง แต่นางไม่ท้อแท้ แม้ว่ายาปลุกพลังวิญญาณสัตว์อสูรที่พวกเขาใช้สมบัติครอบครัวทั้งหมดซื้อมา จะถูกตระกูลสาขาที่สองบังคับเอาไปตาม

แต่หัวใจนางก็ยังคงไม่ย่อท้อ ทั้งนี้เป็นเพราะ นางรู้สึกว่านางสมหวังในชีวิตแทบทั้งหมดแล้ว 'ซานเอ๋อ'ทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้สำเร็จ ตราบใดที่เขายังมีคัมภีร์อัญเชิญ ก็มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

ไม่ว่าประมุขตระกูลเย่ว์จะเชิญให้ร่วมงานเลี้ยงฉลองหรือไม่ก็ตาม นางหาสนใจไม่ ถึงแม้ว่านางจะรู้สึกผิดและเศร้าใจอยู่บ้างกับการดูถูกต่อหน้าสาธารณชนนี้ก็ตาม แต่นางสามารถถอนตัวจากความทุกข์ใจเหล่านี้ ปลุกปลอบให้กำลังใจตนเองจนผ่านพ้นไปได้

“…”

'เย่ว์หยาง'นึกประหลาดในใจลึกๆ การทำสัญญากับคัมภีร์ได้ตอนอายุ 6 ปี สิ่งนี้ มีความหมายชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าจะเปรียบเทียบกับนักเรียนยุคปัจจุบัน

คนที่ประสบความสำเร็จทำสัญญากับคัมภีร์ได้ เปรียบเหมือนคนที่เรียนจบมัธยมปลายแล้วสอบเข้าฮาร์วาร์ดได้ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น  บางทีเขาจะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่รออยู่ บรรดาผู้เยาว์ในทวีปมังกรทะยาน, 99%  ไม่สามรถทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้  จะมีแต่ก็เพียงอัจฉริยะไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำได้

นอกจากนี้ บรรดาผู้ใช้คัมภีร์อัญเชิญ เกือบทั้งหมดทำสัญญากับคัมภีร์ได้ตอนอายุ 15 ปีและมากกว่านั้นบ้างก็มี หากเปรียบเทียบกับนักเรียน ก็เหมือนผู้ประสบความสำเร็จสอบเข้าได้ตอนอายุ 15 ปี เวลานี้ 'เย่ว์เฟิง' ทำเช่นนั้้นได้ตอนอายุ 6 ปี

ไม่ต้องสงสัยเลยที่เหตุการณ์นี้จะทำให้ทั้งตระกูลฉลองกันเป็นบ้าเป็นหลัง ราชสำนักก็ร่วมอวยพรยินดีและ 4 นิกายใหญ่ต่างก็เสนอที่เรียน แน่นอนว่า 'เย่ว์หยาง'ไม่ได้อิจฉาเขา

เขารู้ชัดถึงสิ่งที่เขามี เขามีทักษะดาราแฝด ความลับในวิวัฒนาการดอกหนามพ่นพิษให้เป็นราชินีบุปผามงกุฏทอง และยังอัญเชิญเงาปีศาจ สัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของเขาได้นานถึง 10 วัน ที่สำคัญที่สุดคือ 'เย่ว์หยาง'มีทักษะที่ผู้อัญเชิญระดับสุดยอดในแผ่นดินมังกรทะยานปรารถนาจะได้เรียน ก็คือ...ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ ตราบใดที่เขาฝึกสำเร็จ

เขาจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราณธรรมชาติก่อกำเนิด ในแผ่นดินมังกรทะยาน นักอัญเชิญระดับ 7 ถึงจะเริ่มฝึกเพื่อเข้าขอบเขตปราณก่อกำเนิดด้วยความช่วยเหลือของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่แค่นักอัญเชิญระดับ 8 และเหนือกว่านั้นถึงจะเรียกได้ตรงๆ ว่าระดับปราณก่อกำเนิด

อย่างนั้นผู้ที่อยู่ระดับปราณธรรมชาติก่อกำเนิดจะมีกี่คนในแผ่นดินนี้? คนที่แข็งแกร่งพอๆ กับนักพรตเฒ่าที่ยังอยู่ในโลกนี้ ใช้แค่มือเดียวก็คงนับได้แล้ว ต่อให้พวกเขายังมีอยู่ ทั้งหมดก็คงเป็นผู้เฒ่าอายุหลายร้อยปีที่ยังไม่ตาย ขอเอาเรื่องนักเรียนมาเปรียบเทียบอีกครั้ง

'เย่ว์เฟิง' อัจฉริยะผู้ทำสัญญาได้สำเร็จจนตระกูลฉลองให้ ได้รับความชื่นชมจากราชอาณาจักรและได้รับข้อเสนอที่เรียนจาก 4 นิกายใหญ่ ก็เหมือนเด็ก 6 ขวบสอบเข้าฮาร์วาร์ดได้ ในทางตรงกันข้าม

'เย่ว์หยาง'ก็เหมือนคนที่ไม่เคยสอบผ่านหรือได้เรียนในฮาร์วาร์ด แต่ได้จบการศึกษาทันทีและเริ่มศึกษาในระดับปริญญาโทแทน

"คุณนายสี่, เจ้านายสี่โชคไม่อำนวย เมื่อเขาพยายามจับสลากเพื่อเอาของรางวัลมาให้คุณชายสาม เขาจับได้แค่สิ่งนี้"”

บ่าวชราสบายใจขึ้นมาบ้างขณะที่กล่าวอย่างนี้ เขาคุกเข่ากับพื้นโขกศีรษะ 2-3 ครั้งจากนั้นยื่นกล่องปักเย็บให้ด้วยมือที่สั่นเทา

"หุ่นเชิดหนูเบญจธาตุหรือ? นี่ของปลอมไม่ใช่หรือ? หุ่นเชิดหนูเบญจธาตุทั้งหมดนี้ยังระดับ 1 เป็นสัตว์อสูรรูปแบบพิเศษ นอกจากสอดแนมแล้ว  พวกมันช่วยอะไรไม่ค่อยได้ ยิ่งกว่านั้น แม้ว่ามันจะเป็นการทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวหนึ่ง แต่ก็เท่ากับว่าเราทำสัญญากับสัตว์อสูรครั้งเดียว 5 ตัว มีแต่จะเปลืองหน้าคัมภีร์อัญเชิญเปล่าๆ  มีสัตว์อสูรรูปแบบหุ่นระดับสูงอีกนับไม่ถ้วนในคลังของตระกูล ทั้งหมาป่าศึกทองแดง ระดับ 3 และพยัคฆ์สงครามเงิน ทำไมท่านปู่ถึงให้อสูรนี้กับเรา? นี่เป็นแผนของลุงใหญ่กับลุงรองใช่ไหม? มีสิทธิ์อะไรเอาของอย่างนี้มาให้พี่สาม?"”

'เย่ว์ปิง'ดึงกล่องมาเปิดดู หน้านางถึงกับซีดทันที เห็นได้ชัดว่าน้ำเสียงนางโกรธจัด

"ปิงเอ๋อ! เจ้าไม่ควรจาบจ้วงผู้อาวุโสของเจ้านะ"”

หญิงงามเตือนสตินาง จากนั้นหันไปหา'เย่ว์หยาง'แล้วพูดอ่อนโยนว่า

"ซานเอ๋อ ถ้าสัตว์อสูรนี้ไม่ดี อย่างนั้นเราไม่ต้องรีบทำสัญญากับมันก็ได้ อย่าเก็บความคับข้องไว้ในใจเลย  ในฐานะลูกหลานตระกูลเย่ว์ ไม่ว่าผู้อาวุโสจะให้อะไรเจ้า คิดเสียว่าพวกเขากำลังอวยพร  เจ้าควรพอใจกับของขวัญของพวกเขา อย่าได้รู้สึกตอบโต้จากแรงกดดันภายนอกมากนักเลย พยายามพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง นี่ถึงจะเป็นวิธีที่เราดำเนินชีวิตอยู่"”

'เย่ว์ปิง'ดูท้อแท้ใจ นางรู้สึกว่าตระกูลไม่ยุติธรรมต่อครอบครัวนางและรู้สึกขุ่นเคือง เมื่อ'เย่ว์หยาง'รับกล่องปักมา แว่บเดียวข้อมูลทั้งหลายก็ไหลเข้าไปในจิตใจเขา ทำให้เขาได้เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องหุ่นเชิดหนูเบญจธาตุ 600 ปีที่แล้ว

หุ่นเชิดหนูเบญจธาตุถูกสร้างโดยหนึ่งในสามผู้กล้ายุครุ่งเรือง, ภูตอัจฉริยะ'เย่ว์เจีย' ตระกูลเย่ว์อ่อนแอลงในทุกรุ่นเพราะสูญเสียวิชาทวนตระกูลเย่ว์ไปครึ่งหนึ่ง มายุคนี้สามอัจฉริยะถือกำเนิดมาพร้อมกัน พวกเขาฟื้นฟูตระกูลเย่ว์

ดังนั้นรุ่นผู้เยาว์ของตระกูลเย่ว์ ได้ขนานนามพวกเขาว่ายุครุ่งเรืองของผู้กล้า และเป็นพวกเขาที่ช่วยให้ตระกูลเย่ว์พ้นจากความตกต่ำ ทำให้ตระกูลเย่ว์สู่ความรุ่งเรืองอีกครั้งในฐานะ 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ที่มั่นคง  หนึ่งในพวกเขาก็คือภูตอัจฉริยะ'เย่ว์เจีย' โลกสำหรับสัตว์อสูรสายหุ่นเชิดเป็นสิ่งที่เขาเชี่ยวชาญ

คนภายนอกอาจไม่รู้เรื่องวิชาทวนตระกูลเย่ว์ อาจไม่รู้เรื่องโลกสมัยเก่า สัตว์อสูรสายเสริมพลังที่ตกทอดมาในตระกูลเย่ว์หลายชั่วคน และพวกเขาไม่รู้วิธีรบที่มีแต่ประมุขตระกูลเย่ว์จะได้เรียนรู้เท่านั้น แต่ทั้งโลกรู้แต่เพียงว่าตระกูลเย่ว์เชี่ยวชาญในสัตว์อสูรสายหุ่นเชิด ไม่ว่าจะเป็นทหารรับจ้าง นักรบ ช่างตีเหล็ก พ่อค้าหรือทหารระดับต่ำในกองทัพ

พวกเขาทั้งหมดต่างยกย่องนับถือภูตอัจฉริยะ'เย่ว์เจียก'กันทั้งนั้น ทั้งนี้เป็นเพราะภูตอัจฉริยะ'เย่ว์เจีย'ผู้นี้เขียนเรื่องสัตว์อสูรสายหุ่นเชิดไว้มาก

ข้อเขียนนี้อนุญาตให้คนเลือกสัตว์อสูรสายหุ่นเชิดที่เหมาะสมและใช้อย่างง่ายดาย ทั้งในชีวิตหรือในการรบ  มันได้สร้างความแตกต่างมากมายในเรื่องการอำนวยความสะดวกและความมีประสิทธิภาพของงาน ภูตอัจฉริยะ'เย่ว์เจีย'ผู้นี้ ได้รับรางวัลจากราชสำนักในหัวข้อเรื่อง งานพระเจ้า และยกให้เป็นหนึ่งในสามนักปราชญ์ในหอบรรพบุรุษของพวกเขา

คนทั่วไปขนานนามเขาว่าบิดาหุ่นกล คนที่โดดเด่นอย่างนี้จะสร้างหุ่นเชิดหนูห้าธาตุที่ไม่มีประโยชน์ได้ยังไงกัน? คำถามนี้ทำให้คนในตระกูลงงงันมาเป็นเวลานานแล้ว โชคไม่ดีที่ภูตอัจฉริยะผู้นี้ร่างกายอ่อนแอ

เขามักทำงานหนักเกินตัวเสมอ  จึงเป็นเหตุให้เขาตายตั้งแต่อายุยังน้อยในปราสาทหุ่นเชิด  เขาไม่มีโอกาสทำความปรารถนาสร้างคัมภีร์อัญเชิญหุ่นเชิดให้สำเร็จทันในชีวิตเขา และยังทิ้งสัตว์อสูรสายหุ่นเชิดไว้เป็นจำนวนมากที่ไม่มีใครเข้าใจมัน

ยกตัวอย่าง หนึ่งในสัตว์อสูรคือหุ่นเชิดหนูห้าธาตุ ที่ภูตอัจฉริยะถนอมไว้กลับถูกมองว่าไม่มีประโยชน์ สมาชิกของตระกูลไม่กล้าเสี่ยงมากนัก พวกเขาเพียงแต่คิดว่าภูตอัจฉริยะรักหนูหุ่นเชิดห้าธาตุเพราะมันเป็นหนึ่งในงานที่หญิงคนรักของเขาสร้างขึ้น

ดังนั้นเขาจึงมีความรู้สึกพิเศษต่อพวกมัน ในช่วง 600 ปีมานี้ ไม่มีผู้ใดยินดีรับหนูหุ่นเชิดเบญจธาตุเลย มันเป็นสัตว์อสูรที่ไร้ประโยชน์ มีแต่จะเปลืองเนื้อที่ในคัมภีร์อัญเชิญ กระทั่งวันนี้ ที่พวกเขาแพ้โชคร้ายของอาสี่เย่ว์หลิงและของตกมาอยู่ในมือของ'เย่ว์หยาง'

"เนื่องจากนี่เป็นของอวยพรจากผู้อาวุโส ข้าไม่กล้าปฏิเสธหุ่นเชิดหนูเบญจธาตุนี้ ข้าจะรับเอาไว้ ขอบคุณอาสี่ และขอบคุณที่ท่านสอนสั่ง อาหญิงสี่!"”

'เย่ว์หยาง'เปลือกนอกทำตัวเหมือนเด็กว่านอนสอนง่าย แต่ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าหุ่นเชิดหนูเบญจธาตุคือสมบัติล้ำค่าด้วยทักษะตาทิพย์ของเขา โลกคงแตกแน่ถ้าเขายอมรับมันไว้ ตอนนี้ นี่คือสมบัติล้ำค่าที่ทุกคนค้นหาแต่ล้มเหลวที่จะหาให้เจอถึงกับโยนทิ้งบนถาดเงินจนมันมาอยู่ต่อหน้าเขา แน่นอนว่าเขาจะแอบยกระดับมันแบบลับๆ

"สวรรค์มีนัยตา พวกท่านเปิดทางให้ซานเอ๋อจนได้"”

เห็น'ซานเอ๋อ'ว่านอนสอนง่าย หญิงงามมีความสุขจริงๆ นางพยักหน้าชื่นชมเขา

"พี่สาม, อย่าเพิ่งทำสัญญากับมันทั้งหมดนะ หุ่นเชิดหนูเบญจธาตุดูเผินๆ เหมือนกับอัญเชิญสัตว์อสูรอื่นๆ แต่ทันทีที่ทำสัญญาเสร็จ  จะต้องใช้เนื้อที่จะคัมภีร์อัญเชิญถึง 5 หน้าสำหรับหนูเบญจธาตุ คือ โลหะ, ไม้, น้ำ, ไฟ และดิน ในคัมภีร์อัญเชิญชั้นทองแดงเล่มหนึ่ง จะมีเพียง 10 หน้า ท่านได้ใช้ 3 หน้าแรกไปแล้ว เนื่องจากท่านมีดอกหนามพ่นพิษที่ไม่มีประโยชน์แล้ว ท่านจะเหลือหน้าว่างเพียง 2 หน้า ฟังข้านะพี่สาม! นี่ต้องเป็นแผนของบางคนแน่ๆ  พวกเขากลัวว่าท่านจะประสบความสำเร็จ พวกเขากลัวว่าพวกเราตระกูลสาขาที่สี่ จะแข็งแกร่งกว่าพวกเขา ท่านไม่ควรจะทำสัญญากับหุ่นเชิดหนูเบญจธาตุนี้"”

นางลนลานพูดขณะที่'เย่ว์หยาง'หยิบออกมาและปรามไม่ให้เขาทำสัญญากับหุ่นเชิดหนูเบญจธาตุ

 

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=11

จบบทที่ ตอนที่ 11 ของล้ำค่าบนถาดเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว