เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ราชินีบุปผามงกุฎทอง

ตอนที่ 10 ราชินีบุปผามงกุฎทอง

ตอนที่ 10 ราชินีบุปผามงกุฎทอง


"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"”

'เย่ว์หยาง'แอบหัวเราะ ตัวอย่างเรื่องหนูของเขา ทำให้เก็บเรื่องความสามารถของดอกหนามพ่นพิษไว้เป็นความลับต่อไป ถ้าดอกหนามกินศพที่ไม่เหมาะสม มันจะไม่มีทางวิวัฒนาการได้ การกินศพทำให้ต้นดอกหนามได้รับพลังฟื้นตัวเป็นปริมาณมาก

เรื่องนี้มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว ต้นดอกหนามมีความสามารถเก็บกักพลังที่มันดูดซึมมาจากศพไว้ในตัว โดยเก็บไว้ในรูปแบบผลของมัน เรียกกันว่าผลดอกหนาม ผลแต่ละผลจะห้อยอยู่กับต้นดอกหนามและพวกมันมีความสามารถในการเพิ่มพลังดอกไม้ในระหว่างต่อสู้ในช่วงเวลาใดก็ได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าดอกหนามพ่นพิษต้องวิวัฒนาการจากการกินศพ พวกมันต้องกินศพเป็นประโยชน์ต่อมัน ยิ่งระดับสูงกว่าก็ยิ่งดี เมื่อดอกหนามกินอาหารจากศพ มีความลับยิ่งใหญ่สำหรับมันอย่างหนึ่ง

ถ้าดอกหนามดูดซึมสิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติในระดับเริ่มต้น อย่างนั้นมันจะไม่เปลี่ยนรูป แค่เพิ่มระดับเท่านั้น ในทางกลับกัน ถ้าดอกหนามดูดซึมสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มีคุณสมบัติระดับเดียวกัน

ตอนดูดซึมครั้งแรก มันจะไม่เพิ่มระดับตนเอง แต่จะพัฒนาการไปในลักษณะเปลี่ยนรูปร่าง สัตว์อสูรเกือบทั้งหมดในทวีปมังกรทะยานเป็นสัตว์อสูรธรรมดา มีเพียงสัตว์อสูรไม่กี่อย่างที่สามารถวิวัฒนาการไปเป็นร่างแปลงภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง สัตว์อสูรที่ผ่านการเป็นร่างแปลงแล้วจะแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรธรรมดามาก ที่แปลงร่างได้ จะพัฒนาไปเป็นสัตว์อสูรชั้นยอดได้ง่ายๆ

เมื่อมันพัฒนาจนเป็นสัตว์อสูรชั้นยอด ความสามารถของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เหมือนกับการจัดอันดับคัมภีร์อัญเชิญ ระดับกลุ่มชั้นของสัตว์อสูรชั้นยอดจะแบ่งเป็นชั้นทองแดง เงิน ทอง ทองคำขาวและเพชร 5 ชั้นที่มีรูปแบบแตกต่างกัน

ทุกครั้งที่อสูรชั้นยอดปรับชั้น พลังของมันจะเพิ่มขึ้นสิบเท่า ชั้นทองคำขาวและเพชรยังไม่ต้องพูดถึง แค่มีอสูรชั้นยอดระดับทองแดง สำหรับคนธรรมดาคงเป็นได้แต่เพียงฝันของพวกเขาเท่านั้น

"ข้าคิดว่าคงยอมแพ้เรื่องทักษะกินศพ อย่างไรก็ตามสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของข้าไม่ใช่ดอกหนามพ่นพิษ แต่เป็นนักรบมนุษย์พฤกษา ข้าเพียงแต่ใช้ดอกหนามฝึกวิธีการควบคุมเท่านั้น แต่ข้ายังไม่เคยใช้ต่อสู้เลย"”

'เย่ว์ปิง'ส่ายศีรษะขณะรีบปฏิเสธ นางคงไม่สามารถยืนจินตนาการว่ากำลังกินหนูขนเหล็กได้แน่  ทิ้งความอยากกินมันเอาไว้ดีกว่า น่าเสียดาย 'เย่ว์หยาง'แอบขำในใจ เขารู้ว่าสาวน้อยไม่สนใจทักษะกินศพอีกแล้ว

"พี่สาม! ท่านสอนทักษะแพร่สปอร์ให้ข้าแทนได้ไหม?"”

'เย่ว์ปิง'เป็นนักเรียนที่ฉลาดและใคร่รู้จริงๆ นางไม่มีความคิดร้ายใดๆ เหมือนพี่ชายเก๊ของนาง

"นี่คือทักษะที่ดอกหนามระดับ 4 มีแต่ จ้าวดอกหนามถึงจะทำได้ ถึงเมื่อดอกหนามพ่นพิษพัฒนาขึ้นไประดับ 2 เป็นดอกหนามกินสัตว์หรือในระดับ 3 คือดอกหนามยักษ์ ก็จะยังไม่มีสปอร์ แต่เมื่อพัฒนาไปที่ระดับ 4 และกลายเป็นจ้าวดอกหนาม มันถึงมีความสามารถกระจายปรสิตได้ สปอร์เหล่านี้จะเกาะบนศพและเปลี่ยนศพเป็นต้นดอกหนามพ่นพิษ ถ้าศัตรูยังมีชีวิต สปอร์จะเข้าไปในตัวคนและกัดกินอวัยวะภายในและดูดเลือดผู้นั้น จากนั้นมันจะพัฒนาไปเป็นดอกหนามกินสัตว์และฉีกท้องออกมาจากตัวคนผู้นั้น"”

เมื่อ'เย่ว์หยาง'อธิบายให้'เย่ว์ปิง'ทราบว่า มันมีเงื่อนไขมากเกินไป นางช็อคจริงๆ เมื่อคิดว่าสปอร์เข้าไปทางปากคน กัดกินอวัยวะภายในแล้วยังคลานยัวะเยียะออกมาได้ ดอกหนามกินสัตว์ที่น่าเกลียด ก็เติบโตรวดเร็วในคนดีๆ ได้

และทำให้เขาเสียชีวิตในที่สุด นั่น..นั่นมันน่าสยอดสยองมาก แม้ว่าเย่ว์ปิงจะเป็นอัจฉริยะวัยเยาว์ จะอย่างไรนางก็ยังอายุเพียง 15  จิตใจยังบริสุทธิ์ไร้เดียงสายังไม่ถูกฉากเปื้อนเลือดรบกวนจิตใจ แน่นอน

'เย่ว์หยาง'จงใจพูดให้เห็นภาพชัด ความจริงประโยชน์แท้จริงของใช้สปอร์ ไม่ได้ใช้ฆ่าคน ใครจะโง่ยืนเฉยจนสปอร์หยั่งรากในตัวเล่า? วัตถุประสงค์หลักของสปอร์ก็คือทำลายศพ

มีสัตว์อสูรพิเศษบางพวกจะเปลี่ยนเป็นซอมบี้เมื่อพวกมันตาย หรือคืนชีพอีกครั้งด้วยเงื่อนไขหลายประการ ยกตัวอย่าง สัตว์อสูรประเภทน้ำ และประเภทไฟ อาจฟื้นขึ้นมาได้ภายใต้ทักษะพิเศษของผู้อัญเชิญ ขณะที่จ้าวดอกหนามพ่นพิษ จะไม่สามารถอยู่รอดกับดอกไม้เหล่านี้ในการสู้รบได้

สปอร์ของดอกหนามจะนำมาใช้ได้ในสถานการณ์แบบนี้ มันสามารถมีชีวิตอยู่ภายในศพสัตว์อสูรเหล่านี้และเปลี่ยนสภาพให้เป็นดอกหนามพ่นพิษได้ เพื่อขัดขวางการฟื้นตัวของพวกมัน แค่นี้ก็จะลดทอนความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามอย่างแน่นอน

เรื่องทำให้เป็นปรสิตอาศัยอยู่ในคนเป็นๆ ความจริงแล้วเป็นเรื่องยากที่จะทำอย่างนั้น นอกจากนี้ แทนที่จะมีสปอร์ปรสิตบนตัวพวกเขา ก็แค่สั่งให้จ้าวดอกหนามขย้ำคนที่โชคร้ายนั้นไม่ดีกว่าหรือ? ใครจะรู้ บางทีจ้าวดอกหนามอาจวิวัฒนาการสู่อีกระดับก็ได้

"ขอบคุณพี่สาม! สัตว์อสูรสายพฤกษาอ่อนแอที่สุดใบบรรดาสัตว์อสูร และดอกหนามพ่นพิษนี้จะอ่อนแอที่สุดในกลุ่มที่อ่อนแอ มันยากที่จะฝึกมันจนถึงระดับ 4 คือจ้าวดอกหนามได้ เราปล่อยไว้อย่างนั้นจะดีที่สุด ท่านควรจะตั้งใจฝึกสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของตนเองให้มากขึ้นดีกว่า เพราะว่านั่นเหมาะที่สุดกับการฝึกของท่าน อะไรนะ? ท่านยังไม่ได้อัญเชิญสัตว์อสูรผู้พิทักษ์หรือ? อ๊า.. บางทีท่านก็คล้ายข้า เป็นตัวประหลาดในหมู่ผู้อัญเชิญ น่าเสียดาย ถ้าเพียงแต่พี่สามมีพรสวรรค์เรียกสัตว์อสูรอื่นๆ เหมือนที่ท่านได้เรียกดอกหนามพ่นพิษละก็ อย่างนั้นอนาคตของท่านไม่มีขีดจำกัดแล้ว น่าเสียดายนะ.."”

เมื่อ'เย่ว์ปิง'ได้ยินการไร้ความสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของ'เย่ว์หยาง' นางรู้สึกเศร้าแทนเขา นางรีบปลอบโยนเขา ให้เกิดความมั่นใจว่าสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของเขาจะต้องเป็นสิ่งที่คู่ควรกับเขาที่สุด

เขาอาจจะไม่สามารถเรียกมันออกมาตอนนี้ได้ เพราะพลังวิญญาณของเขายังสูงไม่พอ เขาสามารถยกระดับพลังวิญญาณง่ายๆ ช้าๆ และในอนาคตก็ไม่มีปัญหาอะไร

'เย่ว์ปิง'ยังคงเล่าว่าการอัญเชิญสัตว์อสูรที่เป็นธาตุองค์ประกอบ มีเงื่อนไขอัญเชิญมาก ในสถาบัน นางเคยได้ยินเรื่องที่นักเรียนไม่สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของตนได้ในตอนเริ่มต้น นางแค่ต้องการเปิดใจ'เย่ว์หยาง'

นางจะรู้ได้ยังไงว่าสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของพี่ชายเก๊ของนางจะเป็นรูปแบบพิเศษอย่างเงาปีศาจ และไม่ใช่รูปแบบองค์ประกอบธาตุ? นอกจากนี้ ด้วยระดับพลังวิญญาณในร่างของเย่ว์หยางในปัจจุบัน เขาน่าจะเรียกเงาปีศาจออกมาได้ และเขาเรียกมันออกมาได้แล้วเมื่อ 2 วันก่อนแล้ว! แต่ยังเก็บไว้เป็นความลับ

"น่าเสียดายนะ พี่สาม! พรสวรรค์ของท่านไร้ประโยชน์เหมือนของข้า สายพฤกษาไม่มีอนาคตแล้ว และท่านยังเรียกได้เพียงดอกหนามพ่นพิษเท่านั้น.."”

'เย่ว์ปิง'ส่ายศีรษะช้าๆ พลางถอนหายใจ นางคิดในใจว่าดอกหนามพ่นพิษอ่อนแอที่สุดในบรรดาสัตว์อสูร มันเป็นสัตว์อสูรที่ถูกสถาบันใช้เป็นเครื่องมือการสอน ดังนั้นจึงมีชะตาที่ไม่มีความก้าวหน้านัก

"ไม่เป็นไร ตราบใดที่ข้ายังฝึกหนัก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรชนิดใด ต่อให้เป็นต้นดอกหนามพ่นพิษที่อ่อนแอ มันต้องแข็งแกร่งจนได้ เมื่อไปถึงระดับ 10 และยิ่งกว่านั้น"”

มองเห็นสาวน้อยเศร้าใจมากขนาดนั้น 'เย่ว์หยาง'คงช่วยไม่ได้ ได้แต่ใช้คำพูดปลอบให้นางสบายใจ ความจริง ความรู้ที่เขาได้จากคัมภีร์อัญเชิญ เขาเข้าใจจุดเนื้อหาสำคัญมากมาย สัตว์อสูรสายพฤกษาอาจจะดูภายนอกอ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้อ่อนแอเลย มันไม่มีทางด้อยกว่าสัตว์อสูรยอดนิยมอย่างพวกรูปแบบสัตว์ร้ายและรูปแบบนก สัตว์อสูรสายพฤกษาแม้ปรากฏว่าอ่อนแอที่สุด

แต่ในทางกลับกันมันกลับมีศักยภาพสำหรับการเติบใหญ่อย่างมาก ชนิดที่สัตว์อสูรรูปแบบอื่นไม่มี หากจะมีราชาแห่งสัตว์อสูรสายพฤกษา ก็คงเป็นดอกหนามพ่นพิษที่คนดูถูกกันนักหนานี่แหละ เมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว

ยังมีนักอัญเชิญหญิงคนหนึ่งฉายา'เซียนดอกหนาม' นางพัฒนาดอกหนามของนางจนถึงระดับสุดยอดของมัน วิวัฒนาการของต้นดอกหนามระดับสุดยอดได้เปลี่ยนแปลงมันจนอยู่ในรูปมนุษย์เรียกว่าราชินีบุปผามงกุฎทอง

เมื่อคราวที่เหล่าปีศาจรุกรานทวีปมังกรทะยานก็เป็นเซียนดอกหนามและราชินีบุปผาของนางนี่แหละที่เป็นผู้สังหาร 3 ราชาปีศาจ ต้นดอกหนามได้เขมือบกองทัพปีศาจไปมากกว่า  5 พันตัว ทะเลดอกไม้สุดหูสุดตาที่ราชินีบุปผาสร้างขึ้น

กลายเป็นฝันร้ายสำหรับเหล่าปีศาจ แม้แต่จ้าวปีศาจมังกรดำยังสะบัดหางหนีไปจนลับสายตาของ'เซียนดอกหนาม' นาง'เซียนดอกหนาม'ผู้นี้เป็นเพียงมนุษย์ผู้มีความแข็งแกร่งพอจะต่อต้านและสังหารนักรบที่แข็งแกร่งของกองทัพปีศาจได้

แต่น่าเสียดาย ที่คนรักของนางเสียชีวิตในการรบ เซียนดอกหนามไม่อาจทนอยู่อย่างเดียวดายได้ นางเลือกที่จะตายตามคนรักของนางแทน ในคนรุ่นหลังๆ ต่อมา ไม่มีเลยสักคนที่สามารถค้นเจอความลับของดอกหนามพ่นพิษ มีนักอัญเชิญผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนพยายามดูแล้ว แต่ไม่มีใครทำให้ดอกหนามพ่นพิษมีวิวัฒนาการเข้าสู่รูปแบบระดับตำนาน สัตว์อสูรรูปทรงมนุษย์ในตำนาน

ในที่สุด ก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ มนุษย์ได้ยอมแพ้ยกเลิกการค้นคว้าเกี่ยวกับดอกหนามพ่นพิษ ในทางตรงกันข้าม สัตว์อสูรรูปแบบสัตว์ร้าย สัตว์อสูรรูปแบบสัตว์ทั่วไป จะมีความได้เปรียบอย่างมากในตอนเริ่มต้น จึงได้รับความนิยมในหมู่ผู้คนอย่างรวดเร็ว

เพราะเหตุเช่นนั้นเอง สัตว์อสูรรูปแบบพฤกษาจึงสูญเสียความรุ่งเรืองในครั้งอดีตไปจนผู้คนลืมเลือนไปว่าเป็นสัตว์อสูรในตำนานรูปทรงมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นผู้กำจัดกองทัพปีศาจหลายพันตัวในยุคที่ปีศาจรุกรานเข้ามา ปัจจุบันนี้มันกลับกลายเป็นเครื่องมือใช้สอนกันในสถาบัน

"นั่นสินะ เราเหล่านักรบควรจะมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองต่อเนื่อง เราต้องอดทนให้ได้ พี่สาม! ขอบคุณท่านมาก"”

'เย่ว์ปิง'คำนับเย่ว์หยางอีกครั้ง จนดูเหมือนนักเรียนแสดงความเคารพครู พอสาวน้อยกลับไปแล้ว 'เย่ว์หยาง'พึมพำกับตัวเอง

"เพราะไม่มีใครสนใจดอกหนามที่ไม่มีความสำคัญนี้, เราจะยกระดับพัฒนาจนเป็นราชินีบุปผามงกุฎทองให้ได้"”

 

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=10

จบบทที่ ตอนที่ 10 ราชินีบุปผามงกุฎทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว