- หน้าแรก
- ว่านเจี่ย จุติใหม่ทั้งที ทำไมไม่ไปที่ดีๆ วะ
- บทที่ 11: รายละเอียดการตรวจสอบสไมเลอร์
บทที่ 11: รายละเอียดการตรวจสอบสไมเลอร์
บทที่ 11: รายละเอียดการตรวจสอบสไมเลอร์
เอริคสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงประหลาด ทันทีที่เขาลืมตาและลุกขึ้นนั่ง เขาก็เห็นหยางเทากำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างกาย พลางใช้ดาบเหล็กหน้าตาแปลกประหลาดเล่มนั้นเฉือนอากาศตรงหน้า กลิ่นคาวพิลึกพิลั่นลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่ที่ไม่กว้างขวางนักแห่งนี้
"หยาง คุณกำลังทำอะไรน่ะ?"
หยางเทาหันกลับมา ปาดของเหลวที่มองไม่เห็นออกจากใบหน้า แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม "แล่หนังน่ะ โทษทีที่ทำให้นายตื่น"
"แล่หนัง?"
เอริคลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ด้วยความสงสัย หยางเทาหยุดมือแล้วหยิบพลั่วออกมาขุดพื้นดินข้างๆ เป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาด 2x2
เขาหยิบถังน้ำออกมาสองใบ แล้วเทน้ำที่เก็บรวบรวมมาจากเลเวล 1 ลงไป เพียงพริบตา แหล่งน้ำไม่รู้จบแบบง่ายๆ ก็ปรากฏขึ้นในหลุมนั้น
"เอริค หิวหรือยัง?"
หยางเทาจุ่มมือลงไปล้างในน้ำ จากนั้นก็หยิบแอปเปิลสีแดงสดกับน้ำอัลมอนด์สีเทาออกมาจากกระเป๋าเป้
"นายกินรองท้องไปก่อนนะ"
เอริคแสดงสีหน้าซาบซึ้งใจ เขาเอื้อมมือไปรับอาหารที่หยางเทายื่นให้แล้วกล่าวขอบคุณ "ขอบคุณครับ ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงไม่รู้จะเอาชีวิตรอดในที่ประหลาดนี้ยังไง"
"หยาง ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย บอกได้เลยนะครับ"
"แน่นอน รีบกินเถอะ เดี๋ยวฉันต้องให้นายช่วยจดบันทึกอะไรหน่อย"
เอริคพยักหน้า เขาเปิดขวดน้ำอัลมอนด์แล้วกระดกดื่มรวดเดียว จากนั้นก็กัดแอปเปิลคำโต รสหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้แผ่ซ่านไปทั่วปาก
เขาสาบานได้เลยว่าชีวิตนี้ไม่เคยกินแอปเปิลที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน
เขากินแอปเปิลหมดภายในไม่กี่คำ ก่อนจะหยิบสมุดโน้ตและปากกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วมองหยางเทาด้วยสีหน้าตั้งใจ "ผมพร้อมแล้วครับ"
หยางเทาพอใจในความเป็นมืออาชีพของเอริคมาก เขาพยักหน้าแล้วเริ่มพูด "ดีมาก บันทึกไปว่า เอนทิตี้หมายเลข 003 ชื่อ 'สไมเลอร์' หรือ 'ปีศาจหน้ายิ้ม'"
เอริคสับสนเล็กน้อย สำหรับเขาแล้วชื่อทั้งสองที่หยางเทาพูดมาก็มีความหมายเหมือนกัน แต่เขาก็ยังจดบันทึกทุกคำพูดของหยางเทาลงไปอย่างมืออาชีพ
"ชอบซ่อนตัวในที่มืด..."
"ลักษณะเด่นคือใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ประกอบขึ้นจากฟันและดวงตาที่เรืองแสงได้ มีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ทั่วไปประมาณแปดเท่า จุดอ่อนคือเคลื่อนที่ได้ไม่เร็วนัก ความเร็วพอๆ กับคนวิ่งจ็อกกิ้ง ห้ามเปิดฉากโจมตีใส่โดยไม่มีอาวุธหนักเด็ดขาด..."
มาถึงตรงนี้ เอริคก็ยกมือขึ้นเหมือนเด็กนักเรียนประถม หยางเทาจึงพยักหน้าอนุญาตให้พูด
"อาวุธดินปืนของมนุษย์ถูกจำกัดประสิทธิภาพอย่างมากในแบ็ครูมส์ครับ ผลการทดสอบระบุว่าปืนพก ปืนกลมือ ปืนไรเฟิล หรือแม้แต่ระเบิด ล้วนถูกลดทอนพลังทำลายลงในระดับที่แตกต่างกันไปเมื่ออยู่ที่นี่"
หยางเทาไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้ พลังทำลายของอาวุธที่ลดลง บวกกับความต้านทานทางกายภาพของเอนทิตี้ในแบ็ครูมส์ ทำให้อาวุธปืนแทบจะไร้ความหมาย
แต่ถึงอย่างนั้น มีไว้ก็ยังดีกว่าไม่มี
"ไม่เป็นไร ในอนาคตพวกนักวิทยาศาสตร์อาจจะพัฒนาอาวุธที่เหมาะสำหรับใช้ในแบ็ครูมส์ได้ก็ได้"
เอริคพยักหน้า แล้วหยางเทาก็พูดต่อ
"วิธีรับมือคือ..."
"นอกจากนี้ มันยังมีร่างกายเนื้อหนัง แต่ปัจจุบันตัวอย่างที่พบยังมีน้อยเกินไปที่จะระบุว่าร่างกายของพวกมันมีลักษณะเหมือนกันหรือไม่ หัวข้อนี้ให้รอการยืนยัน..."
"หลังจากสไมเลอร์ตาย ร่างกายของมันจะยังคงล่องหนอยู่ ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผลของความสามารถนี้จะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาหรือไม่"
เอริคจดตามคำบอกของหยางเทา ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดขึ้นได้ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหยางเทา ก่อนจะถามเสียงสั่น "ยะ... อย่าบอกนะว่า มีศพสไมเลอร์อยู่ตรงนี้?"
เมื่อนึกย้อนไปถึงท่าทางประหลาดของหยางเทาตอนที่เขาเพิ่งตื่น บวกกับคำบรรยายลักษณะของสไมเลอร์ พอมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าด้านหลังหยางเทาอีกครั้ง เขาก็รู้สึกเหมือนเห็นร่างมหึมานอนพาดอยู่ตรงนั้นจริงๆ
"ใช่ เมื่อกี้ฉันเจอสไมเลอร์ที่เลเวล 1 แล้วก็ลากมันมานี่ไง!"
หยางเทาชี้ไปที่ศพของสไมเลอร์บนพื้นด้านหลัง คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยเพราะดูเหมือนว่าผลการล่องหนของศพสไมเลอร์กำลังเริ่มเสื่อมสภาพ
"เอริค บันทึกเพิ่มไปว่า ความสามารถในการล่องหนของสไมเลอร์จะค่อยๆ เสื่อมลงหลังจากตายไปแล้วสองชั่วโมง..."
ถึงตอนนี้เอริคถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง ที่แท้มีเอนทิตี้นอนอยู่ตรงนี้จริงๆ เขารีบจดข้อมูลลงในสมุดอย่างรวดเร็ว
หยางเทาเดินไปข้างหน้า ใช้ดาบเหล็กแทงลงไปในศพของสไมเลอร์แล้วออกแรงเฉือนหนังของมัน ไม่นานนักชิ้นส่วนผิวหนังแผ่นหนึ่งก็ถูกตัดออกมา
หยางเทามองดูฝ่ามือที่ 'เลือนหายไป' ของตัวเองด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดว่า "เอริค บันทึกด้วยว่าผิวหนังของสไมเลอร์มีคุณสมบัติในการพรางตัว ส่วนระยะเวลาของผลลัพธ์ยังต้องรอการตรวจสอบ"
นี่ไม่ใช่การหักเหแสงหรือภาพลวงตา แต่เป็นการล่องหนจริงๆ เขาสามารถมองทะลุผิวหนังของสไมเลอร์ไปเห็นบล็อกหญ้าสีเขียวด้านล่างได้อย่างชัดเจน
ทั้งสองช่วยกันชำแหละร่างเอนทิตี้สไมเลอร์ สิ่งที่ทำให้หยางเทาประหลาดใจคือ สไมเลอร์ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอวัยวะย่อยอาหาร ร่างกายของมันเหมือนลูกโป่งที่พองลม ข้างในเต็มไปด้วยของเหลวประหลาด
เขาเก็บรวบรวมชิ้นส่วนศพและแลกเปลี่ยนเป็นค่าพลังงานทันที
[ซากศพสไมเลอร์เสียหาย]
[มูลค่า: 110 แต้มพลังงาน]
"หน้าเลือดชะมัด ตัวสมบูรณ์ตั้ง 200 แต้ม ฉันแค่ผ่าออกมาศึกษานิดหน่อย หักตั้ง 90 แต้มเลยเรอะ?"
"ช่างเถอะ ใครใช้ให้แกเป็นคนรับซื้อฝ่ายเดียวล่ะ!"
เอริคที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูตื่นเต้นเล็กน้อย สำหรับการวิจัยและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับเอนทิตี้สไมเลอร์นี้ เขาสาบานได้เลยว่าทางบริษัทไม่มีข้อมูลละเอียดขนาดนี้แน่นอน แต่เขาก็ยังมีความสงสัยบางอย่าง พลางชี้ไปที่รูปวาดในสมุดโน้ตแล้วถามว่า
"หยาง แล้วส่วนหัวของเจ้าสไมเลอร์ตัวนี้อยู่ตรงไหนครับ? ทำไมผมแยกไม่ออกเลย"
"นี่ไง!"
หยางเทาชี้ไปที่ก้อนเนื้อดำทะมึนด้านบน
เอริคนึกย้อนกลับไปดูส่วนนั้นเมื่อครู่ แล้วพูดว่า "นี่มัน... ไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อเละๆ หรอกเหรอครับ?"
"อ๋อ ฉันทุบฟันกับตาของมันหลุดออกมาเก็บเป็นที่ระลึกแล้วน่ะ"
วินาทีนั้น หยางเทาก็รู้ทันทีว่า 90 แต้มพลังงานที่หายไปมันไปอยู่ที่ไหน
เขาหยิบฟันและดวงตาของสไมเลอร์ออกมาจากกระเป๋าเป้ ต้องยอมรับว่าทั้งฟันและดวงตาของมันมีความงดงามราวกับหยก เนื้อสัมผัสเวลาจับให้ความรู้สึกดีจนไม่อยากปล่อยมือ
เขานำมันไปวางเรียงบนพื้นเพื่อจำลองลักษณะใบหน้าของสไมเลอร์ในความมืด แล้วอธิบาย "ในสถานการณ์ปกติ ถ้านายอยู่ในที่มืด นายจะเห็นแค่สิ่งนี้..."
เอริคก้มมองดวงตาและเขี้ยวสยองขวัญของสไมเลอร์บนพื้น แล้วเงยหน้ามองหยางเทาที่ดูไร้พิษสง
ไม่นานสมการความไม่เท่าเทียมก็ผุดขึ้นในหัวของเขา
หยางเทา > สไมเลอร์
"สไมเลอร์ตัวนี้ตายมาหลายชั่วโมงแล้ว ฉันเลยยังไม่กล้าลองดูว่าเนื้อของมันกินได้ไหม เอาไว้เจอตัวหน้าค่อยว่ากัน"
พูดจบ หยางเทาก็ล้างมือในบ่อน้ำไม่รู้จบอีกครั้ง แล้วพูดอย่างสบายๆ ว่า "ฉันจะไปที่โลกของเด็กคนเมื่อวานก่อนนะ นายเรียบเรียงบันทึกไปพลางๆ ไว้มีโอกาสฉันจะหาซื้อกล้องถ่ายรูปกับกล้องวิดีโอมาฝาก"
ไทม์ไลน์ในโลกยอดนักสืบจิ๋วโคนันนั้นสับสนวุ่นวายอย่างที่สุด แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ ในยุคแรกของโคนันยังไม่มีสมาร์ตโฟนใช้กัน
หยางเทาโบกมือ ประตูไม้ที่เชื่อมต่อไปยังโลกโคนันก็เปิดออก จุดที่เขาโผล่ออกไปคือสวนสาธารณะที่เขาเพิ่งจากมาเมื่อคืนพอดี
"จุดเกิดถูกล็อกไว้สินะ... หรือคำนวณจากตำแหน่งล่าสุดที่เปิดประตู?"
อากาศในสวนสาธารณะยามเช้าสดชื่นมาก หยางเทามุ่งหน้าเดินไปยังสำนักงานนักสืบโมริท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ยามรุ่งอรุณ