- หน้าแรก
- เปิดระบบหมื่นปี ข้าจะโค่นตำนานถังซาน
- บทที่ 20 รุกฆาตตั้งแต่เริ่ม หรือข้าควรจะออกไปดี
บทที่ 20 รุกฆาตตั้งแต่เริ่ม หรือข้าควรจะออกไปดี
บทที่ 20 รุกฆาตตั้งแต่เริ่ม หรือข้าควรจะออกไปดี
ถังซานมองไปที่เสี่ยวเทียนและเสี่ยวอู่ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้งพลางกล่าวว่า "เสี่ยวเทียน เสี่ยวอู่ ขอโทษที่ให้พวกเจ้าเห็นเรื่องน่าขายหน้า หากไม่รังเกียจ คืนนี้ไปพักที่บ้านข้าเถอะ เดี๋ยววันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าเดินเที่ยวในหมู่บ้านเอง"
เสี่ยวเทียนและเสี่ยวอู่สบตากัน ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวพร้อมกัน
ถังซานเปลี่ยนสีหน้าเร็วกว่าพลิกฝ่ามืออีกไม่ใช่หรือ?
เมื่อครู่ตอนอยู่ต่อหน้าปู่แจ็ค เขายังทำหน้านิ่งไร้อารมณ์อยู่เลย
พอหันมาหาพวกเขา กลับปั้นหน้ายิ้มแย้มได้ในพริบตา
หลังจากบอกลาปู่แจ็ค ถังซานก็พาคนทั้งสองเดินเที่ยวรอบหมู่บ้านหัตถ์วิญญาณ ไม่นานนักก็พาพวกเขามาถึงภูเขาหลังหมู่บ้าน
ถังซานยิ้มแล้วกล่าวว่า "หลังจากปลุกวิญญาณยุทธ์ ข้าก็มาฝึกฝนที่ภูเขาหลังหมู่บ้านนี่แหละ ที่นี่กว้างขวาง แถมยังมีหญ้าเงินครามขึ้นเต็มไปหมด เหมาะกับการฝึกฝนของข้ามาก"
เสี่ยวเทียน: ตอแหล เจ้าแอบมาฝึกที่ภูเขาหลังหมู่บ้านตั้งแต่จำความได้แล้วไม่ใช่เรอะ?
เพียงแต่อาอิ๋นพูดไม่ได้ ไม่งั้นนางคงมีคำถามเต็มหัวไปหมด
ทำไมลูกชายของนางถึงแก่แดดขนาดนี้ และทำไมถึงเอาแต่ฝึกอะไรบางอย่างก่อนที่จะปลุกวิญญาณยุทธ์เสียอีก? นางไม่เข้าใจเลยสักนิด รู้แค่ว่ามันคล้ายกับทักษะวิญญาณอยู่บ้าง?
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ถังซานก็หันไปหาเสี่ยวอู่แล้วเอ่ยว่า "เสี่ยวอู่ ตอนนี้ข้าไม่เหลือญาติพี่น้องแล้ว เจ้ามาเป็นน้องสาวข้าได้ไหม?"
เชี่ย!
เปิดอัลติใส่กันดื้อๆ เลยเรอะ
เสี่ยวเทียน: ???
ถังเฮ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด: ข้าแค่จากไป ข้ายังไม่ตายโว้ย!
ถังเฮ่าพยายามข่มกลั้นความอยากที่จะโผล่ออกไปซัดลูกชายสักป้าบ
เสี่ยวอู่เองก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
พี่ชาย?
เจ้าเอาตาข้างไหนมองว่าข้าอยากได้เจ้าเป็นพี่ชายน่ะ?
"ไม่อ่ะ"
เสี่ยวอู่ได้สติกลับมาและเอ่ยปฏิเสธเสียงเย็นชาสองพยางค์
เสี่ยวเทียนลอบถอนหายใจ คิดในใจว่าถังซานที่เป็นนักฆ่าในชาติก่อน คงจะเป็นโสดซิงจนตัวตายเลยกระมัง?
ดีไม่ดีคงไม่เคยจับมือผู้หญิงด้วยซ้ำ ขวานผ่าซากขนาดนี้เลย?
ไม่สิ ไม่ใช่แค่ขวานผ่าซาก ต้องเรียกว่าไม่มีความฉลาดทางอารมณ์เลยสักนิด
แต่ในต้นฉบับ ความฉลาดทางอารมณ์ของถังซานก็ไม่ได้ต่ำเตี้ยขนาดนี้นี่นา
หรือว่าเป็นเพราะเพิ่งรู้จักกันแค่ปีเดียว แต่ถังซานดันตกหลุมรักเสี่ยวอู่เข้าแล้ว และความรักทำให้คนตาบอด?
เสี่ยวเทียนบอกกับตัวเองในใจว่ารู้สึกเหมือนเป็นก้างขวางคอยังไงชอบกล หรือข้าควรจะออกไปดี?
เมื่อเห็นถังซานถูกเสี่ยวอู่ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ภายนอกเขายังคงตีหน้านิ่ง แต่ข้างในกำลังกลั้นขำแทบตาย มันทรมานชะมัด
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!
"ทำไมล่ะ? เสี่ยวอู่ บอกเหตุผลข้าได้ไหม? ไหนเจ้าบอกว่าเจ้าเองก็ตัวคนเดียวเหมือนกันไม่ใช่หรือ? ในเมื่อท่านพ่อข้าก็ไม่อยู่แล้ว พวกเราลองมาเป็นพี่น้องกันดูก็ได้นี่นา ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่เจ้าเป็นน้องสาวข้า หากเจ้าเจออันตราย ข้าจะไปยืนขวางอยู่ตรงหน้าเจ้าอย่างแน่นอน"
ถังซานเองก็คาดไม่ถึงว่าจะถูกปฏิเสธ ความสัมพันธ์ของพวกเขาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาน่าจะดีมากไม่ใช่หรือ?
อื้ม ถังซานคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้นแหละ
เสี่ยวเทียนแทรกขึ้นในใจ: แล้วหลังจากนั้นเจ้าก็ตอบแทนข้าด้วยวงแหวนวิญญาณกับกระดูกวิญญาณของเจ้า อ้อ ข้าขอกระดูกวิญญาณกับวงแหวนวิญญาณของต้าหมิงกับเอ้อร์หมิงด้วยนะ
เสี่ยวเทียนจินตนาการเล่นๆ แล้วเติมบทพูดต่อให้ถังซานเสร็จสรรพ ในชาติก่อนบนเว็บวิดีโอสั้นชื่อดัง มีพวกครีเอเตอร์ชอบเอามาล้อเลียนแบบนี้
ความสมจริงมันสูงเสียจนทุกคนสงสัยว่าครีเอเตอร์คนนี้ไปดูต้นฉบับของจริงมาหรือเปล่า?
มันไม่มีความรู้สึกขัดแย้งเลยสักนิด!
เป็นที่รู้กันดีว่า โดยทั่วไปแล้วหากใครสักคนเข้ากับเจ้าได้ดี ส่วนใหญ่เป็นเพราะเจ้าเป็นเพื่อนของเพื่อน ไม่ใช่เพื่อนของนางโดยตรง
และสาเหตุที่เสี่ยวอู่อยู่ร่วมกับถังซานได้อย่างสงบสุข ก็เพราะนางรู้สึกว่าถึงแม้เสี่ยวเทียนจะสู้กับถังซานทุกวัน แต่พวกเขาก็น่าจะมีความผูกพันกันบ้างใช่ไหม?
นางกับเสี่ยวเทียนเป็นเพื่อนกัน และเสี่ยวเทียนกับถังซานเป็นเพื่อนกัน ดังนั้นนางก็ถือว่าถังซานเป็นเพื่อนได้ อารมณ์ประมาณนั้นแหละ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านางจะมองถังซานเป็นเพื่อนจริงๆ เสียหน่อย!
ในขณะเดียวกัน เสี่ยวอู่ก็แอบชำเลืองมองเสี่ยวเทียน
เสี่ยวเทียนเคยบอกว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า ถูกหัวหน้าหมู่บ้านชราที่ชื่อลุคเก็บมาเลี้ยง
ถ้าสลับบทบาทกัน แล้วเสี่ยวเทียนอยากให้นางเป็นน้องสาว นางจะตกลงไหมนะ?
ตัวนางเองก็ตอบไม่ได้ รู้แค่ว่านางชอบความรู้สึกที่ได้ฝึกฝนกับเสี่ยวเทียนจริงๆ
แม้แต่ตอนนี้ พอนึกถึงตอนที่ต้องถูกลงโทษทุกครั้งที่แพ้ประลอง ตรงส่วนนั้นก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบๆ แต่ก็มีความรู้สึกแปลกประหลาดปนอยู่ด้วย
เมื่อเห็นถังซานยังคงเซ้าซี้ถามหาเหตุผล เสี่ยวเทียนจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย
"ถังซาน พวกเราอยู่กันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนกัน ทำไมเจ้าถึงต้องดึงดันจะให้เสี่ยวอู่เป็นน้องสาวให้ได้? หรือว่าการเป็นน้องสาวเจ้ามันมีผลประโยชน์พิเศษอะไรงั้นรึ?"
สีหน้าของถังซานแข็งค้างไปทันที สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจ "เปล่าหรอก ข้าแค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเพราะท่านพ่อไม่อยู่กะทันหัน เลยรู้สึกหดหู่นิดหน่อย ต้องขอโทษด้วย"
ถังซานรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่แผนการปุบปับของเขาล้มเหลว
เดิมทีเขาคิดว่าอัตราความสำเร็จของแผนนี้น่าจะอยู่ที่เจ็ดถึงแปดส่วน แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกเสี่ยวอู่ปฏิเสธตรงๆ แบบนี้
เสี่ยวเทียน: แค่เจ็ดถึงแปดส่วน? ต่อให้เก้าสิบแปดส่วน มันก็ไม่ต่างอะไรกับรนหาที่ตายหรอกโว้ย!
อย่างไรก็ตาม ถังซานสังเกตเห็นว่าเมื่อครู่สายตาของเสี่ยวอู่เบนไปทางเสี่ยวเทียนแวบหนึ่ง
ถังซานสงสัยว่าเป็นเพราะฝีมือของเขาด้อยกว่าเสี่ยวเทียนหรือเปล่า ผู้หญิงโดยธรรมชาติแล้วมักชื่นชมผู้ที่แข็งแกร่ง นี่ถือเป็นสัญชาตญาณของผู้หญิง
เว้นแต่ว่าอีกฝ่ายจะมีคุณสมบัติบางอย่างที่ดึงดูดใจเจ้ามากกว่า เจ้าถึงจะยอมเลือกเติบโตไปพร้อมกับเขาและฝากชีวิตไว้
แม้ชาติก่อนเขาจะไม่เคยมีความรัก แต่ในฐานะนักฆ่า เขาได้ยินได้เห็นเรื่องพวกนี้มามากพอจนรู้แจ้งเห็นจริง
ตอนนี้ถังซานกำลังตกอยู่ในสภาวะขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เพราะถูกเสี่ยวเทียน 'กดดัน' เขาจึงขยันฝึกซ้อมอย่างหนัก
ทุกวันนอกจากตีเหล็ก เขาก็จะวนเวียนอยู่กับการบำเพ็ญเพียรและประลองฝีมือ
ตอนนี้ในอุปกรณ์วิญญาณของเขา มีอาวุธลับขนาดเล็กอย่างเข็มเงินและลูกดอกในแขนเสื้ออยู่จำนวนหนึ่งแล้ว
เขาควรจะเปิดเผยมันตอนนี้เลยไหม เพื่อให้เสี่ยวอู่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาแข็งแกร่งกว่าเสี่ยวเทียนมาก?
ฟู่ว~~
"เสี่ยวเทียน พวกเราไม่ได้ประลองกันมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ไหนๆ ที่นี่ก็กว้างขวาง วันนี้เรามาประลองกันอีกสักรอบเป็นไง?"
ถังซานหันไปกล่าวกับเสี่ยวเทียนด้วยรอยยิ้ม
เขาตัดสินใจแล้ว เปิดเผยก็เปิดเผยสิ ตอนนี้เขาสามารถสร้างอาวุธลับทั้งหมดเท่าที่ความสามารถจะทำได้แล้ว อาวุธลับชิ้นต่อไปคือหน้าไม้จูเก๋อเทพเจ้า แต่เพราะยังหาแร่ที่เหมาะสมไม่ได้ จึงต้องพับโครงการไว้ก่อน
เขายังไตร่ตรองเรื่องการเปิดเผยอาวุธลับมาอย่างดีแล้ว โลกนี้ไม่มีแนวคิดเรื่องอาวุธลับ
หากเสี่ยวเทียนมีความทรงจำจากชาติก่อนเหมือนเขาจริงๆ และมาจากโลกยุทธภพเหมือนกัน เขาจะต้องรู้จักอาวุธลับและอาจจะเผลอหลุดปากออกมา
ต่อให้เขาเก็บอาการ แต่ขอแค่มีความผิดปกติแม้เพียงนิดเดียว เนตรปีศาจสีม่วงของเขาย่อมจับสังเกตได้อย่างแน่นอน
นี่คือบททดสอบของถังซาน!