เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 การพัฒนาเจตจำนงแห่งดาบช่วยเร่งพลังวิญญาณได้ สมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ

บทที่ 19 การพัฒนาเจตจำนงแห่งดาบช่วยเร่งพลังวิญญาณได้ สมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ

บทที่ 19 การพัฒนาเจตจำนงแห่งดาบช่วยเร่งพลังวิญญาณได้ สมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ


แน่นอนว่าเสี่ยวเทียนแค่ล้อเล่น เขาไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้น รางวัลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ก็มากพอให้เขาใช้เวลาซึมซับไปได้อีกสักพักใหญ่ อีกทั้งเพิ่งผ่านการต่อสู้มาหมาดๆ หากรับเข้าไปมากเกินไปอาจส่งผลเสียได้

และด้วยขุมทรัพย์มหาศาลที่มีอยู่ เสี่ยวเทียนจึงไม่รีบร้อนที่จะไปลงทะเบียนระดับพลังวิญญาณที่สาขาสำนักวิญญาณยุทธ์ในเมืองนั่วติงเพื่อรับเงินอุดหนุน

อันที่จริง เขาไม่มีความคิดที่จะไปลงทะเบียนเลยด้วยซ้ำในตอนนี้

ไม่นาน เวลาหนึ่งปีก็ผ่านไป

ตลอดหนึ่งปีมานี้

เสี่ยวเทียนมักจะหาเรื่องแกล้งถังซานและประลองฝีมือกับเสี่ยวอู่เป็นครั้งคราว ความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ทว่าน่าเสียดายที่ตลอดปีนี้ เขาไม่ค่อยได้รับรางวัลดีๆ จากระบบมากนัก

เรื่องนี้ทำให้เขางุนงงเล็กน้อย หรือว่าระบบจะแจกของรางวัลช่วงแรกเยอะเกินไป จนช่วงกลางแผ่วปลายเสียแล้ว?

ตอนแรก เจ้าระบบนี่ยังคอยเตือนเขาอยู่บ่อยๆ ว่าอย่ารนหาที่ตายให้มากนัก กลัวว่าถังเฮ่าจะทนเห็นลูกชายพ่ายแพ้ซ้ำซากไม่ไหวจนต้องลงมือสั่งสอนเขา

แต่เสี่ยวเทียนกลับไม่ได้ใส่ใจ ตราบใดที่เขาไม่ทำอะไรเกินเลยขอบเขต ถังเฮ่าอาจจะรู้สึกขอบคุณเขาด้วยซ้ำ

ขอบคุณที่เขาช่วยจุดไฟแห่งการต่อสู้ให้กับถังซาน ทำให้ถังซานขยันฝึกฝนยิ่งขึ้น

ดังนั้น หลังจากไล่ต้อนถังซานจนมุมสักสิบครั้ง เสี่ยวเทียนก็จะจงใจเปิดช่องโหว่ให้เห็น เพื่อให้ถังซานเชื่อว่าตนเองเข้าใกล้ชัยชนะแล้ว เป็นการเลี้ยงไข้ให้อีกฝ่ายมีความหวังต่อไป

"เสี่ยวเทียน เสี่ยวอู่ พรุ่งนี้ก็วันหยุดแล้ว พวกเจ้ามีแผนจะไปไหนกันไหม? ข้าจะกลับไปเยี่ยมท่านพ่อที่หมู่บ้าน ถ้าพวกเจ้าว่าง จะไปกับข้าไหม?"

ถังซานเอ่ยปากชวนทั้งสองคน แต่สายตาของเขากลับเหลือบมองไปทางเสี่ยวอู่อยู่บ่อยครั้ง

เสี่ยวอู่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หันไปมองเสี่ยวเทียน

นางจะไปในที่ที่เสี่ยวเทียนไป ตลอดปีนี้พลังวิญญาณของนางเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในบรรดาทั้งสามคน แต่น่าเสียดายที่นางยังคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเสี่ยวเทียน และนางก็ยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้เสี่ยวเทียนมีพลังวิญญาณระดับไหนแล้ว

แล้วทำไมนางถึงรู้ว่าการบำเพ็ญเพียรของนางสูงที่สุดน่ะหรือ?

แน่นอนว่าเป็นเสี่ยวเทียนที่บอกนางเอง

แม้ว่าทุกครั้งที่พ่ายแพ้ให้กับเสี่ยวเทียน นางจะต้องโดนตีก้น แต่พอนานวันเข้านางกลับพบว่าตัวเองเริ่มจะชินชาเสียแล้ว และหลังจากโดนตีทุกครั้ง นางจะเกิดความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ซึ่งช่วยให้นางมีสมาธิจดจ่อกับการฝึกฝนได้ดียิ่งขึ้นในภายหลัง

เสี่ยวเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตกลงในที่สุด

ยังไงเสียวันหยุดก็ค่อนข้างยาว เขาจะตามถังซานไปที่หมู่บ้านเซิ่งหุนก่อน แล้วค่อยกลับไปเยี่ยมปู่หัวหน้าหมู่บ้านที่หมู่บ้านหัตถ์วิญญาณ

เมื่อเห็นเสี่ยวอู่รอฟังความเห็นจากเสี่ยวเทียนก่อน ถังซานก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่เขาก็อดทนไว้

หลังจากผ่านไปหนึ่งปี ในที่สุดเขาก็เริ่มกลมกลืนกับกลุ่มของเสี่ยวเทียนและเสี่ยวอู่ได้บ้างแล้ว เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม เขาคงจะถามคำถามส่วนตัวเหล่านั้นกับเสี่ยวเทียนได้เสียทีใช่ไหม?

จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่เชื่อว่าเสี่ยวเทียนจะเก่งกาจขนาดนั้นจริงๆ ที่สามารถใช้วิชาดาบได้หลากหลาย และเขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทักษะวิญญาณของเสี่ยวเทียนคืออะไร ทุกครั้งที่เขาถาม

เสี่ยวเทียนก็จะตอบว่า

"ข้าเป็นผู้บำเพ็ญดาบ ข้าไม่ให้ค่ากับทักษะวิญญาณ ข้าสนเพียงเจตจำนงแห่งดาบ ตราบใดที่วิถีดาบของข้าก้าวหน้า มันก็จะช่วยเร่งการยกระดับพลังวิญญาณของข้าไปด้วย"

เสี่ยวเทียนกำลังใช้วิธีล้างสมองถังซานและเสี่ยวอู่อย่างแนบเนียน

เพราะยังไงระดับพลังที่แท้จริงของเขาก็ปิดบังไม่ได้ตลอดไป เมื่อถึงวันที่ความแตก เขาจำเป็นต้องมีเหตุผลที่ฟังดูเข้าท่าและชอบธรรมรองรับ

"ข้าฝึกฝนในวิถีทางที่ต่างออกไป การที่เจตจำนงแห่งดาบพัฒนาขึ้นแล้วช่วยเร่งความเร็วในการเพิ่มพลังวิญญาณ มันก็สมเหตุสมผลไม่ใช่หรือ?"

"ข้าว่าโคตรจะสมเหตุสมผลเลย!"

ฮิๆ

"ใครจะกล้าแฉข้าล่ะ?!"

ยิ่งไปกว่านั้น การไปหมู่บ้านเซิ่งหุนครั้งนี้ เขามีจุดประสงค์แอบแฝง หากเขาเดาไม่ผิด...

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทั้งสามคนก็ออกเดินทาง

ตลอดทาง ทั้งสามไม่ได้เร่งรีบมากนัก เดินไปหยุดพักไป จนกระทั่งถึงเที่ยงของวันถัดมาจึงมาถึงหมู่บ้านเซิ่งหุน

ทันทีที่มาถึงหมู่บ้าน ถังซานก็อดรนทนไม่ไหว รีบวิ่งตรงดิ่งกลับไปที่บ้านพร้อมตะโกนเสียงดัง

"ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว!"

และทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าสู่เขตหมู่บ้านเซิ่งหุน ก็เป็นไปตามคาด เสียงของระบบระเบิดดังขึ้นในสมองของเสี่ยวเทียนอีกครั้ง!

[ติ๊ง! คำเตือน! คำเตือน! ตรวจพบแกนกลางแห่งชีวิตระนาบโต้วหลัว (ผสานร่างกับต้นไม้แห่งชีวิตโบราณ) อาอิ๋น อยู่ในถ้ำที่ภูเขาหลังหมู่บ้านเซิ่งหุน ความแข็งแกร่งของนางมหาศาลยิ่งนัก ขอแนะนำให้โฮสต์ทำตัวลีบๆ เข้าไว้!]

หลังจากแจ้งเตือนมานับครั้งไม่ถ้วน แม้ระบบจะรู้ดีว่าโฮสต์ของมันไม่ใช่คนชอบทำตัวต่ำต้อย แต่ด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพ มันก็ยังต้องเตือนอยู่ดี!

รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเสี่ยวเทียน เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ หากเขานำอาอิ๋นออกไปจากหมู่บ้านเซิ่งหุนแล้วจับนางมา 'นวด' ตามใจชอบ เขาจะกระตุ้นรางวัลคริติคอลจากระบบได้ไหมนะ?

แน่นอนว่าต้องเป็นการนวดแบบสุภาพชน รสนิยมของเขายังไม่หนักหน่วงขนาดนั้น

แถมยังอาจจะได้ส่วนบุญเป็นกระดูกวิญญาณขาขวาจักรพรรดิเงินครามแสนปีมาฟรีๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากเขาจำไม่ผิด สถานที่แห่งนั้นถูกถังเฮ่าวางค่ายกลเอาไว้ หากกล่องที่บรรจุกระดูกวิญญาณขาขวาถูกเคลื่อนย้าย ถังเฮ่าจะรู้ตัวทันที

ไม่รีบ ไม่รีบ เขามีความอดทนเหลือเฟือ

ยังไงเสีย ดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน ถังเฮ่าคงไม่มอบกระดูกวิญญาณแสนปีให้ถังซานก่อนที่ระดับพลังจะถึงสี่สิบหรือห้าสิบแน่ๆ

ตอนนั้นเอง ปู่แจ็คได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากบ้าน เมื่อเห็นเสี่ยวเทียนและเสี่ยวอู่อยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน เขาก็ยิ้มและพยักหน้าให้

"พวกเจ้าคงเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเสี่ยวซานสินะ? มากับข้าสิ ไปหาเสี่ยวซานด้วยกัน"

เสี่ยวเทียนและเสี่ยวอู่พยักหน้าและเดินตามไป

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอปู่แจ็ค ชายชราดูใจดีเหมือนกับที่บรรยายไว้ในต้นฉบับจริงๆ

จากนั้น ปู่แจ็คก็มอบจดหมายที่ถังเฮ่าทิ้งไว้ให้กับถังซาน บอกว่าพ่อของเขาออกไปทำธุระบางอย่าง

เสี่ยวเทียนแอบหัวเราะในใจ ถังเฮ่าออกไปทำธุระกะผีอะไรล่ะ เขาแค่แอบอยู่แถวๆ นี้ต่างหาก!

ถังซานมองจดหมายแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เขารู้ว่าบิดาต้องปิดบังอะไรบางอย่างไว้แน่

เขาเดาว่าท่านพ่อมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นยอดฝีมือที่เร้นกาย คล้ายกับพวกพระกวาดลานวัดในสำนักเมื่อชาติก่อน ดูภายนอกไม่สะดุดตา แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนัก

อีกทั้งเขาได้เรียนรู้ความรู้ทางทฤษฎีกับอาจารย์มาหนึ่งปี ย่อมรู้ดีว่าการสืบทอดวิญญาณยุทธ์มาจากพ่อแม่ และยิ่งวิญญาณยุทธ์แข็งแกร่ง พลังวิญญาณแต่กำเนิดก็จะยิ่งสูง

วิญญาณยุทธ์ของเขาคือหญ้าเงินครามและค้อนฮ่าวเทียน ซึ่งเป็นของท่านแม่และท่านพ่อ

และไม่ใช่แค่ท่านพ่อ แม้แต่อาจารย์ยังกำชับว่า ห้ามเปิดเผยวิญญาณยุทธ์ค้อนฮ่าวเทียนให้ใครเห็นเด็ดขาดหากไม่จำเป็นจริงๆ

หรือว่าการแสดงค้อนฮ่าวเทียนให้คนนอกเห็นจะนำมาซึ่งผลร้ายแรง?

เช่น การถูกไล่ล่าจากผู้อื่น?

ถังซานไม่ใช่เด็กหัวตื้นเขิน ชาติก่อนเขามาจากสำนักถังที่เป็นสำนักมือสังหาร จึงเข้าใจเรื่องพรรค์นี้ดียิ่งกว่าใคร

ถังซานพึมพำกับตัวเอง "ท่านพ่อ รอข้าก่อน ข้าจะตั้งใจบำเพ็ญเพียร ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะแข็งแกร่งพอให้ท่านยอมบอกความจริงกับข้าด้วยตัวเอง!"

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อท่านพ่อไม่อยู่ที่หมู่บ้านเซิ่งหุนแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องกลับมาที่นี่อีกในอนาคต

ถังซานปาดน้ำตาที่หางตา และกล่าวขอบคุณปู่แจ็คเบาๆ

จบบทที่ บทที่ 19 การพัฒนาเจตจำนงแห่งดาบช่วยเร่งพลังวิญญาณได้ สมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว