- หน้าแรก
- บลูล็อค : พวกเขาทุกคนต่างเรียกชั้นว่า ราชาปีศาจแห่งสนาม
- บทที่ 10: ความปรานี
บทที่ 10: ความปรานี
บทที่ 10: ความปรานี
บทที่ 10: ความปรานี
ช่างเป็นความคิดที่น่าสะพรึงกลัว
แม้แต่หม่าหลางยังรู้สึกสงสารผู้เล่นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเรียวชูอยู่บ้าง
ถ้าเขาคือราชาแห่งสนาม อย่างน้อยเขาก็นำพาราษฎร (เพื่อนร่วมทีม) ของเขาก้าวไปข้างหน้า ในขณะที่เรียวชูเปรียบเสมือนจอมมารทรราช บีบบังคับให้ราษฎรของเขาต้องตามฝีเท้าของเขาให้ทัน
ผู้ที่ตามไม่ทันจะถูกเขาทอดทิ้งได้ทุกเมื่อ
นี่คือเหตุผลที่หม่าหลางรู้สึกสงสารอยู่บ้าง… แต่แววตาที่เขามองเรียวชูกลับยิ่งระแวดระวังมากขึ้นไปอีก เจ้าหมอนี่… น่ากลัวเกินไปแล้ว
และในตอนนี้ บนสนามที่โกลาหล…
ทีม Z อยู่ในสภาพแตกกระเจิงโดยสิ้นเชิง
ทีม X ค่อย ๆ รวมเป็นหนึ่งในตอนที่หม่าหลางแสดงความแข็งแกร่งของเขาออกมา
อิซางิ โยอิจิมองดูการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ รู้สึกสับสนเล็กน้อย พลางนึกถึงคำบรรยายของเอโกะก่อนหน้านี้ไม่หยุด… ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
อย่างนี้นี่เอง… นี่คือความหมายของการก้าวจากศูนย์ไปสู่หนึ่ง?
เพราะความแข็งแกร่งของคนคนเดียว ทำให้ทั้งทีมรวมเป็นหนึ่ง… ไม่… น่าจะพูดว่า พลังของคนคนเดียวทำให้ทั้งทีมมารวมตัวกันรอบตัวเขา จึงเกิดเป็นความสามัคคี
เมื่อเขามองไปยังทีม X ฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง เขาก็ยิ้มอย่างขมขื่น
เขารู้ช้าเกินไป… แม้ว่าตอนนี้เขาจะเข้าใจหลักการเหล่านี้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็รวมเป็นหนึ่งไปแล้ว ในขณะที่ฝ่ายของเขากำลังวุ่นวาย
ทว่า เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปที่เรียวชู ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความสงสัย
อิซางิ โยอิจิเข้าใจดีว่าแม้แต่เขายังรู้หลักการนี้ คนคนนี้ก็ต้องรู้เช่นกัน แล้วทำไมเขาถึงเลือกที่จะปล่อยให้คู่ต่อสู้ทำประตู?
ผู้ชมบางคนหัวเราะเมื่อได้ยินความคิดของอิซางิ โยอิจิ
【สับสนน่ะถูกแล้ว เพิ่งมาจากฝั่งเรียวชู ตามคาด อิซางิไม่รู้อะไรเลย】
【คนข้างบนหมายความว่าไง? หรือว่าเรียวชูนั่นมีเจตนาร้าย?】
【เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจเหรอ? เรียวชูกำลังเดินเกมหมากรุกกระดานใหญ่อยู่ ถ้าคนกลุ่มนี้ไม่สามารถไปถึงระดับที่น่าพอใจของเขาได้ พวกเขาก็คงจะถูกคัดออกทั้งหมดนั่นแหละ!】
【หา? โหดร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ?】
ทันใดนั้น ผู้คนจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้าไปยังมุมมองของเรียวชู…
ทว่า คอมเมนต์กระสุนเหล่านี้ก็ดึงดูดความสนใจของเขาเช่นกัน “โอ้? ความคิดของชั้นมีคนได้ยินด้วยเหรอ?”
ขณะที่เขากำลังคิดเช่นนี้ ระบบก็เด้งขึ้นมา
【สำหรับผู้ชมที่กำลังสังเกตการณ์คุณ พวกเขาสามารถได้ยินความคิดบางส่วนของคุณได้ แต่ความทรงจำเกี่ยวกับอนิเมะที่คุณมี และเนื้อเรื่องเสริมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเนื้อเรื่อง พวกเขาจะไม่สามารถเข้าถึงได้】
【ดังนั้น โฮสต์ ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าผู้ชมเหล่านี้จะรู้ความลับของคุณ】
เรียวชูยิ้ม อย่างนี้นี่เอง…
ไม่น่าแปลกใจที่เขามักจะเห็นคอมเมนต์กระสุนถกเถียงเรื่องความคิดของเขาอยู่เสมอ
ที่แท้ผู้ชมเหล่านี้สามารถเห็นความคิดของเขาได้ด้วย แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญสำหรับเรียวชู ตราบใดที่ผู้ชมเหล่านี้ไม่รู้ว่าเขาไม่ใช่ตัวละครจากอนิเมะ
และเมื่อดูจากลักษณะการถกเถียงของคอมเมนต์กระสุนเหล่านี้ เขาก็พอจะเข้าใจคร่าว ๆ ว่าผู้ชมเหล่านี้สามารถรู้ความคิดของทุกคนที่อยู่ในที่นี้ได้
น่าสนใจจริง ๆ…
ผู้ชมรู้ = เรียวชูรู้
เรียวชูรู้ หมายความว่าเขาสามารถเรียนรู้ความคิดของทุกคนที่อยู่ในที่นี้ได้จากผู้ชมเหล่านี้
น่าสนใจจริง ๆ…
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ ท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันในสนามยังคงดำเนินต่อไป
และดูเหมือนว่าอิซางิ โยอิจิจะเข้าใจหลักการของการก้าวจากศูนย์ไปสู่หนึ่งแล้ว ดังนั้นเขาเองก็ต้องลงมือเช่นกัน
“บาจิระ เดี๋ยวช่วยส่งบอลให้ชั้นได้ไหม?” อิซางิ โยอิจิครอบครองลูกบอลและมองไปที่บาจิระ เขารู้ว่าทักษะของเจ้าหมอนี่นั้นยอดเยี่ยม และมีหลายครั้งที่เรียวชูสามารถเล่นได้อย่างสบายใจก็เพราะเขา
ดังนั้นเขาจึงไปหาบาจิระโดยตรง
บาจิระตอบกลับด้วยท่าทาง OK
เห็นได้ชัดว่าเขาตกลง
วินาทีต่อมา เสียงนกหวีดก็ดังขึ้น
ขณะที่เขากำลังจะส่งบอล อิซางิ โยอิจิก็ได้ยินเสียงวิ่งหลายเสียงจากด้านหลังของเขา
อิซางิ โยอิจิหันกลับไปมองและเห็นไรจิกับคนอื่น ๆ วิ่งมายังตำแหน่งของเขา พร้อมที่จะแย่งบอล!
“พวกนาย!!” ก่อนที่อิซางิ โยอิจิจะได้ทันตั้งตัว…
ไรจิก็สไลด์เข้ามาและแย่งบอลไปโดยตรง เขาหัวเราะเสียงดัง “ไม่มีพวกแกชั้นก็ยิงได้ คอยดู!”
และในวินาทีต่อมา เขาก็หน้าแหก
ลูกบอลถูกเจ้าพระน้อยแย่งไปโดยตรง แถมยังทำหน้าทะเล้นระหว่างแย่งบอลอีกด้วย “เรื่องตลกน่า ถ้าแกยิงได้ ชั้นไปอัญเชิญพระพุทธเจ้ามาเลยดีกว่า!”
“ไอ้หัวโล้น เวรเอ๊ย!” ไรจิกัดฟัน แทบจะม้วนแขนเสื้อพุ่งเข้าไปซัดเจ้าหมอนี่
แต่เสียงหัวเราะดังอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที
ลูกบอลของเจ้าพระน้อยก็ถูกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามแย่งไป
“ฝีมือการเล่นบอลของแกห่วยแตกชะมัด ไม่เท่าหมาของชั้นด้วยซ้ำ” ผู้เล่นคนนั้นเยาะเย้ยก่อนจะวิ่งจากไป
และทิศทางที่เขาวิ่งไปก็คือทางหม่าหลาง เห็นได้ชัดว่าคู่ต่อสู้รู้แล้วว่าตราบใดที่พวกเขาพึ่งพาราชาแห่งสนามคนนี้ พวกเขาก็สามารถทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง
“เล่นรอบ ๆ หม่าหลาง!”
“ตราบใดที่บอลไปถึงเท้าเขา เราก็ยิงได้!”
ทันใดนั้น การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ในสนามก็ยิ่งคล่องแคล่วและรวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าทีมมีแกนหลักแล้ว
ทว่า อิซางิ โโยอิจิเห็นทั้งหมดนี้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
จนกระทั่งลูกบอลถูกส่งไปที่เท้าของหม่าหลาง และทุกคนก็กรูกันเข้าไปหาเขา
ขณะที่หม่าหลางผ่านเรียวชูไป เขาก็ค่อย ๆ พูดขึ้น “แบบนี้มันดีจริง ๆ เหรอ?”
“ในฐานะคนเดียวในทีมที่ทำประตูได้ การไม่ลงมือและปล่อยให้พวกมือใหม่พวกนี้มาหยุดชั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!”
“แมตช์นี้ชั้นขอน้อมรับไว้ด้วยความยินดี”
คำพูดของเขาดูเหมือนต้องการจะยั่วยุเรียวชู
ทว่า เรียวชูกลับยังคงไม่ขยับ…
“ปึ้ก”
เมื่อเสียงยิงประตูดังขึ้น ทีม X ก็ทำได้อีกหนึ่งคะแนน
ไรจิเดินเข้ามา แทบจะพร้อมที่จะสู้กับเรียวชู “แกคิดอะไรอยู่? นี่มันการแข่งขันนะ! ถ้าเราแพ้ เราต้องกลับบ้าน!”
“กลับบ้าน?” ดวงตาของเรียวชูเหลือบขึ้นเล็กน้อย และปากของเขาก็บิดเป็นรอยยิ้ม “จะบอกอะไรให้นะ ถ้าพวกแกทำประตูไม่ได้แม้แต่ลูกเดียวก่อนที่แมตช์นี้จะจบลง”
“ก็อย่าหวังว่าชั้นจะช่วยพวกแกทำประตู”
“ทีมของชั้นไม่ต้องการขยะ”
“แก!” ไรจิกำหมัด แทบจะชกเขา เขาไม่เข้าใจความหมาย แต่เขารู้ว่าเจ้าหมอนี่กำลังจะยอมแพ้?
บาจิระถอนหายใจ “อย่างที่คิดไว้เลย สุดท้ายมันก็ต้องกลายเป็นแบบนี้ นึกว่าที่นี่จะทำให้เรียวชูสนใจขึ้นมาบ้างซะอีก… เฮ้อ”
อิซางิ โยอิจิข้าง ๆ เขางุนงงเล็กน้อย
“ดูเหมือนนายจะรู้มานานแล้วว่าเรียวชูจะทำแบบนี้?”
บาจิระลูบคาง “แม้ว่าเรียวชูจะเป็นคนที่รักฟุตบอล แต่วิธีการรักของเขาแตกต่างจากพวกเราเล็กน้อย”
“ถ้าพวกเราแค่เล่นฟุตบอลในสนามและสนุกไปกับมัน”
“งั้น… เรียวชูก็น่าจะเป็นพวกชอบควบคุมขั้นสุด หรือพูดอีกอย่างก็คือ ‘ผู้ยึดมั่นในอัตตา’”
“เขาไม่ชอบให้เพื่อนร่วมทีมอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา”
“ก็เพราะวิธีการรักแบบนี้แหละที่ทำให้เรียวชูจะ ‘ควบคุม’ ทั้งเพื่อนร่วมทีมของตัวเองและคู่ต่อสู้ในสนาม เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เล่นของเขามีปัญหาต่าง ๆ นานา”
“ในสายตาของเรียวชู พวกนั้นก็ถูกตัดสินประหารชีวิตแล้ว”
“เว้นแต่ว่าพวกเขาจะสามารถทำให้เขาพอใจได้…”