เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 นับวันแม่บังเกิดเกล้ายิ่งดูเหมือนแม่เลี้ยง

บทที่ 45 นับวันแม่บังเกิดเกล้ายิ่งดูเหมือนแม่เลี้ยง

บทที่ 45 นับวันแม่บังเกิดเกล้ายิ่งดูเหมือนแม่เลี้ยง


บทที่ 45

นับวันแม่บังเกิดเกล้ายิ่งดูเหมือนแม่เลี้ยง

หลิงอวี่จื้อเองก็ไม่ได้ต้องการมาหา เดิมทีนางไม่ชอบแม่บังเกิดเกล้าผู้นี้นัก แต่เมื่อเห็นนางฉูปั้นหน้าดุสั่งสอนตนเอง นางก็ทำเป็นไม่เห็นและเอ่ยอย่างร่าเริง “ท่านแม่ จริงอยู่ที่ข้ามารบกวนท่านยามดึก ลูกผิดไปแล้ว แต่ข้าเพียงรู้เรื่องใหญ่มา หากไม่มารายงานให้ท่านทราบคงไม่สบายใจ”

“เรื่องอะไรหรือ?”

น้ำเสียงนางฉูฟังดูเหลืออดเล็กน้อย

“คืนนี้น้องสามมาคุยกับข้าที่ห้องเสียนาน ภายหลังไม่รู้ว่านางง่วงหรืออย่างไร อยู่ ๆ ก็ผล็อยหลับไปในห้องข้า ตอนที่ข้าจะช่วยพานางขึ้นไปนอนบนเตียงก็เห็นว่าจุดแดงพรหมจรรย์ของนางหายไปแล้ว ข้าคิดว่าตนเองตาฝาดจึงดูที่แขนทั้งสองข้างของนางหลายครั้ง แต่จุดแดงของนางได้หายไปจริง ๆ”

เมื่อได้ยินข่าวนี้ ความหงุดหงิดของนางฉูจางหายไปสิ้น นางถามขึ้นทันที “เมื่อครู่เจ้าบอกว่าอะไรกัน?”

“อยู่ ๆ จุดแดงพรหมจรรย์ของน้องสามก็หายไป”

หลิงอวี่จื้อมองหน้ามารดาและบอกเสียงค่อยอีกครั้ง นางเห็นแววตื่นเต้นบนใบหน้าอีกฝ่ายได้ชัดเจน อย่างที่รู้กันว่านางฉูและอนุเหลียนเป็นคู่ปรับในจวนอัครเสนาบดีแห่งนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด

อนุเหลียนมาจากในตระกูลใหญ่ แม้จะเป็นอนุและพื้นเพก็ต่ำต้อย แต่นางเป็นคนฉลาดหลักแหลม งานบัญชีภายในบ้านจึงถูกมอบหมายให้อนุเหลียน

เรื่องนี้ทำให้นางฉูไม่พอใจเป็นอย่างมาก หากแต่เพราะเป็นการมอบหมายโดยฮูหยินเฒ่า นางจึงไม่สามารถทัดทานได้ พวกนางเป็นปรปักษ์กันตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้         อนุเหลียนยังไม้ไว้หน้านางฉูในที่ลับ ทั้งยังไม่เห็นอยู่ในสายตา ทำให้นางฉูเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ

นางฉูให้กำเนิดลูกชายและลูกสาว ลูกชายต้องครอบแก้วรักษาเพราะคลอดก่อนกำหนด กินยาต้มอยู่เป็นปี เขาตัวผอมอย่างกับลำไผ่ เกือบขวบหนึ่งแล้วยังตัวเล็กจนคาดว่าลมพัดแรงเข้าหน่อยคงปลิวลอยไป ทำให้ตอนนั้นนางแทบไม่มีตัวตนในจวนอัครเสนาบดี

นางฉูย่อมไม่เห็นลูกของอนุเหลียนในสายตา แต่              ฮูหยินเฒ่ากลับโปรดปรานหลิงอวี่หรงมาก และมักนำมาเปรียบเทียบกับหลิงอวี่จื้ออยู่บ่อยครั้ง บอกว่านางฉูไม่มีทางสั่งสอนลูกสาวได้ เมื่อมีโอกาสนางฉูจึงไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้

“เจ้าแน่ใจเรื่องนี้ไหม?”

นางฉูยังคงไม่เชื่อในสติปัญญาของลูกสาว นางถามด้วยความหวาดระแวง

“ท่านแม่ ข้าจะกล้าพูดเรื่องแบบนี้พล่อย ๆ ได้อย่างไร ข้าว่าเป็นเรื่องจริง น้องสามไม่น่าเป็นคนพรรค์นั้น ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าจุดแดงพรหมจรรย์ของนางหายไปได้อย่างไร”

หลิงอวี่จื้อทำทีเอ่ยด้วยความสงสัย

“ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง อวี่จื้อ เจ้ากลับไปก่อน ตอนนี้เจ้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัด อย่าทำให้ข้ากับจื่อเชิ่งขายหน้า”

“รับทราบ ท่านแม่ ลูกจะกลับเดี๋ยวนี้”

หลังจากบอกลานางก็ออกมาจากเรือนปี้เซวี่ย เมื่อมาถึงทางเข้าหลิงอวี่จื้อก็เม้มปาก สิ่งที่นางฉูเป็นกังวลที่สุดคือนางจะกีดขวางอนาคตของลูกชายหรือไม่ ทำอย่างกับเก็บนางมาเลี้ยง เป็นลูกเหมือนกัน เหตุใดถึงได้ปฏิบัติต่างกันเช่นนี้?

แม่บังเกิดเกล้าผู้นี้ดูเหมือนแม่เลี้ยงเสียมากกว่า

นางคงไม่มีอะไรต้องลงมือต่อ นางฉูย่อมจัดการได้อย่างอยู่หมัด ดึกมากแล้ว นางควรกลับไปนอนเสียที คิดแล้วก็หาวออกมาหลายครั้ง

ง่วงเหลือเกิน

คืนนั้นหลิงอวี่จื้อนอนหลับสนิท

นางหลับยาวและตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นก่อนบิดขี้เกียจ    หลูเยี่ยนกับหนานเยี่ยนนำอุปกรณ์ชำระร่างกายเข้ามาในห้อง หลังทำความสะอาดเสร็จสิ้น หลิงอวี่จื้อก็ถามขึ้น “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ไหนบอกข้ามา”

จบบทที่ บทที่ 45 นับวันแม่บังเกิดเกล้ายิ่งดูเหมือนแม่เลี้ยง

คัดลอกลิงก์แล้ว