เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ท้าทายฮ่องเต้น้อย

บทที่ 27 ท้าทายฮ่องเต้น้อย

บทที่ 27 ท้าทายฮ่องเต้น้อย


บทที่ 27

ท้าทายฮ่องเต้น้อย

หลิงอวี่จื้อทะนุถนอมใบหน้าตนเองเป็นพิเศษเนื่องจากหน้าที่การงานของตน มักจะมีสูตรพอกหน้าของตนเอง นางจึงคุ้นเคยกับสารพัดสูตรประทินผิว

มู่หรงกวนเย่ว์นึกสงสัย “ผงถั่วเขียวกับน้ำผักกาดหอมจะได้ผลน่าอัศจรรย์ขนาดนั้นเชียวหรือ?”

“ไทเฮาลองดูแล้วจะรู้ว่าบางครั้งของง่าย ๆ ก็สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้เพคะ หลังจากนางในเตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว หม่อมฉันจะเข้าวังมาพอกหน้าไทเฮาให้เหล่านางในดูเป็นการสาธิตครั้งหนึ่ง พวกนางจะได้รู้วิธีทำเพคะ”

“ได้ ต้องขอบคุณคุณหนูหลิงแล้ว”

หลิงอวี่จื้อยิ้มบอก “เป็นเกียรติของหม่อมฉันที่ได้ช่วยเหลือไทเฮาเพคะ”

หลังจากนั้นมีคนมาขอเข้าเฝ้ามู่หรงกวนเย่ว์ หลิงอวี่จื้อจึงขอทูลลาออกมา มู่หรงกวนเย่ว์ให้จื่ออี นางสนองพระโอษฐ์คนสนิทมาส่งหลิงอวี่จื้อออกจากวังหลวง แม้หลิงอวี่จื้อจะยินดีในใจหากแต่ยังคงสีหน้าสงบนิ่งไว้ ดูท่าแล้วนางคงโชคดีไม่น้อย ถึงได้พบกับผู้ทรงอำนาจที่สุดทั้งสองคนของราชวงศ์เว่ย์ตะวันตกเร็วถึงเพียงนี้

ในจังหวะที่นางกำลังจะเอ่ย บอลลูกหนึ่งก็ลอยมาหาก่อนกระแทกศีรษะอย่างแรง ทำให้หลิงอวี่จื้อเจ็บหน้าผาก นางลูบหน้าผากตนเองและลืมไปชั่วขณะว่าตนกำลังอยู่ในวังหลวงก่อนตะโกนลั่น “ใครเตะบอลมากัน?”

เสียงร้องคำรามนี้ชวนให้หลูเยี่ยนตกใจ รวมไปถึงจื่ออีที่เดินนำหน้าอยู่ด้วย ไม่ต้องคิดว่าใครเป็นคนเตะบอลมา และนึกไม่ถึงว่าหลิงอวี่จื้อจะปากกล้าเพียงนี้

ทันใดนั้นเด็กชายอายุราวสิบสามหรือสิบสี่ปีก็วิ่งมา เขามีดวงตาโตพร้อมคิ้วหนา สูงเกือบ 1.8 เมตรได้ แม้ใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์แต่ไม่ได้บดบังความหล่อเหลา ยามนี้ท่าทางของเขาดูเหลืออด “เมื่อครู่ใครตะโกนใส่เจิ้น*กัน?”

*เจิ้น คำเรียกตนเองของฮ่องเต้

หลิงอวี่จื้อเสียใจในการกระทำของตนเองอย่างถึงที่สุด นางลืมไปได้อย่างไรว่าที่นี่คือวังหลวง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหนุ่มน้อยผู้นี้ย่อมเป็นฮ่องเต้น้อยอย่างแน่นอน ได้ยินมาว่าเขาดื้อรั้นตามประสาวัยรุ่น เป็นปกติที่จะซุกซนแต่คนเราก็ไม่ควรเหลิงจนเกินไป

ทุกคนต่างคุกเข่าคำนับเฉินโม่ชี หลิงอวี่จื้อรู้สึกว่าฮ่องเต้น้อยมายืนตรงหน้าตนเอง ใจหนึ่งนึกปวดหัว หากเป็นฮ่องเต้น้อยตัวแสบผู้นี้นางคงไม่ตายดีแน่

“เมื่อครู่เจ้าเป็นคนที่ตะโกนใส่เจิ้นใช่หรือไม่?”

ตายเป็นตาย!

หลิงอวี่จื้อเงยหน้าและส่งยิ้มเจื่อนให้เขา “หม่อมฉันไม่ได้ตะโกนใส่ฝ่าบาทเลยเพคะ หม่อมฉันขึ้นเสียงใส่ลูกบอลไม่รักดีที่ไม่เชื่อฟังฝ่าบาทต่างหากเพคะ หวังว่าฝ่าบาทจะให้อภัยหม่อมฉันด้วยเพคะ”

เฉินโม่ชีหยิบลูกบอลขึ้นมาจากพื้นและมองหน้า    หลิงอวี่จื้ออย่างไม่ใส่ใจ “เช่นนั้นบอกมาว่าเจิ้นจะทำให้ลูกบอลเชื่อฟังได้อย่างไร”

เด็กคนนี้เตะบอลไม่เก่งเสียจนอับอายจะแสดงฝีมือของตน แน่นอนว่าเขาเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ในใจเท่านั้น

นางเคยเล่นละครย้อนยุคมา และมีฉากการแข่งขันซูจู้*หลายครั้ง ด้วยเหตุนี้นางจึงได้เรียนมาช่วงหนึ่ง การเป็นนักแสดงที่ดี นางต้องเรียนทุกอย่างเพื่อรับบทบาทหลากหลาย  และนางก็จริงจังตั้งใจจนเรียนได้ไม่เลว เรียกได้ว่าไม่สามารถนับสิ่งที่เคยเรียนรู้มาในฐานะนักแสดงได้

*ซูจู้ การเล่นฟุตบอลแข่งกันในยุคโบราณ

“หากฝ่าบาทไม่พอใจมัน หม่อมฉันจะสาธิตให้ฝ่าบาทเห็นถึงลูกบอลที่เชื่อฟังเองเพคะ”

“เจ้าเตะบอลเป็นหรือ?”

เขาแปลกใจ ช่วงนี้เขาหลงใหลการเล่นซูจู้ หากแต่ไม่มีอาจารย์ที่ดี ฝีมือของเขาจึงไม่ช่ำชองนัก ทำให้นึกหงุดหงิดไม่น้อย

“รู้อยู่บ้างเพคะ”

“เจ้าลุกขึ้น หากเอาชนะเจิ้นได้ เจิ้นจะไม่ถือโทษ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น...” เฉินโม่ชีกล่าวข่มขู่

เจ้าเด็กน้อย หากยังเอาชนะมือใหม่อย่างท่านไม่ได้ก็คงไร้ค่าเต็มทน ท่านต้องเลื่อมใสสุดใจจนเรียกข้าว่าอาจารย์แน่

จบบทที่ บทที่ 27 ท้าทายฮ่องเต้น้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว