เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 45 - เรื่องตลก

Chapter 45 - เรื่องตลก

Chapter 45 - เรื่องตลก


Chapter 45 ---- เรื่องตลก

ไม่กี่วันต่อมาก็อย่างที่ เอริค คาดเอาไว้ Los Angeles Daily ได้เผยถึงรูปของ จูเลีย ที่ออกจากบ้านของเขาและพูดถึงรายละเอียดของ ' ความดุร้าย ' ที่เขาได้จัดขึ้นที่บ้าน มันพูดถึงทีมงานของ Home Alone ที่อยู่ที่นี่แต่เน้นเรื่อง ' สาวๆ ' ที่เข้าร่วมงาน

หนังสือพิมพ์บางอันนั้นตามข่าวนี้แต่เพราะพวกเขาไม่ได้มีอะไรให้เขียนต่อ พวกเขาจึงเริ่มวิจารณ์เรื่องพฤติกรรมของ เอริค เปลี่ยนจากเด็กหนุ่มผู้มีแรงบันดาลใจเป็นเพล์บอยที่ทิ้งแฟนสาวไปหาเด็กที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์

"... เอริควิลเลียบม น่ะเป็นเด็กหนุ่มที่มีประสวรรค์จริงๆแต่หลังจากที่ได้รับเงินมามากมายได้ง่ายๆ เด็กหนุ่มนั่นก็เริ่มตกต่ำลง...."

" ...หลังจากที่ทิ้งแฟนสาวและนอนกับ ดรูว์ แบรี่มอร์ เอริควิเลียม ก็ไปอยู่กับคนอื่นอีก ตามแหล่งข่าวของเราแล้ว ผู้หญิงในภาพเป็นนักแสดงนำในเรื่อง Mystic Pizza ....."

" ....มันยากที่จะคิดได้ว่า เอริควิลเลียม ไปพัฒนาความสัมพันธ์กับเด็กวัย 13 ดรูว์แบรี่มอร์ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกระทำของเขานั้นผิดกฎหมายแคลิฟอร์เนีย ฉันอดไม่ได้ที่จะต้องนึกถึง โรมันโปแลนสกี ที่ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีพรสวรรค์ซึ่งได้ทำเรื่องแบบเดียวกัน เพื่อที่จะไม่ให้ช้ำกับอดีต เอริควิลเลียม คงต้องหนีไปที่สีลังกา ฉันรู้สึกว่า L.A.P.D คงต้องรีบจัดการเขาให้เร็วที่สุด...."

และแม้แต่ข่าวในวงการบันเทิงก็ยังเริ่มสนใจในข้อกล่าวหานี้ ภาพลักษณ์ของ เอริค ที่สร้างขึ้นมานั้นเริ่มสั่นครอน

20th Century Fox ราวกับโดนพายุพัดเข้าใส่ 17 Again นั้นยังคงออกฉายอยู่และพวกเขาก็ได้ซื้อสิทธิของ Home Alone มาแล้ว ดังนั้นถ้าพวกเขาปล่อยให้ภาพลักษณ์ของ เอริค ต้องสั่นคลอน พวกเขาก็จะต้องขาดทุนอย่างมาก

สำหรับ Columbia นอกจากคอยทำตามสัญญาแล้ว พวกเขาก็แค่นั่งรออยู่เฉยๆ ลูกจ้างบางคนจากแผนกสื่อสารถึงกับเสนอให้หัวหน้านั้นมาแถลงข่าวต่อสาธารณะแต่ความคิดพวกนั้นก็ถูกปฏิเสธอไป เบาท์โคเฮนร ต้องอยู่ในสภาพขมขื่นโดย เอริค และแผนกสื่อสารนั้นถึงกับสงสัยตัวหัวหน้าว่าอาจจะมีส่วนในเรื่องยุ่งทั้งหมดนี้ ดังนั้นพวกเขาเลยไม่ยอมออกแถลงข่าวในเรื่องเด็กหนุ่มคนนี้

Fox ได้ทำจัดการมันเป็นพิเศษกับพวกที่ลดเครดิตพวกเขาเพื่อไม่ให้กระทบยอดขาย

ไม่นานภายใต้การนำของบริษัท การตอบโต้ก็ถูกปล่อยอกมาและผ่านวิธีทางต่างๆ พวกเขาก็ได้ปล่อยการคาดเดาถึงนักแสดงและผู้กำกับที่โต้แย้งกัน สักพักหนังสือพิมพ์ของอเมริกาเหนือก็ต้องวุ่นวายและความสนในเรื่อง เอริค ก็เริ่มลดลง

ผู้คนเริ่มที่รู้สึกว่าพลาดบางอย่างไป แม้ว่าสื่อจะดีในการแสดงถึงปัญหาต่างๆแต่ไม่ใช่ว่าพลเมืองทุกคนน่ะโง่

ไม่นานหนังสือพิมพ์ที่ไม่ดังชื่อ Hollywood News ก็ได้ปล่อยข่าวออกมาซึ่งปกติแล้วจะไม่ได้รับการสนใจแต่เรื่องนี้น่ะทันตามกระแสซึ่งมันได้ดึงดูดความสนใจอย่างมาก

' เรื่องตลกของคริสมาสต์ : โทษบ็อกออฟฟิศ '

" ช่วงรายจ่ายประจำปีของคริสมาสต์ใกล้มา ในปีก่อนหน้าบริษัทหนังทำได้ดีกับการโปรโมตหนังระหว่างช่วงนี้แต่ครั้งนี้พวกเขาได้ใช้วิธีน่ารังเกียจเพื่อลดเครดิตของคู่แข่ง และทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณเด็กชายแสนวิเศษ เอริควิลเลียม "

" หลังจากที่ปล่อยออกมาได้หนึ่งอาทิตย์ หนังสองเรื่องของเขาก็ขึ้นฮิตติดชาร์จบ็อกออฟฟิศ "

" มันคือสิ่งที่ควรรู้ ตัวเลขที่โรงฉายที่เปิดให้บริการระหว่างช่วงคริสมาสต์นั้นมีจำกัดซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันของสตูดิโอต่างๆทุกปี ดังนั้นครั้งนี้เพื่อที่พวกเขาจะได้เค้กก้อนโตนี้ไป พวกเขาจึงลาก เอริควิลเลียม ออกมาด้วยเรื่องอื้อฉาวและการวิจารณ์ต่างๆ "

" หากไม่สนเรื่องความผิดของผู้กำกับหนุ่ม --- ซึ่งยังไม่ได้ถูกพิสูจน์ ฉันอยากบอกกับค่ายหนังใหญ่ๆ โปรดกลับไปแข่งแบบเดิมกันเถอะ หยุดใช้วิธีสกปรกเพื่อจัดการคู่แข่งและให้แข่งกันอย่างแฟร์ๆ "

สำหรับหนังสือพิมพ์ค่ายใหญ่แล้ว หัวข้อของ Hollywood News นั้นเหมือนขู่มากกว่าคำเตือน : หยุดสิ่งที่ทำอยู่ เรามีคนหนุนหลัง --- นี่แหละที่มันต้องการบอก พวกเขารู้ตัวอย่างรวดเร็วว่าเด็กหนุ่มไม่ได้สู้เพียงลำพังและดูเหมือนว่าเขาเป็นคนของ Fox

ในตอนที่สำนักข่าวต่างก็เลิกสนใจเรื่องนี้ พวกสำนักข่าวที่ซึ่งเข้าใจถึงสถานการณ์ตอนนี้ก็หยุดไล่ตามข่าวนี้ทันที

พายุดูเหมือนว่าจะผ่านพ้นไป

ไม่กี่วันต่อมา เอริค ที่ซึ่งตอนนี้ก็ยังโดนห้อมล้อมโดยปาปารัซซี่ในทีสุดก็ได้ย้ายไปยังแมนชั่นใหม่และทำการเก็บตัว เขาไม่ได้ออกมาที่ระเบียงเขาเลยด้วยซ้ำ เขาแค่มองจากหน้าต่างแล้วมองเห็นรถที่จอดอยู่หน้าบ้านหลังใหม่ อ่ะ นั่นคือพวกปาปารัซซี่ !

เจฟฟี่แฮนสัน มองไปยังแมนชั่นด้านหลังกำแพงสูงด้วยสายตาอิจฉาและกดออดที่หน้าประตู หลังจากนั้นไม่กี่นาที เอริค ก็เปิดประตูมาต้อนรับเพื่อเขาด้วยตัวเอง

เมื่อมองรถที่จอดด้านนอก เจฟฟี่ ก็ได้ถามขึ้นมา - " เอริค นายต้องอยู่ที่บ้านหลายวัน นายจัดการกับมันยังไง ? "

เมื่อเรื่องนี้ถูกพูดขึ้นมา เอริค ก็สลด โปรดิวเซอร์สำหรับบริษัท Firefly ไม่ได้ต้องการความเหลือจากเขามากมายนักและทุกอย่างก็ดำเนินการไปได้ตามที่เขาต้องการ เทียบกับอดีตของเขาแล้วที่แม้แต่พวกเก็บตัวก็ยังมีชีวิตที่สดใสได้แต่ยุคนี้น่ะไม่มีทั้งอินเตอร์เน็ตรึสมาร์ทโฟน เขาน่ะเบื่อแทบตายเลย

" เขียนนิยาย, เขียนบท , ดูทีวี...เรื่องน่าเบื่ออื่นๆอีก ด้วยสภาพตอนนี้ฉันไม่กล้าออกไปข้างนอกอีก ครั้ง เจฟฟี่ ฉันไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องดื่มและวันต่อมาสำนักข่าวก็เอามาเขียนหัวข้อเรื่องที่ฉันจะไปจีบพนักงานขายอีก "

เจฟฟี่ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น

เอริค ได้พาเพื่อนไปในห้องสมุดซึ่งอยู่ที่ชั้นสอง พวกเขาเพิ่งเข้าไปและ เจฟฟี่ ก็ได้พบกับกระดานอันใหญ่ที่แขวนอยู่บนกำแพงโดยมีหนังสือพิมพ์ต่างๆถูกตัดแล้วปักหมุดเอาไว้

" นี่เพื่ออะไร ?" - เจฟฟี่ เดินเข้าไปและถามด้วยความสงสัย

" ไม่มีอะไร " - เอริค เดินเข้ามาแล้วหัวเราะพร้อมกับดึงหมุดอันหนึ่งออกมา - " ฉันเบื่อน่ะ เลยรวบรวมการวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์ต่างๆเอาไว้หวังว่าจะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เพื่อที่ในอนาคตฉันจะได้....จัดการมัน "

เจฟฟี่ แหย่ขึ้นมา - " ด้วยการที่เชอร์ล็อกโฮร์มมาทำคดีนี้ คนพวกนั้นคงต้องระวังไว้ดีๆแล้ว "

เอริค ยักไหล่ อันที่จริงเขาก็ถือว่าโชคดีที่มี Fox หนุนหลัง มันทำให้เขาสลัดเรื่องยุ่งนี้ออกมาได้ เขายังไม่ได้มีชื่อเสียงขนาดว่าแฟนๆนั้นต้องเศร้ากันกับการตายของเขาเหมือน ไมเคิลแจ็กสัน ในชีวิตเก่า ดังนั้นเขาจึงประมาทไม่ได้

หลังจากที่บ่นไม่นาน เอริค ก็ได้ถามขึ้นมา - " ใช่ เจฟฟี่ ทุกอย่างเป็นไงบ้าง ? "

ตอนที่ชายกลางคนได้ยินแบบนั้น เขาก็ดึงกองเอกสารออกมาจากกระเป๋าแล้วบ่นออกมา - " นาย บอสจะมาสันหลังยาวได้ไง ฉันต้องทำทุกอย่างคนเดียว ใช้เวลาประมาณครึ่งเดือนกว่าจะตกแต่งออฟฟิศเสร็จ และนี่คือข้อมูลที่นายขอเรื่องค่านายหน้า เอริค นายตั้งใจจะซื้อมันและตั้งเอเจนซี่จริงๆเหรอ ?"

เอริค ดูข้อมูลพวกนั้นแล้วพูดขึ้น - " แน่นอน นายเห็นที่ CAA ได้ตัว สจ๊วตรังเคิล ไปมั้ย ถ้าฉันไม่มีวิธีจัดการ ดาวดังที่ฉันปั้นขึ้นมาคงถูกแย่งไปหมด "

" แต่ค่ายหนังน่ะมีพวกตัวแทนตัวเองไม่ได้ "

เอริค ที่อ่านเอกสารในมือพูดขึ้นมาโดยไม่เงยหน้าขึ้น - " ฉันรู้ ฉันไม่ได้วางแผนที่จะรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน พวกมันจะทำงานแยกกัน ดังนั้นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาทางกฎหมายอะไร "

" ได้ ฉันจะให้นายจัดการเรื่องนี้ละกัน ใช่สิ นายบอกว่าบทหนังนายเสร็จแล้วนิ ? "

เอริค หยิบบทขึ้นมาจากโต๊ะแล้วส่งให้กับ เจฟฟี่ - " เสร็จแล้ว นายอยากดูหน่อยมั้ยล่ะ ? "

จบบทที่ Chapter 45 - เรื่องตลก

คัดลอกลิงก์แล้ว