เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 44 - ขูดรีด

Chapter 44 - ขูดรีด

Chapter 44 - ขูดรีด


Chapter 44 --- ขูดรีด

" สุภาพบุรุษ ออฟฟิศพวกนี้ถูกเลือกมาตามที่คุณได้กำหนดไว้ มีที่หนึ่งในเขตเบอร์แบงค์, อีกที่เขตซานต้าโมนิก้า, โอ้และมีอีกที่แถวๆฮอลลีวูด้วยราคามันจึงค่อนข้างแพง "

ในห้องของศูนย์จัดตั้งเอเจนซี่ เจ้าหน้าที่ผู้มีทักษะที่ชื่อ เรย์มอนสตี ได้ส่งเอกสารให้กับ เอริค และ เจฟฟี่ เนื่องจากพวกเขาได้ตัดสินใจตั้งบริษัทหนังใหม่ขึ้นมา พวกก็ควรที่จะเช่าออฟฟิศและนั่นคือสถานการณ์ตอนนี้

พวกเขาได้ฟังที่ เรย์มอน พูดพร้อมกับคุยกันเรื่องรายละเอียด

เขาไม่รู้ว่าทำไมแต่ เอริค รู้สึกว่า เรย์มอน นั้นมีสายตาแปลๆ เขาน่ะเกือบรู้สึกถึง...ความกระตือรือร้น สุดท้ายจากช่องว่างการสนทนา เรย์มอน ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา - " ขอโทษทีแต่คุณใช่ คุณวิลเลียม รึเปล่า ? ผู้กำกับของ Home Alone น่ะ ? "

เอริค ยักคิ้วและมองไปที่ชายตรงหน้าอีกครั้ง ชายวัยกลางคนนี้ดูไม่เหมือนแฟนคลับเขาเลย ใช่มั้ย? เขาพยักหน้า - " ฉันเองแหละ คุณสตี คุณถามทำไม ? "

เรย์มอน พูดขึ้นมา -" คุณวิลเลียม ฉันสงสัยว่าคุณสนใจในแมนชั่นที่เบเวอรี่ฮิลล์มั้ย เราน่ะมีว่างที่หนึ่งพอดี พื้นที่ก็ 6,000 ตร.ฟุต มันใกล้กับถนนซันเซ็ตแต่ที่สำคัญที่สุด....มันรักษาความเป็นส่วนตัวได้อย่างดี "

เมื่อพูดจบ เรย์มอน ก็มีท่าทีผิดปกติ ชัดแล้วว่าเขาอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อเช้าและได้ไอเดียในการขายแมนชั่น

เอริค ต้องยอมรับว่ามันถือว่าสะดวกมาก นอกจากนี้กันพวกปาปารัฐซี่ได้สักพัก แน่นอนว่าเขาต้องย้ายออกจากที่เดิมในไม่ช้า

เจฟฟี่ เองก็พูดขึ้นมา - " เอริค ฉันเองก็คิดว่านายต้องเปลี่ยนที่อยู่ ด้วยเงินของนายตอนนี้ มันไม่ปลอดภัยเลยที่จะอยู่ที่นั่น "

เอริค พยักหน้าและถามออกมา - " คุณสตี ฉันสนใจนะ เราไปดูที่นั่นได้ตอนไหน ? "

เรย์มอน ดีใจขึ้นมา เขารีบพยักหน้าและพูดขึ้นมา - " เราไปตอนนี้เลยก็ได้ เจ้าของบ้านน่ะให้เราจัดการเรื่องนี้ กุญแจเลยอยู่กับฉัน "

เอริค ไม่ได้อยากอยู่เลือกออฟฟิศต่อ เขาได้ทิ้งเช็คไว้ให้ เจฟฟี่ ตัดสินใจและได้ขับไปที่เบเวอรี่ฮิลล์กับ เรย์มอน

หลังจากที่ขับไปตามทางที่ เรย์มอน บอก ครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็ได้มาจอดที่หน้าแมนชั่นบนเนินเขา - " เราถึงแล้ว คุณวิลเลียม "

เมื่อลงจากรถ สิ่งแรกที่ เอริค เห็นคือกำแพงสูงกว่า 2 ม.โดยมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมรั้วเต็มไปหมด

เรย์มอน รีบพูดขึ้นมา - " คุณวิลเลียม อย่างที่เห็น บ้านนี้สร้างขึ้นมาเน้นความเป็นส่วนตัว กำแพงสูงน่ะเต็มไปด้วยต้นไม้ด้านใน ความเสี่ยงที่พวกช่างภาพจะได้รูปไปนั้นไม่มี อีกอย่าแล้วไม่มีถนนรอบๆ มีประตูแค่สองที่ อันหนึ่งด้านหน้าและอีกอันด้านหลัง มันเหมาะสำหรับบุคคลสาธารณะ "

เอริค พยักหน้าด้วยความพอใจ - " งั้น คุณสตี เราเข้าไปดูด้านในหน่อยได้มั้ย ? "

" แน่นอน " - เรย์มอน รีบเอากุญแจออกมาเพื่อเปิดประตูบ้านและเชิญ เอริค เข้าไป

" เข้ามาเลย นี่คือบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ถูกออกแบบโดย เอดเวิดไนล์ มันมีสี่ห้องนอน, 7 ห้องน้ำ, 2 ห้องครัวและโรงรถที่จอดได้ถึง 10 คัน ที่นั่นเรามีที่อาบน้ำกลางแจ้ง, สนามบาส โอ้จากที่ระเบียงชั้นสอง คุณสามารถมองเห็นทั้ง LA ได้ ฉันต้องบอกว่าวิวตอนกลางคืนน่ะสวยมากๆเลย.."

เอริค ฟังรายละเอียดและรอจนกระทั่งพวกเขาเดินไปเกือบทั้งทั่วบ้าน

" คุณสตี แมนชั่นนี่ราคาเท่าไหร่ ?"

เรย์มอนสตี ถึงกับสะอึก ก่อนที่เขาจะหันกลับมาตอบ เอริค ไม่ได้ถามรายละเอียดมากมายแต่ถามมาที่จุดสำคัญ เขาถามถึงราคา มันเหมือนว่าจะขายบ้านนี้ได้แล้ว

หลังจากที่สร้างแมนชั่นนี้มา เจ้าของขาดทุนไปเยอะตอนที่ตลาดหุ้นปีที่แล้วตกและต้องเอาบ้านนี้มาขายแต่เขาขอราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นบ้านจึงขายไม่ออกมาเกือบครึ่งปี

เขากดความดีใจเอาไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น - " 2 ล้านดอลลาร์ คุณวิลเลียม "

' ถูกขนาดนั้นเลย ? ! ' นี่คือความคิดแรกของ เอริค แต่ไม่นานเขาก็จำได้ว่านี่คือปี 1988 ราคาที่ดินน่ะยังไม่ถึงตัวเลขที่น่าตลกของศตรวรรษที่ 21 ไมเคิลแจ็กสันได้ซื้อที่ดิน 11 ตร.กม.เป็นเงิน 19.5 ล้านดอลลาร์ แมนชั่นราคา 2 ล้านนี่ชัดแล้วว่าแพง

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินแต่ เอริค เกลียดที่จะถูกโดนเอาเปรียบ เขามองไปที่อีกฝ่ายและพูดขึ้น - " คุณสตี นายควรเข้าใจว่าฉันคิดจะซื้อจริงๆ งั้นการบอกราคา 2 ล้านนั่นคงไม่เข้าท่า "

เรย์มอนสตี เผยสีหน้ากังวลออกมาและพูดขึ้น - " งั้น 1.95 ล้านดอลลาร์ ฉันลดมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว "

" 1 ล้าน " - เอริค บอกราคาของตัวเองออกมา

เรย์มอน เกือบสะดุ้ง เขาตะโกนขึ้นมาด้วยความแปลกใจ - " เป็นไปไม่ได้หรอก ! "

ตอนนี้คนจีนไม่ใช่คนที่มีทั่วไปในอเมริกาเหนือ ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ เรย์มอนสตี ได้จอกับการต่อราคาที่สุดยอดแบบนี้...นายมาล้อเล่นกับใคร เอริค ชัดแล้วว่าพยายามที่จะขูดรีดอีกฝ่าย

ราวกับว่าเขาโดนดูถูกอย่างมาก สีหน้าของ เรย์มอน บิดเบี้ยวขึ้นมาและเขาก็ได้พูดขึ้นเสียงแข็ง - " คุณวิลเลียม นอกซะจากว่าคุณจะสนใจ งั้นก็ไม่ควรทำแบบนี้อีก "

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายโกรธจริงๆ เอริค ก็รีบหัวเราะขึ้นมา - " ฮาฮา ฉันล้อเล่นน่ะแต่ฉันว่านายไม่จริงใจนะกับการลดแค่ 50,000 ดอลลาร์เนี้ย..."

เรย์มอน ยังคงไม่พอใจเล็กน้อยแต่คนตรงหน้านั้นยังไงซะก็คือลูกค้าคนสำคัญและถ้าเขาขายแมนชั่นนี้ได้ เขาก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นจำนวนมาก เขาจึงรีบสงบอารมณ์ตัวเอง - " คุณวิลเลียม แมนชั่นนี้ตกแต่งมาเรียบร้อยแล้วและเจ้าของบ้านก็ได้ใช้ค่าตกแต่งไปถึง 5 แสนดอลลาร์ พวกเขาน่ะอยากขายที่ราคา 2 ล้าน หลังจากที่พูดคุยกันมา ฉันสามารถให้ราคาต่ำกว่านี้เล็กน้อยและพวกเขาก็ตกลงไว้ที่ 1.9 ล้านซึ่งเป็นราคาต่ำที่สุดที่ฉันให้ได้แล้ว "

หลังจากที่พูดจบ เรย์มอน ก็เงียบไปรอให้ เอริค ตัดสินใจ นี่คือท่าทางที่บอกว่าไม่ให้ต่อรองอีก

เอริค คิดสักพัก เขาชอบบ้านหลังนี้ เขาได้พยักหน้าตอบรับ - " คุณสตี ถ้าฉันตัดสินใจซื้อ ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะย้ายเข้ามาได้ ? "

เรย์มอน พูดขึ้น - " ถ้าคุณจ่ายในทีเดียว เราสามารถจัดการเรื่องการโอนได้ทันทีและคุณก็สามารถย้ายมาได้ในสามวัน ถ้าคุณต้องการกู้ธนาคาร มันคงใช้เวลามากกว่าเดิม "

แน่นอนน่ะเงินน่ะหามาแล้วใช้ไป เอริค จำได้ว่าเพื่อนจากชีวิตก่อนน่ะซื้อบ้านใน LA และไปๆกลับกว่าเดือนก่อนที่จะย้ายมาอยู่ได้

เขาเลือกที่จะจ่ายมันทันทีและชายทั้งสองก็ได้กลับไปที่บริษัทของ เรย์มอน เอริค เรียก เอดเวิดเลวิส และบอกให้อีกฝ่ายส่งทนายไปจัดการ ที่เขาต้องทำก็แค่เขียนเช็คและเรื่องที่เหลือก็ให้ตัวแทนของเขาจัดการ

เจฟฟี่แฮนสัน เองก็เลือกออฟฟิศใกล้กับเบอร์แบงค์ให้เป็นสำนักงานของ Firefly และ เอริค ก็แสดงสีหน้าพอใจออกมากับตัวเลือกของชายวัยกลางคนคนนี้

หลังจากที่ยุ่งมาทั้งวัน เด็กหนุ่มก็ได้กลับไปที่บ้านในตอนเย็นและเห็นปาปารัซซี่อยู่รอบๆบ้าน คนพวกนี้ชัดแล้ว่ามาที่นี่หลังจากที่เห็นข่าวเมื่อเช้าเพื่อหาข่าวไปขายอีก

เอริค แค่ทำท่าไม่เห็นพวกนี้

หลังจากที่กินมื้อเย็นแล้ว เขาก็ได้กลับไปที่ห้องนอนและถอดชุดเพื่อไปอาบน้ำ เขาคิดว่ามันได้เวลาที่เขาต้องเขียนบทเรื่อง Pretty Woman ไมเคิลเคลาส์ ทำเขาหงุดหงิดหลายครั้งแล้วเรื่อง Resident Evil ดังนั้น เอริค จึงเลือกที่จะยืดการเขียนบทออกไปแต่ตอนนี้มันถึงเวลาแล้ว และแม้ว่า ไมเคิล จะมาบ่นเขาแต่เขาก็ชินกับมันแล้ว

หลายวันมานี้ เอริค ได้ช่วย เจฟฟี่ ในการจัดการบริษัทในตอนกลางวันและเขียนบทในตอนกลางคืน เขาเองยังหวังว่าด้วยการทำแบบนี้ข่าวเรื่อง ดรูว์ และ อนิสตัน จะซาลง ยังไงซะคนอื่นก็สนใจแต่เรื่องเขาไม่ได้เมื่อมีเรื่องอื่นเด่นกว่า ปาปารัซซี่พวกนี้น่ะไม่ควรที่จะไม่ตามข่าวอื่น...ใช่มั้ย?

จบบทที่ Chapter 44 - ขูดรีด

คัดลอกลิงก์แล้ว