- หน้าแรก
- ใครจะไปคิด ลูกค้าร้านออนไลน์ของผม ดันเป็นนักท่องเวลากันหมด
- บทที่ 21 เซี่ยอิงพอใจในตัวพ่อครัวมาก
บทที่ 21 เซี่ยอิงพอใจในตัวพ่อครัวมาก
บทที่ 21 เซี่ยอิงพอใจในตัวพ่อครัวมาก
บทที่ 21 เซี่ยอิงพอใจในตัวพ่อครัวมาก
"เพื่อนหนูมาเข้าฝันบอกว่าอาหารข้างล่างรสชาติไม่ได้เรื่องเลยค่ะ ก็เลยวานให้หนูช่วยเผากงเต๊กพ่อครัวไปให้หน่อย..." เย่ซิงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องงัดข้ออ้างที่กุขึ้นมาเองก่อนหน้านี้มาใช้อีกครั้ง
คุณปู่หลิวฟังคำอธิบายแล้วก็ได้แต่ทึ่ง รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกทัศน์ นี่เป็นครั้งแรกที่แกได้ยินว่ามีคนฝันอยากได้พ่อครัวด้วย แกไม่ได้เดินหนีไปไหน แต่ยืนเฝ้าดูเย่ซิงเผาหุ่นกระดาษพ่อครัว ตามด้วยหม้อไหกะละมังและอุปกรณ์ครัวต่างๆ ต่อด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านสารพัดชนิด และปิดท้ายด้วยทองแท่งกับธนบัตรกงเต๊ก
เมื่อเปลวเพลิงมอดลงจนหมดสิ้น เย่ซิงก็ใช้ท่อนไม้เขี่ยสะเก็ดไฟสุดท้ายให้ดับสนิท คุณปู่หลิวถือถังดับเพลิงเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบๆ เมื่อมั่นใจว่าไม่มีเชื้อไฟหลงเหลือแล้ว จึงเร่งให้เธอรีบกลับบ้าน "ดึกดื่นป่านนี้บนเขาไม่ปลอดภัย รีบกลับไปเถอะ วันหลังอย่ามาเผากระดาษดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้อีกนะ!"
เย่ซิงรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะพร้อมกับกล่าวขอโทษที่มารบกวนเวลาพักผ่อนของแก จากนั้นก็รีบเดินลงจากเขา
ทว่าเมื่อลงมาถึงตีนเขา เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่น่าปล่อยให้รถขนของกลับไปก่อนเลย ในสถานที่เปลี่ยวร้างห่างไกลผู้คนแบบนี้ จะไปหารถแท็กซี่ได้จากที่ไหนกัน?
เป็นไปตามคาด เธอยืนกดเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันอยู่ริมถนนอยู่นาน แม้จะกดเพิ่มค่าโดยสารไปแล้วแต่ก็ไม่มีคนขับคนไหนกดรับงานเลย
ระยะทางไกลขนาดนี้ จะให้เดินกลับก็คงไม่ใช่เรื่อง
ท่ามกลางความกลัดกลุ้ม จู่ๆ เธอก็เห็นใครบางคนขี่รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเลี้ยวโค้งเข้ามา ชายหนุ่มในชุดพนักงานส่งอาหารสีเหลืองสดใสขี่รถพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง "...ใครมันอุตริสั่งอาหารมาส่งที่สุสานวะเนี่ย พูดไม่ออกจริงๆ ดึกป่านนี้แล้วยังสั่งเบียร์กับกุ้งเครย์ฟิชมากินอีก กินดีอยู่ดีกว่าตูอีก วันนี้เพิ่งได้กินหมั่นโถวไปสองลูกเอง งานเฮงซวยนี่ทำต่อไม่ไหวแล้วโว้ย!"
เย่ซิง: "..."
เย่ซิงนึกถึงสภาพบนเขาเมื่อครู่ ดูเหมือนจะมีแค่คุณปู่เฝ้าสุสานคนเดียว หรือว่าจะเป็นแกที่สั่ง? อายุขนาดนั้นยังกินกุ้งเครย์ฟิชแกล้มเบียร์ สุขภาพของคุณปู่ท่านนี้ต้องแข็งแรงมากแน่ๆ
เมื่อคิดว่ายังไงก็ต้องกลับเข้าเมือง จะนั่งรถอะไรก็เหมือนกัน เย่ซิงจึงโบกมือเรียกไรเดอร์คนนั้น "พี่ชาย! ขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ?"
ไรเดอร์หนุ่มสะดุ้งโหยง รีบกำเบรกจนตัวโก่ง เขามองดูเงาตะคุ่มริมถนนด้วยความหวาดผวา "เชี่ย! คนหรือผีวะนั่น?"
"คนค่ะ คน!" เย่ซิงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดไฟฉายส่องเข้าหาตัวเองเพื่อพิสูจน์สถานะ "ฉันเรียกรถไม่ได้เลยค่ะพี่ เห็นไหม? ขอติดรถพี่ออกไปหน่อยได้ไหมคะ? เดี๋ยวฉันจ่ายค่ารถให้แยกต่างหากเลย!"
แสงไฟสว่างวาบช่วยยืนยันตัวตน เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้คนอุ่นใจขึ้นมาก ไรเดอร์หนุ่มเข้าใจสถานการณ์ทันที แม้จะยังพูดไม่ออกที่เห็นใครมาเชงเม้งเอาตอนดึกดื่นป่านนี้ "น้องสาว วันนี้ถือว่าดวงดีนะที่มาเจอพี่ ไม่อย่างนั้นคงได้นอนเฝ้าสุสานแน่ บอกเลยว่ากลางค่ำกลางคืนแถวนี้ไม่มีรถหรอก ใครเขาจะกล้าผ่านมา!"
เย่ซิงอดสงสัยไม่ได้ "ขอโทษนะคะ แล้วพี่กล้าขี่มาส่งอาหารที่นี่ได้ยังไง?"
ไรเดอร์หนุ่มสะอึก นิ่งไปไม่กี่วินาทีก่อนจะทำท่าเหมือนน้ำตาจะไหล "ก็เพราะจนไงล่ะน้อง! ถ้าไม่จน ใครหน้าไหนจะอยากขี่รถมาส่งอาหารที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้"
หนทางก็ไกล สถานที่ก็กันดาร ถ้าไม่ใช่เพราะอยากได้เงินเพิ่ม แม้แต่สุนัขก็ยังไม่รับงานนี้เลย
แต่เขากลับรับงานที่สุนัขยังเมิน...
ไรเดอร์หนุ่มหยิบอาหารออกจากกล่องท้ายรถด้วยน้ำตานองหน้า แล้วหันมาบอกเย่ซิงว่า "รอพี่เอาอาหารไปส่งแป๊บนึง เดี๋ยวพี่ลงมารับ"
เย่ซิงรีบขอบคุณ "รบกวนด้วยนะคะ!"
คืนนั้นเธอจึงได้ซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของไรเดอร์กลับเข้าเมือง
เมื่อลงรถ เย่ซิงสแกนจ่ายเงินให้ไรเดอร์ไปหนึ่งร้อยหยวน ฝ่ายไรเดอร์ที่เดิมทีหวังค่าจ้างแค่ห้าสิบหยวนถึงกับตะลึง ตาโตด้วยความซาบซึ้ง "น้องสาว น้องนี่เป็นคนดีจริงๆ!"
ถ้ามาส่งอาหารที่สุสานแล้วได้ทิปหนักขนาดนี้ทุกครั้ง ต่อไปเขาจะเหมางานโซนนี้ให้หมดเลย
เย่ซิงคิดดูแล้วจึงขอช่องทางติดต่อของไรเดอร์คนนี้เก็บไว้ ในเมื่อมี 'เซี่ยอิง' เป็นลูกค้า ไม่แน่ว่าในอนาคตเธออาจจะได้ใช้บริการเขาอีก
หลังจากส่งไรเดอร์กลับไป เธอก็รีบเข้าบ้านเพื่อทวงถาม 'ลูกแก้วความฝัน' จากเซี่ยอิงทันที
เซี่ยอิงรายงานว่าพ่อครัวเริ่มงานทดลองแล้ว อาหารที่ทำรสชาติถูกปากมาก เธอพอใจสุดๆ ไม่เพียงแต่ส่งลูกแก้วความฝันมาให้เย่ซิงทันที แต่ยังเขียนรีวิวระดับห้าดาวให้อีกด้วย
เย่ซิงได้รับลูกแก้วความฝันมาสิบลูก หลังถูกระบบหักค่านายหน้า ก็เหลือถึงมือเธอหกลูก
เธอส่งต่อลูกแก้วความฝันให้ตงฮั่นอี พร้อมกำชับว่าให้ไปเข้าฝันครอบครัวด้วยตัวเอง
หนึ่งนาทีราคาหนึ่งหมื่น หกลูกมูลค่าหนึ่งแสนสองหมื่นหยวน แต่เธอลงทุนค่าอุปกรณ์กงเต๊กไปแค่พันกว่าหยวน งานนี้กำไรเน้นๆ!
...
เมื่อตงฮั่นอีได้รับลูกแก้วความฝัน เธอก็เริ่มปฏิบัติการเข้าฝันสมาชิกในครอบครัวทีละคนในคืนนั้นเลย
เธอเลือกไปหา 'ตงถัง' ลูกสาวสุดที่รักเป็นคนแรก ตอนที่ตงฮั่นอีจากไป ตงถังยังเป็นเด็กเล็กมาก ความทรงจำเกี่ยวกับแม่จึงเลือนลาง แต่เมื่อตงฮั่นอีปรากฏตัวขึ้นในความฝัน ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากพูดอะไร เด็กหญิงตัวน้อยก็กรีดร้องเรียก "แม่จ๋า!" พร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ตงฮั่นอีโอบกอดลูกสาวที่ถลาเข้ามาในอ้อมอก ต่อให้เป็นคนที่มีเหตุผลแค่ไหน และรู้ดีว่านี่เป็นเพียงความฝัน แต่ขอบตาของเธอก็อดร้อนผ่าวขึ้นมาไม่ได้
ตงถังจ้องมองใบหน้ามารดาที่เหมือนกับในรูปถ่ายเปี๊ยบ เธอมีความสุขล้นปรี่ ทั้งกอดทั้งหอม พร่ำเรียก "แม่จ๋า แม่จ๋า" ไม่หยุดปาก
หลังจากออดอ้อนจนพอใจ เธอก็เกาะแขนแม่ไว้แน่น สีหน้าฉายแววกังวลเล็กน้อย "แม่จ๋า หนูรู้นะว่าแม่ตายไปแล้ว แม่ตั้งใจกลับมาหาหนูใช่ไหมคะ?"
เด็กน้อยวัยแปดเก้าขวบยังไม่เข้าใจความหมายของชีวิตและความตายอย่างลึกซึ้งนัก เธอรู้เพียงแค่ว่าแม่ตายแล้ว จึงอยู่กับเธอไม่ได้ ชีวิตของเธอมีแค่พ่อ ปู่ และย่าเท่านั้น
แต่พ่อเคยบอกไว้ว่า ขอแค่เธอเป็นเด็กดีมากๆ และสอบได้ร้อยคะแนนเต็มทุกวิชา แม่จะกลับมาหาเธอแน่นอน
ดังนั้นเธอจึงตั้งใจเรียนอย่างหนัก เมื่อวานเธอก็เพิ่งสอบได้ร้อยคะแนนเต็มสองวิชารวด ไม่นึกเลยว่าแม่จะกลับมาหาเธอจริงๆ พ่อไม่ได้โกหก แม่รักษาสัญญาจริงๆ ด้วย!
ตงฮั่นอีลูบศีรษะลูกสาวด้วยความรักใคร่ "ใช่แล้วลูกรัก แม่ตั้งใจกลับมาหาหนูโดยเฉพาะเลย"
ตงถังกรีดร้องด้วยความดีใจ ซุกใบหน้าเล็กๆ ลงกับอกแม่ แทบอยากจะหลอมรวมร่างเป็นหนึ่งเดียว
ตงฮั่นอีออกแรงอุ้มตงถังขึ้นจากพื้น จูบแก้มลูกสาวเบาๆ ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบและเรื่องการเรียน ท้ายที่สุดจึงบอกว่า "แม่เตรียมของขวัญมาให้หนูด้วยนะ..."
ตงถังที่แค่ได้กอดได้คุยกับแม่ก็มีความสุขมากอยู่แล้ว พอได้ยินว่ามีของขวัญ ดวงตาก็ลุกวาว "อะไรเหรอคะ? ตุ๊กตาหมีสตรอว์เบอร์รี่ใช่ไหม?"
ตงฮั่นอีหัวเราะเบาๆ "หนูชอบหมีสตรอว์เบอร์รี่เหรอ? โอเค งั้นก็หมีสตรอว์เบอร์รี่จ้ะ"
ตงถัง: "เอ๋?"
อะไรคือ 'งั้นก็หมีสตรอว์เบอร์รี่' ล่ะ?
ตงฮั่นอีรีบกำชับ "หนูต้องจำสิ่งที่แม่จะบอกให้ดีนะลูก วันมะรืนตอนเที่ยง ให้หนูพาพ่อไปที่ห้างเย่วซิน จะมีหมีสตรอว์เบอร์รี่ตัวหนึ่งเอาของขวัญมาให้ นั่นคือของที่แม่เตรียมไว้ให้หนู หนูต้องไปเอามาให้ได้นะ เข้าใจไหม?"
ตงถังพยักหน้าอย่างงุนงง พยายามจดจำคำสั่ง "หนูจำได้แล้วค่ะแม่ หนูจะบอกพ่อ วันมะรืนหนูจะไปหาหมีสตรอว์เบอร์รี่!"
ตงฮั่นอีตบหลังลูกสาวด้วยความพึงพอใจแล้ววางเธอลง "ดีมาก! ลูกรัก งั้นแม่ต้องไปแล้วนะ ไว้แม่จะมาหาใหม่"
เวลาสองนาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก ไม่เพียงพอให้สั่งเสียอะไรได้มากนัก
ตงถังมองดูแม่ที่ค่อยๆ เลือนหายไป ความว่างเปล่าเข้าจู่โจมหัวใจ เธอร้องไห้จ้าจนสะดุ้งตื่น ปลุก 'เป่ยถงกวาง' ที่นอนอยู่ข้างๆ ให้ตื่นตาม
เป่ยถงกวางสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ พอรู้ว่าลูกสาวฝันเห็นแม่ หัวใจเขาก็บีบแน่นด้วยความปวดร้าว เขาโอบกอดลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กล่อมจนเธอกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง เมื่อลูกหลับไปแล้ว เขากลับมานอนเหม่อลอยอยู่บนเตียง
ภรรยาจากไปห้าปีแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดจะเริ่มต้นใหม่ แต่เขารู้สึกว่าชาตินี้คงหาภรรยาที่ดีกว่าเธอไม่ได้อีกแล้ว และไม่อยากให้ลูกสาวคนเดียวต้องลำบากใจ เขาจึงครองตัวเป็นโสดมาตลอด
ชีวิตแต่งงานที่เคยเปี่ยมไปด้วยความสุขในช่วงแรกทำให้มาตรฐานของเขาสูงลิบ ความเป็นจริงคือเขาไม่สามารถสร้างความสุขแบบเดิมขึ้นมาใหม่ได้อีก
ถ้าภรรยายังอยู่ก็คงดี... ขอแค่ได้เห็นหน้าเธออีกสักครั้ง ได้ร่ำลากันสักประโยค ก็ยังดีกว่าการที่เธอต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราแล้วจากไปอย่างเงียบงันโดยไม่มีคำสั่งเสียใดๆ
ขณะที่คิดคำนึง จู่ๆ หนังตาก็หนักอึ้ง เขาผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
และในความฝันนั้น เขาก็ได้พบกับตงฮั่นอี...