- หน้าแรก
- ใครจะไปคิด ลูกค้าร้านออนไลน์ของผม ดันเป็นนักท่องเวลากันหมด
- บทที่ 8 วิธีใช้ความฝัน
บทที่ 8 วิธีใช้ความฝัน
บทที่ 8 วิธีใช้ความฝัน
บทที่ 8 วิธีใช้ความฝัน
เย่ซิงบีบฟองอากาศอย่างระมัดระวัง ฟองอากาศทั้งสองนุ่มหยุ่นเหมือนหัวแมงกะพรุน
กรอบสีน้ำเงินเด้งขึ้นมาอีกครั้ง: "การทำธุรกรรมครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะหักค่าธรรมเนียม 40% โปรดตรวจสอบยอดคงเหลือของคุณ"
ฟองอากาศในมือเธอถูกตัดออกไปสี่ในห้าส่วน รอยตัดเรียบเนียน และก๊าซพิเศษที่หมุนวนอยู่ภายในก็ไม่ได้สลายหายไป
'ทาสยมโลกผู้ทุกข์ระทม' ส่งข้อความมา: "ได้รับของแล้วใช่ไหม? เวลาใช้ ให้เขียนชื่อ เพศ และเลขบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่ายใส่กระดาษ ยัดใส่เข้าไปในลูกแก้วแห่งความฝัน แล้วก็เริ่มส่งฝันได้เลย"
เย่ซิง: "ต้องเขียนเลขบัตรประชาชนด้วยเหรอ?"
ทาสยมโลกผู้ทุกข์ระทม: "คนแถวบ้านเธอเยอะจะตาย ชื่อซ้ำกันเกลื่อนเมือง ถ้าไม่เขียนให้ชัดเจน ใครจะรู้ว่าเป็นใคร?"
เย่ซิงคล้อยตามเขา และเริ่มคิดว่าเวลาไหว้พระขอพรครั้งต่อไป ควรท่องเลขบัตรประชาชนด้วยไหม เผื่อเทพเจ้าจะหาคนไม่เจอ
เธอเก็บลูกแก้วแห่งความฝันใส่กล่องอย่างระมัดระวัง แล้วถามเขาต่อ: "ใช้กับผีได้ไหม?"
ทาสยมโลกผู้ทุกข์ระทม: "?"
เย่ซิงอธิบาย: "ฉันอยากใช้กับป้า ผู้ใช้คือป้ากับลูกชายของแกที่เสียไปแล้ว แบบนี้ได้ไหม?"
ทาสยมโลกผู้ทุกข์ระทม: "ลูกชายตายไปนานแค่ไหนแล้ว?"
เย่ซิง: "สี่ปีแล้ว"
ทาสยมโลกผู้ทุกข์ระทม: "ได้สิ ช่วงนี้อัตราการเกิดต่ำ การไปเกิดใหม่มันยาก คนตายใหม่ๆ ต้องต่อคิว เพิ่งตายสี่ปีคิวไม่ถึงหรอก ไปเผากระดาษเงินกระดาษทองที่หลุมศพ บอกเรื่องนี้กับเขา ถ้าเถ้ากระดาษวนรอบตัวเธอสามรอบ แสดงว่าเขาได้ยินแล้ว"
เย่ซิงดีใจมาก: "ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ!"
ทาสยมโลกผู้ทุกข์ระทม: "ไม่เป็นไร วันหลังมีออเดอร์อีกจะมาหาใหม่"
เย่ซิงส่งอิโมจิมือรูปหัวใจไป: "โอเคจ้ะที่รัก วันหลังมาใหม่นะ!"
หลังจากจบการสนทนากับยมทูตเซี่ยอิง เย่ซิงก็ลงไปหาอะไรกินก่อน เธอหิวจนจะเป็นลมอยู่แล้ว
เธอเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวหลัวซือเฝิ่น (ก๋วยเตี๋ยวหอยขม) เป็นร้านแรก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเจ้าของร้าน เธอซดก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์พิเศษใส่เครื่องไปคนเดียวถึงสามชาม
โชคดีที่เธอไม่ใช่พวกนักกินจุอาชีพที่มาท้าประลอง ไม่อย่างนั้นเจ้าของร้านคงขาดทุนย่อยยับแน่ๆ
พอกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เธอก็ไปต่อด้วยข้าวอบหม้อดินและหมูย่างรวมมิตร
ตามด้วยหม่าล่าทัง ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ บะหมี่มีดตัด...
หลังจากกินไปห้าร้าน ในที่สุดกระเพาะของเย่ซิงก็รู้สึกพอใจ
เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวๆ เอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วบิดขี้เกียจอย่างสบายใจ
ความรู้สึกอิ่มท้องนี่มันวิเศษจริงๆ
เพื่อความปลอดภัย ก่อนกลับบ้านเธอแวะซูเปอร์มาร์เก็ตซื้ออาหารสำเร็จรูปและขนมขบเคี้ยวตุนไว้ แล้วยังห่อซูชิขึ้นไปอีกชุด
วุ่นวายมาทั้งวัน ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เย่ซิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ตัดสินใจโทรหาป้า
โทรศัพท์ต่อได้แค่เคาน์เตอร์พยาบาล เธอตั้งใจจะจองเวลาเยี่ยมสำหรับพรุ่งนี้
พยาบาลสาวช่วยเช็กอาการป้าให้ พอคอนเฟิร์มว่าเข้าเยี่ยมได้ ก็ลงนัดให้เธอเป็นช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้
เย่ซิงขอบคุณแล้ววางสาย
เธอวางแผนว่าจะไปเผากระดาษเงินกระดาษทองให้ลูกพี่ลูกน้อง หลินเซียว ที่สุสานพรุ่งนี้เช้า ถ้าลูกพี่ลูกน้องตอบรับ ตอนบ่ายเธอก็จะใช้ลูกแก้วแห่งความฝัน แต่ถ้าไม่มีการตอบรับ เธอก็แค่ไปเยี่ยมป้าเฉยๆ
หลังจากยุ่งมาทั้งวัน เธอก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน เตรียมจะพักสักงีบ
แล้วโทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ไป๋เสวียน
ไป๋เสวียนถามเธออย่างตื่นตระหนก: "เจ๊ หน้าหนูลอกเป็นแผ่นเลย จะเป็นไรมั้ยเนี่ย?"
พอส่งข้อความเสร็จ รูปเซลฟี่ก็ตามมาติดๆ
เย่ซิงกดดูรูป ก็เห็นผิวหนังตรงปานบนแก้มลอกออกมาเป็นแผ่นจริงๆ เหมือนผิวไหม้แดด เป็นด่างดวงขนาดใหญ่
เย่ซิงขมวดคิ้วแล้วกดวิดีโอคอลไป ไป๋เสวียนรับสายทันที
เธออยู่คนเดียวในหอพัก กำลังใช้แหนบเล็กๆ ค่อยๆ ดึงหนังที่ลอกออกจากหน้าพลางมองกระจก
หนังที่ดึงออกมาเป็นสีน้ำตาลเข้ม กองอยู่บนทิชชูไม่น้อยเลย
ไป๋เสวียนเอาหน้าเข้ามาใกล้หน้าจอ ถามเย่ซิงอย่างกังวล: "เจ๊ หน้าหนูจะเป็นไรมั้ยเนี่ย?"
เย่ซิงบอกให้เธอหันไปทางแสง พอสังเกตสักพัก เธอก็เจอจุดสำคัญ: "ตรงที่ลอกแล้ว ปานจางลงมั้ย?"
พอได้ยินแบบนั้น ไป๋เสวียนก็รีบส่องกระจกอีกที แล้วก็จริงด้วย ปานที่เคยสีเข้ม ตรงที่ลอกออกไปสีจางลง เมื่อกี้มัวแต่ตกใจที่หน้าลอกเลยไม่ได้สังเกต
เย่ซิงถามอีก: "เจ็บหน้ามั้ย?"
ไป๋เสวียนส่ายหน้า: "ไม่เจ็บ แค่คันนิดหน่อย"
พูดพลางเกาแก้มเบาๆ
เย่ซิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วบอก: "กินยาต่ออีกวัน ถ้ายังมีปัญหา เดี๋ยวเจ๊พาไปหาหมอ"
หลังจากเธอกินยาบำรุงผิวพรรณ เธอขัดตัวตั้งสามรอบ ถูขี้ไคลออกมาได้เพียบ อาการหน้าลอกของลูกพี่ลูกน้องน่าจะเป็นผลจากยาเหมือนกัน
ไป๋เสวียนพยักหน้า: "โอเค หนูเชื่อเจ๊"
ทั้งสองวางสาย เย่ซิงยังรู้สึกไม่วางใจ เลยวิดีโอคอลหาแม่
ฟางอวิ๋นกำลังอาบน้ำ เย่อี้เลยเป็นคนรับสาย: "ลูก แม่แกอาบน้ำอยู่ มีไรป่าว?"
เย่ซิง: "พ่อ ไม่มีไรหรอก หนูแค่อยากถามว่าแม่กินยาแล้วเป็นไงบ้าง"
เย่อี้นึกอยู่แป๊บหนึ่งแล้วส่ายหน้า: "เพิ่งกินไปได้สองวัน จะไปเห็นผลอะไร? พ่อกับแม่เพิ่งกลับจากเดินเล่น แม่บอกเหงื่อออกแล้วคันตัว ตอนนี้เลยไปอาบน้ำอยู่"
ขณะคุยกัน ฟางอวิ๋นก็ตะโกนออกมาจากห้องน้ำ: "ตาแก่ เข้ามาขัดหลังให้ฉันหน่อย!"
เย่อี้หัวเราะแล้วบอกเย่ซิง: "งั้นแค่นี้นะลูก พ่อไปขัดหลังให้แม่ก่อน"
เย่ซิง: "โอเคค่ะ"
เธอวางสาย คิดว่าอาการคันตัวของแม่ก็น่าจะเป็นผลจากยาบำรุงผิวพรรณเหมือนกัน ส่วนที่ทำไมอาการไม่รุนแรงเท่าไป๋เสวียน คงเป็นเพราะแม่ไม่มีแผลเป็นขนาดใหญ่บนตัว
เพราะพรุ่งนี้ต้องไปสุสาน เย่ซิงเลยเข้านอนเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นแต่เช้า หกโมงก็ลุกมากินข้าวเช้า
ที่ร้านอาหารเช้าข้างทาง เธอสั่งเต้าฮวยหนึ่งถ้วย ซาลาเปาหนึ่งเข่ง และผักดองจานเล็กที่เจ้าของร้านทำเอง
สุสานของหลินเซียวอยู่ไม่ไกลจากที่พักเธอ วันนี้เป็นวันธรรมดา เย่ซิงไม่อยากไปเบียดเสียดบนรถไฟใต้ดินช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เมื่อวานโดนเบียดจนแทบแบนแต๊ดแต๋ เธอเลยกดเรียกรถแอปขณะกินข้าว
เรียกรถไปสุสานแต่เช้าตรู่แบบนี้หาคนรับยาก เย่ซิงกดรีเฟรชอยู่นานก็ไม่มีคนรับงาน เลยต้องยอมกดเป็นคาร์พูล (แชร์รถ)
โชคดีที่คาร์พูลมีประสิทธิภาพ ไม่กี่นาทีก็ได้รถ
เย่ซิงกินข้าวเช้าเสร็จพอดี ก็เดินไปตามจีพีเอส
คราวนี้คนขับเป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยพูด ทั้งสองเดินทางไปถึงจุดหมายอย่างเงียบเชียบ
เย่ซิงลงจากรถ เจ็ดโมงเป๊ะ เธอจ่ายค่ารถ แล้วแวะซื้อดอกไม้สดกับกระดาษเงินกระดาษทองที่ร้านขายของไหว้เจ้าข้างทาง ก่อนจะเดินเข้าสุสานไปคนเดียว
ที่นี่คือสุสานวีรชน
ต้นสนในสุสานเขียวชอุ่ม แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความรู้สึกร่มรื่นและเก่าแก่
ทุกครั้งที่เดินเข้ามา บรรยากาศหนักอึ้งที่บอกไม่ถูกจะปกคลุมหัวใจ
เย่ซิงรักษาท่าทีสำรวมตลอดทาง เดินตามความทรงจำไปข้างหน้า จนพบหลุมศพของลูกพี่ลูกน้องได้อย่างแม่นยำ
เธอหยุดยืนหน้าป้ายหลุมศพ วางดอกไม้สดไว้ข้างหน้า แล้วเรียกเบาๆ: "เฮีย"
สายลมพัดผ่านป่าสน เกิดเสียงซู่ซ่า ราวกับผู้ล่วงลับกำลังตอบรับเธอ
เย่ซิงสูดหายใจลึก ข่มความโศกเศร้าที่ตีตื้นขึ้นมาในอก เธอนั่งยองๆ วาดวงกลมบนพื้น แล้วเริ่มเผากระดาษเงินกระดาษทอง
ขณะเผา เธอก็พึมพำ: "เฮีย ได้ยินหนูมั้ย? หนูมีเรื่องสำคัญมากจะคุยด้วย..."