- หน้าแรก
- ระบบล็อกอินไร้เทียมทาน พาครอบครัวบุกแดนเซียน
- บทที่ 29 เตรียมการพร้อมสรรพ
บทที่ 29 เตรียมการพร้อมสรรพ
บทที่ 29 เตรียมการพร้อมสรรพ
บทที่ 29 เตรียมการพร้อมสรรพ
เมื่อเห็นสัตว์อสูรปรากฏตัวในสระน้ำ ใบหน้าเล็กๆ ของมู่ชิงหลิงก็ฉายแววหวาดกลัวเล็กน้อย ทว่านั่นไม่ใช่เพราะนางกลัวสัตว์อสูร แต่เพราะนางตกใจกับรูปลักษณ์ของมัน
คางคกทองเจ็ดพิษทั้งตัวเป็นสีทองอร่าม ปกคลุมไปด้วยตุ่มพิษนับไม่ถ้วน ทำให้รูปลักษณ์ของมันดูขรุขระน่าเกลียด
หากเป็นเพียงเท่านั้นก็คงพอทน เพราะธรรมชาติของคางคกทองเจ็ดพิษก็มีหน้าตาเช่นนั้น ตุ่มเนื้อบนร่างของมันคือแหล่งกำเนิดพิษ
ปัญหาหลักคือของเหลวเหนียวหนืดที่หยดเยิ้มลงมาจากตัวคางคกทองเจ็ดพิษ มันดูน่าขยะแขยงเกินไป และเนื่องจากมู่ชิงหลิงกำลังรีบร้อน นางจึงไม่อยากมองคางคกทองเจ็ดพิษเป็นครั้งที่สอง
โฮ่ง โฮ่ง…! เสี่ยวเฮยโกรธจัดอยู่แล้วตั้งแต่ได้ยินว่าคางคกทองเจ็ดพิษคิดจะกินนายหญิงน้อยของมัน พอได้ยินคำพูดของมู่ชิงหลิง มันก็จ้องมองคางคกทองเจ็ดพิษอย่างเอาเรื่องทันที
เสี่ยวเฮยเห่าสองครั้ง พลันพลังงานสายหนึ่งก็พุ่งออกจากปากของมัน ทะลุร่างของคางคกทองเจ็ดพิษก่อนที่มันจะทันได้ตั้งตัว
“ว้าว!”
“เสี่ยวเฮย เจ้าสุดยอดไปเลย! เจ้าฆ่าสัตว์ประหลาดตัวเบิ้มได้! เรารีบเก็บดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงแล้วกลับกันเถอะ!”
เมื่อเห็นเสี่ยวเฮยสังหารสัตว์ประหลาดได้ในพริบตา มู่ชิงหลิงที่นั่งอยู่บนหลังของมันก็ตบมือเล็กๆ อย่างร่าเริง
และเสี่ยวเฮย เมื่อได้ยินนายหญิงน้อยชื่นชม ก็อารมณ์ดีเป็นธรรมดา มันกระโจนขึ้นไปบนเนินดินเล็กๆ กลางสระน้ำ
เมื่อเห็นดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงอยู่ตรงหน้า มู่ชิงหลิงก็โบกมือเล็กๆ เก็บมันมา จากนั้นจึงตบหลังเสี่ยวเฮยเบาๆ
โฮ่ง โฮ่ง… เสี่ยวเฮยครางเสียงเบา จากนั้นรอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เสี่ยวเฮยแบกมู่ชิงหลิงก้าวเข้าไปในรอยแยกนั้น
“เสี่ยวเฮย เจ้าเชื่อฟังที่สุดเลย! ต่อไปนี้ ข้าคนนี้จะพาเจ้าออกไปกินของอร่อยๆ ข้างนอกบ่อยๆ”
เมื่อเห็นว่าตนเองกลับมายังริมแม่น้ำสายเล็กหลังภูเขาได้ในพริบตา มู่ชิงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเสี่ยวเฮย มู่ชิงหลิงตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า หลังจากที่นางวางยาอาจารย์สำเร็จ นางจะพาเสี่ยวเฮยออกไปเที่ยว
พูดจบ มู่ชิงหลิงก็นำถังใบเดิมออกมา ตักน้ำจากแม่น้ำสายเล็ก จากนั้นโบกมือเล็กๆ อีกครา ก็เห็นปลาเจ็ดสมบัติลอยออกจากแม่น้ำตกลงไปในถัง
“ได้เวลากลับไปกินปลาย่างแล้ว!”
มู่ชิงหลิงหิ้วถังที่สูงเกือบครึ่งตัวนาง ฮัมเพลงแปลกๆ พลางเดินกลับไปยังลานบ้านอย่างรวดเร็ว
“ท่านอาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว! รีบทำปลาย่างให้ข้าเร็วเข้า”
“นายหญิงน้อยเก่งกาจจริงๆ จับปลาเจ็ดสมบัติมาได้ตั้งมากมาย! นายหญิงน้อยคงเหนื่อยแล้วใช่ไหมขอรับ?”
“กลับไปพักผ่อนสักครู่ดีหรือไม่ขอรับ? ข้าจะรีบทำปลาย่างให้ท่านเดี๋ยวนี้เลย”
หลิวเหวินจวินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมมู่ชิงหลิง เมื่อเห็นนางนำปลาเจ็ดสมบัติกลับมาสิบกว่าตัว โดยไม่รู้เลยว่ามู่ชิงหลิงได้แอบเดินทางไปถึงส่วนลึกของเทือกเขาอัสนีมาแล้วรอบหนึ่ง
“อื้อ!”
มู่ชิงหลิงขานรับในลำคอเบาๆ แล้วเดินกลับไป หลังจากมู่ชิงหลิงกลับมาที่ห้องของนาง ก็ได้นำดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงออกมา
“ข้าจะทำยังไงให้ท่านอาจารย์ยอมกินดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงนี่ดีล่ะ? แล้วต้องให้กินเท่าไหร่ดี? ถ้าท่านอาจารย์กินมากเกินไปแล้วเกิดม่องเท่งขึ้นมาจะทำยังไง?”
มู่ชิงหลิงจมอยู่ในภวังค์ความคิดขณะจ้องมองดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงในมือ ดอกไม้ถูกเก็บมาแล้ว แต่นางไม่สามารถยื่นให้ท่านอาจารย์กินทั้งอย่างนี้ได้!
ยิ่งไปกว่านั้น มู่ชิงหลิงไม่รู้สรรพคุณของดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วง นางจึงไม่รู้ว่าควรให้ท่านอาจารย์กินในปริมาณเท่าใด ถ้าหากท่านอาจารย์กินมากเกินไปแล้วตายขึ้นมาล่ะ?
ขณะที่มู่ชิงหลิงกำลังคิดไม่ตกอยู่นั้น กลิ่นหอมฉุยก็ลอยมาปะทะจมูก – กลิ่นปลาย่าง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าเล็กๆ ของมู่ชิงหลิง
“ฮิฮิฮิ…!”
“ท่านอาจารย์ชอบน้ำสุขสันต์ที่สุดอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้มีปลาย่างกินด้วย ข้าจะใจกว้างเป็นพิเศษ มอบน้ำสุขสันต์ให้ท่านอาจารย์ดื่มหนึ่งขวด”
มู่ชิงหลิงหัวเราะคิกคัก พลันเครื่องดื่มสีดำขวดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ มันคือโคคา-โคลาที่นางแอบขโมยมาจากท่านพ่อตัวเหม็นของนางนั่นเอง
โคคา-โคลานั้นเป็นรางวัลจากระบบที่มู่เฟยหยางได้รับจากการลงชื่อเข้าใช้ครั้งก่อน มู่เฟยหยางเคยนำมันออกมาดื่มตอนกินหม้อไฟ และหลิวเหวินจวินก็ติดใจทันทีหลังจากได้ลิ้มลองเพียงครั้งเดียว
ทว่า มู่เฟยหยางได้รางวัลมาเพียงกล่องเล็กๆ ซึ่งบรรจุโคคา-โคลาไว้เพียงสิบสองขวด และในมื้ออาหารครั้งนั้นก็ดื่มกันไปถึงหกขวด
ไม่ว่ามู่เฟยหยางจะลืมไปแล้วหรือด้วยเหตุผลอื่นใด โคล่าที่เหลือก็ถูกทิ้งไว้ในห้องของเขา และมู่ชิงหลิงก็จัดการขโมยมาจนหมดเกลี้ยง
เปลวไฟลูกหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของมู่ชิงหลิง หลอมดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงให้กลายเป็นผงในพริบตา จากนั้นมู่ชิงหลิงก็บิดฝาขวดโคล่าออก แล้วตักผงยาใส่ลงไปหนึ่งช้อนเล็ก
“อืม… ดูเหมือนจะไม่มีกลิ่นเลย บางทีข้าควรเติมอีกช้อน”
มู่ชิงหลิงลองดมโคล่าเบาๆ ก็ไม่ได้กลิ่นอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงกลิ่นโคล่าตามปกติ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เติมผงดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงลงไปในโคล่าอีกช้อนหนึ่ง
“คราวนี้คงพอแล้วล่ะมั้ง?”
มู่ชิงหลิงเติมผงดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงลงไปในโคล่าสองช้อน เมื่อพิจารณาปริมาณแล้ว นางคิดว่ามันน่าจะเพียงพอ เพราะผงดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงถูกใส่ลงไปแล้วถึงหนึ่งในสาม
มู่ชิงหลิงเก็บผงดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงที่เหลือและบิดฝาขวดโคล่าให้แน่น แต่ก็หยุดชะงักกลางคัน
“ไม่ได้!”
“พลังบ่มเพาะของท่านอาจารย์สูงส่งยิ่งนัก ปริมาณแค่นี้อาจจะไม่พอทำให้เขาสลบก็ได้ กันไว้ดีกว่าแก้”
มู่ชิงหลิงพลันนึกขึ้นได้ว่านางเคยถามเกี่ยวกับระดับพลังบ่มเพาะของอาจารย์มาก่อน และมันอยู่ในระดับเดียวกับพวกเซียน มู่ชิงหลิงจึงรู้สึกว่ามันไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่
นางหยิบผงดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงออกมาอีกครั้ง และคราวนี้แทนที่จะใช้ช้อน นางกลับเทผงที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งลงไป
“ฮิฮิฮิ… คราวนี้ได้ผลแน่นอน”
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย มู่ชิงหลิงก็อดหัวเราะคิกคักกับตัวเองไม่ได้ หากหลิวเหวินจวินมาเห็นมู่ชิงหลิงเติมผงดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงเข้าไปเมื่อครู่ เขาคงตกใจกลัวจนสิ้นสติไปแล้ว
แม้ว่าดอกหลอมวิญญาณโลหิตม่วงจะเป็นเพียงยาระดับจิตวิญญาณ แต่สรรพคุณของมันกลับเหนือกว่ายาระดับเซียนบางชนิดเสียอีก เพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ก็สามารถทำให้จอมราชันเซียนสลบไสลได้แล้ว
“ท่านอาจารย์ ปลาย่างพร้อมกินหรือยังเจ้าคะ?”
มู่ชิงหลิง หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น ก็เดินออกจากลานบ้านไปหาหลิวเหวินจวินเพื่อเอ่ยถาม
“เพิ่งย่างเสร็จพอดีเลยขอรับ ข้ากำลังจะไปเรียกนายหญิงน้อยอยู่พอดี! ไม่นึกว่านายหญิงน้อยจะออกมาเสียก่อน เร็วเข้าขอรับ ลองชิมปลาเจ็ดสมบัติย่างฝีมือข้าดูว่ารสชาติเป็นอย่างไร”
“อื้อ!”
มู่ชิงหลิงปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ หยิบปลาย่างขึ้นมาไม้หนึ่งแล้วเริ่มกิน พลางเอ่ยปากชมฝีมือการทำอาหารของอาจารย์ไปด้วย
อันที่จริง มู่ชิงหลิงพบว่าปลาย่างของอาจารย์รสชาติไม่ค่อยอร่อยเลย สู้ฝีมือท่านพ่อตัวเหม็นของนางไม่ได้สักนิด แต่เพื่อแผนการของนาง นางจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ท่านอาจารย์ ท่านก็รีบกินด้วยสิเจ้าคะ!”
“ได้ขอรับ!”
อันที่จริงหลิวเหวินจวินก็ชอบกินปลาย่างเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันนี้เขาเป็นคนย่างเอง เมื่อได้ยินคำพูดของมู่ชิงหลิง หลิวเหวินจวินจึงนั่งลงและเริ่มกินปลาย่างบ้าง
“เฮ้อ!”
“น่าเสียดายที่นายท่านกำลังเก็บตัว ไม่อย่างนั้น หากข้าได้ดื่มโคล่าอีกสักขวด มันคงจะชื่นใจอย่าบอกใคร”
ขณะที่กินปลาย่าง หลิวเหวินจวินคงนึกถึงรสชาติของโคล่าที่เขาได้ดื่มระหว่างการย่างบาร์บีคิวครั้งก่อนขึ้นมา จึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“ท่านอาจารย์ชอบดื่มโคล่ามากหรือเจ้าคะ?”
“แน่นอนขอรับ นั่นเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยดื่มมาเลย”