เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 การแข่งขันที่สกปรก

บทที่ 20 การแข่งขันที่สกปรก

บทที่ 20 การแข่งขันที่สกปรก


บทที่ 20 การแข่งขันที่สกปรก

ธุรกิจของหลี่ไห่โปกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายของเจียงไหลเลยแม้แต่น้อย

การสร้างกระท่อมไม้หนึ่งหลังใช้เวลาสิบนาที และปริมาณคำสั่งซื้อก็มากเกินกว่าที่เจียงไหลจะทำคนเดียวไหวอยู่แล้ว

เจียงไหลไม่มีความคิดที่จะลดราคา เพราะคุณภาพย่อมสมกับราคา ผู้เล่นทุกคนมีสมองและสายตาเป็นของตัวเอง ย่อมรู้จักเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนที่สุด

ทว่าเรื่องนี้กลับทำให้ฉางฟาเดือดดาลจนควันออกหู

ต้องรู้ก่อนว่าตอนขายคบเพลิง ฉางฟาในฐานะพนักงานขายคือคนที่โดนกลุ่มโจรสลัดตามรังควานหนักที่สุด เขาจึงแช่งชักหักกระดูกให้หลี่ไห่โปตกอับยิ่งกว่าใคร

"มันกล้าเอาของห่วยแตกพรรค์นั้นมาขายได้ยังไง? นี่มันต้มตุ๋นชัดๆ แถมยังพาคนไปตายอีก!"

"เจียงไหล คืนนี้ลมจะแรงจริงๆ เหรอ?"

จุดโฟกัสของฉีจิงหางต่างออกไป เขาสังเกตเห็นสิ่งที่เจียงไหลพูดไว้ก่อนหน้านี้ในช่องแชทสาธารณะ

"อาจจะมีลมกรรโชกแรง ฉันพอมีความรู้เรื่องอุตุนิยมวิทยาอยู่บ้าง"

เจียงไหลนึกถึงคำพูดของซีเป่า แล้วก็แต่งเรื่องอ้างไปส่งเดช

ขนาดไห่เจียยังเชื่อเป็นจริงเป็นจังถึงขั้นรีบไล่ซีเป่ากลับไป แสดงว่าลมต้องแรงมากแน่ๆ

"งั้นผู้เล่นที่ซื้อกระท่อมของหลี่ไห่โปไปอาจจะแย่แน่ เราน่าจะเตือนทุกคนอีกรอบนะ" ฉีจิงหางแสดงความเป็นห่วง

เจียงไหลสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนทำธุรกิจคบเพลิงแล้วว่า ฉีจิงหางมักจะมีจิตวิญญาณแห่งการเสียสละเพื่อส่วนรวมเสมอ

ถ้าเป็นในชีวิตก่อน เจียงไหลคงเคารพและชื่นชมคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและจิตใจโอบอ้อมอารีเช่นนี้จากใจจริง

แต่ตอนนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่เกมเอาชีวิตรอดที่ทุกคนแทบจะเอาตัวเองไม่รอด การมีความคิดแบบนี้ดูเหมือนจะมี 'รัศมีพ่อพระ' มากเกินไปหน่อย

ตอนที่เจียงไหลโฆษณาขายของ เธอก็ได้บอกเรื่องลมแรงคืนนี้ไปแล้ว ส่วนใครจะเก็บไปใส่ใจหรือไม่ นั่นเป็นทางเลือกของพวกเขาเอง

เจียงไหลมองว่าในเกมเอาชีวิตรอดที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด การแจ้งเตือนเท่าที่ทำได้และการช่วยเหลือแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่านั้นยอมรับได้ แต่บ่อยครั้งเราก็ต้องรู้จักเคารพในชะตากรรมของผู้อื่น และปล่อยวางความต้องการที่จะช่วยเหลือลงบ้าง

"ตอนนี้ฉันเป็นคู่แข่งทางการค้ากับหลี่ไห่โปอยู่ คงไม่สะดวกที่จะพูดเรื่องพวกนี้ ถ้าพวกนายอยากเตือน ก็ตามสบายเลย"

เมื่อเจียงไหลพูดจบ ฉีจิงหางและฉางฟาก็เข้าไปในช่องแชทสาธารณะและย้ำเตือนอีกครั้งว่าคืนนี้จะมีลมพายุรุนแรง พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากกระท่อมที่ไม่ได้มาตรฐานของหลี่ไห่โป

ถ้าถูกลมพัดปลิวไป การเสียดายวัสดุอัปเกรดยังเป็นเรื่องเล็ก แต่มีความเป็นไปได้สูงที่คนที่นอนคุดคู้อยู่ข้างในจะปลิวหายไปพร้อมกับกระท่อมด้วย

ฉีจิงหางออกมาเตือนเพราะความเป็นห่วงจากใจจริง ส่วนฉางฟาตามมาสมทบเพียงเพราะไม่อยากให้หลี่ไห่โปได้ดิบได้ดีเกินหน้าเกินตา

"ลมจะแรงขนาดนั้นเชียวเหรอ?"

"ถ้าอย่างนั้นดูท่าเราจะเห็นแก่ของถูกไม่ได้แล้วสิ"

"ทุกคนอย่าไปฟังพวกมันพล่าม! ใครๆ ก็รู้ว่าสองคนนี้เป็นพวกเดียวกับเจียงไหล นี่มันคือการใส่ร้ายป้ายสีและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมชัดๆ!"

"ใช่ๆ สองสามวันมานี้ลมก็แรงทุกคืน พวกแกก็รู้สึกกันนี่นา ลมแค่นั้นจะพัดกระท่อมหลังเบ้อเริ่มของเราปลิวได้ยังไง"

หลี่ไห่โปที่กำลังกอบโกยกำไรอย่างเพลิดเพลินถึงกับหัวเสียเมื่อเห็นฉีจิงหางและฉางฟาออกมาป่วนอีกครั้ง

โชคร้ายที่ตอนโฆษณาขายของ เขาใช้โควตาการพูดสิบครั้งจนหมดเกลี้ยงไปแล้ว จึงได้แต่ให้ลูกน้องออกมาโต้เถียงแทน

แค่สาดโคลนใส่กัน ใครบ้างจะทำไม่เป็น?

"พวกนายไม่รู้เหรอ? กระท่อมของเจียงไหลหนักมากนะ ถ้าเอาไปวางบนเรือ ห้ามซื้อเด็ดขาด ระวังนอนๆ อยู่กลางดึกเรือจะจมเอาได้"

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระ ผลิตภัณฑ์จากโต๊ะแปรรูประดับกลางย่อมได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงน้ำหนักมาเป็นอย่างดี ตราบใดที่ไม่ขนหินหนักหลายร้อยกิโลกรัมขึ้นไปกองบนเรือ ก็แทบไม่มีปัญหาอะไร

ทว่าผู้คนไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง พอเห็นว่ากระท่อมของเจียงไหลดูประณีตแข็งแรง ก็อดไม่ได้ที่จะคลางแคลงใจ

"ความยาวแค่เมตรกว่าๆ นอนยืดขายังไม่ได้เลย ต้องนอนขดตัวทั้งคืนจะอึดอัดขนาดไหน? แล้วยังกล้าขายแพงขนาดนี้อีก?"

เรื่องนี้มีความจริงอยู่บ้าง แต่ขนาดที่เล็กลงไม่ใช่เพื่อประหยัดวัสดุ เจียงไหลพิจารณาจากมุมมองของการรักษาความอบอุ่นล้วนๆ

"พวกแกนั่นแหละพูดจาเลอะเทอะ!"

ฉางฟาและฉีจิงหางคาดไม่ถึงว่าคนพวกนี้จะสามารถบิดเบือนสินค้าดีๆ ของเจียงไหลให้กลายเป็นของมีตำหนิได้หน้าตาเฉย

แต่เมื่อผู้เล่นเกิดอคติไปแล้ว ไม่ว่าจะพูดแก้ต่างอย่างไร เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยก็ได้ถูกหว่านลงไปแล้ว

ประกอบกับกระท่อมของเจียงไหลมีราคาแพงกว่าตั้งแต่ต้น ทันใดนั้น ยอดขายของหลี่ไห่โปก็พุ่งแซงหน้าเจียงไหลไป

ส่วนเรื่องพายุลมแรง...

ช่วงนี้มีลมและฝนตกทุกวัน ทุกคนจึงรู้สึกว่าตัวเองพอจะคาดเดาสภาพอากาศในทะเลได้บ้างแล้ว หากเกิดลมแรงขึ้นมาจริงๆ ก็แค่เก็บกระท่อมใส่กระเป๋าเป้แล้วจุดคบเพลิงแทนชั่วคราวก็ได้

ในวันที่ห้าของสภาพอากาศหนาวจัด จำนวนผู้รอดชีวิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่องไม่ได้ช่วยเตือนสติทุกคนได้มากนัก

หลายคนยังคงถือคติ 'วัดดวง' กับเกมเอาชีวิตรอดนี้ คนส่วนใหญ่ยังรอดชีวิตอยู่ และคงไม่ใช่ตัวเองหรอกที่จะเป็นผู้โชคร้าย

ทุกคนต่างคิดเช่นนี้

"ขอโทษทีนะ พวกเราไม่คิดว่าทุกคนจะ... จนทำให้ธุรกิจของคุณได้รับผลกระทบ"

ฉีจิงหางและฉางฟาขอโทษเจียงไหลในแชทกลุ่มย่อย

ชายหนุ่มสองคนที่ยังไม่เคยเจอความโหดร้ายของสังคมรู้สึกทั้งรู้สึกผิดและโทษตัวเอง แถมยังงุนงงกับการกระทำของผู้เล่นเหล่านั้น

พวกเขาไม่คิดเลยว่า นอกจากคนจะไม่ฟังคำเตือนที่หวังดีแล้ว กลับไปหลงเชื่อข้อมูลเท็จของหลี่ไห่โปแทน?

ไม่คิดเลยว่าผู้คนจะเลือกมองข้ามคุณภาพสินค้าของเจียงไหล แล้วหันไปเลือกของด้อยคุณภาพเพียงเพื่อประหยัดงบ?

เจียงไหลส่ายหน้า

เธอคาดเดาเรื่องพวกนี้ไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่ฉีจิงหางและฉางฟาเตรียมตัวจะไปเกลี้ยกล่อมทุกคน

แม้เจียงไหลจะเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่เธอก็มีประสบการณ์ทางสังคมไม่น้อย

เธอและพี่สาวสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก เด็กสาวผู้เยาว์สองคนต้องช่วยกันปกป้องมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ไม่ให้ถูกคนนอกฮุบไปแม้แต่สตางค์แดงเดียว ต้องกัดฟันส่งเสียตัวเองเรียนจนโต มีแค่พวกเธอสองคนเท่านั้นที่รู้ว่ามันยากลำบากเลือดตาแทบกระเด็นขนาดไหน

การขาดร่มโพธิ์ร่มไทรจากพ่อแม่ทำให้เจียงไหลคุ้นชินกับการเห็นอีกด้านของจิตใจมนุษย์มาตั้งแต่เด็ก

เธอรู้ดีว่าทุกคนมีบรรทัดฐานคุณค่าในใจของตัวเอง และมักจะเลือกสิ่งที่ให้ผลประโยชน์แก่ตนเองมากที่สุด

ดังนั้น เจียงไหลจึงไม่ไปย้ำเตือนผู้เล่นเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเธอก็ไม่ได้ห้ามปรามฉีจิงหางกับฉางฟาด้วย

ใครจะมองว่าเจียงไหลเห็นแก่ตัวหรือเย็นชาก็ช่าง

เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถยิ่งใหญ่พอที่จะไปโปรดสัตว์ได้ เธอทำได้แค่ดูแลตัวเองให้รอด พยายามอัปเกรดฐานทัพ แล้วรอต้อนรับและปกป้องพี่สาวหลังจากครบหนึ่งเดือน

"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้กระทบอะไรเลย พวกนายไม่ต้องกังวลไป"

เจียงไหลปลอบใจชายหนุ่มผู้ผิดหวังทั้งสอง

เธอไม่ได้พูดตามมารยาท แต่มันไม่กระทบอะไรจริงๆ

ยอดสั่งซื้อของเจียงไหลตอนนี้ยาวเหยียดไปจนถึงเที่ยงคืนแล้ว และคืนนี้เธอไม่มีความคิดที่จะอดนอน

การหาทรัพยากรนั้นสำคัญ แต่การโต้รุ่งสองคืนติดกันเป็นสิ่งที่ร่างกายเธอรับไม่ไหวเด็ดขาด

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงไหลจึงส่งข้อความลงในช่องแชท

"รับอีกแค่หกออเดอร์สำหรับวันนี้ มาก่อนได้ก่อน"

"อ้อ อีกอย่าง หลังจากผ่านพ้นช่วงอากาศหนาวจัดไปแล้ว พวกคุณลองเอาวัสดุกระท่อมในกระเป๋าไปรีไซเคิลดูนะ จะได้ทรัพยากรคืนมาส่วนหนึ่ง"

จบบทที่ บทที่ 20 การแข่งขันที่สกปรก

คัดลอกลิงก์แล้ว