- หน้าแรก
- ข้าแค่รับศิษย์ แต่ดันเก่งขึ้นเอง
- ตอนที่ 16: ท่านอาจารย์ ท่านนี่มันร้ายจริงๆ
ตอนที่ 16: ท่านอาจารย์ ท่านนี่มันร้ายจริงๆ
ตอนที่ 16: ท่านอาจารย์ ท่านนี่มันร้ายจริงๆ
ในขณะเดียวกัน ทางด้านอาจารย์สวมแว่นผู้แบกกระดองเต่าแห่งโรงเรียนชางฮุย ซึ่งเป็นคู่กรณี ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เขาหวาดกลัวจนขาที่ห้าอ่อนยวบยาบไปในทันที
ไม่ใช่แค่ขาที่ห้าเท่านั้น แม้แต่กระดองเต่าแข็งโป๊กที่กลางหลังก็ดูเหมือนจะนิ่มลงไปด้วย
ทั้งที่อากาศร้อนระอุ แต่เหงื่อเย็นกลับไหลพรากจนหนังศีรษะชาวาบ
เขาอัดอั้นอยู่นานแต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองหลิว เยว่เยว่ที่ยืนอยู่ข้างกาย
นี่หรือคือความหมายของคำว่า 'ระดับไม่สูง' ของเจ้า?
นี่มัน... น่ากลัวเกินไปแล้ว!
เฟิงหยางมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย
"ลงมือสิ ท่านลุง"
"..."
ลงมือ?
ให้ราชาวิญญาณลงมือกับจักรพรรดิวิญญาณเนี่ยนะ?
ล้อกันเล่นหรือเปล่า...
ชายเจ้าของวิญญาณยุทธ์เต่ารีบปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก เก็บวิญญาณยุทธ์และวงแหวนวิญญาณกลับคืนร่างทันควัน
เขาฝืนยิ้มแห้งๆ ออกมา
"อาจารย์เยว่เยว่ ข้าแค่ล้อเล่นกับท่านเฉยๆ ข้าจะไปกล้าลงมือกับท่านได้ยังไงกัน?"
"..."
"..."
เมื่อเจอสถานการณ์กลับลำเช่นนี้ ทุกคนต่างยืนนิ่งไม่ไหวติงและไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
แต่เฟิงหยางใช่คนที่จะยอมคุยด้วยง่ายๆ งั้นหรือ?
แค่บอกว่าล้อเล่น แล้วทุกอย่างก็จบงั้นสิ?
ข้าเปิดวิญญาณยุทธ์ออกมาแล้วนะ
"ล้อเล่นงั้นหรือ? ข้าดูเหมือนคนชอบล้อเล่นหรือไง? แล้วเราสนิทกันถึงขนาดมาล้อเล่นกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ตูม!
เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิงหยาง ชายกระดองเต่ารู้สึกราวกับสมองระเบิด รูทวารขบเกร็งแน่น
ผู้คนรอบข้างเริ่มซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์
"สมน้ำหน้า เมื่อกี้ยังทำตัวกร่าง ไม่ยอมลดราวาศอกอยู่เลย"
"ทีนี้ก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองแล้วสินะ?"
"..."
ชายกระดองเต่าสมกับที่มีวิญญาณยุทธ์เป็นเต่าจริงๆ เขารู้จักยืดได้หดได้เป็นอย่างดี
เพียะ!
เพียะ!
เพียะ!
เขาตัดสินใจตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่สามทีซ้อน
"ข้าผิดไปแล้ว! เป็นข้าเองที่มีตาหามีแววไม่ ท่านโปรดเมตตาปล่อยข้าไปเถอะพ่อหนุ่ม!"
เขารู้ดีว่าการตบหน้าตัวเอง ย่อมดีกว่าโดนจักรพรรดิวิญญาณตรงหน้าซัดจนน่วมเป็นไหนๆ
ทางด้านข้าง
"ท่านอาจารย์ ได้โปรดให้อภัยอาจารย์ของข้าด้วยเถอะค่ะ"
หลิว เยว่เยว่รีบเอ่ยปากขอร้องแทนเขา
เฟิงหยางชำเลืองมองหลิว เยว่เยว่
เจ้าเต่าตัวนี้ก็นับว่ารู้ความอยู่บ้าง รีบตบหน้าตัวเองเพื่อยอมรับผิดทันที
แถมยังทำอย่างไม่อิดออด ยอมเสียหน้าต่อหน้าลูกศิษย์เพื่อตบหน้าขอขมา
ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องไล่บี้ให้จนตรอก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตอนนี้หลิว เยว่เยว่เพิ่งจะระดับ 32 ยังขาดอีกตั้งแปดระดับกว่าจะจบการศึกษาที่ระดับ 40 นางยังต้องอยู่ที่โรงเรียนชางฮุยอีกนาน และต้องเจอหน้ากันอยู่ตลอด
สู้ไว้หน้าคนคนนี้สักหน่อย หลิว เยว่เยว่จะได้ใช้ชีวิตในโรงเรียนชางฮุยได้ง่ายขึ้น
"ก็ได้ เห็นแก่หน้าศิษย์ของข้าที่ขอร้องแทนเจ้า ข้าจะปล่อยเจ้าไปสักครั้ง"
เฟิงหยางกล่าว
ชายกระดองเต่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก เอามือทาบอกแล้วโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง
"ขอบคุณมาก!"
"ไปซะ"
"ท่านอาจารย์ ท่านเก่งที่สุดเลย ฮือๆๆ"
หนิง หรงหรงพุ่งเข้ากอดเขาเต็มรักทันที
เรือนร่างบอบบางนุ่มนิ่มเบียดแนบชิดกับเฟิงหยาง ใครเห็นเป็นต้องอิจฉาตาร้อน โดยเฉพาะออสการ์ที่ความริษยาพุ่งสูงจนผนังเซลล์แทบจะฉีกขาดออกจากกัน
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ทุกคนตกตะลึง แม้แต่เฟิงหยางเองก็ยังงง...
"เอ่อ เก่งก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วเจ้าจะร้องไห้ทำไม?"
"ข้าแค่ซึ้งใจน่ะค่ะ"
นางกอดเฟิงหยางพลางเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาคู่เล็ก "ข้าโชคดีจริงๆ ที่ได้ท่านเป็นอาจารย์"
"..."
ภาพนี้ทำให้จู จู๋ชิง และศิษย์อีกคนอย่างหลิว เยว่เยว่ รู้สึกเปรี้ยวปากด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
พวกนางเองก็อยากจะเข้าไปกอดเฟิงหยางเหมือนกัน
จู จู๋ชิงมีความกล้าแต่ติดที่นิสัย นางไม่มีทางเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเด็ดขาด
ส่วนหลิว เยว่เยว่มีนิสัยกล้าได้กล้าเสียแต่กลับขาดความกล้า
ท้ายที่สุด พวกนางก็ไม่เหมือนหนิง หรงหรงที่มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่อย่างสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติหนุนหลัง ทำให้นางสามารถทำตัวตามสบาย ออดอ้อน หรือเล่นสนุกได้ตลอดเวลา
หลังจากนั้น เขาพูดคุยกับหลิว เยว่เยว่อีกสองสามประโยค
ปรากฏว่ากลุ่มของหลิว เยว่เยว่เพิ่งจะออกมาจากป่าซิงโต้วพอดี
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาจำต้องแยกย้ายกันไปคนละทาง
"ทุกคน คืนนี้รีบพักผ่อนเถอะ"
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เฟิงหยางก็ลุกเดินออกไป
หนิง หรงหรงและจู จู๋ชิงรีบเดินตามหลังไปติดๆ
เมื่อออกมาด้านนอก
"ท่านอาจารย์"
จู จู๋ชิงเอ่ยเรียก
"หือ?"
"เมื่อครู่นี้ ถังซานกับไต้ มู่ไป๋..."
จู จู๋ชิงเล่าถึงสีหน้าและท่าทางของถังซานกับไต้ มู่ไป๋เมื่อสักครู่ให้ฟัง
"น่าโมโหชะมัด!"
หนิง หรงหรงกำหมัดเล็กๆ ขาวผ่องแน่น "คนพวกนี้น่ารังเกียจจริงๆ จิตใจคับแคบ โชคดีที่ท่านอาจารย์เก่งกาจ จนทำให้เจ้าเต่านั่นกลัวหัวหดไม่กล้าขยับ"
"หึ"
เฟิงหยางหัวเราะเบาๆ อย่างไม่ยี่หระ
"ช่างเถอะ ความเกลียดชังที่พวกเขามีต่อข้าไม่ใช่เรื่องใหม่ ข้ากลับชอบมองดูเวลาที่พวกเขาจ้องข้าด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรข้าไม่ได้มากกว่า"
ยังจะมองอีก!
จู จู๋ชิง: "..."
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
หนิง หรงหรงระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ท่านอาจารย์ ท่านนี่มันร้ายจริงๆ"
จู จู๋ชิง: "..."
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
เฟิงหยางหันไปมองนางแล้วหัวเราะร่า
จู จู๋ชิง: "..."
สิ่งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์อาจารย์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ปัง!
"โธ่เว้ย!!"
ภายในร้านอาหารชั้นล่าง
หลังจากเฟิงหยางเดินออกไป ไต้ มู่ไป๋ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น เต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์
"ทำไมคนอย่างมันถึงก้าวหน้าได้เร็วขนาดนี้!"
"เขาคงไปเจอวาสนาดีๆ มาอีกแน่"
หม่า หงจวิ้นกล่าวเสริม
"สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม!!"
ออสการ์แหงนหน้ามองเพดานแล้วถอนหายใจ "หรงหรงของข้าถึงกับกอดมันแบบนั้น!!"
ใบหน้าของถังซานทะมึนลง
"ยิ่งเห็นหน้ามัน แม้แค่วินาทีเดียว ข้าก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดไปทั้งตัว!"
เสี่ยวอู่: "..."
วันต่อมา
กลุ่มคนแปดคนเดินทางเข้าสู่ป่าซิงโต้ว
ต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น พืชพรรณเขียวชอุ่ม บดบังแสงตะวันจนมิด
ส่งผลให้บรรยากาศภายในป่าดูวังเวงและเยือกเย็น
ดอกไม้สีสันประหลาดตา และสัตว์วิญญาณรูปร่างพิสดารปรากฏให้เห็นเป็นระยะ
เพียงพริบตาเดียว เวลาสี่ชั่วโมงก็ผ่านไป
เมื่อมองเห็นพื้นที่โล่งด้านหน้า
"พวกเราพักตรงนี้กันสักหน่อยเถอะ"
เฟิงหยางที่เดินนำอยู่หน้าสุดเอ่ยขึ้น
อย่างไรเสีย ป่าซิงโต้วก็แตกต่างจากป่าเลี้ยงสัตว์ของอาณาจักร พวกเขาอาจเผชิญหน้ากับสัตว์วิญญาณระดับพันปีหรือหมื่นปีได้ตลอดเวลา
หากร่างกายเหนื่อยล้าเกินไป พวกเขาจะไม่สามารถแสดงพลังการต่อสู้ได้อย่างเต็มที่
ทุกคนจึงนั่งลงพักผ่อน
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง
เสียงสวบสาบดังจากเบาไปหาหนัก แม้แต่ออสการ์และหนิง หรงหรงที่เป็นวิญญาณจารย์สายสนับสนุนยังสัมผัสได้ชัดเจนว่าสิ่งมีชีวิตปริศนากำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
จู จู๋ชิงไม่พูดพร่ำทำเพลง นางแตะปลายเท้าลงพื้นเบาๆ แล้วกระโจนขึ้นไป
จากนั้นเหยียบลงบนด้านข้างของต้นไม้ใหญ่ หมุนตัวกลางอากาศอย่างงดงาม ลงจอดอย่างมั่นคงบนกิ่งไม้สูงประมาณสิบห้าเมตร
หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง
"ท่านอาจารย์ ดูเหมือนจะเป็นงูบินได้ แต่มันบินได้ไม่สูงนัก แค่ประมาณสามเมตรเหนือพื้นดิน บนหัวมีหงอนเนื้อสีแดงสดขนาดใหญ่กว่าหัวของมันเสียอีก และหางของมันค่อนข้างแปลก เป็นรูปพัดค่ะ"
"อสรพิษหงอนไก่หางหงส์?"
เฟิงหยางถามด้วยความสงสัย
เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เจอมันจริงๆ
ถ้าเขาล่าอสรพิษหงอนไก่หางหงส์ตัวนี้ แล้วบังเอิญไปเจอเมิ่ง อีหราน จะแบ่งสรรปันส่วนกันอย่างไร?
การเดินทางครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยออสการ์ล่าวงแหวนวิญญาณ
แต่อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นว่าที่ลูกศิษย์คนสนิท
ถ้ามอบให้ออสการ์ จะทำให้เมิ่ง สู่และหลานสาวเสียความรู้สึกหรือไม่?
ถ้ามอบให้เมิ่ง อีหราน เจ้าพวกนี้กลับไปต้องไปฟ้องฟูหลันเต๋อแน่นอน
แม้การออกจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเฟิงหยาง เพราะเขาได้ศิษย์ที่มีพรสวรรค์สูงมาแล้วสองคน และเขาเชื่อว่าพวกนางจะติดตามเขาไปอย่างแน่นอน
แต่ก็ยังมีเสี่ยวอู่ที่เขาพรากนางไปไม่ได้
สำหรับเฟิงหยางผู้ขึ้นชื่อว่าต้องกวาดเรียบไม่เหลือซาก การต้องทิ้งอะไรไปสักอย่างมันให้ความรู้สึกแย่เหมือนถูกบังคับให้กินอาจมไม่มีผิด
เดี๋ยวก่อนนะ?!
ไม่ใช่ว่าหลังจากนี้จะมีแมงมุมปีศาจหน้าคนโผล่มาหรอกหรือ?