- หน้าแรก
- เกมวันสิ้นโลก ที่พักพิงระดับเทพ
- บทที่ 39 ได้รับยา, การรวมตัว
บทที่ 39 ได้รับยา, การรวมตัว
บทที่ 39 ได้รับยา, การรวมตัว
ปกติแล้วเมื่อร่างกาย และจิตใจอ่อนล้า จะเข้าสู่การหลับลึก และยากที่จะฝันอะไร
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป
อาจเป็นเพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และอยู่ร่วมกับคนอื่นในพื้นที่เดียวกัน ทำให้เจียงลี่เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด
เธอฝันว่าตัวเองได้กลับไปสู่ความเป็นจริง
เจียงลี่เริ่มอยู่คนเดียวมานานแล้ว ห้องเช่าเป็นห้องเดี่ยว ไม่มีห้องนั่งเล่น เมื่อเข้าไปในห้องก็เป็นห้องนอนเลย ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนอนรวมกันแล้ว ไม่ถึงสี่สิบตารางเมตร
ถ้าอยู่สองคนก็จะดูแออัด แต่การที่เธออยู่คนเดียว กลับรู้สึกสบาย
เจียงลี่เป็นคนที่ชื่นชอบความสันโดษมาก นอกจากไปทำงานแล้ว ในวันหยุดเธอก็ชอบอยู่บ้านคนเดียว การอยู่คนเดียวเป็นเดือน เป็นปี ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลย กลับกันรู้สึกอิสระด้วยซ้ำไป
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอไม่เคยคบหาดูใจกับใคร
เจียงลี่ชอบชีวิตคนเดียว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น ในที่ทำงานหรือชีวิตส่วนตัว เธอก็จะรักษาระยะห่างจากผู้คน และไม่ต้องการที่จะสานสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดขึ้น
ในความฝัน
เธอได้กลับมาที่ห้องเช่าในความเป็นจริงอีกครั้ง ที่บ้านไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เหมือนกับที่เธอเห็นทุกวันหลังเลิกงาน
เจียงลี่มองเห็นแผ่นหลังที่นอนอยู่บนเตียงในแวบแรก
เป็นแผ่นหลังของเธอเอง
เจียงลี่มองตัวเองที่นอนตะแคงอยู่ ด้วยมุมมองแบบผู้สังเกตการณ์ บนตัวของเธอคลุมด้วยผ้าห่มบางๆ แผ่นหลังของเธอดูโดดเดี่ยวในห้องที่มืดสลัว
ในใจของเธอรู้สึกสับสน
คนที่นอนอยู่บนเตียงคือเธอ แล้วตอนนี้เธอคือใครกัน?
เจียงลี่เดินเข้าไปใกล้ขอบเตียง เพื่อที่จะมองให้เห็นรูปร่างของคนที่อยู่บนเตียงอย่างชัดเจน
เมื่อเดินไปถึงด้านหน้า เจียงลี่ก็เห็นอสูรหนังมนุษย์--
อสูรหนังมนุษย์ที่เธอเห็น ถอดหนังมนุษย์ในลานบ้าน ผ่านรอยแยกของหน้าต่างในบ้านของตู้เหม่ยฉินเมื่อคืนนั้น
เจียงลี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เธอลืมตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย และคว้าข้อมือที่ยื่นมาที่ไหล่ของเธอไว้
"ซี้ด..." ตู้เหม่ยฉินถูกบีบจนกระดูกลั่น เธอเจ็บจนสูดหายใจเข้า แล้วอธิบายด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ฉัน...ฉันเห็นว่าเธอไม่ได้ห่มผ้าห่ม ฉันก็เลยอยากช่วยห่มให้...ขอโทษนะ"
เจียงลี่มองเห็นคนที่อยู่ตรงหน้าแล้ว เธอก็คลายมือออกอย่างแรง แล้วรีบลุกขึ้นและถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างจากผู้หญิงคนนั้น เสียงของเธอเย็นชา และแหบแห้งเพราะเพิ่งตื่น
"ไม่เป็นไร แต่อย่าเข้ามาใกล้ผมขนาดนี้"
ความระมัดระวังของเธอ ไม่ได้มีไว้สำหรับตู้เหม่ยฉินคนเดียว แต่สำหรับทุกคนนอกจากตัวเธอเอง
ตู้เหม่ยฉินไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มจะระมัดระวังตัวมากขนาดนี้ แม้ในตอนที่นอนหลับ นิ้วของตู้เหม่ยฉินยังไม่ทันแตะผ้านวม เขาก็ตื่นขึ้นมาแล้ว
แต่เธอก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ในโลกแห่งหายนะนี้ ผู้คนต่างก็ระแวงกัน แม้แต่คนในครอบครัวก็ยังเป็นเช่นนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนแปลกหน้า
เธอมองข้อมือที่ถูกบีบจนมีรอยช้ำขึ้น แล้วดึงแขนเสื้อลงเพื่อซ่อนมันไว้ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า
"แขกคะ ข้างนอกฟ้าสว่างแล้ว ฉันทำอาหารบางอย่างไว้ คุณอยากกินไหม?"
เจียงลี่ปฏิเสธทันที
ยังคงเป็นคำพูดเดิม เธอไม่เชื่อใจตู้เหม่ยฉิน
การที่ตกลงจะปกป้องพวกเธอตลอดทั้งคืน ก็เพื่อยารักษาโรคหมอกสีเทาเท่านั้น
ตู้เหม่ยฉินก็สังเกตได้ถึงความไม่เชื่อใจของเด็กหนุ่ม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองใจ
เจตนาเดิมของเธอ ก็เพื่อที่จะเอาใจ ส่วนเรื่องที่คนอื่นจะรับไมตรีหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของพวกเขา
เจียงลี่กินเห็ดแห้งไปสองสามชิ้นอย่างลวกๆ จากนั้นก็เก็บสิ่งที่สามารถนำไปได้ ใส่ในเป้สะพายหลัง เช่น อาหาร เสื้อผ้าเป็นต้น ผ้านวมสองผืนหนาเกินไป ทำให้เธอไม่สามารถเอาไปได้ทั้งหมด
ถ้าเธอเอาผ้านวมไว้ที่นี่ เมื่อผู้แข็งแกร่งจากเมืองตงเย่ามาถึง และจัดการกับอสูรหนังมนุษย์ในหมู่บ้านซิงฮั่วเรียบร้อยแล้ว การที่เธอจะเอาผ้านวมไปก็จะยาก
… ทำได้แค่...
"ผ้านวมสองผืนนี้ของผม ขอเอาไปฝากไว้ที่บ้านคุณได้ไหมครับ?" เจียงลี่ถามผู้หญิงคนนั้น
ตู้เหม่ยฉินตกลงทันที
"ได้ค่ะ คุณจะมาเอาเมื่อไหร่ก็ได้"
เจียงลี่ใช้เชือกผ้า มัดผ้านวมสองผืนเข้าด้วยกันแล้วอุ้มมันออกจากห้องใต้ดิน
ตู้เหม่ยฉินอยากจะช่วย แต่เจียงลี่ปฏิเสธความหวังดีของเธอ
พละกำลังของเจียงลี่แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ไม่ต้องพูดถึงผ้านวมสองผืนนี้ แม้แต่แผ่นหินหนักหลายร้อยกิโลกรัม ที่ใช้บดเห็ดมันเทศในลานบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
จริงๆ แล้ว นอกจากผ้านวม เสื้อผ้า และอาหารเหล่านี้แล้ว เธอยังสนใจของอื่นๆ ในบ้านนี้อีกหลายอย่าง เช่น หม้อ ชาม จาน และเก้าอี้ เป็นต้น
เธอคิดถึงเป้สะพายหลังอวกาศในเกม ที่สามารถยัดทุกอย่างใส่เข้าไปได้
เมื่อเกมกลายเป็นความจริง เธอจึงทำได้แค่ถือสิ่งที่อยู่ในมือเท่านั้น สิ่งที่สามารถยัดใส่เป้ได้ก็มีจำกัด และมือทั้งสองข้างก็ถือของได้ไม่มากนัก เธอจึงทำได้เพียงแค่ละทิ้งสิ่งเหล่านั้น และเอาไปแค่สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนในตอนนี้เท่านั้น
ตู้ซิง ถูกตู้เหม่ยฉินอุ้มไว้ในอ้อมแขน เดินตามเจียงลี่ไป เธอคิดถึงเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน และรู้สึกได้แต่เพียงความหวาดหวั่น
ไม่รู้ว่าเมื่อคืนมีชาวบ้านตายไปกี่คน การที่เธอกับลูกสาวสามารถรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ ก็ถือเป็นโชคดีที่ได้เจอเจียงลี่
ตู้เหม่ยฉินรู้ถึงเรื่องนี้ดี
เธอรู้สึกขอบคุณ เจียงลี่เป็นอย่างมาก
เมื่อกลับมาถึงบ้านของตู้เหม่ยฉินแล้ว เจียงลี่ก็เอาผ้านวมไปวางไว้ที่บ้านของเธอ พร้อมกับเสื้อคลุมนวมอีกสองสามตัว และอาหารที่พกติดตัว
ตู้เหม่ยฉินไม่ได้หลบเลี่ยงเธอ เธอดึงอิฐบางก้อนออกจากกำแพงที่อยู่ข้างเตียง แล้วควักยาที่ห่อด้วยผ้าออกมาจากข้างใน
"เม็ดเดียวก็สามารถล้างพิษหมอกสีเทาที่อยู่ในร่างกายของคุณได้สะอาด กินแล้วก็เห็นผลทันทีเลย นี่เป็นสิ่งที่ฉันเตรียมไว้ให้เสี่ยวซิง"
นี่คือสิ่งที่ตู้เหม่ยฉินได้มาจากการแลกเปลี่ยนร่างกายของเธอ ตอนที่ถูกหวงเทาทรมานในศูนย์การค้า และเจียงลี่ได้ไปเห็นเข้า เธอแลกยามาได้สองเม็ด เสี่ยวซิงกินไปแล้วหนึ่งเม็ด และอีกเม็ดก็อยู่ที่นี่
ครั้งที่แล้วที่ลูกสาวของเธอป่วย ก็เพราะติดโรคหมอกสีเทา ตู้เหม่ยฉินที่ละเลยการดูแลลูกสาวของเธอเองจึงทำให้ลูกสาวได้รับความเจ็บปวดนี้
คนปกติที่ติดโรคหมอกสีเทาก็จะเป็นเหมือนลูกสาวของเธอ ตู้เหม่ยฉินไม่เคยเห็นใครที่เหมือนเด็กหนุ่มคนนี้ ที่ผิวหนังเต็มไปด้วยจุดด่างดำสีเทา แต่ยังสามารถวิ่ง และกระโดดได้ ราวกับไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกสีเทาเลย
เจียงลี่รู้ว่าทำไมอาการของตัวเองจึงแตกต่างจากคนอื่น
พละกำลังของเธอสูงมากผลกระทบต่อร่างกายจากโรคหมอกสีเทา จึงน้อยมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีภูมิต้านทานต่อโรคหมอกสีเทาจริงๆ สามารถเห็นได้จากจุดด่างดำสีเทา เธออาจจะสามารถต้านทานความเจ็บปวด ที่พิษนำมาสู่ร่างกายได้ แต่ไม่สามารถต้านทานการบุกรุกของพิษหมอกสีเทาได้จริงๆ
บางทีเมื่อความคืบหน้าของการทำสมาธิเสร็จสมบูรณ์ เธอก็อาจจะมีภูมิต้านทานต่อพิษก็ได้
เจียงลี่ทำได้แค่เพียงคิด แล้วก็โยนยาเข้าปากไป
เธอกลัวว่าตู้เหม่ยฉินจะให้ยาพิษแก่เธอ แต่ในตอนนี้เจียงลี่ไม่มีทางเลือก
โชคดีที่มันเป็นยาที่แท้จริง และก็เป็นไปตามที่ตู้เหม่ยฉินพูด แทบจะในทันที จุดด่างดำสีเทาบนผิวหนังของเจียงลี่ก็จางหายไปทั้งหมด กลับสู่สภาพปกติ และความรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย ที่สามารถรู้สึกได้ในร่างกายก็หายไปด้วย
"ขอบคุณครับ" เจียงลี่ขอบคุณ
เธอสามารถเดาได้ว่ายาเม็ดนี้มีความสำคัญมากสำหรับตู้เหม่ยฉิน บางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะทุ่มเทอย่างมากเพื่อแลกกับมันมา
ตู้เหม่ยฉินหัวเราะออกมาจากใจจริง
"ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณทำให้เราแล้ว ยาแค่เม็ดเดียวก็ไม่สามารถตอบแทนได้เลย"
แต่เจียงลี่ก็ยังยืนกราน
"ผมช่วยพวกคุณ และคุณก็ช่วยผม เราเสมอกันแล้ว"
เธอไม่ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับตู้เหม่ยฉิน
ตู้เหม่ยฉินเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น สีหน้าของเธอถูกปกคลุมด้วยความรู้สึกที่หดหู่ แต่ไม่นานก็จางหายไป
ตู้เหม่ยฉินเป็นคนมองโลกในแง่ดี เธอรู้ว่าเด็กหนุ่มไม่ได้เกลียด หรือรู้สึกว่าพวกเธอเป็นปัญหาจึงพูดแบบนี้ หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันมาหลายวัน เธอก็รู้ว่าเด็กหนุ่มเป็นคนสันโดษ ไม่ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับใคร
ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร จู่ๆ ก็มีคำสั่งดังขึ้นจากข้างนอก
"ออกมาให้หมด! ไม่อย่างนั้นต้องรับผิดชอบกับผลที่ตามมาเอง!"