- หน้าแรก
- เกมวันสิ้นโลก ที่พักพิงระดับเทพ
- บทที่ 3 หมู่บ้านซิงฮั่ว
บทที่ 3 หมู่บ้านซิงฮั่ว
บทที่ 3 หมู่บ้านซิงฮั่ว
เธอหลับไปจนถึงเที่ยงของวันถัดไป ความรู้สึกหิวอย่างรุนแรง แล่นจากกระเพาะอาหาร เจียงลี่กินเนื้อแห้งที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งจนหมด และดื่มน้ำอีกเล็กน้อย ปัญหาความหิวกระหายจึงได้รับการแก้ไข
ก่อนอื่นเธอคุกเข่าลงหน้าประตูไม้อย่างระมัดระวัง สอดส่องมองออกไปข้างนอกผ่านหน้าต่างเล็กๆ
ตอนกลางวันก็ไม่ได้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังมีสัตว์ร้ายภัยพิบัติคอยลาดตระเวน หากบังเอิญเจอเข้า ด้วยร่างกายที่เป็นเนื้อหนังของเธอ เธอคงกลายเป็นอาหารเช้าของสัตว์ร้ายภัยพิบัติไปแล้ว
เจียงลี่เปิดประตูเมื่อแน่ใจว่าบริเวณใกล้เคียงไม่มีอันตรายแล้ว
แสงสลัวๆ ส่องผ่านก้อนเมฆสีเทาหนาลงมาบนพื้นดิน ในดวงตาของเธอเป็นสีเทาอ่อน ราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกบางๆ
เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากถ้ำ แต่หางตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งเข้าอย่างกะทันหัน
ที่ปากประตูมีถุงผ้าสองใบซึ่งมีรอยปะ ผ้าดูเก่าแก่และวางอยู่ชิดกัน ที่สำคัญที่สุดคือ มีตัวอักษรแถวหนึ่งลอยอยู่หน้าถุงผ้า
ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นเจียงลี่ ที่ผ่านพ้นวันแรกได้อย่างปลอดภัย ได้รับถุงผ้า (เปิดแล้วจะได้รับรางวัลธรรมดาแบบสุ่ม)
ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นเจียงลี่ ที่รอดชีวิตจากการรบกวนของอสูรชั่วร้ายระดับสอง (อสูรปลอมตัว) ได้รับถุงผ้า (สีเขียว)
ดวงตาของเจียงลี่เป็นประกาย ความดีใจฉายชัดบนใบหน้า
เธอลืมไปเลยว่ามีรางวัลแบบนี้ด้วย
อาจเป็นเพราะเล่นเกมนี้มานานเกินไป จนเจียงลี่เกือบจะลืมไปแล้วว่า ช่วงเริ่มต้นของผู้เล่นใหม่เป็นอย่างไร
เธอหยิบถุงผ้าทั้งสองใบเข้ามาในที่พักพิง และปิดประตูไม้ตามปกติ
จากนั้นก็เปิดถุงผ้า
“…เสียงจากระบบ…”
เครื่องกรองน้ำแบบง่าย (น้ำที่กรองแล้วยังต้องนำไปต้มให้เดือด)
กระเป๋าเป้เส้นใย
น้ำคุณภาพหยาบ 500 มล. (ผ่านการกรองแบบง่ายๆ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย รสชาติพอจะดื่มได้)
เนื้อแห้งจากสัตว์คล้ายแมลงสาบ หนึ่งกิโลกรัม (มาจากส่วนหลังของสัตว์คล้ายแมลงสาบมีโปรตีนสูง)
เมล็ดเห็ดน้ำเต้า x1, เมล็ดเห็ดมะเขือ x1
เจียงลี่มองดูด้วยความประหลาดใจ
แม้เครื่องกรองน้ำจะเป็นแบบง่ายๆ แต่ก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการดื่มน้ำในอนาคตได้
แม้กระเป๋าเป้จะทำจากเส้นใย และมีพื้นที่น้อย แต่สำหรับเธอในตอนนี้ก็สะดวกมาก
ส่วนเรื่องน้ำและอาหาร
“…อืม...”
เจียงลี่มองเนื้อแห้งที่เหมือนกับที่ได้รับจากแพ็กเกจผู้เล่นใหม่เมื่อคืนก่อน คิ้วของเธอกระตุกเล็กน้อย เธอประหลาดใจที่เนื้อแห้งที่ระบบให้มาเป็นเนื้อของสัตว์ร้ายภัยพิบัติ
ถูกต้อง สัตว์คล้ายแมลงสาบ จัดเป็นสัตว์ร้ายภัยพิบัติชนิดหนึ่ง และเป็นชนิดที่ผู้เล่นใหม่เจอมากที่สุด ไม่มีสติปัญญา รูปร่างคล้ายแมลงสาบ บินได้ ตัวใหญ่ที่สุดมีขนาดกว่าสองเมตร สูงกว่าคนเสียอีก
สัตว์ร้ายภัยพิบัติ หากไม่ผ่านการแปรรูปก็ไม่สามารถกินได้ สัตว์ร้ายภัยพิบัติก็ติดเชื้อโรคหมอกสีเทาได้เหมือนคน หากคนกินสัตว์ร้ายภัยพิบัติเข้าไปก็จะติดเชื้อไปด้วย
ดังนั้นจึงต้องใช้เชื้อราบริสุทธิ์ในการแปรรูป
มุมมองโลกของเกมนี้คือ หลังภัยพิบัติพืชที่ขึ้นบนดินก็สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว เหลือเพียงแต่เห็ดราที่อาศัยอยู่ในถ้ำหรือใต้ดิน ซึ่งไม่ต้องการแสงแดด ใช้น้ำน้อย และเติบโตเร็ว เป็นอาหารที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่
"เห็ดน้ำเต้า, เห็ดมะเขือ"
เจียงลี่หยิบเมล็ดเห็ดรา ที่ได้มาทีละอย่าง รูปร่างคล้ายเมล็ดผักกาดเขียว เมื่อสัมผัสในชั่วขณะ ข้อมูลของเห็ดราทั้งสองชนิดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
(เห็ดน้ำเต้า, ผักที่คล้ายกับแตงกวา, น้ำเต้า, ฟักเขียว ฯลฯ)
(เห็ดมะเขือ, ผักที่คล้ายกับมะเขือเทศ, มะเขือยาว, มันฝรั่ง)
วงจรการเจริญเติบโตสั้น แถมยังมีสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะเห็ดมะเขือ ที่สามารถทำให้อิ่มท้องได้ เจียงลี่เก็บเมล็ดพันธุ์กลับเข้าไปในถุงผ้าอย่างระมัดระวัง
ถุงผ้าไม่ได้หายไปเมื่อเปิดออก แม้จะไม่ได้ใหญ่เท่ากระเป๋าเป้ แต่ก็สามารถใส่ของได้ง่ายๆ ใช้เป็นถุงเก็บของก็ดี เธอหยิบขวานขึ้นมา สะพายกระเป๋าเป้เส้นใย และออกจากถ้ำ
เจียงลี่ไม่มีกุญแจ แต่เธอก็ไม่สามารถนำเสบียงทั้งหมดติดตัวไปด้วยได้
แต่ที่พักพิงของเธอสร้างอยู่ในถ้ำ ซึ่งเป็นที่ลับตาคน ไม่มีใครสามารถหาที่นี่เจอได้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะติดกุญแจแล้ว ด้วยประตูไม้ที่เรียบง่ายนี้ก็ไม่สามารถต้านทานแรงภายนอกได้ สามารถทุบประตูเข้าไปในถ้ำได้ง่ายๆ
'ต้องรีบอัปเกรดที่พักพิงให้เร็วหน่อย'
ภารกิจในวันนี้คือการหาแหล่งน้ำ และสำรวจพื้นที่ใกล้เคียง
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือตะเกียงน้ำมันที่ใช้ขับไล่หมอกสีเทา ซึ่งที่พักพิงมีระยะเวลาคุ้มครองผู้เล่นใหม่เพียงสามวัน เมื่อเวลาผ่านไป หมอกสีเทาจะแทรกซึมเข้าไปในที่พักพิงโดยตรง
ในเกม ตะเกียงน้ำมันทำจากเนื้อของสัตว์ร้ายภัยพิบัติชนิดหนึ่ง นำมาทอดในกระทะเหมือนกับน้ำมันหมู แล้วกรองน้ำมันนั้นง่ายๆ ก็จะได้ตะเกียงที่สามารถขับไล่หมอกสีเทาได้
นี่คือวิธีทำที่ง่ายที่สุด คนทั่วไปก็สามารถทำได้
ยังมีตะเกียงน้ำมันอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งทำโดยการเติมผงเห็ดดอกทานตะวัน ลงไปในตะเกียงชนิดแรก เพื่อให้สามารถขับไล่หมอกสีเทาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เพียงแต่เมล็ดพันธุ์เห็ดดอกทานตะวันนั้นหายาก และเพาะปลูกยุ่งยากมาก มีระยะเวลาการเติบโตนาน เธอจำได้ว่าในเกม เธอต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อมันมาจากผู้เล่นคนอื่น
เจียงลี่เงยหน้ามองตำแหน่งของดวงอาทิตย์บนศีรษะ เพื่อคาดคะคะเนเวลาโดยประมาณ เธอหลับไปจนถึงเที่ยงวัน ทำให้มีเวลาทำกิจกรรมได้อิสระเพียงแค่ช่วงบ่าย
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการแก้ปัญหาเรื่องตะเกียงน้ำมัน เจียงลี่กังวลว่าจะมีคนในหมู่บ้านรู้จักร่างเดิมของเธอ เธอจึงฉีกผ้าส่วนหนึ่งจากเสื้อ แล้วพันรอบใบหน้า และพันผ้าที่หน้าอก อย่างระมัดระวัง รวมถึงรวบผมขึ้น ปลอมตัวเป็นผู้ชาย
เพราะในโลกหลังภัยพิบัติแบบนี้ ซึ่งแตกต่างจากในเกม สถานะของผู้หญิงอันตรายมาก จากนั้นเจียงลี่ก็เหน็บขวานหินไว้ที่เอว และเดินเข้าไปในหมู่บ้าน
…… เธอเห็นอาคารในหมู่บ้านเก่าแก่และทรุดโทรม มีเพียงเงาคนไม่กี่คนที่เดินอย่างรีบร้อน สีหน้าอิดโรย และหลังค่อม...
เจียงลี่มองแวบเดียวก็รู้ว่าพวกเขาป่วยเป็น โรคหมอกสีเทา
โรคหมอกสีเทาไม่ได้เอาชีวิตคนในทันที มันเหมือนโรคเรื้อรังที่ค่อยๆ ทรมานจิตใจของผู้คน
อาการป่วยของพวกเขาไม่หนักแต่ก็ไม่เบา ผิวหนังเต็มไปด้วยเส้นใยสีดำ ที่ดูน่าเกลียดเหมือนใยแมงมุม
เจียงลี่ไม่ได้มองนาน เธอก้มหน้าเดินไปข้างหน้า
ทุกหมู่บ้านมีสถานีค้าขาย ซึ่งมีพ่อค้าอยู่ด้วย สินค้าที่ซื้อขายเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน อาหารสำคัญที่สุด ตามมาด้วยของใช้ในชีวิตประจำวัน
สถานีค้าขาย ใจกลางหมู่บ้านสร้างจากอิฐหินสีเทา ท้องฟ้าที่มืดครึ้มสาดแสงอ่อนๆ ที่บางเบาลงบนสถานีค้าขายที่มีเพียงชั้นเดียว
ระหว่างทางที่เจียงลี่เดินมา สายตาถูกจำกัด เธอหาที่นี่เจอได้โดยอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับเกมของเธอ
สถานีค้าขายมักจะสร้างไว้ที่ใจกลางหมู่บ้าน จึงหาง่าย พอเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงตะคอกดังมาจากข้างใน
"ไอ้ขโมย! ไอ้ขโมย ที่ขโมยของ! ไปตายซะ!"
เสียงห้าวๆ เต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างรุนแรง
ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ สูงประมาณหนึ่งเมตรห้าสิบเซนติเมตร ก็ออกมาจากข้างใน ในมือหิ้วคนผอมหลังค่อมคนหนึ่ง ที่มองไม่เห็นว่าเป็นชายหรือหญิง ชายวัยกลางคนมีพละกำลังมาก หิ้วคนๆนั้นเหมือนหิ้วลูกกระต่ายแล้วโยนออกไปข้างนอก
จากนั้นก็ยกเท้าขึ้นเตะอย่างไม่ยั้ง เตะจนเลือดออกก็ยังไม่หยุด
จนกระทั่งคนที่อยู่ข้างล่างหมดลมหายใจ ชายวัยกลางคนจึงถ่มน้ำลายอย่างดุดัน แม้เพิ่งจะเตะคนตายไปหนึ่งคน แต่ในสายตาของเขาไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ราวกับเป็นการฆ่าไก่ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา
ดูเหมือนจะสังเกตเห็นสายตาของเจียงลี่ ชายวัยกลางคนเลิกคิ้วขึ้นอย่างดุดัน ความเกรี้ยวกราดยังไม่จางหายไปจากหว่างคิ้ว เพียงแต่มีสีหน้าสงสัยเพิ่มเข้ามาเล็กน้อย
"แกเป็นคนนอกเหรอ?"
คนในหมู่บ้านไม่มีใครเอาผ้าหยาบๆ มาพันหน้าแบบเธอ เจียงลี่ตกใจจนใจสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอพยายามเบนสายตาออกจากร่างคนที่ตายอยู่บนพื้น คนที่นอนตายอยู่บนพื้นถูกย้ายออกไป เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามทำให้เสียงของตัวเองเป็นปกติ ไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพียงแต่พูดว่า
"ฉันขอเข้าไปดูสินค้า"
ชายวัยกลางคนเห็นได้ชัดว่าเป็นหัวหน้าสถานีค้าขายนี้ เขารี่ตามองเธออย่างละเอียดครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดว่า "เข้ามาสิ"