- หน้าแรก
- ชีวิตสบายๆ ของเหยียนเจี๋ยกวง
- ตอนที่ 75 เจี่ยจางซื่อรบกวนอี้จงไห่ แม่ใหญ่หูหนวกออกมาปราบเจี่ยจางซื่อ
ตอนที่ 75 เจี่ยจางซื่อรบกวนอี้จงไห่ แม่ใหญ่หูหนวกออกมาปราบเจี่ยจางซื่อ
ตอนที่ 75 เจี่ยจางซื่อรบกวนอี้จงไห่ แม่ใหญ่หูหนวกออกมาปราบเจี่ยจางซื่อ
แม่เหยียนอดไม่ได้จึงพูดว่า “เจี่ยจางซื่อนี่ถึงกับจะให้คนของตัวเองรับมรดกของบ้านอี้จงไห่ชัด ๆ เลยไม่ใช่หรือไง”
เหยียนปู้กุ้ยพูดว่า “ด้วยความคิดลึกซึ้งของอี้จงไห่ เขาไม่มีทางยอมแน่นอน”
เหยียนเจี๋ยกวงพูดขึ้นทันทีว่า “ถ้าเสี่ยวตังเป็นลูกของอี้จงไห่ล่ะ”
“ว่าอะไรนะ!” คราวนี้เหยียนปู้กุ้ยกับแม่เหยียนตกใจพร้อมกัน ถ้าบอกว่าปั้งเกิงเป็นลูกของอี้จงไห่ ทั้งคู่คงไม่ตกใจ แต่ถ้าบอกว่าเสี่ยวตังเป็นลูกของอี้จงไห่ นั่นมันอีกเรื่องหนึ่งเลย เหยียนปู้กุ้ยตั้งสติแล้วพูดว่า “เจี๋ยกวง เรื่องแบบนี้ล้อเล่นไม่ได้”
เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า “ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ ผมได้ยินฉินหวยหรูพูดกับอี้จงไห่มาเองกับหู”
เหยียนปู้กุ้ยกับแม่เหยียนมองหน้ากัน ต่างคนต่างรู้สึกว่าข่าวนี้มันใหญ่เกินไปแล้ว ทั้งคู่ก็รู้สึกว่ารับมือไม่ไหว แม่เหยียนพูดว่า “ฉินหวยหรูนี่ช่างไม่ละอายใจเสียจริง”
เหยียนปู้กุ้ยพูดว่า “เอาเถอะ ขอแค่เรือนหน้าเราไม่วุ่นวายก็พอ ที่เรือนกลางจะวุ่นแค่ไหนช่างมัน”
เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า “ไม่ว่าอย่างไร บ้านเจี่ยคงไม่มีทางฉลองปีใหม่นี้อย่างสงบแน่”
เหยียนปู้กุ้ยพูดว่า “ปล่อยมันสิ อย่างมากก็เลิกทำหน้าที่ผู้ดูแล”
เหยียนเจี๋ยกวงยิ้มพลางถามว่า “พ่อจะยอมเหรอ”
“อย่าดูถูกพ่อแกเชียว” เหยียนปู้กุ้ยยิ้มแล้วพูดต่อว่า “เมื่อก่อนอาจจะเสียดาย แต่ตอนนี้ไม่เสียดายแล้ว ในเรือนอื่น ผู้ดุแลคือเกียรติคือภาระหน้าที่ แต่ในเรือนเรา ผู้ดูแลคือพ่อบ้าน ทำไปก็ไม่มีผลดี มีแต่เรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด”
เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า “พ่อ คุณลองหาจังหวะไปพูดกับเจ้าหน้าที่หน่อย เอาเรื่องในเรือนเรา โดยเฉพาะเรื่องเรือนกลาง ไปบอกให้เขาทราบ ถ้าวันหนึ่งเรื่องในเรือนกลางหลุดไป ถ้าพ่อไม่ได้บอกไว้ก่อน ทางสำนักงานก็จะโทษว่าพวกพ่อบริหารไม่ดี”
แม่เหยียนพูดว่า “พี่เหยียน พรุ่งนี้ไม่ต้องไปช่วยเขาประกอบจักรยานที่สำนักงานหรือ พรุ่งนี้พี่ก็ไปที่สำนักงานไปคุยกับเจ้าหน้าที่หวังเลยเถอะ”
เหยียนปู้กุ้ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ได้ พรุ่งนี้ฉันจะหาจังหวะพูดกับหวังเสียเอง”
เหยียนเจี๋ยกวงหัวเราะแล้วพูดหยอกว่า “พ่อนี่ไม่ธรรมดาเลยนะตอนนี้ทำมาค้าขายไปจนถึงสำนักงานชุมชนแล้ว”
เหยียนปู้กุ้ยตอบว่า “คิดว่าฉันอยากไปหรือ? ที่นั่นมีแต่งานอาสาล้วนๆ”
เหยียนเจี๋ยกวงพูดว่า “เมื่อก่อนพ่ออาจจะคิดคำนวณ แต่ตอนนี้ใครเรียกไปทำอะไรก็ไปหมด พรุ่งนี้ก็ยังจะไปช่วยงานอาสา มันไม่เสียเปล่าหรอก พ่อลองคิดดูว่าช่วงนี้ใกล้ปีใหม่แล้วพวกเขาจะปล่อยให้เรากลับมาเมืองเปล่าได้ยังไง ผมได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ทางสำนักงานพึ่งจะแจกรางวัลเรือนตัวอย่าง ผมว่ายังไงก็ต้องมีของเหลืออยู่แน่นอ นถึงจะไม่ให้เงินอย่างน้อยก็ต้องให้ของมาบ้างแหละ”
เหยียนปู้กุ้ยได้ยินก็คิดขึ้นได้ “จริงสิ ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง”
แม่เหยียนหัวเราะแล้วพูดว่า “พี่ไม่ได้ลืมหรอก แต่เพราะตอนนี้บ้านเราอยู่ดีกินดี พี่เลยไม่คิดถึงเรื่องผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ”
“ไม่ได้ ไม่ได้ เรื่องคิดคำนวณพวกนี้ห้ามละทิ้ง ผลประโยชน์นิดหน่อยแม้จะน้อย แต่พวกเธอไม่เคยได้ยินหรือว่าเก็บเล็กผสมน้อยหรือไง” พูดจบเหยียนปู้กุ้ยมองคนในบ้านต่อแล้วพูดว่า “พวกเราแม้จะไม่เอาเปรียบคนอื่นแต่ก็อย่าให้คนอื่นมาเอาเปรียบ ไม่คิดคำนวณนี่แหละถึงจะจน ถึงตอนนี้เราไม่คิดคำนวณก็ยังอยู่ได้ดี แต่ยังไงก็ต้องคิดเผื่ออนาคต”
เหยียนเจี๋ยกวงถามว่า “พ่อครับ ต่อไปคิดจะทำอะไรอีกหรือ”
เหยียนปู้กุ้ยยิ้มแล้วตอบว่า “ฉันคิดจะคำนวณเงินในกระเป๋าแกสิ”
“ไม่ได้เด็ดขาด!” เหยียนเจี๋ยกวงตอบทันที “ต่อให้คิดก็เปล่าประโยชน์ พ่อไม่เคยได้ยินหรือว่า ‘ศัตรูไม่เคลื่อนไหว เราก็ไม่เคลื่อนไหว’ หรือ”
แม่เหยียนหยอกว่า “เจี๋ยกวง แกคิดว่าพ่อเป็นศัตรูแล้วหรือ”
“ผมไม่ได้คิดว่าพ่อเป็นศัตรูสักหน่อยแม่อย่ามายุแหย่พวกเราสิ” เหยียนเจี๋ยกวงตอบ แล้วถามต่อว่า “ว่าแต่วันนี้ผมยังไม่เห็นพี่รองเลยเขาหายไปไหน”
แม่เหยียนตอบว่า “เขาจะไปที่ไหนได้ ก็ไปเล่นกับเพื่อนน่ะสิ” แล้วหันไปพูดกับเหยียนปู้กุ้ยว่า “พี่เหยียนก็ควรจะพูดกับเจี๋ยฟางบ้าง ช่วงนี้เขาเล่นซนจนลืมตัว ควรจะกลับมาตั้งใจบ้างแล้ว”
เหยียนปู้กุ้ยถอนหายใจพลางยิ้มเจื่อน “ลูกชายสามคนของเราความคิดล้ำลึกกันทั้งนั้น เราก็ห้ามอะไรเขาไม่ได้หรอก ดูแลเจี๋ยตี้ของเราให้ดีก็พอ”
“ว่าอะไรนะ!”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง พอเจี่ยจางซื่อรู้ข่าวว่าเจี่ยตงซวีถูกย้ายไปอยู่แผนกทำความสะอาด เธอถึงกับกระโดดลุกขึ้นร้องเสียงหลงว่า
“นี่จะให้พวกเราอยู่กันอย่างไร!”
เจี่ยตงซวีพูดว่า
“คำสั่งของโรงงานมันเปลี่ยนไม่ได้ ผมก็ไปหาอี้จงไห่มาแล้ว เขาก็ไม่ช่วยเราอีก ตอนนี้เราต้องหาวิธีอื่นแล้ว”
เจี่ยจางซื่อเช็ดน้ำตาบนใบหน้าแล้วพูดว่า
“อี้จงไห่จะไม่ช่วยเราได้อย่างไร! ตอนนั้นเขาเคยสาบานต่อหน้าศพพ่อแกว่าจะดูแลพวกเรา เขาจะกล้าผิดคำพูดได้อย่างไร! ฉันจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้!”
พูดจบเจี่ยจางซื่อก็วิ่งปรู๊ดออกไป
พอเจี่ยจางซื่อมาถึงเรือนกลาง อี้จงไห่ก็เพิ่งเดินเข้ามาพอดี เจี่ยจางซื่อรีบเรียกเขาแล้วถามว่า
“อี้จงไห่ ตอนนั้นแกสาบานต่อหน้าศพพ่อเจี๋ย ลืมคำพูดตัวเองไปแล้วหรืออย่างไร”
อี้จงไห่พูดว่า
“พี่สะใภ้ ฉันไม่ได้ไม่รักษาคำพูด แต่ตอนนี้ฉันเองก็เอาตัวไม่รอดเหมือนกัน”
เจี่ยจางซื่อเหลียวซ้ายแลขวาแล้วเดินเข้ามาใกล้อี้จงไห่สองก้าว
“อี้จงไห่ บ้านเราลำบาก คุณก็อย่าหวังจะสบาย! ฉันจะถามคุณอีกครั้ง เรื่องบ้านเรา คุณจะช่วยหรือไม่!”
อี้จงไห่ตอบว่า
“ไม่ช่วย! ต่อให้อยากช่วยก็ช่วยไม่ได้!”
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เจี่ยจางซื่อคว้าตัวอี้จงไห่ที่กำลังจะกลับไปแล้วตะคอกว่า
“อี้จงไห่ คุณจะมาทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วทิ้งคำพูดไว้หรือ!”
สีหน้าอี้จงไห่เปลี่ยนทันที
“เจี่ยจางซื่อ! คุณอย่าพูดจาใส่ร้ายป้ายสีฉัน!”
ตอนนั้นเอง หลิวกุ้ยอิงทนไม่ไหว โผล่ออกมาจากบ้านตะโกนว่า
“เจี่ยจางซื่อ บ้านเราถือว่าทำดีต่อพวกคุณอย่างที่สุดแล้ว ฉันขอร้องล่ะ คุณทำตัวให้มันเป็นผู้เป็นคนบ้างเถอะอย่ามัวแต่คิดหาผลประโยชน์จากบ้านคนอื่นอีกอย่างพี่อี้ก็ไม่ได้เป็นผู้ดูแลในเรือนแล้วถ้าจะหาผลประโยชน์ก็ไปหาจากคนอื่นเถอะ”
เจี่ยจางซื่อถึงจะโง่ก็ยังรู้ดีว่าหลิวไห่จงกับเหยียนปู้กุ้ยสองคนนี้นิสัยอย่างไร หวังจะได้อะไรจากสองคนนี้ก็เท่ากับหวังให้แม่หมูปีนต้นไม้ เธอจึงตะโกนด่า
“หลิวกุ้ยอิง นางแม่ไก่ไม่ยอมออกไข่ ยังไม่รู้จักอับอายอีกหรือ? ถ้าเป็นฉันฉันคงเอาหัวโขกผนังตายไปนานแล้ว”
อี้จงไห่ก้าวขึ้นไปข้างหนึ่ง ยืนบังหลิวกุ้ยอิงแล้วกำลังจะอ้าปากพูด ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของแม่ใหญ่หูหนวกดังขึ้นว่า
“เจี่ยจางซื่อ! ฉันจะตีเธอให้ตาย! เธอนี่มันดีแต่ทำลายคนอื่น!”
จากนั้นก็เห็นแม่ใหญ่หูหนวกแกว่งไม้เท้าพุ่งเข้าใส่เจี่ยจางซื่อ
เจี่ยจางซื่อเห็นท่าไม่ดี รีบหมุนตัววิ่งหนีทันที ความเร็วในตอนนั้นแทบไม่แพ้ยอดนักวิ่งโบลต์ เธอวิ่งพรวดเข้าไปในบ้าน ปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว
แม่ใหญ่หููหนวกห็นเจี่ยจางซื่อหลบอยู่ในบ้านไม่ยอมออกมาก็ยืนด่าอยู่หน้าประตูด้วยความโกรธว่า
“เจี่ยจางซื่อ เธอมันเป็นภัยร้ายตระกูลเจี่ยจะต้องพังพินาศเพราะเธอแน่!”
จากนั้นแม่ใหญ่หูหนวกก็หันไปมองเจี่ยตงซวีกับฉินหวยหรูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะฮึดฮัดหนึ่งทีแล้วเดินไปอยู่ข้างหลิวกุ้ยอิงพูดว่า
“กุ้ยอิง อย่าไปใส่ใจกับคำพูดของนังบ้าเจี่ยจางซื่อเลย ไปเถอะ เรากลับบ้านกัน”
“จ้ะ!” หลิวกุ้ยอิงรับคำ พยุงแม่ใหญ่หูหนวกเดินกลับเข้าบ้าน อี้จงไห่กลัวว่าถ้ายังอยู่ต่อจะมีปัญหาอีก จึงรีบตามภรรยาไปทันที
…………………..