เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ฉินหวยหรูมาหาถึงบ้าน

ตอนที่ 25 ฉินหวยหรูมาหาถึงบ้าน

ตอนที่ 25 ฉินหวยหรูมาหาถึงบ้าน


เหออวี้จู้ส่ายหน้าแล้วตอบ

“ยังไม่ได้อ่านเลย!”

เหออวี้สุ่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับแรกขึ้นมา ฉีกซองออก ดึงจดหมายเก่าซีดเหลืองออกมาอ่าน พออ่านไปน้ำตาก็ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว

ผ่านไปกว่ายี่สิบนาที เมื่ออ่านจดหมายฉบับสุดท้ายจบ เหออวี้สุ่ยก็หันไปมองเหออวี้จู้

เหออวี้จู้เอื้อมมือดึงเหออวี้สุ่ยเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก แล้วกล่าวว่า

“น้องรัก ร้องเถอะ! ร้องไห้เอาความขมขื่นในใจออกมาให้หมด!”

เหออวี้สุ่ยซุกตัวในอกของเหออวี้จู้แล้วกล่าว

“พี่... ตอนนี้จู่ๆ หนูกลับร้องไม่ออกเสียแล้ว”

เหออวี้จู้กล่าว

“ถ้าร้องไม่ออกก็อย่าร้องเลย! วันนี้พี่เอาเนื้อตุ๋นน้ำแดงมาด้วย พวกเรากลับไปกินข้าวกันเถอะ!” กล่าวจบก็จูงมือเหออวี้สุ่ยลุกขึ้น แล้วเดินกลับไปยังเรือน

“เจี๋ยกวง แบกอะไรอยู่นั่น?!”

เหออวี้จู้กับเหออวี้สุ่ยเดินเข้าซอย ก็เห็นเหยียนเจี๋ยกวงแบกกระสอบใบใหญ่เดินมาจากไม่ไกล

“พี่จู้! พี่สุ่ย!”

เหยียนเจี๋ยกวงทักทายทั้งสอง ก่อนจะกล่าวว่า

“วันนี้เลิกเรียนเร็ว ผมเลยแวะดูที่สถานีรับซื้อของเก่า คิดไม่ถึงว่าจะเจอของดีไม่น้อย”

เหออวี้สุ่ยถามอย่างสงสัย

“สถานีรับซื้อของเก่าจะมีของดีได้อย่างไรกัน?!”

เหยียนเจี๋ยกวงยิ้มแล้วตอบ

“พี่สุ่ย ที่นั่นของดีมีไม่น้อยเลย อยู่ที่ว่าจะตาดีหรือเปล่าเท่านั้นเอง!”

เหออวี้จู้กล่าว

“เห็นลากอะไรหนักๆ พี่ช่วยหิ้วให้เถอะ!”

“ขอบคุณครับพี่จู้!”

เหยียนเจี๋ยกวงยอมยกกระสอบให้โดยดี เหออวี้จู้รับมาแล้วก็รู้ว่ามีน้ำหนักไม่น้อย จึงยิ้มพลางถาม

“ในนี้มีอะไรอยู่กันแน่?!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบ

“ผมเจอพวกเครื่องไม้เครื่องมือแล้วก็อะไหล่จักรยาน พอเอามารวมกันแล้วก็คิดว่าพอจะต่อจักรยานขึ้นมาสักคันได้เลย”

เหออวี้สุ่ยแซว

“ประกอบจักรยาน?! นายมีฝีมือขนาดนั้นด้วยหรือ?! ระวังเถอะ ประกอบจักรยานไม่เสร็จ กลับทำตัวเองเจ็บซะก่อน”

เหยียนเจี๋ยกวงไม่ใส่ใจ ยิ้มแล้วกล่าว

“ถ้าประกอบได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็เอาอะไหล่ไปขายให้ร้านซ่อมจักรยานตรงหัวซอย ก็ไม่ขาดทุน”

“พูดจามีเหตุผลดีนี่!”

เหออวี้จู้เสริม แล้วกล่าวต่อ

“เจี๋ยกวง บ้านพวกนายดูจะกินอยู่ไม่ค่อยดี มื้อนี้ไปกินข้าวที่บ้านพี่เถอะ?!”

เหยียนเจี๋ยกวงกล่าว

“พี่จู้ อย่าเลย ผมไปไม่เหมาะหรอก รออีกสักพักผมหาเงินได้ จะซื้อเนื้อ แล้วขอให้พี่จู้ช่วยทำให้จะดีกว่า”

เหออวี้สุ่ยแหย่

“เเด็กน้อยแบบเจ้า จะหาเงินอะไรได้?”

เหยียนเจี๋ยกวงอยากจะโต้กลับ แต่คิดอีกทีก็เงียบเสีย ใครใช้ให้เหออวี้สุ่ยเป็นคนที่ขาดความรักล่ะ?!

เหยียนเจี๋ยกวงกล่าว

“พี่สุ่ย ผมอาจอายุน้อยก็จริง แต่ถ้าพูดถึงการหาเงิน ผมไม่แพ้ผู้ใหญ่หรอก!”

ทั้งสามคนสนทนากันเรื่อยมา ไม่นานก็เดินมาถึงหน้าประตูใหญ่

เหยียนปู้กุ้ยเห็นเหออวี้จู้วางกระสอบไว้หน้าบ้านตน จึงถามด้วยความสงสัย

“เจ้าทึ่มในนั้นมีอะไรหรือ?!”

เหออวี้จู้ตอบ

“ของของเจี๋ยกวงบ้านอาสามนั่นแหละ ถ้าอสามาอยากรู้ว่าในนั้นมีอะไรก็ไปถามลูกตัวเองดูเถอะ”

“เดี๋ยวก่อน!”

เหยียนปู้กุ้ยรีบเรียกเหออวี้จู้ที่กำลังจะไป

เหออวี้จู้ถาม

“อาสาม ยังมีเรื่องอะไรหรือ?!”

เหยียนปู้กุ้ยถาม

“เจ้าทึ่ม ได้ยินว่าอี้จงไห่กลืนเงินที่เหอต้าชิงส่งมาให้พวกแกจริงหรือ?!”

เหออวี้จู้พยักหน้า กำลังจะพูดต่อ แต่พอดีหลิวไห่จงกลับจากโรงงานมาถึง แล้วก็พูดแทรกขึ้นว่า

“แน่นอนว่าจริง! ตอนกลางวันโรงงานก็ประกาศออกเสียงตามสายแล้ว เจ้าอี้จงไห่นี่! ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้ หน้าซื่อใจคดโดยแท้!”

เหยียนเจี๋ยกวงกลับเข้าบ้าน วางกระเป๋านักเรียน แล้วออกมายังห้องโถงหน้าบ้าน ลากเก้าอี้ตัวเล็กมานั่ง เปิดกระสอบอย่างคล่องแคล่ว หยิบของข้างในออกมาทีละชิ้น

เหยียนปู้กุ้ยที่กำลังคุยกับหลิวไห่จง เห็นของที่ลูกชายวางไว้บนพื้นก็รีบถามว่า

“เจี๋ยกวง ของพวกนี้มาจากไหน?!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบ

“จะจากไหนอีกล่ะ?! ก็จากสถานีรับซื้อของเก่าน่ะสิ! พ่อไม่รู้หรอกผมอยู่ตรงนั้นตั้งเกือบสองชั่วโมง กว่าจะหาของได้ครบแบบนี้”

เสียงดังที่เหยียนเจี๋ยกวงทำขึ้นไม่นานก็เรียกความสนใจจากผู้คนทั้งในบ้านแบบเรือนสี่ประสานและละแวกข้างเคียง

แต่ละคนพากันมามุงดูเขาเหมือนมาชมละครเรื่องสนุก คิดว่าเขาคงจะทำอะไรเปิ่นๆ อีกแน่

เหยียนเจี๋ยกวงกลับไม่ใส่ใจ แสดงสีหน้าเฉยชา แล้วก้มหน้าจัดการชิ้นส่วนตรงหน้าอย่างเป็นระเบียบไม่สะทกสะท้าน

พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมง โครงจักรยานก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เหยียนปู้กุ้ยที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น ดวงตาก็พลันเป็นประกาย คิดในใจ

“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าหนูนี่จะมีฝีมือขนาดนี้?!”

จากนั้นเขาก็เริ่มครุ่นคิด ว่าจะทำอย่างไรให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด

เหยียนเจี๋ยกวงที่กำลังยุ่งอยู่กับการประกอบจักรยาน ไม่รู้เลยว่าบิดาตนเองกำลังคิดอะไร แม้รู้ก็คงเพียงหัวเราะแห้งๆ แล้วปล่อยผ่านไป

คุณนายสามยกกับข้าวเข้าไปในห้องโถง จากนั้นก็เดินออกมาพลางตะโกนเร่ง

“เจี๋ยกวง! กินข้าวได้แล้ว!”

“โอ้ ครับๆ!” เหยียนเจี๋ยกวงรับคำอย่างกระตือรือร้น รีบเก็บของเข้าบ้าน ล้างมือ แล้ววิ่งปร๋อเข้าไปยังห้องโถง ส่วนพวกเพื่อนบ้านที่เคยมุงดูก็แยกย้ายกลับไปกินข้าวที่บ้านตนเอง

“แม่มองอะไรอยู่น่ะ?!”

เจี่ยตงซวีเดินกลับมาบ้าน ก็เห็นเจี่ยจางซื่อกำลังพิงขอบหน้าต่างจ้องมองไปทางบ้านเหออวี้จู้

“ตงซวี กลับมาแล้วหรือ?!” เจี่ยจางซื่อยิ้มทักลูกชาย จากนั้นก็หันไปมองฉินหวยหรูอย่างดุดันแล้วเร่งว่า

“เธอยังจะยืนตะลึงอยู่ทำไมอีก?! ยังไม่รีบไปบ้านเจ้าทึ่ม เอากล่องข้าวที่เขาเอากลับมาให้มาเดี๋ยวนี้!”

เจี่ยตงซวีชะงักเล็กน้อย ถามว่า

“แม่ เเขารับปากจะให้กล่องข้าวเราหรือ?!”

เจี่ยจางซื่อตอบ

“จะเป็นไปได้อย่างไร?! แต่ภรรยาแกมีวิธี” พูดจบก็ถลึงตาใส่ฉินหวยหรูอีกครั้ง

ฉินหวยหรูทำท่าทางน่าสงสาร น้ำตาคลอเบ้ามองเจี่ยตงซวีและเจี่ยจางซื่อแล้วพูดว่า

“แม่คะ แม่ไปขอด้วยตัวเองเขายังไม่ให้ ฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปขอเขาล่ะ?!”

ใบหน้าเจี่ยจางซื่อพลันเคร่งเครียด เอ่ยเสียงเย็น

“เธอไปหรือไม่ไป?!”

ฉินหวยหรูเห็นท่าทีเช่นนี้ก็รู้ดีว่า หากไม่ไปเอามาวันนี้ ต้องโดนเอาเรื่องแน่ จึงได้แต่ถอนใจเงียบๆ ในใจอย่างจนใจ แล้วตอบรับ

“ฉันไปก็ได้!”

พูดจบก็คว้าชามใบใหญ่เตรียมจะออกจากบ้าน แต่กลับโดนเจี่ยจางซื่อรั้งไว้

เจี่ยจางซื่อเหลือบมองฉินหวยหรูพลางพูด

“ถือชามเล็กแค่นี้ไป ใครจะกินพอกัน?!”

จากนั้นก็หยิบกะละมังที่ปกติใช้ผสมแป้งมาเปลี่ยนแทนชามในมือฉินหวยหรู แล้วพูดว่า

“ใช้อันนี้ไป! เร็วเข้า! อย่าชักช้า! เธอคิดจะปล่อยให้ตงซวีกับหลานชายของฉันต้องอดตายหรือยังไง?”

เมื่อได้ยินดังนั้นปั้งเกิงที่นอนอยู่บนเตียงก็ร้องขึ้นว่า

“แม่ครับ รีบไปเร็ว ผมอยากกินเนื้อ”

เสี่ยวตังก็ตามด้วยเสียงใส

“หนูก็อยากกินเนื้อ!”

เจี่ยจางซื่อถลึงตาใส่เสี่ยวตัง

“เจ้าลูกกินเปล่า จะกินเนื้ออะไรกัน?!”

จากนั้นก็ยิ้มแย้มแล้วหันไปพูดกับปั้งเกิงว่า

“เนื้อน่ะ ต้องให้หลานชายคนโตของฉันกิน!”

ฉินหวยหรูถือกะละมังออกจากบ้านเจี่ย เดินมาจนถึงกลางเรือน รั้งรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินไปถึงหน้าบ้านของเหออวี้จู้ ยกมือขึ้นเตรียมผลักประตูเข้าไป

แต่สิ่งที่ฉินหวยหรูไม่คาดคิดก็คือ ประตูบ้านที่ปกติไม่เคยล็อก วันนี้กลับล็อกไว้แน่นหนา

เธอผลักสองครั้งก็ยังไม่เปิด ใบหน้าพลันเปลี่ยนสี รีบเคาะประตูพร้อมร้องเรียก

“เจ้าทึ่ม! เปิดประตูสิ! ฉันเอง พี่สาวฉินของนายไงล่ะ!”

………………..

จบบทที่ ตอนที่ 25 ฉินหวยหรูมาหาถึงบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว