- หน้าแรก
- ชีวิตสบายๆ ของเหยียนเจี๋ยกวง
- ตอนที่ 23 อี้จงไห่กลับบ้าน
ตอนที่ 23 อี้จงไห่กลับบ้าน
ตอนที่ 23 อี้จงไห่กลับบ้าน
แต่ยังไม่ทันที่คนที่ถูกส่งไปตามภรรยาอี้จงไห่จะออกไป พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้าโรงงานก็เดินมาบอกว่า ภรรยาอี้จงไห่มาแล้ว ตู้จวินจึงให้คนไปเชิญเธอเข้ามาในห้องสอบสวน ให้ทั้งสองสามีภรรยาได้พบหน้ากัน อี้จงไห่พอเห็นภรรยาก็รีบบอกกล่าวไม่กี่คำ หลิวกุ้ยอิงต้องการช่วยสามีอย่างเร่งด่วน จึงไม่ได้คิดมากนัก อี้จงไห่พูดอะไรเธอก็พยักหน้ารับหมด
ตู้จวินเห็นอี้จงไห่ฉลาดรู้ความ ก็เกรงว่าเวลาหลิวกุ้ยอิงไปเบิกเงินที่ธนาคารจะมีคนจับตามอง จึงส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนคุ้มกันเธอไปด้วย
หลิวกุ้ยอิงออกจากโรงงานเหล็กแล้วก็รีบตรงกลับบ้านทันที เมื่อถึงบ้าน เธอก็ไปเปิดช่องลับในกำแพงแล้วหยิบกล่องเหล็กออกมา พอเปิดกล่องเหล็ก เห็นจดหมายที่อยู่ใต้สมุดเงินฝาก ก็อดถอนหายใจไม่ได้ พลางพึมพำเบา ๆ ว่า
“โชคดีที่ยังไม่ได้เผาจดหมายพวกนี้ ไม่งั้นเหล่าอี้แย่แน่”
เธอเก็บทั้งจดหมายและสมุดเงินฝากใส่ในถุงผ้า แล้วเก็บกล่องเหล็กกลับเข้าที่เดิม
หลังจากวุ่นวายอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง หลิวกุ้ยอิงก็กลับมาถึงโรงงานเหล็กอย่างปลอดภัย ภายใต้การคุ้มกันของพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองคน
“หัวหน้าตู้!”หลิวกุ้ยอิงทักทายเมื่อเห็นตู้จวิน จากนั้นก็เปิดถุงผ้า ขณะหยิบของออกมาก็พูดไปด้วยว่า
“หัวหน้าตู้ นี่คือจดหมายที่เหอต้าชิงส่งให้พี่น้องเหอ นี่กองหนึ่งเป็นเงินที่เขาส่งมาในช่วงหลายปี มานี้ นี่อีกกองเป็นเงินชดเชยสำหรับพี่น้องเหอ และกองสุดท้ายคือเงินชดเชยเกี่ยวกับตำแหน่งงานของเหออวี้จู้”
ตู้จวินมองของทั้งหมดบนโต๊ะแล้วกล่าวว่า
“เธอในฐานะภรรยาก็ลำบากไม่น้อย รีบพาอี้จงไห่กลับไปได้แล้ว อีกสองวันให้เขากลับมาทำงาน”
“ได้ค่ะ!” หลิวกุ้ยอิงรับคำ จากนั้นก็เดินออกไปพร้อมพนักงานรักษาความปลอดภัยที่มาด้วย
ตู้จวินหันไปสั่งลูกน้องข้างตัวว่า
“ไปตามเจ้าทึ่มมา!”
“ตึง! ตึง! ตึง”
ผ่านไปสิบกว่านาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นที่หน้าห้องของตู้จวิน
“เข้ามา!” ตู้จวินกล่าว
เหออวี้จู้เปิดประตูเข้ามาอย่างยิ้มแย้ม กล่าวว่า
“หัวหน้าตู้ เรียกหาผมหรือครับ?”
ตู้จวินทำมือเชิญเหออวี้จู้เข้ามาใกล้ แล้วชี้ไปที่ของบนโต๊ะก่อนกล่าวว่า
“จดหมายพวกนี้คือที่พ่อนายส่งมา ส่วนเงินสองกองด้านข้าง กองที่มีจำนวนเล็กกว่าหน่อย มีเศษบ้างเต็มบ้างนั่นคือเงินนที่พ่อนายส่งมา กองที่ใหญ่กว่านั้นคือเงินชดเชยที่อี้จงไห่ต้องจ่ายให้นายสองพี่น้อง”
จากนั้นตู้จวินก็เปิดลิ้นชัก หยิบใบลงทะเบียนเข้าทำงานแล้วยื่นให้เหออวี้จู้ กล่าวว่า
“นี่เป็นเอกสารรับตำแหน่งงานที่โรงงานชดเชยให้นาย เอาใบนี้ไปยื่นรายงานตัวที่แผนกแรงงานได้เลย บอกไว้ก่อนนะว่าเอกสารนี้นายต้องเก็บให้ดี มีแค่ใบเดียว ถ้าหายไป ก็ถือว่าเคราะห์ร้ายเอง”
เหออวี้จู้ยิ้มขณะรับเอกสารไว้ แล้วกล่าวว่า
“ขอบคุณครับหัวหน้าตู้!”
จากนั้นเขาก็เก็บใบลงทะเบียนไว้ในกระเป๋าด้านใน จากนั้นหยิบบุหรี่ยี่ห้อ “ต้าเฉียนเหมิน” สองกล่องออกมาวางไว้บนโต๊ะแล้วกล่าวว่า
“หัวหน้าตู้ เหล่าพี่น้องในแผนกรักษาความปลอดภัยลำบากกันไม่น้อย ผมไม่มีอะไรดีไปกว่านี้ ก็ขอให้ทุกท่านช่วยสูบบุหรี่แทนคำขอบคุณละกัน”
ตู้จวินสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย กล่าวว่า
“เอากลับไปเลย”
เหออวี้จู้พูดว่า
“บุหรี่นี้ คุณต้องรับไว้จริง ๆ ถือเป็นบุหรี่แห่งความยินดีที่ผมจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า”
พอได้ยินคำว่า “บุหรี่แห่งความยินดี” ใบหน้าตู้จวินก็ปรากฏรอยยิ้มประหลาด ถามว่า
“ไงล่ะ?! หาเมียได้แล้วหรือ?!”
เหออวี้จู้ตอบว่า
“หาได้แล้ครับ เมื่อวานเพิ่งให้แม่สื่อไปสู่ขอ คาดว่าบ่ายวันนี้คงจะได้ข่าว”
ตู้จวินกล่าวว่า
“งั้นฉันก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าไว้ก่อน แต่จะให้แค่บุหรี่อย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องมีลูกอมด้วยล่ะ อย่าลืมลูกอมเด็ดขาด!”
เหออวี้จู้หัวเราะแล้วกล่าวว่า
“ไม่มีทางลืมแน่นอนครับ!”
กล่าวจบก็เก็บจดหมายกับเงินบนโต๊ะ แล้วโค้งคำนับลาตู้จวินก่อนออกจากห้อง
ขณะเดียวกันนั้น หลิวกุ้ยอิงก็กำลังพาอี้จงไห่ออกจากหน้าโรงงานเหล็ก พนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนได้นำประกาศบทลงโทษของโรงงานที่มีต่ออี้จงไห่ไปแปะไว้บนกระดานประกาศตรงทางเข้าโรงงาน อี้จงไห่มองดูประกาศนั้นแวบหนึ่ง จู่ ๆ ก็รู้สึกตาลาย หน้ามืดวูบไปทันที โชคดีที่หลิวกุ้ยอิงคว้าตัวเขาไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นอี้จงไห่อาจล้มลงอย่างรุนแรง
“เหล่าอี้ เหล่าอี้” ภายใต้เสียงเรียกของหลิวกุ้ยอิง อี้จงไห่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พึมพำเบา ๆ ว่า
“ฉันเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตในพริบตา แผนที่ฉันคิดไว้มาตลอดหลายปี กลับสูญเปล่าในที่สุด”
หลิวกุ้ยอิงปลอบว่า
“เหล่าอี้ อย่าเศร้าไปเลย เรากลับบ้านกันก่อนเถอะ”
อี้จงไห่พยักหน้าเบา ๆ โดยไม่พูดจา ปล่อยให้หลิวกุ้ยอิงพยุงเขาเดินกลับบ้าน
“โอ้ อาจารย์อี้กลับมาแล้วหรือ?”
ทันทีที่อี้จงไห่กับภรรยาเพิ่งก้าวเข้าสู่ประตูใหญ่ของบ้าน ก็ได้ยินเสียงทักจากผู้คน อี้จงไห่สะดุ้งขึ้นมาทันที รีบยืดตัวตรง ใบหน้าทื่อเฉียบ พยักหน้าทักทายอย่างเย็นชา แล้วรีบเดินตรงไปยังเรือนของตนกลาง ส่วนหลิวกุ้ยอิงที่เดินอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกกระอักกระอ่วน เลยทักตอบเพื่อนบ้านสองสามประโยคอย่างขัดเขินก่อนจะรีบตามเขาไป
พอเพื่อนบ้านเห็นแผ่นหลังของสองสามีภรรยา ก็เริ่มซุบซิบกันขึ้นมา
เพื่อนบ้านกล่าวว่า
“อาจารย์อี้กลับมาเวลานี้ แสดงว่าเรื่องของเขาคงคลี่คลายแล้วกระมัง?!”
คุณนายบ้านที่สองตอบว่า
“เรื่องนี้ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะ?! อย่างไรเสียก็ต้องรอฟังตอนลุงหลิวกลับมาก่อน แต่ดูจากท่าทีแล้ว ฉันว่าร้อยละแปดสิบคงตกลงกันได้แล้วล่ะ ไม่รู้ว่าเจ้าทึ่มจะได้อะไรคืนมาบ้างไหม?”
เจี่ยจางซื่อซึ่งกำลังนั่งปะรองเท้าอยู่ในหมู่ชาวบ้าน ได้ยินการสนทนาก็ลอบกลอกตาไปมาอยู่ในดวงตาทรงสามเหลี่ยมกลับหัวของนาง ใจก็เริ่มวางแผนว่าจะหลอกเอาเงินจากเจ้าทึ่มได้อย่างไร ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกว่าอี้จงไห่ไร้ความสามารถอย่างยิ่ง ถึงขนาดไม่สามารถจัดการกับเหออวี้จู้ได้ เธอเริ่มคิดว่าบุตรชายขอองเธอควรไปหาอาจารย์คนใหม่ดีหรือไม่
อี้จงไห่กลับถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที หลิวกุ้ยอิงมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วหยิบของไปยังห้องครัว
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา แม่ใหญ่หูหนวกก็ผลักประตูเข้ามาในบ้านของอี้จงไห่
อี้จงไห่ซึ่งนอนอยู่บนเตียงได้ยินเสียงฝีเท้า ก็ตกใจลุกขึ้นมาทันที ถามว่า
“แม่ใหญ่มาทำไมครับ”
แม่ใหญ่หูหนวกกล่าวว่า
“ได้ยินจากภรรยาของหลิวไห่จงว่านายกลับมาแล้ว เลยแวะมาดู”
แล้วถามต่อว่า
“เป็นอย่างไรบ้าง?! ถูกควบคุมตัวไว้ข้ามวัน ไม่ลำบากมากใช่ไหม?!”
อี้จงไห่ตอบว่า
“แค่โดนขังไว้ในโรงงาน ไม่ได้ลำบากอะไรมาก”
“ไม่ลำบากก็ดีแล้ว”แม่ใหญ่หูหนวกพึมพำเบา ๆ แล้วกล่าวว่า
“ไหน ๆ ก็กลับมาแล้ว ก็พักผ่อนให้ดีนะ พอหายเหนื่อยก็มานั่งที่บ้านฉันบ้าง ฉันขอตัวกลับก่อน”
“แม่ใหญ่ไหนๆก็มาแล้วทานข้าวเสร็จแล้วค่อยกลับเถิด” อี้จงไห่เอ่ยรั้งไว้
แม่ใหญ่หูหนวกตอบว่า
“ไม่เป็นไรฉันจะกลับแล้ว”
พอแม่ใหญ่หูหนวกเดินออกไป อี้จงไห่ก็ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่ใช่คนที่จะยอมให้คนอื่นเอาเปรียบแล้วไม่เอาคืน เมื่อวานตอนถูกกักตัวอยู่ในแผนกรักษาความปลอดภัย เขาคิดทั้งคืน ทบทวนว่าตนเคยไปล่วงเกินใครไว้บ้าง แม้จะยังหาคำตอบไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการ “แก้แค้น”ของเขาเลย
ไม่นาน หลิวกุ้ยอิงก็ยกอาหารเข้ามาในห้อง อี้จงไห่ถามว่า
“กุ้ยอิง เอาอาหารไปส่งให้แม่ใหญ่หรือยัง?!”
หลิวกุ้ยอิงตอบว่า
“ส่งไปเรียบร้อยแล้ว”
“อืม” อี้จงไห่ตอบรับในลำคอ จากนั้นก็เดินมานั่งที่โต๊ะ ถามว่า
“เมื่อวานในเรือนของเรามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?”
หลิวกุ้ยอิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้าแล้วตอบว่า
“นอกจากท่านไม่อยู่ ก็ไม่มีอะไรผิดปกตินะ”
แล้วถามต่อว่า
“ทำไมรึ?”
อี้จงไห่กล่าวว่า
“ฉันว่าเรื่องที่ฉันเจอปัญหาใหญ่ครั้งนี้ 8 ใน 10 ส่วนฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพราะคนในเรือนทำอะไรลับหลังฉันเป็นแน่”
“เป็นคนในเรือนเราหรือ?” หลิวกุ้ยอิงพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ “เป็นไปได้อย่างไรกัน?!”
อี้จงไห่กล่าวว่า
“ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ว่าเคยไปล่วงเกินใครเข้า สุดท้ายแล้วก็ต้องเป็นคนในเรือนนี้แหละ”
………………