เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 เหยียนเจี๋ยกวงพบหลิวหลาน

ตอนที่ 7 เหยียนเจี๋ยกวงพบหลิวหลาน

ตอนที่ 7 เหยียนเจี๋ยกวงพบหลิวหลาน


เจี่ยตงซวีรีบกล่าวว่า

“ขอบคุณอาจารย์มาก! บุญคุณที่คุณมีต่อครอบครัวของผม เราจะจำไว้ในใจแน่นอนคุณวางใจได้เลย!”

อี้จงไห่เห็นปฏิกิริยาของเจี่ยตงซวีก็ตอบรับด้วยความพึงพอใจ เขาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า

“ในเมื่อเด็กไม่เป็นอะไรมาก เวลาก็ไม่เช้าแล้ว เรากลับโรงงานกันก่อนเถอะ!”

“อืม!” เจี่ยตงซวีรับคำอย่างเร็ว กำลังจะเดินตามอี้จงไห่ไป ทันใดนั้นฉินหวยหรูก็กลับมาหลังจากจ่ายเงินเสร็จ เธอถามว่า

“ตงซวี พวกคุณจะกลับกันแล้วหรือ?!”

เจี่ยตงซวีกล่าวว่า

“เราต้องกลับไปทำงานตอนบ่าย เธอก็ดูแลปั้งเกิงให้ดีนะ”

“อืม” ฉินหวยหรูรับคำพลางยื่นใบเสร็จในมือให้เจี่ยตงซวี

เจี่ยตงซวีรับใบเสร็จมาดูแวบหนึ่งก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ พูดว่า

“ระวังตอนกลับบ้านด้วยล่ะ” พอพูดจบ เจี่ยตงซวีก็เดินตามอี้จงไห่ออกไป

“แม่! เดี๋ยวหนแบกเาเอง!” ฉินหวยหรูเดินมาข้างเจี่ยจางซื่อแล้วกล่าว

“อืม!” เจี่ยจางซื่อพยุงปั้งเกิงช่วยเธอแล้วพูดว่า

“เราไปกันเถอะ!”

เมื่อออกมาถึงประตูโรงพยาบาล เจี่ยจางซื่อก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิว่า

“หวยหรู วันนี้เสียเงินไปไม่น้อยใช่ไหม?!”

ฉินหวยหรูกล่าวตอบ

“ค่ารักษาของปั้งเกิงวันนี้ อาจารย์อี้เป็นคนจ่ายทั้งหมด แม่ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่ได้ใช้เงินของบ้านเราเลย”

สีหน้าของเจี่ยจางซื่อเปลี่ยนไปทันที เธอจ้องฉินหวยหรูพลางพูดว่า

“ว่าอย่างไรนะว่าไม่ใช่เงินของบ้านเรา?! เขาไม่มีลูกมีเมีย มีเพียงตงซวีเป็นลูกศิษย์คนเดียวในตอนนี้ ต่อไปเงินของเขาก็คือของบ้านเรา”

ฉินหวยหรูได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ถึงกับพูดไม่ออก

ผ่านไปจนถึงบ่ายสองยามครึ่ง โรงเรียนเลิกเรียน เหยียนเจี๋ยกวงเดินกลับบ้าน ระหว่างทางก็เห็นสตรีวัยกลางคนพาหญิงสาวคนหนึ่งออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง เหยียนเจี๋ยกวงเพ่งมองดีๆ หญิงสาวผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คือหลิวหลานนั่นเอง

“เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?!” เหยียนเจี๋ยกวงพึมพำเบาๆ แล้วเดินตามไปด้วยความอยากรู้

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ทั้งสอง เหยียนเจี๋ยกวงก็ได้ยินสตรีวัยกลางคนพูดขึ้นว่า

“หลานจื่อ บ้านนี้ฐานะไม่เลวเลย พ่อเขาเป็นผู้ช่วยครัวที่โรงงานรีดเหล็กหงซิง ตัวเขาเองก็มีงานทำ ขอแค่เธอแต่งเข้าไป เขาจะยกตำแหน่งงานให้เธอ เธอก็จะสามารถย้ายทะเบียนบ้านมาได้ ทีนี้ก็จะได้มีงานทำ ได้กินอิ่มนอนหลับได้สบาย”

หลิวหลานตอบว่า

“เขายังมีน้องชายกับน้องสาวอีก พ่อเขาจะยกงานให้ข้าได้อย่างไร อีกอย่าง หนูเป็นลูกสาวคนโตของบ้าน พอแต่งงานแล้ว ไม่มากก็น้อยก็ต้องช่วยเหลือทางบ้านอยู่ดี”

สตรีวัยกลางคนพยายามชักจูงอีกครั้ง

“หลานจื่อ พวกเขาบอกว่าจะให้สินสอดยี่สิบหยวน อีกอย่างเธอมีงานทำแล้ว จะส่งเสียบ้านแมก็ไม่ยากอะไรนี่นา?”

หลิวหลานตอบว่า

“เรื่องนี้ฉันต้องนำกลับไปปรึกษากับพ่อแม่ก่อน”

“ตกลง!” สตรีวัยกลางคนรับคำแล้วกล่าวว่า “เอาล่ะฉันจะพาเธอไปส่งที่สถานีเดี๋ยวนี้เลย”

เหยียนเจี๋ยกวงมองแผ่นหลังของทั้งสองพลางขมวดคิ้ว

“หลิวหลานนอกจากปากจัดไปหน่อย ที่เหลือก็ไม่เลวเลย ถ้าอย่างนั้น…จับคู่มั่วๆ ให้จะดูดีไหมนะ เอาหลิวหลานมาให้เจ้าทึ่มจื่อตู้? แต่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เขายังไม่เคยเห็นหน้าจื่อตู้เลย ได้ยินแค่เสียงของเขากับเหออวี้สุ่ยเท่านั้น เอาไว้ดูก่อนว่าตอนนี้เขาถูกอี้จงไห่ล้างสมองไปถึงขั้นไหน แล้วค่อยว่ากันเรื่องเขากับหลิวหลาน” คิดได้เช่นนี้ เหยียนเจี๋ยกวงก็เดินตามไป

ขณะเดินตามไปนั้น เหยียนเจี๋ยกวงเห็นสตรีวัยกลางคนเข้าไปในห้องน้ำ เขาจึงรีบเดินไปหาแล้วทำทีเป็นถาม

“พี่สาวคือพี่หลิวหลานใช่ไหม?!”

หลิวหลานถาม

“นายเป็นใครรู้จักฉันได้ยังไง?”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบ

“ตาของผมอยู่ที่จั้วเจี๋ยจวง ผมเคยเห็นพี่มาก่อน” แล้วถามต่อ

“พี่มาทำอะไรในเมืองหรือ?!”

หลิวหลานตอบ

“มาดูตัว”

เหยียนเจี๋ยกวงถามต่อ

“แล้วตกลงใจหรือยัง?!”

หลิวหลานส่ายหน้า

“ยังไม่แน่ใจ”

เหยียนเจี๋ยกวงกล่าว

“พี่หลิวหลาน การแต่งงานคือการกลับชาติมาเกิดครั้งที่สองของผู้หญิงนะ ต้องดูให้ดี อย่ามองแค่ฉาบฉวยแล้วทำลายชีวิตตัวเอง พี่เขียนวิธีติดต่อให้ผมหน่อย เผื่อว่าผมจะช่วยดูญาติฝั่งผมให้ว่ามีใครเหมาะสมจะได้แนะนำให้พี่สาวสักคน”

หลิวหลานหัวเราะ

“เจ้าเด็กแสบถึงกับทำตัวเป็นแม่สื่อเลยรึ? ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะเขียนที่อยู่ให้”

เหยียนเจี๋ยกวงรีบคว้าปากกากับกระดาษจากในกระเป๋านักเรียนแล้วยื่นให้หลิวหลาน

หลิวหลานรับมาแล้วเขียนที่อยู่ส่งคืนให้ พร้อมกล่าวว่า

“ฉันจะรอฟังข่าวดีจากนายนะ”

เหยียนเจี๋ยกวงพยักหน้า จากนั้นหยิบลูกอมรสนมต้าไป่ถูห้าหกเม็ดออกมาจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือของหลิวหลาน กล่าวว่า

“ผมอยู่ที่เรือนหน้าของบ้านหมายเลข 95 ซอยหนานหลัวกู่ หากมีเรื่องอะไรก็มาหาผมได้ที่นั่นนะ พี่หลาน ไว้พบกันใหม่!”

“เมื่อครู่เจ้าเด็กนั่นเป็นใครหรือ?” สตรีวัยกลางคนเดินออกมาจากห้องน้ำ ถามด้วยความสงสัย

หลิวหลานตอบว่า

“เป็นลูกของญาติที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันน่ะ”

“อ้อ!” สตรีวัยกลางคนไม่ได้สงสัยอะไรอีก จึงเร่งเร้า

“ไปกันเถอะ!”

“เด็กชายตัวน้อยแบกกระเป๋าไปโรงเรียน~” เหยียนเจี๋ยกวงฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี ขณะกระโดดโลดเต้นเดินเข้าบ้านแบบเรือนสี่ประสาน เมื่อเดินเลี้ยวเข้าซอย เหยียนเจี๋ยกวงก็ได้ยินเสียงมีคนเรียกจากด้านหลัง เขาหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองก่อนจะยิ้มและร้องว่า

“พี่จู้!” แล้วเขาก็พึมพำในใจ “นี่คือคุณครูเหอเวอร์ชั่นเด็กสินะ”

เหออวี้จู้ถือปิ่นโตเดินยิ้มแย้มตรงมาหาเหยียนเจี๋ยกวง แล้วถามว่า

“ไง?! หายดีแล้วหรือ?!”

เหยียนเจี๋ยกวงยิ้มตอบ “หายดีแล้ว!” แล้วถามต่อ “พี่กลับบ้านเร็วเหมือนกันนะ?!”

เหออวี้จู้กล่าวว่า

“ครัวเราหลังเลิกงานไม่มีงานเลี้ยงอะไร ตอนบ่ายแค่สามโมงนิดๆ ก็กลับได้แล้ว”

เหยียนเจี๋ยกวงถาม

“พี่จู้ พี่ได้ยินหรือยัง?! ขาของปั้งเกิงโดนคนตีจนหักเลย”

เหออวี้จู้ตอบ

“ไม่ใช่แค่ได้ยินหรอก ตอนบ่ายลุงใหญ่ก็มาหาฉันที่หลังครัว บอกเรื่องนี้กับฉันด้วยตัวเองเลย”

เหยียนเจี๋ยกวงถาม

“พี่จู้ แล้วลุงใหญ่เขาคิดจะทำยังไงต่อ?!”

เหออวี้จู้ตอบ “ยังจะให้คิดอะไรอีก?! คนหนึ่งมีทุกข์ อีกหลายคนก็ช่วยกัน” แล้วก็ถามว่า

“เหยียนเจี๋ยกวงนายถามเรื่องนี้ทำไม?!”

เหยียนเจี๋ยกวงกล่าวว่า “ลุงใหญ่บอกว่า หนึ่งชีวิตมีค่าแค่ห้าเหรียญ ปั้งเกิงแค่ขาหัก ใช้ไม่กี่สตางค์ก็พอแล้ว บ้านเจี่ยยังหาเงินจำนวนนี้ไม่ได้อีกหรือ?! อีกอย่าง ศิษย์เปรียบได้กับบุตร เจี่ยตงซวีเป็นศิษย์ของลุงใหญ่ ศิษย์เดือดร้อน อาจารย์จะไม่ยื่นมือช่วยหรือ?” แล้วก็ถามว่า

“พี่จู้ ผมได้ยินมาว่าอาจารย์ของพี่ดีกับพี่มาก พี่ไปเยี่ยมท่านบ้างหรือเปล่าตลอดหลายปีนี้?!”

เหออวี้จู้ทำหน้าบูด

“คุยดีๆ อยู่ทำไมลากเข้ามาเรื่องฉันซะงั้น?!”

เหยียนเจี๋ยกวงกล่าวว่า

“พี่จู้ ถึงผมจะเป็นเด็กแต่ก็รู้อะไรหลายอย่างนะ บางเรื่องอย่ามองแค่เปลือกนอกต้องมองให้ลึกถึงข้างในพวกเขามักจะเรียกพี่ว่าเจ้าทึ่มแต่จริงๆ แล้วพี่ก็ไม่ได้ทึ่มนี่ ความทึ่มนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาใช่ไหม” พูดจบเขาก็วิ่งเข้าไปในเรือนสี่ประสาน

เหออวี้จู้มองแผ่นหลังของเหยียนเจี๋ยกวงแล้วพึมพำว่า

“เจ้าเด็กนี่โดนทุบทีเดียว เปลี่ยนไปขนาดนี้เชียว...ช่างเถอะ! กลับบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”

“เจี๋ยกวง วันนี้กลับมาทำไมช้านัก?!”พอเหยียนเจี๋ยกวงเข้าบ้าน เสียงถามของแม่เหยียนก็ดังขึ้น

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า

“ระหว่างทางเจอคนรู้จักเลยคุยด้วยนิดหน่อย ตอนจะถึงซอยก็เจอพี่เหออวี้จู้ ฟังจากที่เขาพูด เห็นว่าลุงใหญ่จะจัดประชุมใหญ่ของทั้งบ้านคืนนี้ เพื่อรวบรวมเงินให้บ้านเจี่ย”

“อะไรนะ?!” เหยียนปู้กุ้ยที่กำลังพักผ่อนอยู่ในห้องชั้นใน ได้ยินคำว่า “รวบรวมเงิน” ก็ลุกพรวดจากเตียง เดินออกมาหาเหยียนเจี๋ยกวงทันที แล้วถามว่า

“จริงหรือ?!”

เหยียนเจี๋ยกวงตอบว่า

“คาดว่าจะใช่”

…………………

จบบทที่ ตอนที่ 7 เหยียนเจี๋ยกวงพบหลิวหลาน

คัดลอกลิงก์แล้ว