เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 200 True talent

Chapter 200 True talent

Chapter 200 True talent


真正的天才

นานแล้ว,ซูเห่าได้พบกับความรู้สึกเมื่อชาติที่เป็นโหลวเจาฮุยกลับมาอีกครั้ง,ในเวลานั้นเขาผ่อนคลายราวกับว่าสิ่งคุกคามในใจของเขาได้หายไปหมด,ไม่มีโรคภัย,ไม่มีสิ่งที่จะทำร้ายเขาได้อีกต่อไป.

ไม่มีอันตราย,ไม่มีความเป็นกังวล,อ่านหนังสือได้โดยปราศจากความกดดัน,มีอิสระเป็นของตัวเอง.

ความรู้สึกนี้,ยอดเยี่ยมจริง ๆ.

เหมือนกับการโยนเงินทิ้งทุกเดือน,เดือนละหนึ่งหมื่นเช่ารถ,เช่าบ้าน,เพื่อใช้ชีวิตหรูราคาแพง....

มุมมองเฉพาะ เขาสามารถที่จะใช้ความคิด,ล่องลอยออกไปอย่างอิสระ.

ซูเห่านั่งบนเก้าอี้ภายในพื้นที่พินบอล,มือของเขาที่เปิดอ่านตำราทีละหน้าช้า ๆ.

เขาไม่ได้อ่านตำรามานาน,เริ่มต้นการอ่านจึงรู้สึกยาก.

ไม่เพียงแค่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน,ทว่าความรู้และทักษะพื้นฐานที่เขามีนั้น แทบจะลืมมันไปหมดแล้ว.

ดังนั้นตำราที่เขาหยิบออกมาอ่านจึงต้องเริ่มจากผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญ.

เริ่มแรกวิชา“คณิตศาสตร์” เขาใช้เวลาสองเดือน,จากสิ่งที่ละทิ้งไว้,ถูกคัดเลือกออกมาโดยสมบูรณ์.

หลังจากที่หยิบตำราคณิตศาสตร์มาอ่าน,ซูเห่าก็พบว่าความรู้วิชาเดียวก็มีมากมายมหาศาล,เขาใช้เวลาอ่านจากบันทึกเพียงแค่ 1% กับวิชาที่เก็บบันทึกเอาไว้ในพื้นที่พินบอลเท่านั้น.

หากต้องการศึกษาจนหมด,ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่?

10ปี,20 ปี?

นี่ยังไม่ได้เอ่ยถึงวิชาฟิสิกส์,เคมี,ชีววิทยา,ดาราศาสตร์,เทคโนโลยีและอีกหลายวิชา,หากแต่ละวิชาใช้เวลา 20 ปีในการศึกษา,ร่างกายคงแก่ชราจนหมดอายุขัยไปก่อน ก็ยังไม่สำเร็จ.

ซูเห่าอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ“ความสามารถในการวิเคราะห์ไม่เพียงพอ! หากข้าเป็นอัจฉริยะเช่นไอสไตน์,การเรียนรู้เหล่านี้คงมีประสิทธิภาพสองเท่าโดยใช้เวลาเพียงครึ่งหนึ่ง,จะช่วยลดเวลาได้มาก,น่าเสียดายที่ข้าเป็นคนธรรมดา,ไม่ใช่ยอดอัจฉริยะ...”

ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้,ดวงตาของซูเห่าเป็นประกาย“เดี๋ยวนะ! อัจฉริยะ?”

สิ่งใดที่เรียกว่าอัจฉริยะ?

ซูเห่าที่คิดถึงเรื่องอัจฉริยะอย่างจริงจังขึ้นมา.

มีคนบอกว่าอัจฉริยะ คือหยาดเหงื่อแรงงาน 99 % อีก 1% ก็คือ แรงบันดาลใจหรือพรสวรรค์ในตำนาน.

อย่างไรก็ตามซูเห่านั้นไม่มีพรสวรรค์ในตำนาน,ทุกอย่างมาจากหยาดเหงื่อแรงงานทั้งนั้น.

แม้แต่เผ่าพันธุ์ใหม่ที่สร้างโดยเขา,ก็ยังยากที่จะสร้างสมองที่ชาญฉลาด?

“ยาก? เป็นไปได้?”

คิดถึงตรงนี้,ซูเห่าก็อดยิ้มออกมาไม่ได้”พวกเราไม่อาจเทียบได้กับสุดยอดอัจฉริยะที่ยากจะเกิดได้ในพันปี,ทว่าสามารถเรียนรู้จากความอัจฉริยะของคนอื่นได้.

เหมือนดั่งคำโบราณเอ่ยเอาไว้ว่า“ตราบใดที่ความคิดของคุณไม่หลุดลอย,ทางออกย่อมมีมากกว่าความยากลำบากเสมอ” เพื่อเข้าใกล้ความเป็นอัจฉริยะ,ก็เรียนรู้จากอัจฉริยะ,พวกเราล้วนแต่เป็นอัจฉริยะ.”

“ยีนของอัจฉริยะ? หากข้าสามารถสร้างยีนอัจฉริยะ,ไม่ใช่ว่าข้าก็กลายเป็นอัจฉริยะด้วยหรอกรึ?”

ความคิดของเขาที่ต้องการเรียนรู้มากขึ้น,เข้าใจมากขึ้น,มีความสุขในการเรียนคณิตศาสตร์,เวลานี้จำเป็นต้องเพิ่มระดับฮาร์ดแวร์เพิ่ม.

ในเวลานั้น ซูเห่าได้คิดถึงลำดับวิวัฒนาการของจูเหาเหริน【มนุษย์ทำนาย】

เกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้จากไกลี่,มนุษย์ทำนายหรือศาสดาพยากร,มีความสามารถสี่อย่าง,ได้รับ,วิเคราะห์,บันทึก,จำลอง,ทว่าต้องการได้รับทั้งสี่ทักษะ จำต้องมีสมองที่ทรงพลัง,หากว่าเขาได้รับความสามารถเหล่านี้มา,เมื่อทำงานร่วมกับพื้นที่พินบอล,เสี่ยวกวง,จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างไม่ต้องสงสัย.

แม้แต่เสี่ยวกวงเองก็อาจจะยกระดับได้อีกด้วย.

ดังนั้นซูเห่าจึงตัดสินใจ“จะต้องยกระดับสมองตัวเอง,วิวัฒนาการเป็นศาสดาพยากร!”

ก่อนหน้านี้ซูเห่ารู้สึกลังเลเหมือนกัน,หากสมองของเขาได้รับความเสียหาย,ไม่ทำให้เขาต้องท่องไปในจักรวาลหรอกรึ?

“ไม่ได้การ,ไม่อาจประมาทได้,ก่อนอื่นต้องหาคนทดลองก่อน!”

สองเดือนหลังจากนั้น,การทดลองในนักโทษประสบความสำเร็จ,ปรากฏศาสดาพยากรสองคน,เห็นชัดเจนว่าพวกเขามีความฉลาดเพิ่มมากขึ้น,เดิมทีเผ่าพันธ์จูเห่าเหรินก็มีความฉลาดอยู่แล้ว,โดยเฉพาะทักษะเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง,ไม่ต้องเอ่ยถึงทักษะที่ได้รับและการวิเคราะห์ที่พิเศษเป็นอย่างมาก.

หลังจากยืนยันไม่มีข้อผิดพลาด,ซูเห่าก็ตัดสินใจลงมือกับตัวเอง.

สิ่งหนึ่งที่ซูเห่าไม่รู้,บางสิ่งก็ต้องเริ่มกับตัวเองก่อน,เมื่อมีครั้งแรกแล้ว,ครั้งต่อ ๆไปก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ.

แน่นอนว่าก่อนที่จะลงมือกับตัวเอง,ซูเห่าได้จัดการตัดยีนมนุษย์กลายพันธ์ออกจากนักโทษทั้งสองที่เพิ่งเป็นมนุษย์ทำนายทั้งสองไป.

นักโทษทั้งสอง,ซูเห่าย่อมไม่ยินดีให้พวกเขาฉลาด.

ดังนั้นนักโทษทั้งสองจากมีเชาว์ปัญญาระดับสูงในเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้นก็คืนกลับสู่สภาพเดิม.

หลังจากนั้น,พวกเขาแทบจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้น,รู้สึกเลือนลางเหมือนกับกำลังฝันเท่านั้น.

การยกระดับและลดระดับลง,ทำให้ซูเห่ารู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก.

มีความเป็นไปได้ว่านี่คือหนึ่งในปัญหาที่เรียกว่าความจำเสื่อมหรือไม่?

หลังจากนั้น,ซูเห่าก็เตรียมตัวอยู่พักหนึ่ง,จากนั้นก็ฉีดน้ำยาปรับปรุงยีนเข้ามาในร่างกายของตัวเอง

“ไม่รู้ว่าคนทั่วไปสามารถกลายเป็นอัจฉริยะได้จริง ๆใหม!”

ซูเห่าที่หลับลึกลงช้า ๆ.

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่,ซูเห่าได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง,รู้สึกถึงสมองของเขาที่งุนงง,พล่ามัว ดูสับสนเหมือนกับว่ามีคนเทปรอทเข้ามาในสมองของเขา.

ซูเห่าที่ค่อย ๆ คืนสติช้า ๆ,ความรู้สึกแรก“ล้มเหลวรึ?”

หลังจากนั้น,เมื่อเริ่มคิดมากขึ้นก็รู้สึกแจ่มชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ,ซูเห่าพบว่ามันแตกต่างไปจากเดิม“ไม่,ไม่ได้ล้มเหลว,สำเร็จต่างหาก!”

ครั้งนี้สมองของเขาเริ่มทำงาน,การจะเปิดการทำงานของมนุษย์พยากรนั้นอาจต้องใช้เวลาสองสามวัน,ถึงจะปรับตัวได้.

“ข้าเป็นอัจฉริยะแล้วรึ? ฮ่าฮ่า!”

ซูเห่ารู้สึกสบายใจ,สมองแจ่มใจ,ดูโดดเด่นจริง ๆ.

การที่เขาตื่นเต้นดีใจไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นอัจฉริยะแล้ว,แต่เพราะว่าในอนาคต,ไม่ว่าจะไปยังโลกใหน,เขาก็สามารถกลายเป็นอัจฉริยะได้ทุกชาติ.

การสามารถส่งต่อความเป็นอัจฉริยะให้กับลูกหลาน,นับเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวจริง ๆ.

“หากข้าเป็นม้าพ่อพันธ์,ข้าก็จะสามารถทำให้ทั้งเผ่าพันธุ์กลายเป็นอัจฉริยะได้.”

จวบจนถึงตอนนี้,ซูเห่ามั่นใจว่าเขาได้เดินไปบนเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว.

การไล่ตามความรู้อันยิ่งใหญ่จากอ่อนแอไปจนทรงพลัง เก็บเกี่ยวความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด,ยิ่งรู้มากก็ยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น.

หลังจากนี้,เขาก็จะมีคุณสมบัติที่จะสำรวจจักรวาลแล้ว.

......

ตอนนี้ยีนกำลังปรับตัว,จำเป็นต้องใช้เวลาสักพัก,ซูเห่าที่ตัดสินใจพักผ่อนร่างกายและสมองให้ได้พักผ่อนเต็มที่.

ซูเห่าก้าวไปยังสวน,นั่งบนเบาะ,พักผ่อนร่างกายและจิตใจ,นั่งสมาธิบำเพ็ญเพียร.

ในคือกิจกรรมที่ต้องทำเป็นประจำเมื่อชาติที่เป็นอู๋เซี่ยงหวู่,เขาทำเช่นนี้เพื่อที่จะยกระดับความคิดและความแข็งแกร่งของจิตใจ.

กระทั่งเวลานั้นเขาใช้เวลาอยู่นาน,ความแข็งแกร่งของจิตใจก็มาถึงขีดจำกัดแล้วไม่เพิ่มขึ้นอีกเลย.

หลังจากนั่งบำเพ็ญเพียร,สมองของเขาที่สว่างสดใส,เขาเริ่มที่จะคิดใคร่ครวญตรวจสอบความรู้สึกตัวเอง,สรุปเรื่องราวในอดีต,เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นและหายไป.

เป็นการฝึกฝนจิตใจอย่างหนึ่ง.

แม้นว่าจะได้รับประโยชน์น้อยมาก,ทว่าซูเห่าก็ฝึกฝนมันอย่างจริงจัง.

เพราะเขาเข้าใจดี,การคิดใคร่ครวญและไตร่ตรองเรื่องราวต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องนั้น,สามารถทำให้เขาก้าวตรงไปยังเป้าหมายโดยไม่หลงทาง.

อนาคตข้างหน้าเส้นทางยิ่งยาวไกล,หากผิดพลาดในตอนแรก,การเปลี่ยนแปลงทีหลังจะยิ่งยาก.

ซูเห่าสลายความฟุ้งซ่านในใจ,จดจ่ออยู่กับความคิดเดียว.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,ซูเห่าก็ลืมตาขึ้น,เผยแววตาสงสัย“หืม?”

จบบทที่ Chapter 200 True talent

คัดลอกลิงก์แล้ว