เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 199 Finally gripped the time

Chapter 199 Finally gripped the time

Chapter 199 Finally gripped the time


终于握住了时间

เกี่ยวกับการออกแบบ“พิษยีนหมายเลข 2” ดูเหมือนว่าจะง่ายกว่าการศึกษายีนซะอีก,ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน,ก็ประสบความสำเร็จแล้ว.

หลังจากที่หยาซานกลับมาห้องทดลอง ก็เอ่ยต่อซูเห่า“พี่ใหญ่เหว่ย,ท่านบอกว่าเมล็ด ๆ พืชเหล่านี้,จะใช้ปลูกล้อมรอบเป็นวงนอกเมืองเอาไว้,พี่ใหญ่เหว่ย,ท่านต้องการใช้ต้นไม้นี้ทำอะไร?”

ซูเห่าเผยยิ้มเอ่ยออกมาว่า“นี่ไม่ใช่ต้นไม้,แต่มันคือพื้นที่กักกันสัตว์กลายพันธ์.”

หยาซานเอ่ยด้วยความสงสัย“พื้นที่กักกันสัตว์กลายพันธ์?”

ซูเห่าเอ่ย“ยากที่จะอธิบายให้เจ้าฟัง,เมื่อเจ้าเห็นก็จะรู้เอง.”

หยาซานที่เกาศีรษะไปมา.

ซูเห่าที่ชี้นิ้วไปยังกรง“หยาซานเจ้านำหนูทดลองในกรงนั้น,ไปปล่อยในพื้นที่สัตว์กลายพันธ์ดู.”

เพียงไม่นานทั้งสองก็มาถึงภูเขาขนาดเล็กแห่งหนึ่ง,ซึ่งถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ยืนต้นปลุกวนเป็นรั้วคลุมเอาไว้เป็นแถวที่เชิงเขา.

ต้นไม้เหล่านี้คือต้นไม้กักกันที่ซูเห่าเอ่ยถึง,เวลานี้อยู่ในขั้นทดลอง,ต้นไม้เหล่านี้มีเพียงสองแถวก็พอแล้ว.

เมื่อสร้างพื้นที่สัตว์กลายพันธ์ขึ้นมาในวันข้างหน้า,จะต้องขยายพื้นที่ปลูกขึ้นมาด้วย,เชื่อมต่อเป็นปม,เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์กลายพันธ์หนี.

ซูเห่าเอ่ย“หยาซาน,เจ้าขึ้นไปบนภูเขา,แล้วปล่อยหนูทดลองไว้บนนั้น.”

หยาซานรับคำ,หลังจากปล่อยหนูเสร็จเขาก็กลับลงมา,ซูเห่าก็เอ่ยออกมาว่า“ไป,พวกเรากลับ!”

หยาซานเผยท่าทางแปลก ๆ“กลับเลยรึ?”

ซูเห่าเอ่ย“แล้วจะอยู่ทำไมล่ะ?”

หยาซานที่ชงักไปชั่วขณะ,เอ่ยอย่างระมัดระวัง“แล้วพี่ใหญ่ให้ข้ามาดูอะไรอย่างงั้นรึ?”

ซูเห่าหัวเราะเอ่ยออกมาว่า“หากเจ้าอยากดูจริง ๆ,ก็รออยู่ที่นี่สักหนึ่งเดือนแล้วจะรู้.”

หยาซานที่เกาศีรษะไปมา“ข้าไม่อยากดูแล้ว.”

ซูเห่าเอ่ย“ไป! เจ้าจะรู้ในเร็ว ๆ นี้ว่าหนูที่ปล่อยไว้ข้างใน,ไม่อาจหนีได้,ขอเพียงมันกล้าหนีออกไปจากระยะต้นไม้,รับรองว่าต้องตาย,เจ้าหาคนสองสามคนให้มาเฝ้าที่นี่คอยบันทึกสถานการณ์ของหนูทดลอง,สองสามวันหลังจากนี้พวกเราค่อยมา.”

หยาซานพยักหน้ารับ“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย.”

ห้าวันหลังจากนั้น,ซูเห่าและหยาซานก็กลับมาที่เชิงเขาอีกครั้ง,พร้อมกับพบคนที่ให้มาบันทึกข้อมูล,หยาซานเอ่ยถาม“หนูบนภูเขาเป็นอย่างไรบ้าง?”

หลังจากชายคนดังกล่าวเห็นซูเห่าและหยาซานมา,ก็แสดงความเคารพเอ่ยออกมาว่า“พี่ใหญ่เหว่ย,พี่ใหญ่หยาซาน,หนูมากกว่าครึ่งยังอยู่บนภูเขา,สองวันก่อนหนูเกือบครึ่งลงมา,ทว่าทันทีที่พวกมันออกจากภูเขา,ก็ตกตาย,หนูตัวอื่น ๆ เห็น ก็ลงมาน้อยลงเรื่อย ๆ,วันนี้,ไม่พบหนูสักตัวหนีลงมา.”

หนูตัวน้อยที่รอดตาย,ไม่กล้าออกมาตามเหล่าหนูผู้กล้า,พวกมันก็จะเก็บสันชาติญาณนี้เอาไว้,ว่าสภาพแวดล้อมด้านนอกไม่อาจอยู่อาศัยได้.

ในบรรดาหนูกลุ่มใหญ่ที่หนีออกไปล้วนแต่ตายกันหมด,เหล่าหนูที่รอดมา,หลังจากออกลูกหลานของมันแล้วก็จะส่งต่อลักษณะความหวาดกลัวต่อพื้นที่ภายนอกต่อลูกหลานของมันไปด้วย.

นี่เป็นหนึ่งในกระบวนการทางธรรมชาติ,เป็นการคัดกรองสภาพแวดล้อมเพื่อให้มีชีวิตรอด.

หยาซานที่เผยความประหลาดใจ“ตายอย่างงั้นรึ? ยกเว้นหนู,สิ่งมีชีวิตอื่นตายด้วยหรือไม่?”

ผู้สังเกตเอ่ยตอบ“ตอนนี้ยังไม่พบว่ามีสิ่งอื่นตาย,นอกจากหนูทดลองเท่านั้น.”

หยาซานที่เผยความประหลาดใจ,จ้องมองต้นไม้พิเศษ,เอ่ยสอบถามซูเห่า“พี่ใหญ่เหว่ย,ต้นไม้นี้คืออะไร? ลึกลับขนาดนี้เลยรึ?”

ซูเห่าเอ่ย“นี่คือต้นไม้กักกัน,นี่คือสิ่งที่ข้าบอกไปแล้วจะนำมาแบ่งแยกพื้นที่สัตว์กลายพันธ์.”

หยาซานเอ่ย“มันจะสังหารสัตว์จากพื้นที่อื่นไปด้วยหรือไม่? แล้วจะมีใครได้รับบาดเจ็บใหม?”

ซูเห่าเอ่ย”ไม่,เฉพาะสัตว์กลายพันธ์ที่พวกเราเลือกเท่านั้น,ไม่ว่าจะเป็นสัตว์กลายพันธ์ระดับใด,กล้าทะลวงผ่าน,ก็มีแต่ต้องตายเท่านั้น.

หยาซานที่สูดหายใจเย็นยะเยือบ,จ้องมองต้นไม้กักกันที่อยู่ห่างออกไป.

ซูเห่าเผยยิ้ม“วางใจได้,ไม่มีอันตรายต่อคน!”

ซูเห่าคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยออกมาว่า”อาซานเจ้าสังเกตเปลือกของต้นไม้ให้ดี,จากนี้จะต้องปลูกอีกมาก,วิธีการปลูกและสังเกตุข้าจะเขียนเอาไว้ในคู่มือให้เจ้าคืนนี้.

จากนี้เจ้าจะต้องสร้างเขตแดนกักกันขึ้นในเมืองฮุยหยาน,หาสถานที่ใหญ่หน่อยที่ไม่มีคนเข้าไป,จะดีหากเป็นภูเขาลูกใหญ่มีป่าไม้ทุ่งหญ้า,ทะเลทราย แม่น้ำ,ลำธารและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย,จากนั้นก็ปิดล้อมพื้นที่นั่นซะ,และค่อย ๆ ปลูกต้นไม้กักกันนี้ขึ้น,สร้างมันให้มันเป็นป่าไปเลย”

หยาซานที่เอ่ยตอบรับทันที“วางใจได้! พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าจะจัดการอย่างระมัดระวัง!”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน,ห้าปีน่าจะพอดี.”

การจะเกลี้ยกล่อมเมืองอื่น ๆ ทั้งหมดเพื่อสร้างพันธมิตรขึ้นมา,รวมตัวเป็นกลุ่มอิทธิพลใหม่เพียงแค่พูดคงไม่เพียงพอ,ทว่าจะต้องเผยความสำเร็จให้ทุกคนได้เห็นด้วย.

ความสำเร็จที่ชัดแจ้งถึงจะทำให้คำพูดเกลี้ยกล่อมมีพลังมากขึ้น.

หากฝ่ายตรงข้ามไม่เชื่อพื้นที่กักกันสัตว์กลายพันธ์ก็ให้มาดู,หากไม่เชื่ออีก...ก็เปลี่ยนคนซะ!

หลังจากเขาได้สร้างทิศทางขึ้นมาคราว ๆ แล้ว,ซูเห่าก็ไม่สนใจอีก! ขอเพียงแค่แผนการทุกอย่างประสบความสำเร็จ,แก๊งซือหลินจะต้องสนับสนุนเขาอย่างไม่มีเงือนไข.

ต้องไม่ลืมว่าสตรีสามคนที่มีระดับสูงได้กลายเป็นภรรยาหยาซาน,และมีบุตรให้หยาซาน...

....

เมื่ออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาอย่างชัดเจนให้ทุกคนรับฟัง,ซูเห่าก็กลับห้องทดลอง,หลังจากพยายามมอบวิธีในการปลูกต้นไม้กักกันให้กับหยาซาน,เขาก็เก็บตัวศึกษาค้นหาสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่เหมาะในการสร้างยีนลำดับต่าง ๆ ขึ้นมา.

หกเดือนหลังจากนั้น,ซูเห่ามีอายุ 22 ปี.

ครึ่งปีมานี้,เขาได้ปรับแต่งและสร้างสิ่งมีชีวิตขั้นต่าง ๆ จากแปดลำดับขึ้นมาจนครบ.

ต้นไม้กักกันเองก็เติบโตแบ่งแยกพื้นที่สมบูรณ์,สามารถนำสัตว์ไปปล่อยได้แล้ว.

กล่าวอีกอย่าง,เขาเริ่มเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศของโลกนี้,โดยพึ่งพาอาศัยกำลังของแก๊งซือหลิน.

เกี่ยวกับเรื่องนี้ซูเห่าไม่มีทางเลือก,เพื่อที่จะจัดการให้เป็นไปตามความต้องการ,ใครก็ตามที่ต่อต้านจะถูกกำจัด,เหลือไว้เพียงคนที่เห็นด้วยเท่านั้น.

เป็นการกระทำที่เรียบง่ายและหยาบคาย,ซ้ำยังดูน่าเกลียด,แต่เพื่อเร่งรัดเวลาก็มีแต่ต้องทำ,เมื่อถูกขยายออกไปทั่วแผ่นดิน,เรื่องต่าง ๆ มันจะยิ่งยากที่จะจัดการ.

โลกนี้ใหญ่มาก,ไม่อาจสังหารทุกคนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามได้,ต้นไม้กักกันที่ปลูกไว้,อาจจะมีผู้ไม่หวังดีทำลาย,เมื่อถึงเวลานั้นเกรงว่าคงยากที่จะควบคุมสถานการณ์.

ดังนั้นเพื่อให้โครงการนี้เป็นไปอย่างราบรื่นสมบูรณ์,จึงต้องสร้างแก๊งซือหลินให้ยิ่งใหญ่มีพลังพอที่จะบัญชาการไปทั้งโลก.

ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องค้นหาคนที่มีพรสวรรค์ในด้านต่าง ๆ เข้ามาทำงานร่วมด้วย.

ดังนั้น,หลังจากนำสัตว์กลายพันธ์มาปล่อยยังพื้นที่กักกัน,จากนั้นจำเป็นต้องรอเวลาให้เกิดระบบนิเวศใหม่เกิดขึ้น.

ระหว่างรอซูเห่าก็กลับมาศึกษาเป้าหมายที่สาม คัดเลือกศึกษาโครงการวิทยาศาสตร์ในอดีตและกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็น,และเป้าหมายที่สี่,การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพื้นที่พินบอล.

“น้อยครั้งจะมีเวลา,เวลานี้ควรจะตั้งใจศึกษาความรู้พื้นฐานในอดีต....”

ซูเห่าที่เข้าไปในพื้นที่พินบอลพร้อมกับเปลี่ยนห้องทดลองเปลี่ยนเป็นห้องหนังสือทันที.

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้,เริ่มศึกษาตำรา“วิชาควอนตัมและการเสริมสร้างสภาวะจิตใจ” เขาที่เปิดหนังสืออ่านไปทีละหน้า ๆ,จากนั้นก็หยิบตำรา“การเปลี่ยนแปลงและปรากฏการที่สำคัญ”

อดไม่ได้เลยที่เขาจะเอ่ยพึมพำ“ดูเหมือนว่าการเรียนรู้ก็นับเป็นความสุขอย่างหนึ่ง,เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต,มีอะไรที่เกิดขึ้นมากมายจริง ๆ.”

“ดูเหมือนว่า,เพื่อป้องกันความสุขของการเรียนรู้,จำเป็นต้องมีพลังที่แข็งแกร่งด้วย.”

“ยิ่งเรียนรู้,ก็ยิ่งได้รับพลัง,เมื่อมีพลัง,ก็จะสามารถปกป้องเวลาที่จะเรียนรู้.”

“เป็นการส่งเสริมกันและกัน!”

“บรรลุร่วมกัน!”

“ยอดเยี่ยมมาก!”

จบบทที่ Chapter 199 Finally gripped the time

คัดลอกลิงก์แล้ว