เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 190: Gene toxin one

Chapter 190: Gene toxin one

Chapter 190: Gene toxin one


基因毒素一

ซูเห่าบอกได้,มนุษย์กลายพันธ์ทั้งเมืองหลินหยวนตายไปหมดแล้ว.

รวมถึงจักรพรรดิต้นกำเนิดด้วย,เดิมที่เขาสัมผัสบอกได้ว่ามีกลิ่นอายของจักรพรรดิต้นกำเนิดกระจายอยู่ทุกแห่ง,เวลานี้กับหายไปจนหมด.

“กระทั่งจักรพรรดิต้นกำเนิด,ยังถูกสังหารง่าย ๆ,นี่บุตรแห่งฆาตกรรมมีทักษะสังหารที่ร้ายกาจมาก.”

ซูเห่าอดไม่ได้ที่จะหายใจหอบ,เขาเห็นความสามารถของจักรพรรดิต้นกำเนิดหยวนมาก่อน,สามารถแบ่งแยกร่างกายออกไป,แยกชีวิตของตัวเองไปทั่ว,ผสานเข้ากับร่างของคนอื่น,เป็นความสามารถที่แข็งแกร่งมาก.

กล่าวได้ว่าความสามารถดังกล่าวนี้เหมือนกับปรสิตที่กลืนกินสิ่งมีชีวิต แล้วควบคุมเป็นหุ่นเชิด.

แน่นอน,ปรสิตบนร่างของผู้คนมากมาย,ไม่รู้ว่า ร่างใหนคือร่างต้นของจักรพรรดิต้นกำเนิด,ทว่าเมื่อรู้ว่าร่างใหนเป็นจักรพรรดิต้นกำเนิดก็ถูกกลืนกินไปซะแล้ว.

นอกจากนี้ร่างที่ถูกปรสิตจักรพรรดิต้นกำเนิดครอบครองถึงถูกทำลายไป,จักรพรรดิต้นกำเนิดก็ไม่ตาย.

แม้แต่ซูเห่าก็ยังไม่อาจหาร่างต้นของจักรพรรดิต้นกำเนิดได้,มีเพียงแค่ต้องกำจัดร่างปรสิตทั้งหมดไปพร้อม ๆ กันเท่านั้น.

ซูเห่าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่,ไม่กล้าที่จะเข้าไปในเมืองเช่นกัน,นี่คือเมืองที่เป็นภัยต่อมนุษย์กลายพันธ์.

เมืองนี้กลายเป็นสิ่งลึกลับที่ซูเห่าไม่รู้,เมื่อไม่รู้,จึงยิ่งน่าหวาดกลัวที่สุด.

เขาไม่อาจบอกได้ว่าบุตรแห่งฆาตกรรมนั้นได้ใช้วิธีอะไรสังหารมนุษย์กลายพันธ์,ซูเห่าก็ไม่มีแผนที่จะเข้าไปในเมือง,จึงปล่อยบุตรแห่งฆาตกรรมไปก่อน.

“ก่อนอื่นลองใช้แปลงเพชร ย้ายศพคนที่ตายมาที่นี่,ศึกษาให้ระเอียดก่อน,ระบุว่าพวกเขาตายอย่างไร,ค่อยตัดสินใจอีกครั้ง.”

ซูเห่าที่ควบคุมจิงซีปล่อยเซลล์ไหลลงสู่พื้นดิน,เปลี่ยนเป็นเกราะเพชร,ก่อนที่จะขยายเข้าไปในเมืองอย่างรวดเร็ว,ค้นหาร่างของมนุษย์กลายพันธ์สักคน.

เรดาร์ของซูเห่าไม่อาจสัมผัสถึงสิ่งที่มีชีวิตได้,ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าใหนคือศพของมนุษย์กลายพันธ์.

อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา,เขาใช้หลักการแสงสะท้อน,สร้างกระจกเล็ก ๆ,สะท้อนแสงไปมา,จากนั้นก็จ้องมองผ่านช่องค้นหาเป้าหมาย.

กระจกนี้ไม่ใหญ่หนัก,ทว่าสามารถมองเห็นศพได้ 1-2 ศพซึ่งก็มากเกินพอ.

ไม่นานเขาก็พบกับเป้าหมาย,นอนอยู่บนเตียง,เหมือนกับกำลังนอนหลับ,ไม่หายใจแล้ว,ใบหน้าที่เขียวช้ำผิดปรกติ,ดูผิวเผินเหมือนกับกำลังหลับลึกจริง ๆ.

ทันใดนั้นเกราะเพชรที่กางออกม้วนศพดึงลงพื้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย,จากนั้นพื้นก็คืนกลับสู่สภาพเดิม.

ซูเห่าใช้วิธีการดังกล่าวเคลื่อนย้ายศพมาห้าศพ,เวลานี้นอนเรียงรายกันด้านหน้าเขา,เขาเฝ้ามองศพด้านหน้าอย่างระเอียด.

ไม่มีรอยแผล,ไม่มีร่องรอยการต่อสู้,เหมือนกับถูกวางยาพิษที่ทำให้หลับลึกและตายไปแบบสบาย ๆ.

ซูเห่ายังไม่เริ่มตรวจสอบทันที,ทว่าค้นหาพื้นที่ลาดชันแห่งหนึ่ง,ก่อนนำศพเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ดังกล่าว.

ที่นั่นมีกำแพงศิลา,เขาสร้างถ้ำและเปลี่ยนพื้นที่ด้านในเป็นห้อง,สร้างเตียงศิลาขึ้นมา เป็นห้องทดลองเฉพาะกิจ,มีรูระบายอากาศด้านบนแล้วปิดทางเข้าถ้ำเอาไว้.

ซูเห่าเริ่มทำการวิจัย,ในห้องทดลองชั่วคราว,ทำให้เขาสามารถทดลองได้อย่างสบายใจ,ไม่ต้องการให้ใครมารบกวน.

ส่วนบุตรแห่งฆาตกรรม,ซูเห่าได้ประเมินความเร็วอีกฝ่ายไว้แล้ว,จำเป็นต้องใช้เวลาพักหนึ่ง,ถึงจะออกนอกรัศมีเรดาร์ของเขา,ไม่มีความกังวลว่าอีกฝ่ายจะหนีหาย.

ซูเห่ายื่นมือออกไป,ใช้มีดขนาดเล็กเปิดชำแหละ“ให้ข้าดูสิ,ว่าพวกเจ้าตายได้อย่างไร!”

......

หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น,ซูเห่าก็ออกจากพื้นที่พินบอลพร้อมกับเผยยิ้ม,เขาได้พบวิธีที่บุตรแห่งฆาตกรรมใช้สังหารมนุษย์กลายพันธ์แล้ว.

นี่เป็นวิธีการที่น่าพรั่นพรึงมาก,หากซูเห่าพลาดไม่ระมัดระวังเองก็คงตกตายอย่างแน่นอน.

ซูเห่าได้ผ่าศพทั้งห้าแล้ว,พบว่าอวัยวะภายในนั้นสมบูรณ์ไม่มีสิ่งใดเสียหาย.

อย่างไรก็ตามหลังจากตรวจสอบระดับเซลล์,เขาพบว่า DNA ทั้งหมดพังทลายเสียหายอย่างหนัก,ทุกเซลล์สูญเสียพลังชีวิตไปโดยสมบูรณ์,ไม่มีเซลล์ใหนที่ยังคงเหลือพลังชีวิต

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,ถึงจะมีคนกินเนื้อของมนุษย์กลายพันธ์เหล่านี้ไปก็ไม่อาจกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ได้.

ไม่เพียงแค่ไม่วิวัฒนาการยังสังหารมนุษย์กลายพันธ์คนอื่นด้วยเป็นการทำลายไปถึงรากฐานยีนเลย!“ร้ายกาจจริง ๆ! นี่คือการโจมตีในระดับโมเลกุล,ใครจะทนได้?”ซูเห่าที่เอ่ยชื่นชม.

ตามที่เขาคาดการณ์ พิษของบุตรแห่งฆาตกรรมนั้นไร้สีไร้กลิ่น,มันสามารถกระจายไปทั้งเมืองภายในคืนเดียว,จากนั้นก็สังหารมนุษย์กลายพันธ์ทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครรู้.

พิษนี้ซูเห่าเรียกมันว่า“พิษยีนหมายเลข 1” มันเป็นพิษที่สังหารเพียงมนุษย์กลายพันธ์เท่านั้น.

ถึงจะมีมนุษย์กลายพันธ์ที่มีปราสาทสัมพันธ์คมกริบ,ทว่าก็ไม่มีเวลาตอบสนอง.

กล่าวได้ว่าพิษยีนหมายเลข 1 นี้,ไม่เป็นพิษภัยต่อคนทั่วไป,มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสังหารมนุษย์กลายพันธ์โดยเฉพาะ.

ทำไมพิษยีนหมายเลขหนึ่งปกคลุมเมือง,แล้วคนธรรมดาไม่เป็นอะไรเลย.

เรื่องนี้เหมือนกับที่ซูเห่าควบคุมแคส9 ให้ตัดชิ้นส่วนยีนอย่างแม่นยำ,พิษยีนของบุตรแห่งฆาตกรรมเองก็มีผลต่อยีนของมนุษย์กลายพันธ์เป็นการเฉพาะเช่นกัน,เป็นการสังหารที่แม่นยำไม่ผิดตัวแม้แต่น้อย.

บางทีบุตรแห่งฆาตกรรมคงไม่รู้เกี่ยวกับหลักการใด ๆ ทว่าเขาก็สามารถสร้างพิษที่พิเศษนี้ขึ้นมาได้.

อย่างไรก็ตามซูเห่าไม่อาจประเมินฝ่ายตรงข้ามต่ำเช่นกัน,หนำซ้ำยังเพิ่มความระมัดระวังอีกด้วย.

ซูเห่าที่ครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมา

บุตรแห่งฆาตกรรม,ในมุมมองของซูเห่าแล้วไม่ธรรมดา,ฝ่ายตรงข้ามสามารถสังหารมนุษย์กลายพันธ์ทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ,และยังลงมือได้อย่างราบคาบเปี่ยมล้นด้วยประสบการณ์.

กล่าวได้ว่า กว่าจะมาถึงวันนี้เขาได้ศึกษามนุษย์กลายพันธ์ลำดับอื่น ๆ และค้นคว้าวิจัยพัฒนาพิษยีนหมายเลขหนึ่งนี้มานานแล้ว.

คนที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้,ซูเห่าคิดถึงไกลี่.

กล่าวตามจริงเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ทำนายเหมือนกับไก่ลี่.

ไกลี่เอ่ยว่าศาสดาพยากรนั้น,มีความสามารถสองอย่าง,หนึ่งคือ“รับมา” และ “วิเคราะห์” ทว่าจากมุมมองของซูเห่า มีความเป็นไปได้ว่ามนุษย์ทำนาย,หรือศาสดาพยากรอาจจะมีความสามารถในการวิเคราะห์และจำลองด้วยก็ได้.

นี่คือความสามารถที่เหนือล้ำเกินจินตนาการจริง ๆ.

ที่น่ากลัวที่สุดลำดับมนุษย์ทำนายนั้นไม่เป็นปฏิปักษ์กับมนุษย์กลายพันธ์ลำดับอื่น ๆ,กล่าวได้ว่า,บุตรแห่งฆาตกรรม,ไม่เพียงมีลำดับพิษ,แต่เขายังเป็นศาสดาพยากรด้วย.

ด้วยความสามารถของศาสดาพยากรและบุตรแห่งฆาตกรรม,ทำให้สามารถพัฒนาพิษที่สามารถสังหารมนุษย์กลายพันธ์โดยเฉพาะ.

ต่อหน้าศัตรูเช่นนี้,ซูเห่าบอกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นมีพลังเกินจินตนาการมาก,ไม่อาจดูแคลนได้ง่าย ๆ.

อย่างไรก็ตามซูเห่าก็ยังมีความมั่นใจ,ถึงฝ่ายตรงข้ามจะแข็งแกร่ง,เขาก็ยังสามารถชนะได้.

โดยเฉพาะ,เขาพบกับบุตรแห่งฆาตกรรมก่อนที่อีกฝ่ายจะรู้ตัว,เวลานี้สามารถคิดหาวิธีลงมือสังหารบุตรแห่งฆาตกรรมได้มากมายหลายวิธี,โดยที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าถูกหมายหัวอยู่.

การต่อสู้นี้,ซูเห่าได้เปรียบ.

ซูเห่าก้าวออกจากถ้ำ,พร้อมกับฝังศพทั้งห้าไปด้วย,จากนั้นก็บินตรงไปยังทิศทางของบุตรแห่งชีวิต.

ในเมื่อพบปัญหาที่ต้องแก้แล้ว,รู้ความสามารถของบุตรแห่งฆาตกรรม,เขาจะรับมือกับฝ่ายตรงข้ามอย่างไร?

แน่นอนว่าต้องลงมือสังหารตรง ๆ.

หากปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดรอด,ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามยังมีวิธีสังหารอื่น ๆ อีกหรือไม่,ซูเห่าอาจได้รับอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย.

เป็นอันตรายที่คุกคามถึงชีวิตของเขา.

......

อีกฝั่งหนึ่ง,บุตรแห่งฆาตกรรม,ที่เดินอย่างมั่นใจ,แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา,บางครั้งก็เผยความคาดหวังแผ่ออกมา.

เขาที่นึกย้อนกลับไปถึงเครื่องทอผ้าจากเมืองซือหลิน,แม้แต่เผยความประทับใจออกมา.

เขาเอ่ยพึมพำ“เมืองซือหลิน? ที่จริงเป็นใครกันที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นมา,ข้าต้องการความเห็นจากเขาจริง ๆ!”

สำหรับคนที่สร้างเครื่องทอผ้าขึ้นมาได้นั้น,ในสมองของบุตรแห่งฆาตกรรมไม่มีทางที่จะคิดว่าเป็นมนุษย์กลายพันธ์ได้เลย.

พวกมนุษย์กลายพันธ์,สมองที่มีแต่กินเนื้อคนอื่นเพื่อเพิ่มพลัง,จะไปมีสมองที่ชาญฉลาดเช่นนี้ได้อย่างไร?

ใช่แล้ว,เขามีอคติกับมนุษย์กลายพันธ์เป็นอย่างมาก,ในความเห็นของเขามนุษย์กลายพันธ์คือมะเร็งร้ายที่รู้จักแต่ทำลาย,จำต้องสังหารให้สิ้นเท่านั้น!

จบบทที่ Chapter 190: Gene toxin one

คัดลอกลิงก์แล้ว