เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 186 Evolution

Chapter 186 Evolution

Chapter 186 Evolution


进化

ในครั้งนี้,ซูเห่าไม่มีแผนให้หยาซานเป็นบุตรแห่งชีวิตก่อนเขา,เพราะทักษะบุตรแห่งชีวิตอันตรายเกินไป,โดยเฉพาะทักษะ“เสื่อมสภาพ.”

เขตแดนเกราะเพชรเองก็แทบจะเป็นเขตแดนไร้เทียมทาน.

ก่อนที่เขาจะเข้าใจทักษะ“เสื่อมสภาพ”อย่างชัดเจน,เขาไม่อาจมอบพลังที่อันตรายเช่นนี้ให้กับอีกฝ่ายก่อนได้.

เจตจำนงของผู้คนบางครั้งก็ควบคุมได้,บางครั้งก็ควบคุมไม่ได้.

ซูเห่าไม่ต้องการทดสอบจิตใจของมนุษย์แต่อย่างใด,แม้แต่จิตใจของตัวเองบางครั้งก็ไม่อาจควบคุมได้เช่นกัน.

ซูเหาเชื่อว่า,จิตใจและวิญญาณแยกออกจากกัน,ไม่จำเป็นต้องเผยทุกอย่างออกมาให้คนอื่นเห็น.

การซ่อนบางอย่างเอาไว้,ไม่ให้คนอื่นเห็นนั้น,ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ,ทำให้โลกนี้มีสีสันขึ้นด้วย.

หลังจากเตรียมการเสร็จสิ้น,ซูเห่าก็กินเนื้อบุตรแห่งชีวิต,เพื่อวิวัฒนาการ.

ทำไมเขาไม่ออกแบบยีนเปลี่ยนเป็นของเหลวปรับปรุงยีนแล้วฉีดเข้าไปล่ะ,แน่นอนว่าซูเห่าคิดว่าการกินเนื้อนั้นมีความปลอดภัยมากกว่า.

เขายังไม่เชื่อใจเทคโนโลยีของตัวเองเท่าใดนั้น,นอกจากนี้ข้อมูลวิวัฒนาการไปยังขั้นเจ็ดยังมีน้อยมาก,ไม่รู้ว่าหลังจากวิวัฒนาการแล้วจะมีกระบวนการอะไรเปลี่ยนไปหรือไม่?

หากมีข้อมูลเพียงพอ,เขาไม่จำเป็นต้องกินเนื้อก็ได้,เขาย่อมวิวัฒนาการไปตามสิ่งที่เขาต้องการ.

ความง่วงที่โจมตี,และซูเห่าก็หลับไป,หลังจากตื่นขึ้นมา,เขาก็พบกับความแตกต่างอีกครั้ง.

ทักษะความสามารถก่อนหน้านี้ราวกับว่ามันถูกเปลี่ยนไปเป็นสันชาติญาณเรียบร้อยแล้ว,ไม่จำเป็นต้องเพ่งสมาธิควบคุม,สามารถใช้ได้ตามใจแล้ว.

เทียบความแตกต่างเหมือนกับรถที่ขับด้วยมือและรถที่ขับด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์.

การขับด้วยมือ,จำเป็นต้องใช้มือและเท้าควบคุม,เพื่อปฏิบัติการ.

อย่างไรก็ตามระดับขับด้วยปัญญาประดิษฐ์,เพียงแค่ให้คำแนะนำ,ความคิด,การขับก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ.

ขั้นเจ็ดของมนุษย์กลายพันธ์เหมือนกับมีระบบปัญญาประดิษฐ์,เพียงความคิดเดียว,ร่างกายก็ตอบสนองอัตโนมัติแล้ว,เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน,ไม่เหมือนกับจักรพรรดิปฐพี,หากต้องการสร้างดาบ,ก็จำเป็นต้องหล่อคริสตัลทมิฬขึ้นมาด้วยเอง ด้วยการควบคุมความหนา ความคมและขนาด.

บุตรแห่งชีวิตไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับกระบวนการใด ๆ,เพียงแค่จินตนาการ,ก็สร้างดาบขึ้นมาได้แล้ว,มันสามารถกลายเป็นรูปร่างได้ตามใจต้องการ.

ซูเห่าเดาะลิ้นเอ่ยออกมาว่า“นี่คือโปรดแกรมชีวิภาพ,ที่ทรงพลังมาก!”

ยีนใหม่ที่ผสานกันเป็นยีนพิเศษ,ทำให้ได้รับทักษะที่แข็งแกร่งมาก,ทำให้ซูเห่าประหลาดใจไม่น้อย.

นอกจากนี้เกราะคริสตัลทมิฬของเขาก็กลายเป็นคริสตัลใสแล้ว,ด้านในนั้นยังส่องแสงสีขาวใสเรื่อ ๆ ออกมา,ทำให้ไม่อาจมองทะลวงด้านใน,เป็นเกราะซ้อนอีกชั้นด้านใน,นอกจากนี้เกราะใสยังมีความหนาแน่นสูงกว่าเกราะคริสตัลสีดำมาก.

ซูเห่าพยายามทดสอบความแข็งของเกราะเพชร,ดูเหมือนว่าจะมีความหนาแน่นมากกว่าเกราะคริสตัลทมิฬถึง 1.5 เท่า,นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นมากกว่าด้วย,นับว่าเป็นขีดจำกัดของเกราะชีวภาพแล้ว.

อย่างไรก็ตามไม่ใช่สิ่งที่ซูเห่าสนใจนัก,สิ่งที่เขาใส่ใจที่สุดคงจะเป็น ทักษะใหม่ของบุตรแห่งชีวิตที่ได้รับมา นั่นก็คือ,เสื่อมสภาพ.

ซูเห่าได้นำหนูทดลองตัวน้อยมา,เริ่มใช้ทักษะ“เสื่อมสภาพ”

มีความผันผวนที่มองไม่เห็นส่งออกมาจากเกราะเพชร,มันเคลื่อนที่ผ่านไปยังร่างของหนูทดลอง,เวลาต่อมาหนูทดลองเริ่มแก่ชราลง,ดวงตาของมันขุ่นมัว,ร่างกายเหี่ยวแห้ง,และตายไปอย่างรวดเร็ว.

ซูเห่าบันทึกกระบวนการทั้งหมด,ก่อนเข้าไปในพื้นที่พินบอล,เพื่อตรวจสอบแยกแยะทักษะดังกล่าว.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,ซูเห่าก็ได้รับข้อมูล.

“ด้วยการใช้จิงซีจำนวนมากและพลังชีวิตเป็นค่าใช้จ่าย,ก็สามารถสร้างสนามพลังลึกลับขึ้นมา,คลื่นที่แผ่ออกไปนั้นทำให้เซลล์ล่มสลายอย่างรวดเร็ว,เกิดการคายน้ำอย่างรุนแรง,ทว่าสนามพลังนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก,แต่ราคาที่ต้องจ่ายกับมีอายุขัยด้วย,เป็นทักษะที่ไม่ค่อยน่าใช้นัก.”

กระบวนการดังกล่าวนี้เป็นทักษะที่ตรงกันข้ามกับทักษะฟื้นฟู,ซึ่งหากซูเห่าต้องการใช้ทักษะนี้เป็นหลัก,จำเป็นต้องศึกษาให้มากกว่านี้,สามารถใช้รูนสร้างสนามพลังแทนได้หรือไม่,โดยที่ไม่จำเป็นต้องผลาญพลังชีวิตของตัวเองไป,เช่นนั้นทักษะ“เสื่อมสภาพ”จะกลายเป็นทักษะที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก.

หลังจากกลายเป็นจุดสูงสุดของลำดับมนุษย์เกราะ,ที่มีทักษะฟื้นฟูที่ทรงพลัง,จุดสูงสุดของการฟื้นฟู,เป็นไปได้ว่าทำให้ได้รับทักษะ,“เสื่อมสภาพมา” นี่คือส่วนกลับของทักษะฟื้นฟูที่ร้ายกาจมาก.

“ต้องศึกษาพัฒนาต่อ”ซูเห่าที่ออกจากพื้นที่พินบอล,ขณะจ้องมองทักษะที่ทรงพลังของตัวเอง.

“บางทีร่างกายนี้ก็แข็งแกร่งเกินไป,ในสภาวะปัจจุบันคงไม่ต้องเพิ่มอะไรแล้วเกี่ยวกับร่างกาย,เปลี่ยนไปพัฒนาส่วนอื่นแทน!”

......

หลังจากนั้นเมื่อซูเห่าฟื้นฟูพลังงานที่หายไป,ก็ส่งข้อความไปหาหยาซาน“หยาซาน,มาหาข้าที่ห้องทดลอง!”

หลังจากนั้นไม่นาน,หยาซานก็มาหาซูเห่า“พี่ใหญ่เหว่ย,ข้ามาแล้ว!”

ซูเห่าเอ่ย“คนของแก๊งสี่ราชาเป็นอย่างไรบ้าง?”

หยาซานเอ่ย“ไม่มีปัญหา,พวกเขากำลังศึกษา,จรรยาบรรณของมนุษย์กลายพันธ์,ไกลี่ใช้เวลาสองเดือนก็สามารถร่วมงานกับพวกเราได้อย่างยอดเยี่ยม,เขามีความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวที่ร้ายกาจมาก,เป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่หมื่นปีจะมีสักคน”

ซูเห่าเอ่ย“ศาสดาพยากร,ค่อนข้ามีความสามารถพิเศษ,ตอนนี้ขอบเขตจักรพรรดิปฐพีของเจ้า,ปรับสภาพเป็นอย่างไรบ้าง?”

เอ่ยถึงเรื่องดังกล่าว,หยาซานก็ตื่นเต้นมาก“แข็งแกร่งมาก! การควบคุมพลังของข้าเพิ่มมากขึ้น,ด้วยการใช้ร่วมกับรูนอักขระแล้ว,แทบจะกลายเป็นคนที่ไร้เทียมทานไปแล้ว,ข้าคิดว่าแม้แต่แขนของมนุษย์กลายพันธ์ขั้นเจ็ดก็สามารถหักได้,บุตรแห่งฆาตกรรมนั่น,ข้าคิดว่าไม่น่ากลัว,ขอเพียงเขากล้ามา,บางทีข้าอาจสังหารเขาได้!”

ซูเห่าเผยยิ้ม“ขั้นเจ็ดมนุษย์กลายพันธ์นั้นมีทักษะที่แข็งแกร่งเกินจินตนาการ,อย่างไรก็ตาม,เจ้าเองก็บอกว่า บางทีอาจสังหารเขาได้,หากสังหารไม่ได้ล่ะ? ไม่ใช่ว่าเจ้านำคนอื่น ๆ ไปหาความตายหรอกรึ?”

หยาซานเผยยิ้มอักอ่วน“พี่ใหญ่เหว่ยพูดถูก.”

จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาว่า“พี่ใหญ่เหว่ย,พวกเราได้รับข้อมูลที่แน่นอน,บุตรแห่งฆาตกรรมนั้นไล่ล่าสังหารมนุษย์กลายพันธ์เป็นเรื่องจริง,มนุษย์กลายพันธ์ที่เมืองอันเหลียงถูกสังหารไปจนหมด,ไม่มีคนส่งข่าวออกมา,ดังนั้นตอนนี้พวกเราไม่อาจบอกได้ว่าบุตรแห่งฆาตกรนั้นอยู่ที่ใด,ไม่รู้ว่าไปปรากฏที่เมืองใด,อาจจะมาที่เมืองเราหรือไม่ก็อาจเป็นไปได้,นอกจากนี้มนุษย์กลายพันธ์หลายคนได้ยินข่าวแล้ว,รู้สึกหวาดกลัว,จนเดินทาออกจากเมืองซือหลิน มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกแล้ว.”

ซูเห่าพยักหน้ารับ”ระมัดระวังเอาไว้ให้ดี,อย่าได้ประมาท,หากสถานะการณ์ไม่ดีก็เตรียมอพยพทันที.

ซูเห่าที่ครุ่นคิดในใจ“บุตรแห่งฆาตกรรมไม่ว่าจะไปทางใหน,ข้าต้องหารให้เจอ,มันคงไม่ดีนักหากให้อีกฝ่ายมาถึงหน้าบ้าน.”

อย่างไรก็ตามซูเห่าไม่เร่งรีบนัก,เขายังไม่มีข่าวของอีกฝ่ายเลย,หากได้พบกับอีกฝ่ายก็ดีอาจสามารถนำมาศึกษาวิจัยได้.

หยาซานที่ราวกับนึกอะไรได้จึงเอ่ยออกมาว่า“พี่ใหญ่เหว่ย,วิชายุทธ์ของไท่นี่ไปถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว,เธอถามข้าทุกวันว่าวิวัฒนาการได้รึยัง,จนแทบไม่เป็นอันทำงาน,ท่านคิดว่าจะให้เธอวิวัฒนาการหรือไม่?”

ซูเห่าขมวดคิ้วไปมา,รู้ว่าหยาซานต้องการให้บุตรสาวตัวเองมีความสามารถปกป้องตัวเอง,จึงเอ่ยออกมาว่า“เกือบลืมว่าสาวน้อยยังไม่วิวัฒนาการ! แล้วเธอเลือกลำดับอะไร?”

หยาซานเอ่ย“เธอบอกว่าต้องการกลายเป็นจักรพรรดิปฐพี.....”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“จักรพรรดิปฐพีก็ไม่เลว,เจ้าให้เธอเตรียมตัว! อย่างไรก็ตาม,เจ้าต้องคิดให้ดี,บุตรแห่งฆาตกรรมกำลังไล่ล่าสังหารมนุษย์กลายพันธ์อยู่,การให้ไท่นี่วิวัฒนาการเวลานี้,ไม่ใช่ว่าทำให้เธอเสี่ยงภัยหรอกรึ?”

หยาซานเอ่ย“ข้าเข้าใจที่พี่ใหญ่เหว่ยเอ่ย,ทว่าไท่นี่ต้องการบินได้,หากต้องพบกับบุตรแห่งฆาตกรรมจริง,ก็คงทำอะไรไม่ได้,นอกจากนี้ข้าคิดว่ากับความวุ่นวายในอนาคต,อย่างน้อยก็ควรให้เธอมีความสามารถปกป้องตัวเองสักเล็กน้อยก็ยังดี.”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“เจ้าจัดการตามสมควร!”

“ใช่แล้วหยาซาน,ข้าเพิ่งไปเมืองฮุยหยางมา,พบว่ามีขั้นเจ็ดมนุษย์กลายพันธ์ลำดับมนุษย์เกราะ,บุตรแห่งชีวิตอยู่ที่นั่น,ข้าได้เนื้อกลับมาแล้ว,หากเจ้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว,สามารถวิวัฒนาการเป็นบุตรแห่งชีวิตเวลาใหนก็ได้.”

หยาซานที่ดวงตาเบิกกว้างกลมโต,เอ่ยเสียงสั่น“อะ...อะไรนะ? พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าได้ยินไม่ชัด.”

ซูเห่าเอ่ย“เมืองซือหลินนับว่าเป็นเมืองที่ดี,ทว่าเล็กไปหน่อย,เวลานี้ที่เมืองฮุยหยางมนุษย์กลายพันธ์ขั้นเจ็ดตายกันไปหมดแล้ว,หลังจากเจ้ากลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ขั้นเจ็ด,ให้นำคนของแก๊งซือหลินที่ไว้ใจได้,เพิ่มความแข็งแกร่งแล้วไปยึดครองที่นั่นซะ!”

หยาซาน“.....”

เรื่องราวที่เกิดขึ้นทันทีทันที,ทำให้หยาซานต้องยกมือถูขมับไปมา.

จบบทที่ Chapter 186 Evolution

คัดลอกลิงก์แล้ว