เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 181 By sentiment of money tarnish

Chapter 181 By sentiment of money tarnish

Chapter 181 By sentiment of money tarnish


被金钱玷污的感情

ซูเห่าเอ่ยด้วยความสงสัย“ง่ายรึ?”

เสี่ยวปู้เอ่ยออกมาทันที“แน่นอน,สามวันหลังจากนี้เมืองฮุยหยางจะจัดงานเทศกาลเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงครั้งใหญ่” ครั้งนี้ เจ้านายบุตรแห่งชีวิตเป็นประธาน,เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะได้เห็นอีกฝ่ายอย่างแน่นอน!”

ซูเห่าพยักหน้ารับ,ภายในใจลอบคิด,“รออีกสามวัน? พอรับได้!”

เสี่ยวปู้เอ่ย“เหว่ย,เจ้าชื่นชมบุตรแห่งชีวิตมากรึ?”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“ก็นะ,เขาเป็นคนร้ายกาจมาก!”

เสี้ยวปู้ที่ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ“ใช่ ๆ เจ้านายบุตรแห่งชีวิตเป็นเหมือนกับเทพเมืองฮุยหยางของพวกเรา! ทุก ๆ คนต่างก็เอ่ยว่า,หากไม่มีบุตรแห่งชีวิต,เมืองฮุยหยางก็คงไม่มีวันนี้.”

บางทีเพราะเห็นแววตาสงสัยของซูเห่า,เสี่ยวปู้จึงเอ่ยออกมาอย่างมีความสุข“ก่อนหน้านี้เมืองฮุยหยางไม่ได้มีสภาพเช่นนี้,ข้าได้ยินมาว่าเมืองฮุยหยางเต็มไปด้วยความวุ่นวาย,มีมนุษย์กลายพันธ์มากมายไล่ล่าสังหารกัน แม้กระทั่งกลางวัน,ทว่านับตั้งแต่เจ้านายบุตรแห่งชีวิตปรากฏขึ้น,เมืองฮุยหยางก็เปลี่ยนไป,อย่างที่เจ้าเห็น,มันสงบเป็นอย่างมากเหมือนที่เจ้าเห็น,ข้าชอบที่นี่มาก!”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“แล้วเจ้านายคนอื่น ๆ พวกเขาปกป้องเมืองฮุยหยางเหมือนบุตรแห่งชีวิตหรือไม่?”

เสี่ยวปู้ยังเอ่ยต่อ“ไม่รู้,ทว่าข้าได้ยินมาว่าคนอื่น ๆ ต่อหน้าบุตรแห่งชีวิต,บุตรแห่งแสง,บุตรแห่งความมั่นคง,บุตรแห่งความเงียบต่างก็อยู่กันอย่างสงบ,ไม่รู้ว่าพวกเขาต่อสู้กันหรือไม่? ข้าเองก็ไม่เข้าใจ,แต่ข้าคิดว่าบุตรแห่งชีวิตนั้นมีความสำคัญที่สุด.”

ความแข็งแกร่งและจิตวิญญาณ,หากไม่ได้ถูกส่งต่อไป,ทุกสิ่งที่สร้างขึ้นมา,เกรงว่าคงจะสลายหายไปตามกาลเวลา.

ตำหนักตงหลิงอยู่ไม่ไกลแล้ว,ทว่าเสี่ยวปู้ยังคงเดินพูดคุยกับซูเห่าราวกับว่าไม่รู้สึกเหนื่อยเลย,นอกจากนี้ซูเห่ายังยินดีคุยกับเธอด้วยดี,ทำให้เธอตื่นเต้นมาก,ยิ่งมองซูเห่าเท่าไหร่,ดวงตาของเธอยิ่งหวานเยิ้มขึ้นทุกที.

สายตาของเธอที่ราวกับกำลังหาคู่,สายตาที่ทำให้ซูเห่าสั่นสะท้าน,รู้สึกอึดอัด,ใครจะรู้ล่ะว่าสาวน้อยคนนี้จะลากเขาเข้าห้องเลยหรือไม่? ทางทีดีควรจะรีบจากไปก่อน.

บางทีนี่คือปัญหาของการเกิดมาหล่อเหลาหรือไม่!

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า“ถึงติดปีกก็บินหนีไปใหนไม่รอด” กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว.

หลังจากซูเห่าที่ตามเสี่ยวปู้มาจนถึงตำหนักตงหลิง,เขาไม่อาจทนได้อีกต่อไป เอ่ยออกมาว่า“เสี่ยวปู้! ขอบคุณเจ้าที่บอกเรื่องราวข้ามากมาย,ไว้มีโอกาสหน้าค่อยพบกันใหม่!”

กล่าวจบเขาก็หันหลังกลับจากไปทันที,เสี่ยวปู้ที่เร่งรีบวิ่งตาม,คว้าแขนเสื้ออีกฝ่ายไว้“เจ้าไม่บอกหน่อยรึ?ว่าจะพบเจ้าได้ที่ใหน!”

ซูเห่าที่สงบอารมณ์ ก่อนที่จะสะบัดแขนเสื้อ“ไม่ต้องไปหาข้า,ข้าจะออกจากเมืองฮุยหยาง,สองสามวันนี้!”

ไม่รอให้เสี่ยวปู้เอ่ยอะไร,เขาก็หายไปในฝูงชนทันที.

เสี่ยวปู้ที่ยืนงง ๆ จ้องมองซูเห่าหายไปในฝูงชนแววตาเต็มไปด้วยความเศร้า,เธออยากร้องไห้ขึ้นมา,ราวกับว่าเป็นหญิงสาวที่เพิ่งอกหัก.

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่,เสี่ยวปู้ที่ยื่นเซ่ออยู่กับที่,จู่ ๆ ก็มีคนมาสะกิดไหล่.

เธอที่ได้สติ,หันกลับไปมอง.

“เหว่ย!!!?”

เสี่ยวปู้ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น,เธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ,ที่ได้พบกับเหว่ยอีกครั้ง.

ซูเห่าที่ส่งถุงเงินให้กับเธอ,เอ่ยออกมาเล็กน้อย“เสี่ยวปู้,ขอบคุณที่ให้ข้อมูลกับข้าวันนี้,นี่รางวัลของเจ้า,โปรดรับไปด้วย!”

จากนั้น,ซูเห่าก็หันหลังกลับหายไปในฝูงชนอีกครั้ง.

เสี่ยวปู้ที่ถือถุงเงินด้วยความงงงวย,ยืนนิ่งอยู่กับที,ถึงกับทำอะไรไม่ถูก.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,เธอก็ได้สติเผยความเหลือเชื่อออกมา“เยอะเหมือนกัน! วันนี้ได้กำไรสองเท่าเลย,ร่ำรวยแล้ว!”

......

ไม่เป็นไรถ้าต้องรออีกสามวัน,นอกจากนี้ซูเห่ายังคงหาคนอื่นเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบุตรแห่งชีวิตและงานเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงครั้งใหญ่,เป็นไปไม่ได้ที่จะฟังเรื่องราวจากเสี่ยวปู้เพียงคนเดียว.

แม้นว่าข่าวที่ได้มาจะไม่แตกต่าง,ทว่ายังมีข่าวที่เขาได้มาเพิ่มเติมด้วย,อีกสามวันจะเป็นงานเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงครั้งใหญ่,นอกจากนี้ งานเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงครั้งนี้ยังเป็นงานที่ใหญ่กว่าครั้งก่อน ๆ เพราะมีบุตรแห่งชีวิตที่ออกมาจัดการด้วยตัวเอง.

อีกหนึ่งเรื่องซูเห่าพบว่า,บุตรแห่งแสงผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งของเมืองฮุยหยางตกตายไป,เมืองฮุยหยางควรจะวุ่นวาย,แต่กับเงียบลงอย่างรวดเร็ว,เห็นชัดเจนว่าบุตรแห่งชีวิตนั้นมีอำนาจมาก,สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว.

นอกจากนี้ตลอดสองวันมานี้,ผู้คนที่เดินทางมายังเมืองฮุยหยางมากขึ้นเรื่อย ๆ,เกรงว่าครบสามวัน,คงไม่มีแม้แต่ที่ให้ยืน.

นอกจากนี้,จากเรดาร์ของซูเห่า,ยังพบว่ามีมนุษย์กลายพันธ์ขั้นหกได้ปรากฏมากขึ้นเรื่อย ๆ.

ด้วยเหตุนี้ซูเห่าเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปรกติ,และคิดว่าอาจจะเหมือนกับที่จักรพรรดิปฐพีตงหลานเอ่ย,บุตรแห่งชีวิตเมืองฮุยหยาง,ใกล้สิ้นอายุขัย,อาจมีใครบางคนต้องการเสี่ยงโชค.

นอกจากนี้คงไม่ใช่แค่จักรพรรดิปฐพีจากเมืองอันเหลียงแล้วที่มาที่นี่,จักรพรรดิปฐพีทั้งแผ่นดินอาจจะมารวมตัวกันที่นี่,รอให้บุตรแห่งชีวิตตายลง.

แน่นอนว่าคงไม่ใช่แค่บุตรแห่งชีวิต,ยังคงมีขั้นหกจากลำดับอื่น ๆ ด้วย,พวกเขามาที่นี่เพราะรอการต่อสู้ใหญ่เกิดขึ้น,อาจจะสามารถจับปลาน้ำขุ่นได้.

การวิวัฒนาการของมนุษย์กลายพันธ์แต่ละขั้นนั้นไม่ง่ายเลย,ไม่อาจนำไม่เทียบกับหยาซานที่ซูเห่าช่วยวิวัฒนาการได้อย่างรบรื่น,การวิวัฒนาการของจักรพรรรดิปฐพีเป็นบุตรแห่งชีวิต,มีอัตราการตายสูงมาก.

การจะวิวัฒนาการเป็นขั้นต่อไป,จำเป็นต้องสะสมพลังงานมหาศาล,เพื่อโอกาสที่จะวิวัฒนาการสำเร็จมากขึ้น,ดังนั้นการมาเก็บชิ้นส่วนเนื้อจากการต่อสู้ที่นี่ ก็ถือเป็นการเตรียมตัวอย่างหนึ่ง.

ซูเห่ามีวิธีในการสะสมจิงซี,ทว่าคนของโลกนี้ไม่มีวิธีการดังกล่าว,พวกเขาจะต้องผ่านการฆ่ากินเนื้อมนุษย์กลายพันธ์ขั้นเดียวกัน,ปล้นชิงชิ้นส่วนยีนเพื่อสะสมจิงซี.

ขั้นหกของมนุษย์กลายพันธ์ไม่ง่ายที่จะสังหาร,ทว่าหากฝ่ายตรงข้ามผ่านการต่อสู้ที่หนักหน่วงมาก,การลอบโจมตีและเก็บเกี่ยวก็มีความเป็นไปได้.

ดังนั้น,เหล่ามนุษย์กลายพันธ์ขั้นหกที่ต้องการวิวัฒนาการ,จึงไม่ยอมพลาดโอกาสที่นี่,ที่นี่จะต้องเกิดการต่อสู้ใหญ่ขึ้นมาแน่นอน,แต่ละคนล้วนแต่รอฉกฉวยโอกาสที่อาจโชคดีได้รับเนื้อจากการปะทะกันของคนอื่น,หรือแม้แต่อาจจะโชคดีได้กินเนื้อของขั้นเจ็ดคำเล็ก ๆ ก็จะเพิ่มพลังจิงซีมหาศาลแล้ว.

ดังนั้นมนุษย์กลายพันธ์,ที่ได้ข่าว,พวกเขาจะต้องเข้ามายึดพื้นที่สักแห่งในเมือง,รอเก็บเกี่ยวและฉกฉวยโอกาส.

คงจะไม่เกินเลย หากจะกล่าวว่าเหล่าผู้ต้องการวิวัฒนาการทั้งหมดแล้วแต่เดินทางมาที่นี่กันหมดแล้ว.

ซูเห่าที่ถอนหายใจ“คนทั่วไปเมืองฮุยหยาง,หวังที่จะให้บุตรแห่งชีวิตมีชีวิตรอด,ส่วนจักรพรรดิปฐพีทั้งหมดล้วนแต่หวังให้บุตรแห่งชีวิตตาย.”

ไม่ว่าเขาจะทำอะไร,ล้วนแต่มีบางคนให้เขาเป็นคนดี,บางคนก็หวังให้เขาเป็นคนไม่ดี.

ตลอดสองวันมานี้,ซูเห่าไม่ได้ทำอะไร,เขาตะเวนไปรอบ ๆ,เฝ้ามองมนุษย์กลายพันธ์หลากหลายที่เดินทางมาที่นี่มากขึ้นเรื่อย ๆ.

....

ห้องหนังสือตำหนักตงหลิง,คืนก่อนงานเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงครั้งใหญ่.

ชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์,ผมของเขาที่เป็นสีขาวล้วน,ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย,ผิวที่แห้งเหี่ยว,ปลายหูที่ย่นงอลงมา,เขาดูเหมือนกับชายชราธรรมดา,ทว่ายังมีเค้าโครงความสง่างามเหลืออยู่,ไม่มีใครกล้ามองเขาตรง ๆ,แม้นว่าจะเป็นชายชรา,แต่ก็มีกลิ่นอายที่เกินพรรณนาแผ่ออกมา,ทำให้เหล่ามนุษย์กลายพันธ์ล้วนแต่หวาดกลัว.

แม้นว่าเขาจะแก่แล้ว,แต่ก็ไม่มีใครกล้าท้าทายศักดิ์ศรีของเขา.

เขาก็คือบุตรแห่งชีวิตเมืองฮุยหยาง-ซิว

ที่ด้านหน้าบุตรแห่งชีวิต ซิว,มีชายวัยกลางคน,เป็นบุตรชาย,จักรพรรดิปฐพี,จี๋.

บุตรแห่งชีวิตซิวไม่เอ่ยอะไร,ผลักถาดไปด้านหน้า.

จักรพรรดิปฐพี,จี๋ที่จ้องมองบางสิ่งในถาด,ดวงตาหรี่เล็ก,กระแสไฟที่ราวกับแล่นพล่าน,เต็มไปด้วยความยินดีใจเต็มหัวใจ,เขารู้ว่า,ขอเพียงกินเนื้อของบุตรแห่งชีวิต,เมื่อกลืนมันไปแล้ว,เขาก็จะวิวัฒนาการเป็นลำดับเจ็ดของมนุษย์เกราะ,กลายเป็นบุตรแห่งชีวิตอีกคน,กลายเป็นตัวตนบนจุดสูงสุดของโลกใบนี้.

เขาและคนอื่น ล้วนแต่รอสิ่งนี้มานานมากแล้ว.

อย่างไรก็ตาม,ถึงเขาจะตื่นเต้นเป็นอย่างมากแต่ก็ต้องระงับอาการ,ไม่กล้าเผยความโลภออกมา,แสร้งเอ่ยสอบถามด้วยความสงสัย“เจ้านาย,บุตรแห่งชีวิตนี่คือ....”

ใช่แล้ว,ถึงเขาจะเป็นบุตรชาย,แต่ก็ไม่กล้าเรียกอีกฝ่ายว่าพ่อ.

จบบทที่ Chapter 181 By sentiment of money tarnish

คัดลอกลิงก์แล้ว