เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 146 Reform-through-labor

Chapter 146 Reform-through-labor

Chapter 146 Reform-through-labor


劳动改造

หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว,สถานะวิวัฒนาการที่สอง จบลงแล้วเช่นกัน.

ซูเห่าหลังจากความใช้พยายามอย่างไม่หยุดหย่อนและทดสอบหลายครั้ง,ก็สามารถเปิดใช้งานได้สามทักษะ หนึ่งคือ “อากาศแปลงโลหะ!”

ส่วนอีกสองทักษะไม่สามารถทำสำเร็จ,ทว่าทำได้แค่การกะผลของมัน,ยังไม่ได้ฝึกฝน.

เช่นพลังงานกลืนกินสิ่งมีชีวิต,ทุกสิ่งมีชีวิต จิงซีในเซลล์จะอยู่ในภาวะสมดุลด,ซูเห่าสามารถบุกรุกเข้าไปในร่างกายของคนอื่น,และทำลายระบบภูมิคุ้มกันของอีกฝ่ายได้อย่างบ้าคลั่ง,อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ฝึกฝนทดสอบแต่อย่างใด.

และอีกทักษะส่วนประกอบ,เมื่อเซลล์เน่าเปื่อยไปเสียไป,เขาสามารถฟื้นคืนกลับมาได้ แม้นว่าจะคืนกลับมาได้ไม่หมด ทว่าก็สามารถฟื้นฟูกลับได้ส่วนมาก,หรือจะบอกว่าฟื้นคืนกลับมาได้แต่ก็ไม่เท่ากับส่วนที่เสียไป.

อย่างไรก็ดีทักษะนี้,ยังไม่ได้รับการทดลองฝึกฝนเช่นกัน.

อย่างไรก็ตามทักษะ“อากาศแปลงโลหะ” นี่คือทักษะที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจเป็นอย่างมาก.

หลังจากกระจายเซลล์ไปบนอากาศ,สามารถผสานเข้ากับอากาศได้,และสร้างสสารสีเทาให้ลอยอยู่บนอากาศขึ้นมาได้.

ซูเห่าเรียกมันว่าทรายทองคำ.

มันมีความสามารถหลากหลายขึ้นอยู่กับวิธีการใช้มัน.

อย่างไรก็ตาม,ทรายสีทองนั้นไม่ได้ยกระดับพลังต่อสู้แต่อย่างใด,เป็นทักษะที่ช่วยสนับสนุนในสถานะการณ์ต่าง ๆ ได้ดี.

เทียบกับทักษะของเหล่ามนุษย์กลายพันธ์,ซูเห่ารู้สึกพอใจชอบรูนอักขระมากกว่า.

การมีอยู่ของทักษะมนุษย์กลายพันธ์นั้น,ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อช่วยสนับสนุนให้พลังของรูนอักขระของเขาพัฒนาขึ้นไปได้ไม่มีสิ้นสุดเท่านั้นเอง.

ระหว่างนี้มีสิ่งหนึ่งที่ซูเห่ากำลังครุ่นคิด,ทำไมราชาเกราะเหล็กอาบีหายไปนานแล้ว,แก๊งเทียนซางยังไม่ส่งคนมาสืบสวนที่เมืองซือหลินอีก.

จากการสอบปากคำ โรสที่จับมาก่อนหน้านี้,ผู้นำแก๊งเทียนซาเจ้านายของมนุษย์กลายพันธ์เป็นขั้นหกของลำดับมนุษย์ท่องรัตติกาล【จักรพรรดิสวรรค์】เขามีผู้ใต้บังคับบัญชามนุษย์กลายพันธ์ขั้นห้าสามคนประกอบด้วย,ขั้นห้าของลำดับมนุษย์เกราะ,ราชาเกราะเหล็กอาบี,ขั้นห้าของลำดับมนุษย์ความเร็ว【ราชาพุ่งยิง】แทนดี้,และขั้นห้าของลำดับมนุษย์เลียนแบบ【ราชาวิปลาส】โหลวหว่าน.

ราชาเกราะเหล็กอาบีหายไป,แก๊งเทียนซาควรจะส่งขั้นห้ามนุษย์กลายพันธ์อีกคนมาสืบ.

เป็นไปได้ว่า,คงไม่มีใครคิดว่าราชาเกราะเหล็กอาบีพ่ายแพ้หรือไม่?

ตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป,เมืองเล็กนั้นจะไม่มีมนุษย์กลายพันธ์ขั้นห้า,มีเพียงขั้นสี่สูงสุด,เพราะว่ามนุษย์กลายพันธ์ขั้นห้าย่อมปรารถนาเนื้อที่จะวิวัฒนาการ,ย่อมไม่หยุดตัวเองไว้ที่เมืองเล็ก ๆ อย่างแน่นอน.

มีเพียงแค่มนุษย์กลายพันธ์ขั้นสี่ที่หมดหวังที่จะวิวัฒนาการ,เพราะขี้ขลาดทิ้งศักดิ์ศรีถึงจะหนีจากเมืองใหญ่,ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครในเมืองเล็กสามารถก้าวสู่ขั้นห้าได้ตลอดไป.

ยกตัวอย่างเมืองซือหลินที่เป็นเมืองเล็ก,มีขั้นสี่ที่ล้มเหลวจากการวิวัฒนาการเป็นขั้นห้า,สถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่เหมาะจะใช้ซ่อนตัว.

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,มนุษย์กลายพันธ์ที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กมีแต่พวกขี้แพ้ที่หนีหางจุกตูดจากเมืองใหญ่เท่านั้น,ไม่มีคุณสมบัติที่จะวิวัฒนาการได้

คนจำพวกนี้,มักจะถูกเรียกว่า สุนัขขี้แพ้.

ก่อนหน้านี้ก็มีปิศาจความเร็วเฟยหลุน,ปิศาจกระดูกเต๋อลี่และปิศาจด้ายซือเข่อ,พวกเขาล้วนแต่หนีมาจากเมืองใหญ่ทั้งสิ้น,เป็นสุนัขขี้แพ้ที่หนีมาซ่อนตัวในเมืองซือหลิน.

แน่นอนหากพวกเขามั่นใจจะวิวัฒนาการได้,ไม่มีใครหนีออกมาจากเมืองใหญ่แน่.

นั่นเป็นเพราะทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการนั้น,ล้วนแต่มีอยู่ในเมืองใหญ่เท่านั้น! เมืองใหญ่ถือเป็นดินแดนในฝัน,ซึ่งมีขั้นห้าที่เหล่าขั้นสี่ปรารถนา,พวกเขามีโอกาสได้ลาภลอยจากการไล่ล่ากันและกันของพวกขั้นห้าที่ต้องการเป็นขั้นหกต่อไป...

ถึงแม้นว่าจะถูกไล่ล่าสังหารกันไม่หยุดหย่อน,แม้แต่อาจจะเสียชีวิตทุกเมื่อ,ถึงไม่อาจเอาชนะได้ก็ตามแต่ก็สามารถช่วงชิงเศษที่เหลือจากการสังหารกันของคนอื่นได้....ดั่งที่หยาซานเคยเอ่ย,สักวันหนึ่งอาจจะมีเนื้อหล่นมาที่ด้านหน้าของเขา.

อัตราการตายของมนุษย์กลายพันธ์ในเมืองใหญ่นั้นสูงมาก,ไม่ว่าจะมีระดับขั้นเท่าไหร่,ล้วนแต่ต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา,อาจจะมีศัตรูที่คอยจับจ้องอยู่,แม้แต่วางแผนลอบสังหารได้ทุกเมื่อ.

แม้นว่าจะมีความเสี่ยงสูง,ทว่ามันก็มาพร้อมกับผลกำไรที่สูงเช่นกัน,การไล่ล่าสังหารกันและกันของผู้คนมากมายหลายกลุ่ม,สักวันหนึ่ง,พวกเขาอาจจะได้เนื้อที่ต้องการมาอย่างบังเอิญและวิวัฒนาการได้อย่างราบรื่น.

นอกจากนี้,เนื้อกลายพันธ์นั้นเป็นดั่งความหวัง,เป็นเป้าหมายชีวิตของพวกมนุษย์กลายพันธ์กันทุกคน.

วิวัฒนาการ,เป็นคำที่มีความหมายถึงชีวิต.

......

กล่าวตามจริง,การที่แก๊งเทียนซาไม่ได้ส่งคนมาอีก,คงเชื่อว่าราชาเกราะเหล็กอาบีนั้นไม่มีทางพบกับอันตราย,ทว่ามีเรื่องยุ่งยากบางอย่างทำให้ล่าช้าไปเท่านั้น.

อย่างไรก็ตามในเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่มา,ซูเห่าก็ไม่คิดจะรอเช่นกัน,เขาวางแผนที่จะเดินทางไปยังเมืองหลินหยวนจัดการปัญหาเรื่องนี้ให้จบ ๆ ไป.

“ตอนนี้ลองผลิตปืนซุ่มยิงให้หยาซานก่อนก็แล้วกัน,หากสำเร็จโดยดี,ศัตรูไม่มา,คงต้องออกไปหาเอง”

ซูเห่าที่ตัดสินใจไปหาหยาซาน“หยาซาน,การเปลี่ยนรูปโลหะเป็นอย่างไร?”

เอ่ยถึงเรื่องดังกล่าว,หยาซานก็เผยความดีใจออกมาทันที“ได้แล้ว,พี่ใหญ่เหว่ย! กุญแจมืออักขระที่พี่ใหญ่ออกแบบมา ใช้ได้ง่ายมาก,ขอเพียงนักโทษไม่เชื่อฟังต้องการหนี,ผู้คุมสามารถกระตุ้นเปิดใช้งานการ์ดกระดูก,ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา,ทำให้นักโทษไม่มีพลังต่อต้านได้”

ที่ผ่านมานี้,หลักการจรรยาบรรณสำหรับมนุษย์กลายพันธ์,ถูกใช้มา 1-2 ปี,ทำให้แก๊งซือหลินมั่นคงเป็นอย่างมาก.

นอกจากนี้ยังมีการปฏิรูปกฎหมายแรงงาน,ช่วยทำให้เมืองซือหลินเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี,โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกที่ผู้คนกระตือรือร้นในการพัฒนาสร้างสิ่งก่อสร้างต่าง  ๆขึ้นมามากมาย.

พี่ใหญ่เหว่ยพูดถูกต้องที่สุด,พลังที่แข็งแกร่ง,สามารถสร้างเมืองที่สวยงามได้,ใช่แล้ว,ข้าจะสร้างเมืองให้น่าอยู่ปลอดภัย ทุกถนนหนทางทุกตรอกซอกซอย!”

ซูเห่าที่พยักหน้ารับเอ่ยชม“ทำได้ดีมาก,หยาซาน! เมืองนี้กำลังถูกหล่อหลอมสร้างขึ้นมาจากมือของเจ้าช้า ๆ,นับจากนี้,เจ้าจะต้องปกป้องเมืองที่เจ้าสร้างขึ้นมาให้ดี,หากว่ามีโอกาส,ความสุขสงบงดงามนี้,ควรจะแบ่งปันไปยังเมืองอื่น ๆ ในโลกนี้ด้วย.”

ใบหน้าของหยาซานที่เบิกบานขึ้นมาทันที“ควรจะแบ่งปันให้กับทุกคนทั่วโลกรึ?”

ซูเห่าที่กล่าวสนับสนุน”แน่นอน! เจ้าสามารถทำสำเร็จได้,ขอเพียงเจ้ามีความแข็งแกร่งพอ,กฎเกณฑ์ของโลกใบนี้,คนที่แข็งแกร่งที่สุดถึงจะมีคุณสมบัติตัดสินใจ,ขอเพียงเจ้าทรงพลังที่สุด,ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องฟังเจ้า.

แน่นอน,ว่าความแข็งแกร่งอย่างเดียวมันยังไม่พอ,เจ้าต้องทำให้ผู้คนมีความสุข,สร้างกฎเกณฑ์สร้างเมืองที่งดงามเป็นตัวอย่าง,แล้วทุกคนจะยืนอยู่เคียงข้างเจ้า,หากเจ้าทำให้ผู้คนทุกคนคล้อยตาม,ไม่ว่าจะเป็นใครล้วนแต่ต้องการสนับสนุนเจ้าทั้งนั้น.”

จากนั้นซูเห่าก็ยกตัวอย่างง่าย ๆ”ยกตัวอย่างชวน,นานา,ชาบอน,พวกเขาล้วนแต่เห็นด้วยกับความคิดในการพัฒนาเมืองซือหลิน,ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจอะไร,พวกเขาล้วนแต่สนับสนุนเจ้า,เพราะเจ้าได้สร้างอุดมคติที่ยอดเยี่ยมให้กับพวกเขาได้ก้าวตามมาแล้ว.

ทว่าเพียงแค่สามคนมันยังไม่พอ,เจ้าต้องการคนมากขึ้นกว่านี้ ต้องให้ผู้คนเห็นปรัชญาความคิดในการสร้างเมืองซือหลินของเจ้าให้มากกว่านี้.”

“เจ้าเข้าใจใหม? หยาซาน!!”

หยาซานที่ครุ่นคิดและเข้าใจอย่างรวดเร็ว,รู้สึกราวกับว่าจิตวิญญาณกำลังพลุ้งพล่านเขาเอ่ยอย่างหนักแน่น“ทราบแล้วพี่ใหญ่เหว่ย! ก่อนอื่นข้าจะต้องแข็งแกร่ง,จะต้องมีพลังที่เพียงพอ,ทุกคนก็จะรับฟังและทำตามอุดมคติของข้า,ข้าจะต้องหาคนที่เห็นด้วย,และจัดการคนที่ไม่เห็นด้วย!”

ซูเห่าที่ตบไหล่ของหยาซานแล้วเผยยิ้ม“ใช่แล้ว! เจ้าทำได้อย่างแน่นอน!”

ในเวลานี้ซูเห่าที่เห็นหยาซานเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชนในดวงตา.

ซูเห่าได้กล่าวเปลี่ยนหัวข้อ“หยาซาน,เจ้านำข้าไปยังโรงตีเหล็กที่ดีที่สุด,ครั้งนี้ข้าจะสร้างอาวุธที่ยอดเยี่ยมให้กับเจ้า.”

หยาซานเอ่ยด้วยท่าทางไม่แน่ใจ“เป็นปืนซุ่มยิงที่พี่ใหญ่เคยเอ่ยก่อนหน้านี้นะรึ?”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“ใช่แล้ว! ไป!”

จบบทที่ Chapter 146 Reform-through-labor

คัดลอกลิงก์แล้ว