เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 139 【Steel armor king】 Attack

Chapter 139 【Steel armor king】 Attack

Chapter 139 【Steel armor king】 Attack


【钢甲王】来袭

เหตุผลที่ซูเห่าคิดมอบปืนซุ่มยิงให้กับหยาซาน,เพราะเขาเชื่อใจในหยาซานเป็นอย่างมาก.

แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีปืนซุ่มยิง,ทว่าก็ไม่มีทางจะหันปากกระบอกปืนมายังเขาอย่างแน่นอน.

หรือสักวันหนึ่ง,หากหยาซานหันปากกระบอกปืนมาหาเขา,เขาก็ไม่กลัว.

กระสุนของปืนซุ่มยิงนั้นไม่มีอักขระพิเศษใด ๆ,ถึงแม้นว่าจะยิงซูเห่า,แต่ก็ไม่มีทางทะลวงผ่านกะโหลกที่มีพลังป้องกันสูงได้

เพราะซูเห่าที่เป็นปิศาจกระดูก,ได้สลักอักขระม่านพลังและแข็งเอาไว้,สามารถเปิดใช้งานอัตโนมัติได้ตลอดวเลา,เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะถูกลอบโจมตีจนตายได้.

หรือหากลูกปืนมีอักขระพิเศษ,ทว่าทันทีที่มันถูกปล่อย,เรดาร์ของซูเห่าก็จะสัมผัสได้ถึงอันตรายได้,และแจ้งเตือนให้เขาป้องกันในทันทีได้เช่นกัน.

กล่าวตามจริง,ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขาหมด.

ดังนั้น,ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม,ซูเห่าไม่มีทางยื่นปืนให้ฝ่ายตรงข้ามนำกลับมายิงเขาได้อยู่แล้ว.

เมื่อเขามอบมันให้กับใคร,ก็อธิบายได้ว่าคน ๆ นั้นจะไม่เป็นภัยต่อซูเห่า.

ก่อนอื่นซูเห่าจะต้องยกระดับรูนอักขระบนร่างของหยาซานก่อน.

ขณะที่ซูเห่ากำลังออกแบบปืนซุ่มยิง,เวลานั้นจิงซีที่ทรงพลังสามจุดก็ปรากฏขึ้นในเรดาร์ของซูเห่า,กำลังเคลื่อนที่มายังเมืองซือหลิน.

ซูเห่าพอจะคาดเดาได้ว่าคนกลุ่มนี้น่าจะเป็นทีมที่มาจากเมืองหลินหยวนที่ส่งมาเก็บค่าคุ้มครอง,แม้นว่าจะมีจำนวนน้อยทว่ากับพลังกับไม่ธรรมดา.

คนที่มีจิงซีทรงพลังที่สุด,เทียบได้กับขอบเขตบรรพชนยุทธ์,หรือของเขตราชามนุษย์กลายพันธ์นั่นเอง.

ทว่าเวลานี้ซูเห่ามีความหนาแน่นของจิงซีที่เหนือกว่าเหรินหวังไม่รู้กี่เท่า.

กล่าวได้ว่าขอบเขตราชาถ้าวัดที่ปริมาณจิงซี,ถือว่าอ่อนแอมากต่อหน้าเขา,ทว่ามนุษย์กลายพันธ์ขอบเขตราชานั้นมีทักษะที่แปลกประหลาดแตกต่างกันไปที่เขายังไม่รู้จึงไม่อาจประมาทได้เช่นกัน.

และอีกสองคนที่มาด้วย เป็นมนุษย์กลายพันธ์ขอบเขตปิศาจ,รวมกันทั้งหมดสามคน.

ซูเห่านำหยาซานออกมา ระหว่างทางเอ่ยออกไปว่า“หยาซาน,นี่คือปืนซุ่มยิง,ตอนนี้มีแขกกำลังมาเยือนเมืองซือหลินทางประตูทิศใต้,เจ้าเรียกปิศาจรัตติกาลชวน,ออกไปรอคอยต้อนรับแขกจากนอกเมืองตอนนี้เลย.”

หยาซานกลายเป็นจริงจัง,ตอบรับทันที,“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย!”

ซูเห่าที่ก้าวออกไปสองสามก้าว,กระดูกที่ผุดออกมาปกคลุมทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็ว,ก่อนที่จะปีกกระดูกสองข้างจะพุ่งออกมา,เวลาเดียวกันดาบยาวกระดูกที่ปรากฏขึ้นที่มือ,พร้อมกับลวดลายอักขระมากมายปรากฏขึ้น.

อักขระเหล่านี้แตกต่างจากรูปแบบเดิมอย่างชัดเจน,เวลานี้มันดูสลับซับซ้อนมีการผสมผสานกันมากมาย,ดูไม่ต่างจากงานศิลปะ.

ไม่เพียงแค่งดงามลึกซึ้ง,ยังสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งด้วย.

ใต้เท้าของซูเห่าที่เกิดปะทุ,ส่งร่างของเขาบินตรงขึ้นไปยังนอกเมืองทิศใต้.

เพียงไม่นานเขาก็มาถึงนอกเมืองแล้ว,ก่อนที่จะร่อนลง,อยู่ห่างออกจากเมืองหนึ่งกิโลเมตร,รอคอยแขกทั้งสามที่กำลังมาช้า ๆ.

ไม่รู้ว่าจะมาดีหรือร้าย,ยังไงซะก็ต้องดูท่าทีอีกฝ่ายก่อน.

หากต้องการมาขอเงินแล้วล่ะก็,คงต้องพูดกันด้วยคมดาบแล้ว.

อย่างไรก็ตามหนึ่งนาทีหลังจากนั้น,หยาซานและชวนก็ปรากฏขึ้นด้านหลังซูเห่า.

หยานซานที่แปลงร่างเป็นปิศาจกระดูกร่างยักษ์,ส่วนชวนเองก็กลายร่างเป็นมนุษย์ที่มีรูปร่างเหมือนกับค้างคาว,ทว่าโดยรวมแล้วก็ยังมองเห็นเป็นมนุษย์อยู่.

ซูเห่าส่งการ์ดอักขระกระดูกสองอันให้กับชวน“นี่คืออักขระ”ม่านพลังขั้นสอง“และอักขระ”สายฟ้าขั้นสอง“เอาไว้ป้องกันชีวิต,ระมัดระวังตัวให้ดี.”

ชวนตื่นเต้นมาก,แทบคุกเข่าลงบนพื้น,หยาซานที่ดึงอีกฝ่ายเอาไว้,เอ่ยเสียงต่ำ“ระวังหน่อย,รักษาภาพพจน์ด้วย,อย่าทำขายหน้า.”

ซวนที่กลับมายืนมั่นคงเอ่ยออกมาว่า“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย,พี่ใหญ่หยาซาน.”

ในเวลาเดียวกัน,กลุ่มคนที่รอคอยก็มาถึง.

นำมาโดยชายร่างยักษ์ที่มีหนวดเฟิ้ม,ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม,ทว่าดูแล้วกับดูน่าหวาดกลัว,ไม่สวมเสื้อมีกล้ามเนื้อที่แน่นปูดเป็นชั้น ๆ ดูเหนียวแน่นเหมือนกับโลหะ.

คนที่ตามมาเป็นชายหนึ่งและหญิงหนึ่งคน,ผู้ชายท่าทางดูเคร่งขรึม,ดวงตาเล็กยาว,แววตาดูเย็นชา,ส่วนสตรี ยังดูเป็นผู้เยาว์อยู่เลย,ทว่ากับดูกระตือรือร้นยิ้มแย้มแจ่มใส,เดินส่ายสะโพกตามหลังมา.

ชายที่ดูเคร่งขรึมเอ่ยเสียงดังทันที“โรส,พวกเราไม่ได้มาเที่ยว,รักษาภาพพจน์ด้วย.”

โรสเก็บใบหน้าที่ยิ้มแย้ม,กลายเป็นสตรีที่เย็นชาขึ้นมาทันที.

หลังจากนั้น,ชายกล้ามเนื้อหนวดเฟิ้มก็มาหยุดที่หน้าซูเห่า,จ้องมองออกไป.

แทบจะในทันที,บรรยากาศได้กลายเป็นจริงจัง,จนยากจะหายใจ,กลิ่นอายที่ทรงพลังต่างเข้าปะทะกัน,โดยไม่มีใครยอมใคร.

ท้ายที่สุดซูเห่าก็เป็นคนแรกที่เอ่ยตะโกนออกมา“ผู้มาเยือน,เอ่ยชื่อ,เพศ,อายุ,งานอดิเรก,ที่ทำงาน,เป็นคนแบบใหน,แจ้งให้ครบ,ไม่เช่นนั้นโปรดกลับไป,เมืองซือหลินของข้าไม่ต้อนรับ!”

ในเวลานั้นหนึ่งในกลุ่มที่มายังเมืองซือหลิน,สตรีงามเย็นชาโรสที่หลุดเผยยิ้ม,ก่อนที่จะชี้ไปด้านหน้า“เจ้าไม่ควรมาขวางพวกเรา,สุดหล่อน้อย!”

ซูเห่าเผยยิ้มพราย“เรียกสุดหล่อน้อยก็ไร้ประโยชน์,เวลาของข้ามีจำกัด,หากไม่เห็นด้วยกับที่ข้าเอ่ย โปรดกลับไปซะ!”

ชายกล้ามใหญ่หนวดเฟิ้มที่หัวเราะลั่นขึ้นมาทันที“พวกเจ้าสามคนคือมนุษย์กลายพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วรึ? สองปิศาจกระดูก,หนึ่งปิศาจรัตติกาล.”

กล่าวจบ,ร่างกายของเขาก็เปลี่ยนไป,เกราะของเขาที่เป็นเงาโลหะปกคลุมไปจนทั่ว,ร่างกายสูงถึงสี่เมตร,เป็นยักษ์โลหะ,พร้อมกับเอ่ยเสียงคำราม“ในเมื่อเจ้าต้องการตาย,ข้าก็จะสนองเอง!”

จากนั้น,ยักษ์โลหะก็พุ่งออกไป,พร้อมกับเหวี่ยงหมัดโลหะขนาดใหญ่,เคลื่อนที่เร็วอย่างน่าอัศจรรย์ใจ พุ่งเข้าหาซูเห่า,หมัดดังกล่าวกระแทกตรงไปยังหน้าอกซูเห่าทันที.

ซูเห่าที่ไม่เคลื่อนไหวใด ๆ,ไม่หลบหลีก,ทว่ายืนถือดาบป้องกันด้านหน้า.

“เคร้ง!”

เสียงกังวานของโลหะปะทะกัน,ร่างกายของซูเห่าที่ถูกผลักออกไป,ส่วนหยาซานและชวนที่ก้าวหลบถอยห่างออกจากวิถีโจมตียักษ์โลหะทันที.

“ความแข็งแกร่งธรรมดา,ได้เปรียบเพียงรูปร่างที่ใหญ่กว่า,ทำให้ผลักข้าออกไปได้,ทว่าปัญหาไม่ได้ใหญ่นัก,สัมผัสจากแรงหมัด,ความแข็งแกร่งของโลหะบนร่าง,ไม่อาจเทียบได้กับเกราะกระดูกด้วยซ้ำ,หากใช้อักขระ”คมขั้นสอง“และ”เจาะเกราะขั้นสอง“ก็สามารถทะลวงผ่านได้ง่าย ๆ.”

คิดย้อนกลับไป“ราชาเกราะเหล็ก”ผู้นี้,ไม่รู้ว่าใช่คนที่ปิศาจรัตติกาลลีนเอ่ยถึงรึไม่? ราชาเกราะเหล็กอาบี.

พริบตาที่เริ่มต่อสู้,ซูเห่าก็สามารถวิเคราะห์ความแตกต่างของทั้งสองฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว.

ราชาเกราะเหล็กก็คือขั้นห้าของลำดับมนุษย์เกราะ,สำหรับซูเห่าที่มีขั้นสี่,ย่อมเกิดสะกดข่มทางสายเลือดด้วยเช่นกัน,ทว่าแรงกดดันเช่นนี้ต่อหน้าซูเห่าแล้ว,ไม่มีอะไรให้พูดถึงแม้แต่น้อย.

ราชาเกราะเกล็กที่ผลักซูเห่าออกไปก่อนที่จะปล่อยหนามโลหะปล่อยพุ่งไปยังด้านหน้าของซูเห่า.

หนามโลหะที่พุ่งมาด้วยความเร็วและมีจำนวนมากอีกด้วย.

ซูเห่าที่นำดาบกระดูกออกมา.

“เคร้ง ๆ ๆ ๆ!”

ดาบกระดูกที่ฟันหนามโลหะขาดครึ่งหล่นอันแล้วอันเล่า.

ราชาเกราะเหล็กที่จ้องเขม็งไปยังดาบกระดูกในมือซูเห่าด้วยความตกใจ“เจ้ามันปิศาจกระดูกไม่ใช่รึไง,ทำไมถึงได้สามารถตัดหนามโลหะของข้าได้?”

ซูเห่ายักไหล่เอ่ยออกมาเล็กน้อย“หนามโลหะของเจ้ามันอ่อนแอเกินไป,จึงสามารถตัดได้ง่าย ๆ.”

ราชาเกราะเหล็กไม่ได้โกรธ,พร้อมกับกล่าวแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ“ไม่ต้องเล่นลิ้น,เจ้าคงมีวิธีพิเศษ,ถือว่ามีความสามารถเล็กน้อย,ก่อนที่ข้าจะกระทืบเจ้า,ขอแนะนำตัวก่อน,ข้าคือหัวหน้าแก๊งเทียนซา,ราชาเกราะเหล็กอาบี! วันนี้จะมาเอาชีวิตเจ้า.”

ซูเห่าที่ไม่ได้ใส่ใจคำขู่อีกฝ่ายแม้แต่น้อย,ทว่าได้เอ่ยสอบถามจุดประสงค์อีกฝ่าย“เช่นนั้นราชาเกราะเหล็กอาบี,เจ้ามายังเมืองซือหลินของข้าเพื่อจุดประสงค์อะไร!”

ราชาเกราะเหล็กอาบีเผยยิ้ม“ข้าชอบทุบตีพวกกระจอกให้อยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายก่อน,จากนั้นค่อยพูดเบา ๆ กับมัน!”

ซูเห่าที่เผยแววตาเย็นชา“งั้นรึ? ข้าเองก็ชอบฆ่าฝ่ายตรงข้ามก่อน,จากนั้นก็ค่อยพูดเบา ๆ กับศพมัน!”

จบบทที่ Chapter 139 【Steel armor king】 Attack

คัดลอกลิงก์แล้ว