เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 138 2 levels of rune/symbol writing

Chapter 138 2 levels of rune/symbol writing

Chapter 138 2 levels of rune/symbol writing


2级符文

แผ่นรูนรุ่นที่สี่ก่อนได้รับอัพเดตนั้นแผ่นจานค่อนข้างเล็กขนาดเล็กสุดเท่ากับลูกเทนนิส,ใหญ่สุดเท่ากับขนาดแผ่นดิสก์.

กล่าวโดยรวม,แผ่นจานค่อนข้างเล็ก,เพราะมันมีขีดจำกัดด้านพลังงานนั่นเอง.

เมื่ออักขระมีพลังสนับสนุนไม่เพียงพอ,ประสิทธิภาพย่อมมีจำกัดไปด้วยเป็นเรื่องธรรมดา.

แผ่นรูนอักขระรุ่นที่ห้าที่ซูเห่าพัฒนาขึ้นมาใหม่,ได้เพิ่มพื้นที่รูนอักขระขึ้นอีกและยังแก้ปัญหาเรื่องพลังงานให้มีตำแหน่งสะสมพลังงานเฉพาะด้วย.

เมื่อพื้นที่แผ่นรูนอักขระเพิ่มขึ้น,ย่อมทำให้พลังอักขระแข็งแกร่งขึ้นเป็นธรรมดา,อย่างไรก็ตามรูนอักขระที่ต้องใช้พลังมากขึ้น,ความเร็วในการเปิดใช้งานกับลดลง,หรือกล่าวได้ว่าประสิทธิภาพของเกราะและอาวุธจะลดลงไปด้วย.

อย่างไรก็ตามเทียบผลที่ได้ก็ยังนับว่าได้มากกว่าผลที่เสีย.

นอกจากนี้ซูเห่าได้วางแผนแก้ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมการถ่ายเทจิงซีให้มีประสิทธิภาพมาทดแทน,ด้วยการเพิ่มลายอักขระทางเดินจิงซีให้มากขึ้น.

ยกตัวอย่างรูนอักขระ ม่านพลังอย่างง่าย.

ระบบของม่านพลัง,หลักการของมันคือเมื่ออักขระถูกกระตุ้นมันจะสร้างของสสารอย่างหนึ่งที่มีสีแดงผลิตออกมาจำนวนมากปกคลุมไปทั่วร่างกาย,เมื่อถูกโจมตี,สสารดังกล่าวจะจับตัวกันแน่น,เพิ่มพลังป้องกันในทันที,เป็นการก่อรูปม่านพลังปกป้องที่ยอดเยี่ยม.

แม้นว่าม่านพลังจะมีประสิทธิภาพที่ดี,ทว่าก็มีขีดจำกัดเช่นกัน,ยกตัวอย่างไม่อาจป้องกันพลังโจมตีที่เกินขีดจำกัดของมันได้,เมื่อพลังโจมตีเหนือกว่าขีดจำกัด,ม่านพลังป้องกันดังกล่าวแทบจะไม่ต่างจากกระดาษเปล่า.

การต่อสู้ของซูเห่านับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ,ประสิทธิภาพของม่านพลังเวลานี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาปลอดภัยได้แล้ว.

ในชาติที่แล้ว,การต่อสู้เหรินหวัง,เขาที่คงสภาพอักขระม่านพลังไว้ตลอดเวลา,ทว่าท้ายที่สุด ก็ไม่อาจต้านดาบของเหรินหวังเอาไว้ได้.

ไม่เพียงแค่อักขระม่านพลังยังไม่เป็นที่พอใจในการต่อสู้,อักขระโจมตีอื่น ๆ เองก็ยังมีพลังไม่เพียงพอในการต่อสู้เช่นกัน...ไม่,ควรจะเอ่ยว่าทั้งโจมตีและป้องกันนั้นยังไม่เป็นที่พอใจในการต่อสู้ที่รุนแรงหนักหน่วงต่างหาก.

ซูเห่าปรกติแล้วไม่ชอบที่จะเริ่มต้นออกไปต่อสู้ด้วยตัวเอง,ทว่าหากต้องต่อสู้เขาก็พร้อมที่จะต่อสู้เช่นกัน.

การต่อสู้,เป็นหนึ่งวิธีในการก้าวสู่เป้าหมายที่ต้องการ,ทว่ายิ่งวิธีการต่อสู้แข็งแกร่งเท่าไหร่การก้าวสู่เป้าหมายก็จะราบรื่นยิ่งขึ้น.

ดังนั้นซูเห่าจำเป็นต้องมั่นใจในพลังต่อสู้ของตัวเองก่อน,ก่อนที่จะออกไปจัดการเรื่องราวต่าง ๆ,ไม่ใช่ออกไปให้อีกฝ่ายทุบตีแทน.

ดั่งคำพูดที่ว่า,อำนาจความยุติธรรมมาพร้อมกับความแข็งแกร่ง,นั่นถึงจะเรียกว่าความยุติธรรม.

เมื่อพบเป้าหมายของความต้องการ,เขาก็มุ่งเป้ายังทิศทางดังกล่าวทันที.

ม่านพลังแบบใหม่จะต้องทรงพลังไม่พังทลายง่าย ๆ,และจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ตามพลังศัตรูที่ต้องรับมือด้วย.

ด้วยเหตุนี้,อักขระแบบใหม่นี้เขาจึงเรียกมันว่า“ม่านพลังขั้นสอง”

อักขระ“กระแสไฟฟ้า” ที่ปล่อยสายฟ้าเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามชามึน,หลังจากปรับปรุงเขาเรียกมันว่า“สายฟ้าขั้นสอง.”

หากสามารถยกระดับให้แข็งแกร่งขึ้นอีกในอนาคต,เขาย่อมสามารถเรียกว่าเป็นขั้นสาม,ขั้นสี่,ขั้นห้า ขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้.

หลังจากที่กำหนดเป้าหมายไว้แล้ว,ซูเห่าก็จมจ่อมอยู่ในโลกส่วนตัวไปในทันที.

“ปัญหาแรกที่ต้องแก้,ไม่ใช่ว่าใส่จิงซีเข้าไปมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งดีเท่านั้น,ทว่าสามารถเปลี่ยนเป็นการผสานจิงซีเข้าไปสองเส้นทางเพื่อสนับสนุนพลังในโครงสร้างรูนได้”

การอัดพลังจิงซีลงไปจำนวนมาก,จำเป็นต้องทำให้โครงสร้างรูนอักขระให้แข็งแกร่งไปด้วย,ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยิ่งรองรับพลังได้มากขึ้นเท่านั้น.

ส่วนอักขระใหนที่ให้ประสิทธิผลอย่างง่าย,ก็สามารถทำให้โครงสร้างบางลง,เพียงแค่ให้พลังงานจิงซีไหลผ่านและทำงานได้อย่างสะดวกก็พอแล้ว.

ในชาติก่อนเขามีเพียงหนอนขนเป็นวัตถุดิบเป็นตัวช่วย,ซึ่งด้วยขนาดร่างกายของมันไม่ได้ตอบโจทย์เท่าไหร่นัก,ทำให้ขีดจำกัดของอักขระมีขีดจำกัดตามไปด้วย,ถึงเวลาพัฒนาส่วนนี้แล้ว.

การปรับปรุงในส่วนรายระเอียดของรูนอักขระนั้น,แม้นว่าจะเพียงเล็กน้อยทว่าก็เพิ่มประสิทธิภาพของมันขึ้นมาหลายเท่าในทันที.

กล่าวได้ว่าระดับของรูนอักขระได้เพิ่มขึ้นมาก,เพียงแค่ความหนาเส้นเชื่อมวงจรมีขนาดใหญ่ขึ้น,นอกจากนี้ขนาดของรูนอักขระยังสมดุลและควบคุมได้ดีกว่าก่อนมาก.

......

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น,ซูเห่าได้เสร็จสิ้นการยกระดับรูนอักขระ.

ในเวลานี้เขาเริ่มทดสอบพลังของมันในห้องทดลองแล้ว.

“”ม่านพลังขั้นสอง“นั้นประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาก,แม้แต่ข้าในเวลานี้,โจมตีอย่างรุนแรงสองครั้ง,ยังไม่อาจทะลวงม่านพลังได้,ส่วนอักขระ”แข็งขั้นสอง“ประสิทธิภาพเท่ากับพลังของเหรินหวัง,ดาบที่เปิดใช้งานอักขระขั้นหนึ่ง”ทะลวง“แหลมคม” “กัดกร่อน” ไม่อาจทะลุทะลวงอักขระ“แข็ง”ขั้นสองได้.”

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ทำให้เขาพอใจที่สุด นั่นก็คืออักขระ “สั่นสะเทือนขั้นสอง” ดาบที่สลักอักขระสั่นสะเทือนขั้นสอง,มีพลังตัดที่มากกว่าเดิมสามเท่า

เวลานี้ทั้งพลังป้องกันและโจมตียกระดับขึ้นมาก,ตอนนี้เขาไม่ต้องกลัวต่อมนุษย์กลายพันธ์ขั้นห้าขอบเขตราชาอีกต่อไป,ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะทำอะไรเขาได้แม้แต่เส้นขน.

การยกระดับในครั้งนี้,ซูเห่ารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นมาก,รู้สึกราวกับว่าอายุขัยของเขาได้เพิ่มขึ้นมากมาย,ไร้คู่ต่อสู้ไปแล้ว.

นอกจากนี้,ซูเห่ายังยกระดับรูนอักขระเกี่ยวกับการโจมตีอีกหลายตัวให้ดีขึ้นด้วย.

ยกตัวอย่าง“เจาะเกราะขั้นสอง” “ม่านพลังขั้นสอง” “คมขั้นสอง” “แข็งขั้นสอง” “ผสานงานขั้นสอง” “สั่นสะเทือนขั้นสอง” “กัดกร่อนขั้นสอง” “หมุนวนขั้นสอง”

ส่วนกระแสไฟฟ้า,เพราะว่ามันยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซูเห่าได้เปลี่ยนชื่อมันเป็น“สายฟ้าขั้นสอง”

กล่าวสรุปแล้ว,ทั้งรูนอักขระโจมตีและอักขระป้องกันล้วนแต่ถูกยกระดับได้ทั้งหมด.

สำหรับซูเห่า,นี่ยังไม่ได้ทำให้เขาพอใจที่สุด,เขาต้องการพลังป้องกันที่มากกว่านี้,ต้องการอยู่ในขอบเขตไร้เทียมทานฆ่าไม่ตาย.

นอกจากนี้,ซูเห่าที่ได้แรงบันดาลใจจากสว่านเจาะตัวตุ่นครั้งก่อน,ทำให้เขาได้ประดิษฐ์บางสิ่งขึ้นมา.

มันถูกเรียกว่า“ระเบิดติดตาม” หรือจะเรียกว่ามิสไซร์นำวิถีก็ได้,มันสามารถติดตามเป้าหมายได้ด้วยตัวเอง,ทำให้มีความแม่นยำในการโจมตีสูงมาก,นอกจากนี้ซูเห่ายังสามารถควบคุมทิศทางของมันได้ด้วยตัวเองด้วย.

นอกจากนี้ยังได้สร้างบอลสายฟ้าขั้นสอง,บอลสายฟ้าแต่ละลูกจะสลักอักขระสายฟ้าขั้นสองเอาไว้,ซึ่งจะทำให้มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง,ทุกหนแห่งที่มันเคลื่อนที่ผ่านจะเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่.

ต่อหน้าการโจมตีที่ไร้เทียมทานเช่นนี้,ต่อให้เร็วแค่ใหนก็ไร้ประโยชน์,หนีเร็วอย่างงั้นรึ? เช่นนั้นก็วางข่ายสายฟ้าปกคลุมท้องฟ้าไปเลย.

เมื่อซูเห่าก้าวออกจากห้องทดลอง,หยาซานก็เตรียมอาหารเอาไว้แล้ว.

บนโต๊ะนั้น,ซูเห่าเอ่ยกับหยาซาน“หยาซาน,ข้าได้พัฒนารูนอักขระขึ้นมาใหม่,ประสิทธิภาพดีกว่าก่อนมาก,หลังจากกินอาหารเสร็จ,ข้าจะสลักบนเกราะกระดูกให้เจ้าใหม่.”

หยาซานดวงตาเป็นประกาย,เผยใบหน้ามีความสุข“ขอบคุณพี่ใหญ่เหว่ย.”

จากนั้นหยาซานก็เอ่ยออกมาว่า“พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าพบว่าข้าที่มีทักษะรูนอักขระ,ในหมู่ขั้นสี่ขอบเขตปิศาจ,ข้าถือว่าข้าได้เป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานไปแล้ว!”

ซูเห่าเผยยิ้ม“ทำไมเจ้าคิดแบบนั้น?”

อาซานเอ่ย“ก่อนหน้านี้เจ้าหนูชวนได้พัฒนาเป็นปิศาจรัตติกาล,ข้าได้ทดสอบประลองกับเขาไปแล้ว,เจ้าหนูชวนไม่ใช่คู่มือข้าเลย,ทำได้แค่รับการโจมตีข้าอย่างเดียว,จนทำให้เจ้านั่นต้องหนีลงบนพื้นหรือบินขึ้นท้องฟ้าไปเท่านั้น.”

ซูเห่าเอ่ย“รูนอักขระมากมาย,ล้วนแต่มอบทักษะที่ทรงพลังหลากหลายให้กับเจ้า,จากนี้หลังจากเจ้าได้รับการยกระดับรูนอักขระใหม่,เจ้าจะรู้ว่าอะไรที่เรียกว่าเทพเจ้า,ข้าบอกได้เลยว่ามนุษย์กลายพันธ์ขั้นห้าก็ไม่ใช่คู่มือเจ้าอีกต่อไป.”

หยาซานที่พยักหน้ารับอย่างจริงจัง,จากนั้นก็เอ่ยเสียงอ่อย,“ทว่าพี่ใหญ่เหว่ย,ข้ามีคำถาม,ปิศาจรัตติการมีความสามารถดำดินและบินขึ้นสู่ท้องฟ้า,พวกเราเป็นปิศาจกระดูก,ควรจะจัดการกับพวกเขาอย่างไร? ไม่ให้พวกเขาหนีไปได้!”

ซูเห่าเอ่ยถาม“เจ้าได้รับทักษะ”ควบคุมกระดูก“รึยัง?”

หยาซานที่เกาศีรษะไปมา,เอ่ยด้วยน้ำเสียงอักอ่วน“มันยากเกินไปพี่ใหญ่เหว่ย,ข้าไม่อาจควบคุมได้เลย,นอกจากการสร้างเดือยกระดูกแล้ว,ข้าก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก!”

จากนั้นหยาซานก็เอ่ยออกมาอย่างระมัดระวัง“พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าหมายถึง,นอกจากทักษะควบคุมกระดูกแล้ว,ยังมีวิธีการอื่นหรือไม่,อะไรก็ได้ที่ทำให้ข้ารับมือกับคนพวกนี้ได้.”

ซูเห่าที่ครุ่นคิด,คำพูดของหยาซานมีเหตุผล,เขาควรจะเพิ่มวิธีการโจมตีแบบอื่นด้วย.

คิดอยู่ชั่วขณะ,ซูเห่าก็เอ่ยออกมาว่า“เช่นนั้นข้าจะลองสร้างปืนซุ่มยิงให้กับเจ้า,เพื่อเพิ่มวิธีการโจมตีให้,อย่างไรก็ตามข้าไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จใหม,ต้องคอยดูไปก่อน,อย่าได้คาดหวังให้มากนัก.”

หยาซานที่กลายเป็นงง ๆ,เอ่ยกล่าวในใจ“ปืนซุ่มยิง? คืออะไรกัน,ฟังแล้วไม่ค่อยจะร้ายกาจเลยแฮะ!”

จบบทที่ Chapter 138 2 levels of rune/symbol writing

คัดลอกลิงก์แล้ว