เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 125 secure

Chapter 125 secure

Chapter 125 secure


พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว,ซูเห่ามีอายุ 11 ขวบแล้ว.

ซูเห่าที่ทุ่มเทใจในการศึกษาวิจัยยีนเพื่อก้าวผ่านขอบเขตใหม่.

ไม่ใช่แค่การศึกษาแคส9 แล้ว,ทว่าเป็นชิ้นส่วนของยีน.

ซูเห่าที่ทำการเปรียบเทียบชิ้นส่วนยีนที่แตกต่างเป็นจำนวนมาก.

ชิ้นส่วนยีนเหล่านี้,เป็นชิ้นส่วนยีนที่มีความสามารถพิเศษ,ถูกเก็บแยกใส่รหัสเอาไว้แยกออกมาต่างหาก.

ชิ้นส่วนยีนพิเศษเหล่านี้ประกอบด้วย,ลำดับยีนเริ่มต้น,ลำดับยีนสิ้นสุด,โมเลกุลผิวหนัง,โมเลกุลเนื้อ,โมเลกุลกระดูก,โมเลกุลกล้ามเนื้อ,โมเลกุลไฟเบอร์,โมเลกุลการถอดรหัส,โมเลกุลเศษชิ้นส่วน,โมเลกุลควบคุม,โมเลกุลสัญญาณ อีกมากมาย ซูเห่าที่รวมรวมชิ้นส่วนยีนหลายชิ้นส่วนมารวมไว้ด้วยกัน.

การวิจัยที่คืบหน้าทุกวัน,ชิ้นส่วนพิเศษเหล่านี้ก็จะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ.

ฟังก์ชันชิ้นส่วนยีนเหล่านี้,เปรียบได้เหมือนกับรูนอักขระธรรมดา,ให้ประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน,เพียงแค่นำชิ้นส่วนยีนเหล่านี้ใส่เข้าไปในลำดับยีนพื้นฐาน,ก็จะทำให้สามารถปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของสิ่งมีชีวิตตลอดจนได้รับความสามารถพิเศษต่าง ๆ มา.

ชิ้นส่วนยีนเหล่านี้,ในอนาคตจะเป็นหัวข้อในการวิจัยหลักของซูเห่า.

กล่าวง่าย ๆ,ขอเพียงเขาวิจัยชิ้นส่วนยีนพิเศษเหล่านี้สมบูรณ์,เขาสามารถแทรกชิ้นส่วนยีน,เปลี่ยนรูปลักษณ์และรับความสามารถของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ได้.

ต้องการสิ่งใด,ก็ได้สิ่งนั้น.

ด้วยข้อมูลชิ้นส่วนยีนเหล่านี้,สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ร่างกายตามต้องการ บวกกับรูนอักขระที่เขามี ความรู้ทั้งสองผสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ,บางทีอาจจะไม่มีใครเป็นคู่มือของเขาได้อีกต่อไปก็ได้.

“ที่น่าเสียดาย,ไม่อาจหาลำดับมนุษย์ทำนาย,มนุษย์กลายพันธ์ลำดับดังกล่าวราวกับว่าไม่มีอยู่,หรืออาจจะซ่อนตัวได้อย่างยอดเยี่ยม...”

......

ซูเห่าที่ผลักประตูก้าวออกจากห้องทดลอง,เห็นไท่นี่กำลังเล่นกับหนูตัวอ้วนอยู่,ก็เอ่ยออกมาว่า“หยาซาน! หยาซานล่ะ?”

“อยู่นี่! มาแล้ว,พี่ใหญ่เหว่ยมีเรื่องอะไรรึ?”หยาซานที่วิ่งเข้ามา,มือถือตาหลิว,สวมชุดหัวหน้าพ่อครัว.

ซูเห่าที่จ้องมองชุดที่หยาซานสวมแล้วถึงกับพูดไม่ออก“เจ้าเตรียมอาหารด้วยตัวเองงั้นรึ? ไม่จ้างพ่อครัวแม่ครัวทำล่ะ?”

หยาซานเผยยิ้ม“ไม่ได้ ๆ,อาหารที่คนอื่นทำจะถูกปากที่ใหญ่เหว่ยได้อย่างไร,การเตรียมอาหารนี้ข้า ฟังมาจากท่านสอนด้วยตัวเอง,และทดลองหลายครั้งแล้ว,เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่ไม่เคยมีมา,จะให้คนอื่นทำอาหารขยะมาได้อย่างไร! นอกจากนี้,ข้าไม่ต้องการให้คนนอกเข้ามาที่นี่,จะรู้ได้อย่างไรว่ามีคนที่มีเจตนาร้ายซ่อนอยู่หรือไม่?”

ซูเห่าเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ“ทำตามที่เจ้าชอบ! เอาล่ะ,เจ้าไปเตรียมอาหารก่อน! เสร็จแล้วค่อยมาหาข้า.”

ผ่านไปไม่นานอาหารก็ถูกจัดเตรียมเต็มโต๊ะ,นอกจากนี้ยังเป็นการจัดโต๊ะที่ประณีต,แม้แต่ไท่นี่ยังดวงตาเบิกกว้าง,ทว่าหากลุงไม่เอ่ย,เธอก็ไม่กล้าเข้าไปนั่ง.

เวลานี้เธอไม่รู้ว่าหนูตัวน้อยกี่ตัวแล้วที่ถูกเธอมัดรัดตรึงกับเสาเอาไว้.

อาหารเตรียมเสร็จแล้ว.

ซูเห่าเอ่ย“หยาซาน,ไท่นีอายุ 7-8 ขวบแล้ว,เจ้าไม่คิดที่จะให้เธอเรียนหนังสืองั้นรึ?”

หยาซานเผยความสงสัย“ไม่ต้องฝึกฝนวิชายุทธ์หรอกรึ?”

ซูเห่าเอ่ย“ผู้ไม่รู้หนังสือจะเรียนได้อย่างไร! หากไม่รู้หนังสือก็ไม่อาจทำงานอะไรได้!”

“???”หยาซานและไท่นีเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม.

ไม่รู้หนังสือไม่อาจทำงานได้!!

หยาซานที่จำตัวอักษรได้หลายตัว,ทว่ามันทำให้เขาตาลายปวดขมับ,จึงไม่สนใจเท่าไหร่นัก,และไม่มีความคิดในการฝึกฝนเรื่องดังกล่าวให้ชำนาญมากกว่านี้ด้วย.

เรื่องนี้จะต้องเรียนรู้เป็นพิเศษด้วยรึ? ไม่ใช่ว่าสามารถเข้าใจได้ตามธรรมชาติหรอกรึ?

สองสามปีหลังจากนี้,ไท่นีย่อมสามารถจำได้หลายตัว ซึ่งเพียงพอให้ใช้งานก็น่าจะพอแล้ว.

ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อ่านเขียนเป็นพิเศษ,มีเพียงแค่บางคนในเมืองใหญ่เท่านั้นที่ต้องเรียนรู้เป็นพิเศษ.

ซูเห่าที่ถอนหายใจยาว,โลกนี้...นับว่าอยู่ในยุคโบราณจริง ๆ!

ซูเห่าที่นวดขมับเอ่ยออกมาว่า”หยาซาน,เจ้าฟังข้า,พรุ่งนี้เจ้าเข้าไปในเมืองหาคนที่รู้หนังสือมาสอนไท่นี,ให้มาสอนตอนบ่ายวันล่ะสามชั่วโมง.

ให้ไท่นีอ่านเขียน ให้เป็นเร็วที่สุด,จากนั้นข้าจะหาวิธีซื้อตำรามาให้ไท่นีเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง!”

หยาซานที่เอ่ยตอบรับ“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย!”

ส่วนไท่นีที่กำลังกัดขาไก่อยู่,ไม่รู้ว่าจากนี้เธอจะได้พบกับนรกอันใด.

หลังจากเสร็จสิ้นกินอาหาร,ซูเห่าก็ออกมาเดินเล่นที่ถนนหลักและถนนรอง ตรอกซอกซอยสำรวจเมือง.

“สวัสดีพี่ใหญ่เหว่ย!”

“สวัสดีตอนบ่ายพี่ใหญ่เหว่ย!”

“พี่ใหญ่เหว่ยยอดเยี่ยมที่สุด!”

......

ซูเห่าที่เผยยิ้มเล็กน้อย,ไม่ได้เอ่ยอะไร,ก่อนเดินไปบนถนนอย่างสบายใจ.

ก่อนหน้านี้,เขายุ่งวุ่นวายกับการยกระดับและการวิจัย,ทำให้ละเลยรายระเอียดมากมายของเมืองแห่งนี้ไป.

ตอนนี้เขาได้พบเข้าแล้วว่า,เมืองซือหลิน,ไม่มีโรงเรียนเลย,การอ่านเขียนส่วนมากจะเป็นการสอนจากผู้ใหญ่ให้เด็ก,จำให้ได้มากที่สุด,เป็นการเรียนรู้ตามยถากรรม.

อารยะธรรมเช่นนี้,ไม่มีอนาคตแม้แต่น้อย.

การวิวัฒนาการของยีนของคนในโลกนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทรงพลังมาก,ทว่าหากขาดความรู้สติในการควบคุมตัวเอง,แม้นว่าจะทรงพลังอย่างไร,อาศัยใช้เพียงสันชาติญาณ ไร้ซึ่งความรู้และเชาว์ปัญญาก็ไม่ต่างจากคนเถื่อน.

คนธรรมดาในโลกนี้,ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ,ไล่ตามความสุขตามสัญชาตญาณ,ที่จริงก็นับเป็นเรื่องดี,ซูเห่าไม่ได้ต้องการเปลี่ยนอะไรมากนัก.

อย่างไรก็ตามบางคนที่ไล่ตามวิวัฒนาการ,หากรู้เพียงแค่การฆ่า,ไล่ล่าเพื่อกินเนื้อ,ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น,ก็จะยิ่งดุร้ายไม่ต่างจากสัตว์...

หากแข็งแกร่งขึ้นแต่ไร้เหตุผล,ท้ายที่สุดก็ต้องตกตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

มนุษย์กลายพันธ์ที่เดินไปบนเส้นทางวิวัฒนาการ,ไม่รู้จักการควบคุมความแข็งแกร่งตัวเอง,คนรอบข้าง,ก็จะได้รับหายนะไปด้วย.

เส้นทางมนุษย์กลายพันธ์ที่ซูเห่ามีข้อมูลในเวลานี้ 【มนุษย์】 【ผู้】 【อสูร】 【ปิศาจ】 【ราชา】อีกสองขั้นซูเห่ายังไม่รู้.

อย่างไรก็ตามเมื่อวิวัฒนาการไปถึงขั้นสาม【อสูร】,จิตใจของมนุษย์จะเริ่มได้รับผลกระทบจากยีน,และไปถึงขั้นสี่【ปิศาจ】ก็ยิ่งได้รับผลกระทบมากขึ้น,หากไม่อาจควบคุมตัวเอง,สติจะถูกกัดกร่อนทำให้กลายเป็นบ้า,ท้ายที่สุดก็ถูกคนอื่นสังหารไป.

ทำไมหยาซานเปลี่ยนเป็นมาชื่นชอบการทำอาหาร?

ซูเห่าพอจะคาดเดาได้ว่านี่คือวิธีที่หยาซานค้นพบในการระงับอารมณ์พลุ้งพล่านบ้าคลั่งของเขา.

สำหรับซูเห่า,ความรู้ของผู้คนยิ่งมากเท่าไหร่,ประสบการณ์ก็มากขึ้นเท่านั้น,ซึ่งยิ่งมีความรู้มากมายก็จะทำให้สามารถระงับความรู้สึกอารมณ์ต่าง ๆ กระทั่งสะกดสัญชาตญาณของมนุษย์ได้.

ในเวลานี้,ถึงเขาจะวิวัฒนาการเป็นขั้นสี่【ปิศาจ】แล้ว,ทว่าก็ยังสามารถควบคุมความคิดและความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างง่ายดาย.

ดังนั้นหากต้องการให้ไท่นีเป็นมนุษย์กลายพันธ์ในอนาคต,สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเรียนรู้.

แน่นอนว่าการทำดังกล่าวยังทำให้ซูเห่าได้ยืนยันสมมติฐานของเขาได้ด้วย.

“หืม?”

ขณะที่ซูเห่าครุ่นคิด,เรดาร์ของเขาก็จับสัมผัสบางอย่างนอกเมืองได้.

กลุ่มสี่คน,ไม่ควรค่าให้พูดถึงแต่อย่างใด,เพราะว่ามีคนภายนอกที่เดินทางมายังเมืองนี่มากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นปรกติ,แม้ว่าจะมนุษย์กลายพันธ์ที่แข็งแกร่งหลายคน,ตราบเท่าที่พวกเขาทำตามกฎเกณฑ์ของเมืองซือหลิน,ก็ไม่มีใครสนใจพวกเขา.

อย่างไรก็ตามที่ซูเห่าจับจ้องเพราะว่าพวกเขาทั้งสี่นั้นมีบันทึกในระบบของซูเห่าอยู่แล้ว.

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,ทั้งสี่คือคนคุ้นเคยนั่นเอง.

นอกจากนี้,คนเหล่านี้ซูเห่ายังลงรายระเอียดเอาไว้ด้วย.

......

บุรุษผู้นำคนทั้งสี่เป็นบุรุษที่ผอมสูง,ส่วนสามคนก้าวตามมาด้านหลัง.

ความหนาแน่นจิงซีของพวกเขาค่อนข้างสูง,คนแรกเป็นขั้นสี่มนุษย์กลายพันธ์【ปิศาจความเร็ว】อัน ,ต่อมาเป็นขั้นสามมนุษย์กลายพันธ์【อสูรหนามทะลวง】ฟอร์ด,อีกคนเป็นขั้นสามของลำดับมนุษย์พิษ  【อสูรกัดกร่อน】อาลัย,และสุดท้ายขั้นสามของมนุษย์ท่องรัตติกาล【อสูรซ่อนเร้น】อี.

ทั้งสี่ที่เห็นเมืองซือหลินแล้ว.

ฟอร์ดเอ่ยพึมพำ“สี่ปีแล้ว! พวกเราได้กลับมาอีกครั้ง!”

อสูรกัดกร่อนอาลัยและอสูรซ่อนเร้นอีเผยยิ้มออกมาเช่นกัน,เห็นชัดเจนว่ารู้สึกดีใจที่ได้กลับมา.

ฟอร์ดเอ่ย“หัวหน้า พวกเราสังหารกลุ่มอิทธิพลใหญ่ในเมืองซือหลินไปเลยใหม?,จากนั้นก็พักอยู่ที่นี่สักสองสามปี,เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งให้ดีขึ้น”

อันสูดหายใจลึกก่อนเอ่ยออกมาว่า“ก็นับว่าเป็นความคิดที่ดี,ทว่าพวกเรามาครั้งนี้,ไม่ได้มีแผนที่จะอยู่นาน,การจะอยู่ที่นี่เลยเป็นไปไม่ได้,เป้าหมายของพวกเรามีสองข้อ,อย่างแรกคือสังหารและรับเนื้อของปิศาจกระดูก,เพื่อให้เจ้าฟอร์ด ยกระดับ,อีกข้อคือหาเซี่ยลี่,หลายปีมานี้ไม่ได้ข่าวเลย,ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าสะสมพลังเพียงพอที่จะวิวัฒนาการได้รึยัง?.”

อันก้าวเข้ามา,ครุ่นคิดเล็กน้อยเอ่ยเพิ่ม“แม้นว่าพวกเราตอนนี้จะไม่อ่อนแอ,ทว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้,จะต้องทำตัวค้อมต่ำเข้าไว้,เขาไปในเมืองอย่าได้สร้างปัญหาอะไร,ทำตามแผน,หากไม่มีปัญหาอะไร,ค่อยแสดงอำนาจก็ยังไม่สาย.”

“ทราบแล้ว,หัวหน้าอัน!”

จบบทที่ Chapter 125 secure

คัดลอกลิงก์แล้ว