เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 124 Bone armor

Chapter 124 Bone armor

Chapter 124 Bone armor


骨铠

สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว,ซูเห่ามีอายุใกล้จะ 11 ขวบแล้ว.

วิวัฒนาการปิศาจกระดูกสถานะสองสมบูรณ์แล้ว.

รวมทั้ง,การฝึกฝนทักษะปิศาจกระดูก,เขายังสามารถใช้มันได้อย่างเชี่ยวชาญอีกด้วย.

ทักษะของปิศาจกระดูกประกอบด้วย“สร้างเกราะกระดูก” “ฟื้นฟูเนื้อ” “แพร่กระจายกระดูก” “ควบคุมกระดูก” “พลังแห่งการรักษา” “เดือยกระดูก” “กระดูกบิน” “สะท้อนการโจมตี”

สิ่งที่ซูเห่าให้ความสนใจเป็นอย่างมากคือ“การสร้างเกราะกระดูก” “ฟื้นฟูเนื้อ” “แพร่กระจายกระดูก” และ “ควบคุมกระดูก”

อย่างแรกเกราะกระดูกและฟื้นฟูเนื้อ เป็นทักษะที่เพิ่มความสามารถในการเอาชีวิตรอดได้เป็นอย่างมาก,ทว่าแพร่กระจายกระดูกและควบคุมกระดูก,สามารถเปลี่ยนรูปร่างกระดูกได้ดั่งใจต้องการ.

การเปลี่ยนรูปร่างมีประโยชน์อย่างไร?

สำหรับคนอื่นไม่ได้มีประโยชน์นัก,ทว่าสำหรับซูเห่าแล้วมีประโยชน์มากมาย.

เขาสามารถสร้างปีกกระดูก,เพื่อบินบนท้องฟ้าได้.

นอกจากนี้,การบินของเขาในโลกนี้จะไม่ได้มีประสิทธิภาพย่ำแย่เหมือนกับชาติที่แล้ว,เพราะเขาสามารถฟื้นฟูปีกเวลาใดที่ใหนก็ได้.

แม้นว่าจะได้รับความเสียหายสักกี่ครั้ง,ทว่าก็สามารถงอกมันออกมาได้,ขอเพียงมีจิงซีเพียงพอ,แทบจะฟื้นฟูกลับมาได้ตลอด,โดยเปลี่ยนชิ้นส่วนของร่างกายเป็นปีก.

ซูเห่ามีจิงซีพอหรือไม่?

ตอนนี้ความหนาแน่นของจิงซีซูเห่านั้น,เกินกว่าจะคำนวณได้,ตราบเท่าที่เขากินและดื่มทุกวัน,จิงซีของเขาแทบจะใช้ไม่หมด.

ดังนั้น,ปิศาจกระดูกจึงเหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง.

อย่างไรก็ตามซูเห่าพบว่า,มนุษย์กลายพันธ์ขั้นสูงเองก็มีความแตกต่างกัน.

ยกตัวอย่างหยาซานที่เป็นปิศาจกระดูกเช่นกัน,ทว่าซูเห่ามีทักษะ“ควบคุมกระดูก” ส่วนหยาซานนั้นไม่มี.

อย่างไรก็ตามยีนของทั้งคู่,แทบจะเหมือน ๆ กัน.

“กล่าวอีกอย่างหนึ่ง,แม้นว่าจะมียีนที่เหมือนกัน,ทว่าก็ไม่อาจคัดลอกการแสดงออกของยีนที่แตกต่างกันได้.”ซูเห่าคาดเดาว่าผลของยีนที่แสดงออกมานั้น,แตกต่างกันในแต่ละบุคคล,ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสำนึกคิดและความปรารถนาด้วย.

ซูเห่าที่นึกย้อนกลับไปขณะวิวัฒนาการเป็นสถานะสอง,เขาได้พยายามเปลี่ยนหนามกระดูกเป็นดาบกระดูกซ้ำ ๆ,ทว่ากับล้มเหลว,แต่ท้ายที่สุดหลังจากพยายามไม่หยุดหย่อนก็สำเร็จเปลี่ยนเป็นทักษะในการควบคุมกระดูกเป็นทักษะใหม่ขึ้นมา,น่าจะเกิดจากความปรารถนาอันรุนแรงของเขา.

“ก่อนที่จะวิวัฒนาการ,จำเป็นต้องแสดงความต้องการออกมาให้ชัดเจน!”

เจตจำนงของซูเห่าเคลื่อนไหว,เกราะกระดูกที่งดงามปรากฏขึ้นปกคลุมทั่วร่างกายทันที,ร่างกายของเขาที่สูงขึ้นกว่าสองเมตร,ไหล่สองข้างที่มีแผ่นสนับสนุนการบินปรากฏขึ้นด้วย,หนามกระดูกที่ควบแน่นขึ้นเป็นลวดลายโค้งเว้าราบเรียบ,ดูสมส่วนพอดีเป็นเหมือนดั่งกับงานศิลปะ.

ซูเห่าที่ยื่นมือออกไป,ดาบยาวถูกสร้างขึ้น,เป็นดาบใหญ่ที่มีความยาวหนึ่งเมตรแปดสิบ,โค้งด้านหน้าเล็กน้อย,ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก,คมดาบที่เป็นลวดลายคลื่นคล้ายกับมีชีวิต,ส่องประกายแสงเย็นยะเยือบออกมา.

ซูเห่าที่ก้าวไปด้านหน้า,กระดูกด้านหลังที่ยืดยาวออกมาอย่างรวดเร็ว,หนึ่งนาทีหลังจากนั้นปรากฏปีกบางสองปีกขึ้น.

“แก๊ก แก๊ก~”

ปีกที่ถูกปรับแต่ง,ท้ายที่สุดก็กลายเป็นปีกที่มั่นคงเหมือนกับปีกเครื่องบิน.

เกราะกระดูกปรากฏลวดลายขึ้น,แพร่กระจายไปทั่วทั้งเกราะ,ทั้งบนปีกและดาบยาว.

ผ่านไปนานเหมือนกัน,ลวดลายอักขระที่ถูกสลักลงไปมากมายนับไม่ถ้วน!

บนเกราะสีขาว,มีอักขระ“ผสานงาน”และ“สง่างาม” ถูกสลักลงไปด้วย.

ซูเห่าที่ก้าวออกมา,หยาซานที่กำลังสอนไท่นี่ฝึกฝนวิชายุทธ์อยู่.

พ่อและบุตรสาวเห็นซูเห่า,ก็จ้องมองด้วยความตื่นตะลึง,ดวงตาแทบถลนออกมา,อ้าปากค้าง,คางแทบล่วงหล่นไปบนพื้น.

ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีเกราะที่งดงามขนาดนี้บนโลกใบนี้?

ไม่เพียงแค่หยาซานที่รู้สึกชื่นชอบเกราะดังกล่าว,ไท่นีเองก็รู้สึกหลงเสน่ห์เกราะซูเห่าไปด้วย.

ทั้งสองแทบจะวิ่งเข้าไป,ลูบคลำเกราะสีขาวที่มีลวดลายประณีตงดงาม.

ดวงตาที่เป็นประกาย,ส่องสว่างเจิดจ้า.

หยาซานเอ่ยด้วยความอิจฉา“พี่ใหญ่,ข้าต้องการศึกษาทักษะนี้!”

ไท่นี่ที่ตื่นเต้นจนต้องหยิกหนูตัวน้อย,เอ่ยด้วยความปรารถนา“ลุง,โตขึ้นข้าต้องการเป็นมนุษย์กระดูก! งดงามมาก!”

หนูตัวน้อยกำลังดิ้นไปมา“อี๊ด อี๊ด อี๊ด!”

ซูเห่าเผยยิ้ม,เอ่ยปากออกมาว่า“ไม่ต้องรีบร้อน,หลังจากนั้นค่อยว่ากัน,พวกเจ้าหลบออกไปก่อน,ข้าต้องการทดสองการบิน!”

“ทดสอบการบิน?”ทั้งสองเผยความสงสัย,ขณะก้าวหลบไปด้านข้าง.

ปีกยาวของซูเห่าที่สะบัดไปด้านหลัง,ก่อนที่เขาจะวิ่งไปด้านหน้า.

รูนอักขระปะทุที่เกิดระเบิดขึ้นทันที.

“ปัง.”

ใต้เท้าที่เกิดการประเบิดเหมือนกับไอพ่นผลักร่างเขาขึ้นไปบนท้องฟ้า.

เกราะที่เขาสวมใส่ไม่ใช่เกราะโลหะแต่ะเป็นเกราะกระดูกทำให้น้ำหนักโดบนงใลดลงมาก,ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง,มีความยืดหยุ่นที่เหนือกว่าชาติที่แล้วหลายเท่า.

ปีกที่ขยับปรับโครงสร้างให้เข้ากับกระแสอากาศ,เสี่ยวกวงทำการคำนวณปรับปรุงทุก 7-8 วินาที,จนกระทั่งได้โครงสร้างที่เหมาะสมที่สุดในการบิน.

“สุดยอด!”ซูเห่าที่หัวเราะร่วน,บินทะยานขึ้นไปบนฟ้า,สูงขึ้นและก็สูงขึ้น.

ทะลวงหมู่มวลเมฆา,แหวกท้องฟ้าสีน้ำเงิน,ฝ่าแสงแดงอันเจิดจรัส,บินขึ้นสูงเรื่อย ๆ.

เขาต้องการบินขึ้นไปให้สูงที่สุด,เพื่อมองกลับลงมาดูดาวดวงนี้.

อุณหภูมิที่ลดลงช้า ๆ.

อักขระ“อุณภูมิสูง” ที่เปิดใช้งานทันที.

อากาศเบาบาง

อากาศเบาบาง,ยังไม่อาจแก้ปัญหาได้ชั่วคราว,ทำให้เขาไม่อาจบินได้สูงกว่านี้แล้ว,เป็นไปได้ว่าในอนาคตสามารถสร้างถังออกซิเจนขึ้นมาเพื่อช่วยหายใจได้หรือไม่?

หลังจากบินขึ้นไปถึงความสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ในปัจจุบัน,เขาก็จ้องมองลงมาเห็นดาวดวงนี้เป็นดาวเคราะห์สีเหลืองน้ำเงินและขาว.

ไม่อาจมองเห็นภาพรวมทั้งหมด,ทว่าในครรลองสายตานั้น,บอกได้ว่านี่คือดาวเคราะห์ทีมีขนาดใหญ่มาก.

“ดูคล้ายโลกมาก,แต่ดูเหมือนจะขาดพลังชีวิตไปหน่อย,ค่อนข้างแห้งแล้ง”ซูเห่าทำการวิเคราะห์เพราะที่นี่มีทะเลน้อย,ส่วนมากเป็นทะเลทรายซะส่วนใหญ่.

ซูเห่าที่บินอย่างอิสระ,เริ่มทดสอบการบินในรูปแบบต่าง ๆ ,กระทั่งโหมดปิดเสียง,จากนั้นก็กลับมาและค่อย ๆ ร่อนลงไปยังลานพี่พัก.

แน่นอนว่าในเมืองมีบางคนที่มองเห็นซูเห่าบินขึ้นและร่อนลง,แต่เพราะมันเคลื่อนที่เร็วเกินไป,คนที่เห็นจึงมีน้อยมาก,แม้แต่คนที่เห็นคิดว่าพวกเขาตาลายไปด้วยซ้ำ,จึงไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่อะไร.

ซูเห่าที่กลับเข้าห้อง,สลายเกราะกลับคืนรูปลักษณ์มนุษย์,สวมชุดเสื้อผ้าตัวเองก้าวออกมา.

หยาซานและไท่นีต่างก็วิ่งเข้าไปหาทันที.

หยาซานที่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้นจนเสียงสั่น“...พี่ใหญ่เหว่ย,ข้า...ข้าต้องการเรียน,โปรดสอนข้าด้วย!”

ไท่นีเองก็ตื่นเต้น,ใบหน้ากลายเป็นสีแดง“ลุง,สอนข้า,ข้าต้องการเรียน,ข้าต้องการบิน!”

ซูเห่าส่ายหน้าไปมา“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการสอน,อย่างแรกข้าต้องถามก่อน,หยาซาน,เจ้าควบคุมรูปร่างของกระดูกได้หรือไม่?”

หยาซานที่ได้แต่ส่ายหน้า“ตอนนี้ไม่,แต่ว่าพี่ใหญ่เหว่ย,ข้าจะพยายามอย่างหนัก.”

ซูเห่าเอ่ย“เมื่อเจ้าควบคุมกระดูกได้อย่างอิสระ,ค่อยพูดกันอีกครั้ง,ไท่นี,ก่อนอื่นเจ้าฝึกวิชายุทธ์ให้ดี,เมื่อไหร่ที่เป็นจอมยุทธ์,ค่อยมาคุยกันใหม่.”

ทั้งคู่ที่เผยท่าทางผิดหวัง,ซูเห่าที่เอ่ยถามอาซานอีกครั้ง“หยาซาน,แก๊งซือหลิน,ตอนนี้เป็นอย่างไร?”

หยาซานได้ยินซูเห่าถามเรื่องแก๊งซือหลิน,ก็หัวเราะออกมาทันที“แก๊งซือหลินแบ่งออกเป็นสามหน่วยงาน,มีสามหัวหน้าหน่วย,คอยจัดการเรื่องราวใหญ่เล็กในเมือง,นอกจากนี้,ด้วย”จรรยาบรรณของมนุษย์กลายพันธ์“มันได้กลายเป็นรากฐานในใจของทุกคน,เวลานี้ทุกคนต่างก็สนับสนุนหลักการของพวกเรา.”

หยาซานเอ่ย“สามหัวหน้าหน่วยประกอบด้วย,ขั้นสามลำดับมนุษย์จอมพลัง【อสูรระเบิด】ซาบอน,ขั้นสามลำดับมนุษย์ท่องรัตติกาล 【อสูรซ่อนเร้น】ชวน,ขั้นสามลำดับมนุษย์อ่อนช้อย【อสูรโคลน】นานะ,ทั้งสามล้วนแต่เป็นมนุษย์กลายพันธ์ที่สนับสนุน”จรรยาบรรณมนุษย์กลายพันธ์”อย่างเหนียวแน่น.

อย่างที่พี่ใหญ่เอ่ย พวกเขาล้วนแต่มีความคิดเช่นเดียวกับพวกเรา,ส่วนคนอื่น ๆ,ไม่อาจบอกได้,เป็นไปได้ว่าพวกเขาเพียงแค่ใช้ประโยชน์จากแก๊งซือหลินของพวกเราเท่านั้น.”

“พี่ใหญ่เหว่ย,เมืองซือหลินดีขึ้นมาก,เป็นไปตามที่ข้าต้องการ,แม้นว่ายังมีมนุษย์กลายพันธ์ที่ไล่ล่ากันเวลากลางคืน,ทว่าพวกเขาก็ทำตามกฏของพวกเรา

ไม่มีใครก่อกวนคนธรรมดา,ไม่มีใครทำลายถนนและบ้านเรือนในเมือง,คนทั่วไปไม่ต้องผวาและหวาดระแวงอีกต่อไป,ผู้คนในเมืองเองก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ,ข้าไม่คิดเลยว่าเมืองซือหลินจะกลายเป็นเช่นนี้มาก่อน.”

ซูเห่าที่พยักหน้ารับ“ดีแล้ว,เจ้าอย่าได้ผ่อนคลาย,บางทีอาจจะสงบแค่ผิวหน้า,ต้องคอยตรวจตราทุกวัน,อย่าได้ประมาท,หากใครสร้างผลงานดี,ก็ควรให้รางวัล,ไม่จำเป็นต้องตระหนี่,ให้รางวัลต่อหน้าทุกคนและอธิบายออกมาด้วยว่าทำไมถึงมอบให้!”

หยาซานพยักหน้ารับ“รับทราบพี่ใหญ่เหว่ย,ข้าทราบแล้ว,ข้าจะไม่ประมาท.”

ซูเห่าเอ่ย“จากนี้สองสามเดือน,หากไม่มีปัญหาอะไร,ไม่ใช่เรื่องสำคัญ,อย่าได้รบกวนข้า.”

จบบทที่ Chapter 124 Bone armor

คัดลอกลิงก์แล้ว