เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 111 Temple forest city eldest child

Chapter 111 Temple forest city eldest child

Chapter 111 Temple forest city eldest child


寺林城老大

หลังจากหยาซานนำซูเห่ามายังพื้นที่ทิศเหนือ,เสียงเล็ก ๆ ก็ดังขึ้น“พี่ใหญ่เหว่ย,เขาปรากฏขึ้นที่นี่,พวกเราจะหาเขาอย่างไร.”

ซูเห่าเอ่ย“ไม่จำเป็นต้องหา,ข้ารู้เขาอยู่ที่ใหน!”

หยาซานที่รู้สึกอิจฉา,ต้องการเอ่ยในใจเสียงดัง“พี่ใหญ่,ข้าก็ต้องการความสามารถนั่น!”

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดเขาก็ไม่กล้าพูด,เพราะพี่ใหญ่เหว่ยนั้นช่วยเขามามากแล้ว,เขายังจะกล้าขออะไรอีกรึล่ะ?

หลังจากซูเห่านำหยาซานมายังถนนใหญ่,เขาก็เอ่ยออกมาว่า,ไป!เขาอยู่ด้านหน้า,จัดการเต็มที่!”

ทั้งสองที่ใช้อักขระ“ดูดซับแสง”ทำให้กลมกลืนไปในความมืดได้อย่างมิดชิด.

หยาซานพยักหน้ารับ,ดึงดาบยาวออกมา,ก้าวออกไปช้า ๆ,ด้วยความจริงจัง,ตรงไปยังถนนด้านหน้า.

ในลำดับเดียวกัน,มนุษย์กลายพันธ์ขั้นสูงกว่าจะมีกลิ่นอายกดข่มขั้นต่ำ,ผู้บ้าบิ่นขั้นสองโดยปรกติจะซ่อนตัวให้ห่างจากขั้นสาม,อสูรหนามทะลวงให้ไกล.

ทว่าวันนี้,อาซานที่สะกดข่มแรงกดดันดังกล่าว,ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายเอง.

เขาต้องการล้างแค้นให้ภรรยาและบุตร! เขาต้องการพลัง,ทว่าพลังนั้นจำเป็นต้องพยายามโดยเฉพาะต้องช่วงชิงมาจากอสูรหนามทะลวงด้านหน้าของเขา.

ขอเพียงได้กินอีกฝ่ายสักคำ...

เวลานี้อสูรหนามทะลวงที่เห็นหยาซานห่อหุ้มด้วยกลุ่มความมืดมิด.

ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้แปลงร่าง,มนุษย์กลายพันธ์ไม่อาจสัมผัสตำแหน่งของอีกฝ่ายได้,ทว่าหลังจากกลายร่าง,กลิ่นอายมนุษย์กลายพันธ์ก็แผ่รัศมีออกมาอย่างชัดเจน.

เกราะของอสูรหนามทะลวงเต็มไปด้วยหนามตั้งชี้ชันกระจายไปทั่วร่างเหมือนกับโลหะจริง ๆ,รูปร่างคล้ายกับผู้บ้าบิ่น,ทว่าความหนาของเกราะนั้นแตกต่างกันเหมือนกับรถตู้กับรถถัง.

เกราะของอสูรหนามทะลวงนั้นหนาเป็นมันเงา,เหมือนกับสัตว์อสูรจากโบราณ.

เพียงแค่มองรูปลักษณ์ก็บอกได้ว่าหยาซานผู้บ้าบิ่นนั้นไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่ายเลย.

ส่วนหยาซานที่เผชิญหน้ากับอสูรหนามทะลวง,หัวใจของเขาที่เต้นเร็ว,แม้แต่หลั่งเหงื่อที่เย็นยะเยือบออกมาเต็มหน้าผาก.

ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม,ฝ่ายตรงข้ามยืนอยู่ต่อหน้าเขา,ข้าจะเอาชนะเขาได้จริง ๆรึ?

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาคิดถึงมนุษย์กระดูก,เขาก็ก้าวไปด้านหน้าอย่างมั่นคง“ข้าจะไม่แพ้,ข้าจะต้องล้มเข้า!รวมทั้งอสูรหนามทะลวงข้าไม่อาจแพ้ได้,ในอนาคตปิศาจกระดูกยิ่งแข็งแกร่งกว่านี้อีก.”

อสูรหนามทะลวงที่มุมปากกระตุกเห็นลวดลายเกราะของอีกฝ่ายที่มีความมืดมิดปกคลุม,ไม่แน่ใจว่านี่คืออสูรบ้าบิ่นหรือไม่?

แม้นว่ารูปลักษณ์ด้านนอกจะมองไม่เห็นชัดนัก,ทว่าสัมผัสนี้ไม่ผิดแน่,ผู้บ้าบิ่น,ในสัมผัสของเขา,อ่อนแอไร้ประโยชน์ไม่ต่างจากขยะ,กับหวังในเนื้อของเขาอย่างงั้นรึ?

อสูรหนามทะลวง,ที่โบกมือปรากฏค้อนหนามขึ้น,กล่าวหยัน“เจ้าขยะ,เจ้าใจกล้ามากที่มายืนอยู่ด้านหน้าของข้า,ต้องการกินเนื้อของข้ารึ? หึ หึ หึ!”

ซูเห่าที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ลับ,เตรียมเข้าช่วยอีกฝ่ายตลอดเวลา.

แม้นว่าเขาจะสามารถช่วยหยาซานลงมือสังหารอสูรหนามทะลวงได้,ทว่าซูเห่าไม่ทำเขาต้องการให้หยาซานมีความกล้า,ส่งเสริมให้อีกฝ่ายกล้าเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า,ไม่เช่นนั้นเขาจะล้างแค้นปิศาจกระดูกได้อย่างไร.

ชีวิตของตัวเอง,ก็ต้องจัดการด้วยตัวเอง,ไม่ควรให้คนอื่นช่วยได้.

อย่างไรก็ตาม,ซูเห่าเชื่อว่าหยาซานจะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้,ต้องไม่ลืมว่าอีกฝ่ายมีรูนสลักมากมาย,ขอเพียงเปิดใช้งานทั้งหมด,ก็ไม่มีทางพ่ายแพ้อีกฝ่าย.

หยาซานไม่เอ่ย,กระตุ้น“คม” “เจาะเกราะ”บนดาบ,พร้อมกับเปิดใช้งาน“แข็ง” “โก่งโค้ง” “ม่านพลัง”และรูนอื่น ๆ บนเกราะของตัวเอง.

หยาซานสลัดความคิดฟุ้งซ่าน,พุ่งเข้าหาอสูรหนามทะลวงทันที.

อสูรหนามทะลวงก็ลงมือเช่นกัน,ค้อนหนามที่เหวี่ยงออกไปอย่างรุนแรง.

ในเวลาต่อมา.

กระบองของอสูรหนามทะลวงถูกตัดออกไปพร้อมกับข้อมือทั้งสองร่วงหล่นลงบนพื้น.

อาซานที่ฟาดฟันดาบออกไปอีกครั้ง.

“พรึด!”

อสูรหนามทะลวงที่ยกแขนขึ้นป้องกันถูกฟันขาดอีกครั้ง,คมดาบที่เฉือนไปถึงคอ โลหิตไหลทะลักออกมา.

อสูรหนามทะลวงบาดเจ็บ,คาดไม่ถึงจะไม่ตาย,หลังจากที่ตั้งสติได้,ใบหน้าที่เผยความตกใจและหวาดกลัว,เร่งรีบวางแผนถอยหนีทันที,พร้อมกับกระตุ้นพลังรักษาฟื้นฟูบาดแผลที่คอของเขาอย่างรวดเร็ว.

ในเวลานี้หยาซานที่ใช้พลังไปเป็นจำนวนมาก,หายใจหอบ,ทว่าอสูรหนามทะลวงมีโลหิตไหลย้อยบาดเจ็บหนักแล้ว,เขาต้องไล่ล่าไม่ยอมแพ้เด็ดขาด.

อย่างไรก็ตามอสูรหนามทะลวงที่ยังหนีไปได้ไม่ไกล,ริ้วแสงดาบก็พุ่งมาอย่างรวดเร็ว,ศีรษะของอสูรหนามทะลวงที่ขาดหล่นลงพื้น,ดวงตาเบิกกว้างกลมโต,ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น.

ในเวลานั้นซูเห่าที่เช็ดโลหิตที่ดาบ,ตะโกนเสียงดัง“หยาซาน,ปิศาจด้ายกำลังมา,รีบเก็บเนื้อแล้วออกจากที่นี่!”

หยาซานพยักหน้ารับ,ก้มลงเก็บแขนที่ขาดของอีกฝ่าย,ก่อนเร่งรีบจากไป,หนีอย่างรวดเร็ว.

ไม่นานหลังจากนั้น,หยาซานที่คืนกลับร่างต้น,หากไม่เพราะว่าร่างกายมีโลหิตไหลออกมา,เขาคงไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้,ตัวเองได้รับบาดเจ็บหนัก.

หยาซานที่ฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็ว,จากนั้นทั้งสองก็เปลี่ยนทิศทาง,เข้าไปซ่อนตัวในความมืด.

ปิศาจเส้นด้ายที่มาถึงหน้าศพของอสูรหนามทะลวง,ดวงตาเบิกกว้าง,เผยท่าทางตกใจประหลาดใจ“ปิศาจรัตติกาล,ต้องเป็นปิศาจรัตติกาลอย่างแน่นอน,เจ้าอยู่ใหน? รีบส่งเนื้อราชาควบคุมคืนมาให้กับข้าซะ!!!”

อย่างไรก็ตาม ปิศาจเส้นด้าย,เวลานี้กับไม่เห็นใครเลย.

เขาค้นหาไปรอบ ๆ เต็มไปด้วยความโกรธและบ้าคลั่ง,วิ่งพล่านไปรอบ ๆ.

เขาคิดถึงเนื้อราชาควบคุม,หัวใจของเขายิ่งสั่นไหวปรารถนาที่จะวิวัฒนาการอย่างที่สุด.

“อ๊ากกก”ปิศาจเส้นด้ายที่ร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธ.

......

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว.

หนึ่งปีหลังจากนั้น,ซูเห่ามีอายุเก้าปี.

ร่างกายของจูเห่าเหรินนั้นเติบโตเร็วมาก,เวลานี้เขาสูงถึงหนึ่งเมตรแปดสิบ,ร่างกายบึกบึน.

เขามีลักษณะของจูเห่าเหรินสมบูรณ์,ดูประณีตหล่อเหล่าเหมือนกับเอลฟ์.

ยิ่งสวมเสื้อผ้าไหม,ยิ่งทำให้เขาดูเหมือนกับนายน้อยจากตระกูลร่ำรวย.

ร่างกายเขาหนาแน่นยิ่งกว่าชาติที่แล้ว,จิงซีเองก็มีปริมาณมากกว่า,เวลานี้แทบจะเทียบได้กับบรรพจารย์ขั้นสูงด้วยซ้ำ,ขอบเขตสัมผัสของเขาขยายออกไปถึง 3500 เมตร,เป็นครั้งแรก,แทบจะเป็นครึ่งหนึ่งของเมืองซือหลินแห่งนี้.

ขอเพียงแค่เขาไปยืนอยู่ใจกลางเมือง,กระตุ้นจิงซี,ไม่มีใครที่จะหลบพ้นจากเรดาร์ของเขาได้.

ความปลอดภัยในเมืองแห่งนี้,ขอเพียงเขาไม่หาเรื่องมนุษย์กลายพันธ์ขั้นสี่สองคน,ไม่มีอะไรคุกคามเขาได้.

มนุษย์กลายพันขั้นสี่สองคนเวลานี้ก็คือ,ลำดับมนุษย์ปั่น,ปิศาจด้ายซือเข่อ,ส่วนอีกคนลำดับมนุษย์เกราะ,ปิศาจกระดูกเต๋อลี่.

ปีก่อนซือเข่อที่บ้าคลั่ง,ไม่อาจหาปิศาจรัตติกาลพบ,เขาจึงได้ไปหาท้าทายเต๋อลี่,โดยคิดว่าเนื้ออีกครึ่งหนึ่งของราชาควบคุมคงอยู่ในมือเต๋อลี่.

เต๋อลี่ที่รับมืออย่างยากลำบากเหมือนกัน,ทว่าภายในใจก็ดีใจ,ที่ซือเข่อมีเนื้อ“ราชาควบคุม”เพียงครึ่งเดียว,จึงวิวัฒนาการไม่ได้,ไม่เช่นนั้นเขาต้องออกจากเมืองแห่งนี้แน่.

ที่จริงหลังจากนั้นสองปี,ซือเข่อก็เข้าใจ,ปิศาจความเร็วเฟยหลุนและปิศาจกระดูกเต๋อลี่นั้นถูก อันวางแผนหลอกให้ต่อสู้กัน.

เพราะจิตใจของเขาบิดเบี้ยวเป็นอย่างมาก,เพราะโกรธจัด,ถึงจะรู้ แต่ก็ไม่ยอมรับ

เขาต้องการหาที่ระบาย,สะลายความแค้นในใจเขาจำเป็นต้องมีแพะรับบาป

อย่างไรก็ตามสำหรับซูเห่า,เรื่องที่คนเหล่านี้ก่อขึ้นมานั้น,ไม่อาจบอกได้ว่าใครเป็นคนถูกหรือผิด.

สิ่งที่เขาต้องการทำนั้นง่ายมาก,เขาต้องสังหารปิศาจเส้นด้ายและปิศาจกระดูกแน่,เพื่อให้มนุษย์กลายพันธ์ในเมืองนี้ออกมาเป็นวัตถุดิบ,และควบคุมให้เมืองนี้ให้สงบ,เขาจะได้ศึกษาวิจัยเรื่องยีนอย่างเงียบสงบไม่มีใครมารบกวน.

ซูเห่าตัดสินใจสังหารปิศาจกระดูกและปิศาจเส้นด้ายนั้น มีสองเหตุผล.

ใกล้จะครบสองปี,ตามที่เขารับปากหยาซานเกี่ยวกับการแก้แค้น,เขาไม่ต้องการกลับคำพูด.

อีกเหตุผล,เพราะเมื่อวานตอนเย็นปิศาจเส้นด้ายและปิศาจกระดูกต่อสู้กัน,ทำให้บ้านของเขาพังทลายลง.

หากไม่เพราะเขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว,นำหยาซานและไท่นีหนีออกไปเร็ว,เกรงว่าไท่นีคงตายด้วยลูกหลงเหมือนกับแม่และพี่ชายของเธออีกครั้งแน่.

นอกจากนี้ที่พักของเขายังเป็นบ้านที่เพิ่งย้ายมาใหม่ด้วย.

หนึ่งปีก่อน,ปิศาจเส้นด้ายและปิศาจกระดูกก็ต่อสู้กัน,ทำให้บ้านซูเห่าพังครั้งหนึ่งแล้ว,เวลานั้นเขาเตรียมตัวไว้แล้ว,จึงทนได้,ทว่าตอนนี้ยังเกิดขึ้นอีกครั้ง,เขาไม่อาจทนได้จริง ๆ.

การต่อสู้โดยไม่สนใจใครเลย,เป็นการกระทำที่เกินไปแล้ว.

สองปีมานี้ทั้งการต่อสู้เล็กใหญ่ทั่วเมือง,ทำให้สิ่งก่อสร้างทั่วเมืองเสียหาย,จนไม่มีสถานที่ปลอดภัยให้เขาวิจัยอย่างสงบ ๆ,ด้วยเหตุนี้งานวิจัยของเขาจึงไม่ราบรื่นเลย.

นอกจากนี้สองปีมานี้,ผู้คนในเมืองเริ่มลดลง,เพราะมีคนได้รับผลกระทบมากมาย,ผู้คนนับไม่ถ้วนอพยพออกจากเมือง,ไปตั้งถิ่นฐานในเมืองข้างเคียงแทน.

การอพยพย้ายถิ่นฐานของวัตถุดิบทดลอง,ทำให้งานวิจัยของซูเห่าติดขัดและลดระดับประสิทธิภาพลงมาก.

ดังนั้น,ในเมื่อเขาพร้อมแล้ว,หากไม่สังหารพวกเขาแล้วจะเก็บเอาไว้เพื่ออะไร?

ซูเห่าตัดสินใจทันที,นับจากคืนนี้เป็นต้นไป,เขาจะเข้าควบคุมเมืองแห่งนี้,หากใครไม่ยอมรับ,ตาย!!!

จากนี้เขาจะเป็นผู้ควบคุมเมืองซือหลินแห่งนี้ไว้เอง.

จบบทที่ Chapter 111 Temple forest city eldest child

คัดลอกลิงก์แล้ว