เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 110 Yashan carapace rune/symbol writing

Chapter 110 Yashan carapace rune/symbol writing

Chapter 110 Yashan carapace rune/symbol writing


亚山牌甲壳符文

มนุษย์กลายพันธ์มีเก้าลำดับ แต่ละลำดับมีเจ็ดขั้น

• ขั้นหนึ่ง มนุษย์...
• ขั้นสอง ผู้...
• ขั้นสาม อสูร....
• ขั้นสี่ ปิศาจ...
• ขั้นห้า ราชา..

สองวันถัดมา,อักขระรูนตัวแรกได้สลักลงบนเกราะของหยาซาน,เมื่อกระตุ้นจิงซี,อักขระดังกล่าวก็ส่องสว่าง,แทบทำให้หยาซานตาบอด.

“พี่ใหญ่เหว่ย,นี่คืออะไร?”หยาซานที่ตาพร่ามัว,เอ่ยสอบถามด้วยความตะลึง.

ซูเห่าเอ่ย“นี่คือพลัง!”

จากนั้นเขาก็เอ่ย“หยาซาน,ข้าจะสอนเจ้าควบคุมจิงซีก่อน!”

หยาซานเอ่ยงง ๆ“จิงซี? มันคืออะไร?”

ซูเห่าเอ่ย“คือพลังงานที่สะสมในร่างกาย,ในร่างของเจ้ามีอยู่จำนวนมาก,เจ้าเพียงแค่ใช้สัญชาติญาณของผู้บ้าบิ่นเปิดใช้งาน,อย่างไรก็ตามจิงซีไม่ได้ใช้ได้แค่นั้น,ดังนั้นเจ้าต้องการเอาชนะมนุษย์กระดูก,ก่อนอื่นต้องเรียนรู้ควบคุมร่างกายและพลังงานของเจ้าก่อน.”

หยาซานเอ่ยอย่างจริงจัง“ตกลงพี่ใหญ่เหว่ย.”

ซูเห่าพยักหน้ารับ.

การสอนหยาซานเรียนรู้การควบคุมจิงซี,มีประโยชน์ต่อซูเห่าสามอย่าง.

อย่างแรก,ซูเห่าสามารถยืนยันได้ว่าจิงซีก็คือพลังที่ใช้ในการวิวัฒนาการ,หากสามารถควบคุมจิงซีได้,ก็สามารถวิวัฒนาการเวลาใหนก็ได้,ไม่จำเป็นต้องรอหรือหาเนื้อพวกกลายพันธ์เพื่อสะสมพลังหรือกังวลว่าจะไม่มีพลังงานเพียงพอขณะวิวัฒนาการ.

อย่างที่สอง,หลังจากที่หยาซานควบคุมจิงซีได้,จะสะสมจิงซีได้ด้วยความเร็วสูง,จะสามารถเตรียมการวิวัฒนาการ เป็นการเป็นอสูรหนามทะลวงได้เร็วปรกติและยังช่วยประหยัดเวลาให้ซูเห่าได้ศึกษาอีกด้วย.

อย่างที่สาม,ซูเห่าสามารถวาดสลักรูนอักขระบนร่างหยาซานได้ตามเท่าที่ต้องการ,ทดสอบการสลักลงบนเกราะและบนกระดูก,รูนอักขระมากมายจะได้ทดสอบความเป็นไปได้ในการใช้ในโลกใบนี้,กระทั่งสามารถกระตุ้นใช้ได้ทุกเวลาตามความต้องการ.

......

หนึ่งปีหลังจากนั้น,ซูเห่ามีอายุแปดปี.

ตลอดทั้งปี,ซูเห่าได้ตะเวนไปทั่วเมืองซือหลินทุกคืน,เก็บเกี่ยวโลหิตของขั้นหนึ่งและขั้นสองของมนุษย์กลายพันธ์,และได้รับขั้นสามมาบ้าง.

ตอนนี้ฐานข้อมูลในพื้นที่พินบอลนั้นมีอยู่มากมาย.

ทว่ายกเว้นมนุษย์ทำนาย,ยีนของลำดับอื่น ๆ ล้วนแต่ได้มาครบเกือบหมดแล้ว.

นอกจากนี้เขายังได้ถอดรหัสยีนทั่วไปเป็นจำนวนมาก.

ดังนั้นเขาจึงได้สังเวยหนูตัวน้อยเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน.

กล่าวตามตรง,ซูเห่าเวลานี้พัฒนาไปอย่างราบรื่น.

ทว่าก็มีสิ่งที่เรียกว่าไม่ราบรื่นอยู่ในปีนี้ด้วยเช่นกัน,เมืองซือหลินมียอดฝีมือที่ป่วยจิต,ซูเห่าจำได้ว่า มันคือปิศาจเส้นด้ายที่สังหารปิศาจความเร็วไปในวันนั้นนั่นเอง.

แทบทุกคืน,ปิศาจเส้นด้ายจะตะเวนไปทั่วเมือง,พร้อมกับคำรามลั่น ค้นหาปิศาจรัตติกาล,แม้แต่คำรามท้าทายปิศาจรัตติกาลไม่หยุดหย่อน,ทำให้เมืองซือหลินกลายเป็นวุ่นวาย,คนทั่วไปไม่กล้าออกมาขากที่ซ่อนกระทั่งซ่อนมิดชิดในบ้านด้วย.

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดปิศาจเส้นด้ายแทบไม่แยกแยะ,เขาจิตใจบิดเบี้ยว คิดว่าทุกคนที่เห็นเป็นปิศาจรัตติกาลไปหมด,แม้แต่พุ่งเข้าสังหารแทบจะในทันทีอีกด้วย.

เขาได้กลายเป็นปิศาจร้ายที่น่ากลัวที่สุดในเมืองนี้ไปแล้ว!

หากไม่เพราะว่าซูเห่ายังไม่พร้อม,เขาคงลงมือศึกษาโครงสร้างร่างกายของปิศาจเส้นด้ายไปแล้ว.

ซึ่งเขาเองก็ต้องการจัดปิศาจร้ายตัวนี้ไปเป็นอย่างมาก.

ปิศาจเส้นด้ายทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย,เหล่ามนุษย์กลายพันธ์กลัวปิศาจเส้นด้าย,จึงไม่ออกมาเวลากลางคืน,แต่ละคนต่างก็หลับอยู่ในบ้าน,ทำให้การเก็บเกี่ยวของซูเห่าเป็นไปอย่างยากลำบาก.

นับว่าโชคดีที่ยีนมนุษย์กลายพันธ์ขั้นหนึ่งและขั้นสองสามารถถอดรหัสสำเร็จไม่น้อย.

ซูเห่าเวลานี้กำลังวางแผน,หากทุกอย่างพร้อม,เขาจะลงมือกับปิศาจเส้นด้ายแน่นอน,ฝ่ายตรงข้ามบ้าคลั่งเกินไป,ทำให้เมืองซือหลินไม่สงบ,การเก็บเกี่ยวของเขาไม่เป็นไปตามแผนเลย.

ตามความเห็นของคนทั่วไป เมื่อหาปิศาจรัตติกาลไม่พบ,ไม่ใช่ว่าควรหยุดหรือไม่?

ส่วนหยาซานเวลานี้สามารถครอบครองการเปลี่ยนปราณโลหิต,และได้รับวิธีเปลี่ยนเป็นจิงซีเรียบร้อยแล้ว,การควบคุมของเขานับว่าเชี่ยวชาญระดับหนึ่ง.

ส่วนวิธีการใช้รูนสลักบนเกราะของหยาซานเองก็เป็นไปอย่างราบรื่นเช่นกัน.

การสลักรูนอักขระบนเกราะของหยาซาน,ทำให้หยาซานเปลี่ยนไปมาก,ร่างกายของเขาสามารถฟื้นฟูเองอัตโนมัติ,รักษาแผลเอง,ไม่จำเป็นต้องทำการกระตุ้นเองแต่อย่างใด.

นอกจากนี้,ซูเห่ายังคิดวิธีการใหม่,ด้วยการสักลายลงไปอีกด้วย!

ด้วยการสักลายลงผิวหนังหยาซานโดยตรง,เมี่ออีกฝ่ายแปลงร่างเป็นผู้บ้าบิ่น,ก็จะกลายเป็นลายอักขระปรากฏบนเกราะของหยาซานพร้อมใช้งานทันที.

ความคิดดังกล่าวที่ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก,เมื่อหยาซานแปลงร่าง,ลวดลายของรูนอักขระก็ยังคงอยู่.

ทว่าอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น,ลวดลายอักขระนั้นจำเป็นต้องปรับสภาพให้เข้ากับร่างกายก่อนถึงจะใช้งานได้.

ปัญหานี้แก้ไขได้ไม่ยากนัก,จำเป็นต้องหาวัตถุดิบในการสัก,เป็นวัตถุดิบที่ผสานเข้ากับหนังและเกราะของเขาได้และมีความยืดหยุ่นขณะถูกกระตุ้นด้วยจิงซี.

เมื่อหยาซานแปลงร่างเป็นผู้บ้าบิ่น,ลวดลายอักขระนั้นจะมีจิงซีไหลเวียนอย่างรวดเร็ว,นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นการทำงานได้บนเกราะเมื่อแปลงร่าง.

หลังจากได้รับความสามารถใหม่,หยาซานก็สนุกเป็นอย่างมาก,ราวกับได้ของเล่นใหม่,ทว่าซูเห่าเข้าใจดี,แม้นว่าใบหน้าจะยิ้มแย้ม,ทว่าในใจนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังไม่จางหาย.

ซูเห่าทำการสลักลายลงบนร่างของหยาซานสิบอักขระรูนด้วยกัน.

“แข็ง” “ม่านพลัง” “โก่งโค้ง” “เจาะเกราะ” “คม” “กัดกร่อน” “ปะทุสองเท่า” “สว่างจ้า” “วงแหวนเพลิง” “กระแสไฟฟ้า” “ทุบ” “ผสานงาน” “ดูดซับแสง”

หยาซานฝึกฝนวิธีใช้รูนอักขระแต่ละตัวทั้งกลางวันกลางคืน,แม้แต่ฝึกฝนนำมาใช้ในการต่อสู้ด้วย.

สำหรับซูเห่าแล้ว,การมอบอักขระเหล่านี้ให้กับหยาซานหาได้มีอะไร,หยาซานที่รู้เพียงวิธีใช้,ไม่รู้หลักการ,หรือวิธีสร้างแต่อย่างใด.

นอกจากนี้,ซูเห่ายังเตรียมแผนการเผื่อเอาไว้,หากหยาซานทรยศ,อักขระเหล่านี้เขาสามารถเก็บมันกลับคืนได้ทุกเวลา.

สิ่งสำคัญที่สุด,ลำดับมนุษย์เกราะ,ดูเหมือนว่าจะเหมาะกับเขาจริง ๆ.

ไม่รู้ว่าหลังจากวิวัฒนาการเป็นอสูรหนามทะลวง,และปิศาจกระดูกหลังจากนี้,จะได้รับความสามารถใดมา.

ในวันหนึ่ง,หยาซานมาพบกับซูเห่า,เอ่ยอย่างสงบ“พี่ใหญ่เหว่ย,ข้าวางแผนลงมือกับอสูรหนามทะลวงคืนนี้”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“ต้องการให้ช่วยใหม?”

หยาซานส่ายหน้าไปมา“ไม่จำเป็น,ข้าต้องการใช้พลังที่มีอยู่เวลานี้,รับมือกับคนที่มีขั้นสูงกว่าด้วยตัวเอง,อย่างไรก็ตามพี่ใหญ่เหว่ย,โปรดคอยสนับสนุนข้าด้วย,หากข้าพลาดพลั้ง,ได้โปรดลงมือช่วยด้วย!”

ซูเห่าพยักหน้ารับ“ตกลง.”

ซูเห่าไม่ยอมให้หยาซานตายไปอย่างไร้ประโยชน์อย่างแน่นอน.

ในเวลานั้นเด็กสาวตัวน้อยที่เหมือนกับตุ๊กตาดินเผาห้าขวบยื่นหัวออกมา,เอ่ยถาม“พ่อ,ลุง,ท่านจะไปใหนรึ?นำไท่นีไปด้วย!”

ซูเห่าเอ่ย“เรียกพี่ชาย......”

ไท่นีเอ่ยอย่างเหนียมอาย“พี่ชาย..”

อย่างไรก็ตามซูเห่ารู้ดี พูดไปก็ไร้ประโยชน์,วันถัดมาสาวน้อยก็เปลี่ยนมาเรียกเขาว่า“ลุง”เช่นเดิม.

หยาซานเห็นไท่นี่ต้องการไปด้วย,ก็เผยยิ้มเหยเก,ปิดปาก,ไม่เอ่ยอะไรอีกต่อไป.

ซูเห่าก้าวไปด้านหน้าลูบศีรษะอีกฝ่าย,เอ่ยออกมาทันที“เจ้าต้องอยู่ดูแลบ้าน,พี่ชายจะให้เจ้าเลือกหนูตัวน้อยที่เจ้าชอบวันนี้,อยู่เป็นเพื่อนของเจ้า.”

ไท่นีดวงตาเบิกกว้าง,เอ่ยด้วยความดีใจ“จริงรึ?ข้าต้องการหนูตัวสีขาว.”

หนูเหล่านี้คือหนูที่ซูเห่าใช้ทดลอง,แต่ละตัวอ้วนปุก,ดูน่ารักน่าชังซึ่งไท่นีต้องการมานานแล้ว ต้องการเล่นกับมัน,ทว่าซูเห่าปฏิเสธมาตลอด,วันนี้อารมณ์ดี,จึงตอบสนองความต้องการของเธอ.

ซูเห่าเอ่ย“จะมอบให้กับเจ้าเวลานี้ล่ะ.”

ไท่นีที่คว้ามือของซูเห่า,ดึงไปในทันที“ไปเร็วเข้า.”

จากนั้นเธอก็ชี้ไปยังหนูอ้วนตัวหนึ่ง“ลุง,ข้าต้องการตัวนั้น.”

ซูเห่าที่พูดไม่ออก“เรียกพี่ชาย!”

ไท่นีหัวเราะคิคิ“พี่ชาย,ข้าต้องการตัวใหญ่ตัวนั้น!”

ซูเห่าที่จับหนูตัวโต,ส่งให้กับไท่นีเอ่ยออกมาว่า“นำมันไปเล่น! จะต้องดูแลให้ดีอย่าให้หนีได้.”

“รู้แล้ว!”ไท่นีกอดหนูตัวอ้วนแล้ววิ่งออกไปทันที.

ในเวลานั้นหยาซานที่ยิ้มออกมาได้,พร้อมกับถอนหายใจยาว,พร้อมกับกล่าวชมซูเห่า,“พี่ใหญ่เหว่ยท่านร้ายกาจมาก,สามารถจัดการเด็กได้อย่างง่ายดาย!”

ซูเห่าที่ยิ้มมุมปาก“แน่นอน!”

ไม่รู้ว่าเขาเกิดเป็นเด็กมากี่ชาติแล้ว,การรับมือกับเด็กนั้น,สบายมาก.

ทว่าก็ได้แต่ถอนหายใจยาวคร่ำครวญเหมือนกัน“เฮ้อ....ข้าก็ไม่อยากเป็นเด็ก,ต้องการโตให้เร็วเช่นกัน!”

กลางคืนมาถึงอย่างรวดเร็ว,การล่าเริ่มขึ้น,ภายในความเงียบและมืดมิด,การล่าเหยื่อเริ่มแล้ว.

ซูเห่าและหยาซานได้เตรียมพร้อม

จากนี้,ใครคือเหยื่อ?

จบบทที่ Chapter 110 Yashan carapace rune/symbol writing

คัดลอกลิงก์แล้ว