เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 74 I came

Chapter 74 I came

Chapter 74 I came


我来了

ซูเห่าอยู่ในพื้นที่รกร้าง,เขายังคงทำการวิจัยเหมือนเช่นแล้วมา,มีเพียงแค่เปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยในการวิจัยเท่านั้น.

มีเข้าเมืองมาบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อซื้อเติมวัตถุดิบอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็น.

จนกระทั่งเขาแวะเวียนมาถึงเมืองหลวงเผ่าพันธุ์มนุษย์,เมืองเหออัน.

เพื่อที่จะค้นหาวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิด,จำเป็นต้องเข้าใจองค์ความรู้ทั้งหมดที่เผ่ามนุษย์มีอยู่.

เขาที่ลองทดสอบค้นหาว่าจะมีวัตถุดิบอะไรหรือไม่ที่สามารถใช้สะกดจิงซีเอาไว้ได้,จากนั้นจะทำให้เขาสามารถเตรียมรูนอักขระล่วงหน้าเอาไว้ได้.

ซูเห่าที่กำลังทดสอบค้นหาวิธีหาวัตถุดิบที่ใช้เก็บจิงซี,ตลอดจนวัตถุดิบที่เป็นเหมือนกับสายไฟวงจรถาวรที่สามารถฝังมันลงไปบนอาวุธหรือชุดเกราะ,เมื่อต่อสู้เมื่อใส่จิงซีเข้าไป,สามารถทำให้รูนอักขระนั้นทำงานได้ในทันที.

ใช่แล้วซูเห่าต้องการวาดสลักรูนอักขระเอาไว้ก่อน,โดยไม่ต้องวาดสลักทุกครั้งเมื่อใช้งาน,ต้องไม่ลืมว่าเมื่อสลักรูนอักขระลงไปแล้วหากไม่มีจิงซีหล่อเลี้ยงมันจะหายไปในเวลาสามวัน.

อย่างไรก็ตาม,ซูเห่าไม่อาจทำสำเร็จ,ดูเหมือนว่าในโลกนี้จะไม่มีวัตถุดิบเช่นนั้น,หรืออาจจะมีแต่ยังไม่ค้นพบหรือบันทึกเอาไว้,กล่าวได้ว่าองค์ความรู้ชั้นสูงนั้นไม่มีปรากฏให้คนทั่วไปได้ศึกษาเลยแม้แต่น้อย.

กระทั่งนักสลักรูนอักขระที่มีในโลกนี้ยังทำได้แค่ศึกษาอย่างลับ ๆ,ไม่มีการพูดคุยหารือกันในวงกว้าง,เป็นสิ่งที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก.

ไม่มีวัตถุดิบที่ใช้เก็บจิงซีจริง ๆ อย่างงั้นรึ?

เป็นไปไม่ได้!

ซูเห่าเชื่อว่าต้องมีวัตถุดิบที่สามารถใช้เก็บจิงซีเอาไว้ได้.

ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะควบคุมจิงซีมันได้อย่างไร,เหล่าจอมยุทธ์แทบทั้งหมดสามารถควบคุมจิงซีได้,เช่นนั้นก็ต้องมีวิธีในการสะกดจิงซีแน่นอน.

ซูเห่าที่ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว,คิดในมุมที่ต่างออกไป.

“บางที....ไม่อาจสะกดได้อย่างงั้นรึ?”

จิงซีนั้นเป็นพลังชีวภาพ,พลังงานดังกล่าวนั้นต้องฝังอยู่ในสิ่งมีชีวิตอยู่ในเซลล์,เมื่อแยกออกมาจากร่าง,พลังในการควบคุมก็จะค่อย ๆ สลายหายไป.

ยกตัวอย่างจิงซีที่ถ่ายออกมาเคลื่อนย้ายไปยังดาบยาว,แม้นว่าจะปะทุพลังที่แข็งแกร่งได้,ทว่าก็ไม่อาจทำให้ดาบยาวทรงพลังอยู่ได้ตลอดเพราะดาบยาวนั้นไม่มีชีวิต.

ซูเห่าที่ครุ่นคิดเกี่ยวกับจิงซี“กล่าวอีกนัยหนึ่ง,การปรับแต่งจิงซีจะต้องอยู่ในสิ่งมีชีวิต,ไม่อาจกักเก็บในสิ่งที่ตายไปแล้ว!”

หากต้องการปรับแต่งจิงซี,ก็ต้องปรับปรุงวัตถุดิบที่สลักลงไปด้วย.

ซูเห่าที่ดวงตาเป็นประกาย“เช่นนั้น,ควรจะเติมอะไรลงไป,ทำให้วัตถุเป็นของเหลวอ่อนนุ่มเหมือนเซลล์,ก็จะทำให้กักเก็บจิงซีได้หรือไม่?”

ควรค่าที่จะทดลอง.

แผ่นสลักของซูเห่าเริ่มแรกนั้นทำมาจากโลหะ,เวลานี้เขาได้เปลี่ยนให้มันเป็นฝุ่นผง,จากนั้นพยายามที่จะเคลื่อนจิงซีไปบนแผ่นสลักแบบใหม่.

ล้มเหลว!

ฝุ่นผงที่เลียนแบบชิ้นเนื้อยังถือเป็นสิ่งที่ตายไปแล้ว,ไม่อาจกักเก็บพลังชีวภาพได้อย่างราบรื่น.

แม้นว่าจะใช้งานได้,แต่ก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้นาน.

ทำอย่างไรดี?

ซูเห่าที่ทดสอบวิธีการต่าง ๆ มากมาย.

ทันใดนั้น,สมองของเขาที่รู้สึกนึกอะไรขึ้นมาได้.

หนอนขน!!!

เขาที่คิดถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้,การศึกษาผ่าชำแหละสัตว์ร้ายบางตัวนั้นมีปรสิตซ่อนตัวอยู่.

เขาจำได้ว่ามีหนอนสีทองเหมือนกับเส้นใหมที่ซ่อนตัวชอนไชอยู่ในรูปแบบสัตว์ร้าย,เขาได้ตั้งชื่อมันว่าหนอนขน.

ทว่ามันมีกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนเป็นอย่างมาก.

ก่อนหน้า เขาเคยอดทนต่อกลิ่นที่ชวนอ๊วกศึกษาอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง.

เขาพบว่าหนอนขนเหล่านี้รูปร่างเพรียวบาง,แต่มีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งมาก,ต้องใช้จิงซีในรักษาชีวิตมันเอาไว้,ทว่าเขากับมองไม่เห็นประโยชน์ของมันเลย.

ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะมีประโยชน์อยู่อย่างงั้นรึ? นี่คือของขวัญสำหรับโลกนี้!

ซูเห่าพบว่าสัตว์ร้ายหลายตัวที่มีพลังสูง,ในร่างของพวกมันล้วนแต่มีหนอนขนกันทั้งนั้น.

ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ทำการใส่หนอนขนลงไปบนช่องว่างแผ่นจานสลัก,เป็นเหมือนกับสายไฟเชื่อมต่อจุดต่าง ๆ,ควบคุมความหนาและบางอย่างระเอียด,หลังจากนั้นเขาก็ทำการเติมจิงซีลงไป.

สำเร็จ,หลังจากเปิดใช้งาน,อักขระสว่างจ้าทำงานทันที.

สมบูรณ์แบบ.

ซูเห่าที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก.

นอกจากนี้หนอนขน,ยังปลอดภัยเปี่ยมล้นด้วยพลังชีวิต,นอนนิ่งราวกับว่ามันอิ่มจนแน่นท้อง.

เขาได้ทำลองซ้ำ ๆ!

เขาพบว่ามันทำงานได้อย่างราบรื่นเป็นอย่างมาก,จนทำให้เขาทดลองไม่หลับไม่นอนถึงสองวันสองคืน.

การค้นพบครั้งนี้,เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาโลกใบนี้.

......

ผ่านมาอีกหนึ่งปีครึ่ง.

เวลานี้ซูเห่ามีอายุ 15 ปี.

เขาเสร็จสิ้นในการสร้างรูนอักขระพื้นฐาน,รูนอักขระทั้งหมดที่เขาค้นพบได้วิเคราะห์สร้างมันขึ้นมาเป็นรหัส.

มีรูนอักขระทั้งหมด 800 อักขระรูนพื้นฐาน.

เกี่ยวกับลักษณะพิเศษของรูนอักขระพื้นฐานแบ่งออกเป็นเก้าลำดับ,แต่ละลำดับนั้นยังแบ่งออกเป็นขั้นต่าง ๆ ถึงสิบขั้น.

รูนอักขระพื้นฐานทั้ง 800 ตัวนั้น,มีการบันทึกเป็นไปตามระบบที่เขาคิดค้นขึ้นมา

ยกตัวอย่างลำดับหนึ่งรูนอักขระพื้นฐานขั้นหนึ่งก็จะแทนด้วย 11,รูนลำดับสองขั้นหนึ่งก็จะแทนด้วย 21,ลำดับสามขั้นหนึ่งก็จะแทนด้วย 31,อักขระตัวเลขตัวแรกจะเป็นสัญลักษณ์แทนปริมาณพลังงานที่ใช้ไป.

ส่วนลำดับหลังคือประสิทธิผลของมัน,ยิ่งมีจำนวนของตัวเลขมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น.

จากนั้น,เขาที่ทำการสร้างแผ่นสลักรูปแบบใหม่ขึ้นมา.

ซูเห่าที่ได้สร้างรูนอักขระบอลเพลิง,อักขระรูนโคนน้ำแข็ง,รูนเจาะทะลวง,รูนเสริมพลัง,รูนหลากหลาย,ที่ไม่อาจเห็นในสัตว์ร้ายทั่วไป.

นอกจากนี้ยังมีรูนที่ใช้ทำความสะอาจเสื้อผ้า,รูนสร้างลม,รูนฉีดน้ำความดันสูง,รูนกำจัดฝุ่น,รูนคัดลอก,รูนปิ้งย่าง,รูนไอน้ำ....

ฟังก์ชันของรูนเหล่านี้,ไม่ใช่ใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตหรอกรึ?

แน่นอนว่าเขาไม่ได้แค่สร้างรูนสำหรับคนทั่วไป,เขายังสร้างรูนที่ใช้สลักลงไปบนอาวุธและชุดเกราะ.

ตลอดจนทำให้มันง่ายขึ้นที่แม้แต่จอมยุทธ์ทั่วไปก็สามารถสลักมันได้ลงบนดาบ,ซึ่งมีระบบจำลองผลของพลังที่แตกต่างกันไปด้วย.

ยกตัวอย่างรูนที่สลักลงบนดาบยาวนั้น,จะมีรูนสามตัวเช่น“แข็ง” “คม” “เจาะ” ทำให้อาวุธทรงพลังมากกว่าปรกติ.

หากทหารเมืองหลิงหยุนใช้ดาบที่มีรูนสลัก,เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถฟันหนวดของสัตว์ร้ายเมิ่งสวีได้อย่างแน่นอน.

แม้นว่าจะยังไม่อาจต่อกรกับสัตว์ร้ายเมิ่งสวีได้,ทว่าจากก่อนหน้าไม่อาจสร้างรอยแผลได้เลย,ตอนนี้ก็ทำได้บ้างเล็กน้อย,หากช่วยกันคนละไม้คนละมือสร้างบาดแผลเล็กน้อยจำนวนมากผสมกันอาการบาดเจ็บของสัตว์ร้ายเมิ่งสวีก็จะมากขึ้นเป็นธรรมดา.

นอกจากนี้ยังสลักอักขระบนชุดเกราะ“แข็ง” “โก่งตัว” “ม่านพลัง” “สั่นสะเทือน” ทำให้มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก,แม้แต่สัตว์ร้ายเมิ่งสวีก็ไม่อาจทะลวงผ่านมันได้.

นี่หมายความว่าอย่างไร?

นี่คือการปฏิวัติประวัติศาสตร์.

เผ่าพันธุ์มนุษย์กำลังจะเปลี่ยนไป.

นอกจากนี้,หลังจากเติมจิงซีลงไปในหนอนขน,มันจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงหนึ่งปีครึ่ง.

หนอนขนชุดแรกที่ซูเห่าจับมา,ยังไม่ตาย,มันถูกใช้เป็นลวดลายรูนอักขระที่เปล่งประกาย,ทว่าการใส่มันลงไปในโลหะก็ทำให้มันดูไร้ชีวิตจิตใจไปเหมือนกัน.

อย่างไรก็ตามหาได้สำคัญ,ตราบเท่าที่หนอนคงยังใช้ประโยชน์ได้,ก็ถือว่ามีประโยชน์,นำความรุ่งโรจน์มาสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว.

หนอนขนคงไม่คิดว่าพวกมันจะน่าเกรงขามขนาดนี้,เวลานี้มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มพลังแข็งแกร่ง,โดยที่บรรพบุรุษของมันไม่อาจเทียบได้เลย.

นอกจากนี้,ซูเห่าได้เขียนตำราขึ้นมาสองเล่ม,เล่มแรก“เส้นทางนักรบ”

ข้อมูลด้านในประกอบด้วย“ผู้เริ่มต้นฝึกยุทธ์” “หลักการทะลวงคอขวดปราณโลหิต” “การสร้างแรงเหวี่ยงบนจุดชีพจร” “คลื่นยกระดับปราณโลหิตและแนวคิดเกี่ยวกับการค้นหาคลื่นยกระดับปราณโลหิต” “บันทึกการก้าวสู่ขอบเขตปรมาจารย์” “บันทึกการฝึกฝนขอบเขตปรมาจารย์” จากนั้นเขายังเพิ่มเรื่องราวเกี่ยวกับจรรยาบรรณเข้าไปด้วย“จรรยาบรรณหัวใจผู้ฝึกยุทธ์,พลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์”

หนังสือเล่มหนาเต็มไปด้วยข้อมูลเชิงลึก,ทำให้ซูเห่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก.

เขาที่วางแผนที่จะเผยแพร่“เส้นทางนักรบ” ไปทั่วแผ่นดิน.

หลังจากนั้น,เพี่อสะดวกในการเผยแพร่,เขาได้สร้างอีกหนึ่งเวอร์ชัน,แยกแต่ละบทออกจากกัน,ทำให้มันมีข้อมูลหลายเล่ม.

เมื่อมันเป็นที่นิยมผู้คนจะทำการรวบรวมมันกลับมาเป็นเวอร์ชันเต็มเอง,ซึ่งจะทำให้หนังสือเป็นที่สนใจและกระจายออกไปเป็นวงกว้าง.

นอกจากนี้,ตำราอีกหนึ่งเล่มมีชื่อว่า“สูตรสมบูรณ์ในการสลักวาดรูนอักขระ”

ภายในนั้นประกอบด้วย“รูนสลักจากรูปแบบสัตว์ร้าย” “การวาดสลักรูนแบบสามมิติ” “โครงสร้างทฤษฎีแผ่นสลัก” “พื้นฐานการทำให้รูนอักขระสมบูรณ์” “ตัวอย่างการสลักรูนอักขระ” “ความยอดเยี่ยมของธรรมชาติ-หนอนขน” “การใช้รูนในชีวิตประจำวันและการใช้รูนอักขระในการต่อสู้” “เป้าหมายของการสำรวจวิจัยรูนอักขระ” ท้ายที่สุดเขาก็เพิ่มจรรยาบรรณ “หลักการจรรยาบรรณนักสลักรูน,แนวคิดเกี่ยวกับการสำรวจจักรวาล”

ซูเห่าที่จ้องมองตำราทั้งสองด้วยความพอใจ,พร้อมกับลงชื่อ “นักเดินทาง.”

สมบูรณ์แบบ!

เขายกมือขึ้น,คว้าจับไปบนท้องฟ้า.

“ได้เวลาตอบแทนโลกนี้แล้ว!”

จบบทที่ Chapter 74 I came

คัดลอกลิงก์แล้ว