เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 : ตัวซวยในบ้าน

บทที่ 2 : ตัวซวยในบ้าน

บทที่ 2 : ตัวซวยในบ้าน


บทที่ 2 : ตัวซวยในบ้าน

สือชิงลั่วชูลูกบอลสีดำที่อยู่ในมือขึ้น

นางจงใจทำหน้าตาคล้ายคนที่กำลังคลั่ง “ในเมื่อพวกเจ้าอยากให้ข้าตายนัก เช่นนั้นก็มาตายด้วยกันเสียเลย”

ลูกชายคนที่สามของบ้านสือพูดถากถาง “เจ้าอยากให้พวกข้าตายด้วยก้อนดำๆในมือของเจ้าอย่างนั้นหรือ? สมองของเจ้าคงใช้การไม่ได้แล้วสินะ?”

ทุกคนต่างมีสีหน้าเยาะเย้ย พวกเขาคิดว่านังเด็กน่าตายคงจนตรอกจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว

สือชิงลั่วยิ้มเยาะ “เช่นนั้น ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้เห็น”

นางหยิบที่จุดไฟออกมาจากอกเสื้อและจุดไฟใส่ลูกบอลสีดำ จากนั้น นางก็โยนมันไปทางพื้นที่ว่างอีกด้านของลานบ้าน

เจ้าของร่างเดิมต้องจุดไฟเพื่อทำอาหารในทุกๆวัน นางจึงมีที่จุดไฟติดตัวอยู่เสมอ

นางอยากโยนมันไปทางพวกเขา แต่หากมีคนได้รับบาดเจ็บหรือตายขึ้นมา นางก็ต้องติดคุก มันไม่คุ้มค่าเลยสักนิด

“บูม!” ลูกบอลสีดำระเบิด

มันทำลายต้นไม้ที่ปลูกไว้ในลานบ้านและเหลือไว้เพียงหลุมที่พื้นเท่านั้น

ทุกคนต่างตื่นตะลึง

เมื่อได้เห็นพลังอำนาจของลูกบอลสีดำแล้ว คนบ้านสือต่างนึกถึงนักพรตเต๋าที่ขึ้นสู่สวรรค์กลายเป็นเซียนไปแล้ว

เมื่อสองเดือนที่แล้ว ได้เกิดเสียงระเบิดคล้ายกันขึ้นบนเขา จากนั้น ก็มีเปลวไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้นักพรตเต๋าตายและเหลือไว้เพียงวัดเต๋าที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น

ทุกคนรวมไปถึงคนบ้านสือ ต่างเชื่อว่านักพรตเต๋าได้กลายเป็นเซียนไปแล้ว

แต่ตอนนี้ พวกเขาชักเริ่มไม่แน่ใจ

สือชิงลั่วกำลังเล่นลูกบอลสีดำอีกลูกที่อยู่ในมือ นางเลิกคิ้วและมองไปทางพวกเขา

“พวกเจ้ายังอยากลิ้มลองพลังของลูกไฟอยู่อีกหรือไม่? นี่คือสิ่งที่อาจารย์มอบให้ข้าเพื่อใช้ป้องกันตัว ถ้าพวกเจ้าไม่เชื่อ พวกเจ้าอยากจะลองดูก็ได้”

นางทำเสียงฮึมฮัม “หากข้าต้องแต่งเข้าตระกูลหวูและถูกฝังไปพร้อมกับคุณชายหวู เช่นนั้น พวกเจ้าทุกคนก็ต้องตายไปพร้อมกับเขา มันคงคึกคักน่าดูหากได้ไปพร้อมกันหลายๆคน”

นี่คือลูกระเบิดที่นักพรตเต๋าได้ทำการคิดค้นขึ้นมา

เขากำลังศึกษาเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุ และบังเอิญสร้างระเบิดออกมาได้

หลังจากนั้น เขาก็เริ่มศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมและยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องตาย

หลังจากที่นักพรตตายไปแล้ว เจ้าของร่างเดิมก็นำตำรา หีบใส่ของสองหีบ และลูกบอลสีดำออกมาจากซากปรักหักพัง

สือชิงลั่วมาจากโลกอนาคต ทันทีที่นางได้เห็นของสิ่งนี้ นางก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือระเบิด

นางจึงนำมันออกมาใช้งาน

ลูกชายสามบ้านสือไม่อยากตาย เขาจึงไม่กล้าเข้าไปจับนางเพื่อส่งไปฝังร่วมกับคุณชายหวู

คนบ้านสือต่างพูดไม่ออก

ไม่ พวกเขาไม่อยากลิ้มลองพลังของมัน และไม่อยากถูกฝังไปกับคุณชายหวู

ตาเฒ่าสือที่เงียบอยู่นานก็ได้พูดขึ้นมา “เจ้าต้องการอะไร?”

สือชิงลั่วพูด “ข้าต้องการให้พวกเจ้ายกเลิกสัญญาการแต่งงานกับคนตระกูลหวู และข้าต้องการเลือกคนที่ข้าต้องการแต่งงานด้วยในภายภาคหน้า”

“แต่หากข้าไม่รอด เช่นนั้นพวกเราก็ตายไปด้วยกันเสียเลย”

“อาสี่เป็นบัณฑิตที่มีอนาคตสดใสรออยู่ เขาอาจจะกลายเป็นขุนนางในอนาคต ข้าไม่คิดว่า เขาอยากตายตั้งแต่อายุยังน้อย จริงหรือไม่?”

ลูกชายสี่บ้านสือมีท่าทีลังเล เขายังไม่อยากตายตอนนี้

นังเด็กน่าตายจับจุดอ่อนของพวกเขาได้ในทันที

ตาเฒ่าสือมองไปทางยายเฒ่าสือ

นางจึงทำได้เพียงยิ้มขออภัยหญิงชรา “ท่านก็เห็น เราไม่มีทางเลือกจริงๆ”

สือชิงลั่วมองไปทางหญิงชราด้วยแววตามุ่งร้ายและส่ายลูกบอลสีดำในมือไปมา “ไม่สำคัญว่าตระกูลหวูต้องการให้ข้าแต่งงานเข้าไปหรือไม่ แต่ในเมื่อพวกเจ้าล้วนรู้สึกสงสารเห็นใจคุณชายหวู เช่นนั้นเราก็ลงนรกไปพร้อมกันเถอะ”

นางยกยิ้มและถาม “ข้าเชื่อว่า พวกเจ้าคงอยากไปรับใช้คุณชายหวูในโลกหลังความตายเช่นกัน ใช่หรือไม่?”

หญิงชราและบ่าวที่อยู่ด้านหลัง “...” ไม่ พวกเขาไม่ต้องการ

นางรู้ว่า ตราบใดที่นังเด็กน่าตายมีของสิ่งนั้นอยู่ในมือ พวกนางก็ไม่สามารถพาตัวนางไปด้วยได้ เพราะต่างก็ไม่มีผู้ใดอยากตาย

กระต่ายจะกัดก็ต่อเมื่อมันตื่นตระหนก มนุษย์ก็เช่นกัน

ทั้งหมดเป็นความผิดของคนบ้านสือ พวกเขาปล่อยให้นังเด็กน่าตายรู้ตัวว่าจะถูกส่งไปตาย พวกเขาเป็นตัวไร้ประโยชน์ที่ทำลายแผนการทั้งหมดลง

ไม่รู้ว่าการหาตัวเจ้าสาวคนใหม่จะทันเวลาหรือไม่

“ในเมื่อสือกูเหนียงไม่ต้องการแต่งเข้าตระกูลหวู ข้าก็คงต้องกลับไปรายงานให้นายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินทราบ”

หลังจากพูดกับสือชิงลั่วจบ นางก็หันไปพูดกับยายเฒ่าสือ “เจ้าส่งคนตามข้ากลับไปยกเลิกการแต่งงานที่ตระกูลหวู”

ยายเฒ่าสือหันไปทางหนิวซื่อกับลูกชายคนที่สามของนางด้วยสีหน้าไม่น่าดู “พวกเจ้าไปซะ”

พวกเขาต้องสูญเสียเงินในมือไป ในใจของพวกเขาต่างสาปแช่งนังเด็กน่าตายไม่หยุด

หลังจากพวกเขากลับไปกันแล้ว สือชิงลั่วก็ใช้เชือกมัดระเบิดที่เหลืออยู่และพันเอาไว้รอบเอวของตัวเอง แต่นางยังคงถือที่จุดไฟเอาไว้ในมือไม่ปล่อย

หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว นางก็หันไปทางลูกชายสามบ้านสือและเลิกคิ้วขึ้น “หากผู้ใดอยากตาย ก็บอกข้าได้ ข้ายินดีช่วยให้พวกเขาสมปรารถนา”

ยายเฒ่าสืออดสาปแช่งออกมาไม่ได้ “เจ้ามันไร้หัวใจ ทำไมถึงได้กล้าปฏิบัติกับผู้อาวุโสเช่นนี้? เจ้าไม่กลัวตกนรกหรืออย่างไร? เจ้า...”

“หากพวกเจ้าไม่กลัวตกนรก ข้าก็เช่นกัน” สือชิงลั่วยิ้มเยาะ

“ดูเหมือนว่า ท่านย่าอยากลงไปเดินเล่นที่นั่นล่วงหน้าใช่หรือไม่?”

จากนั้น นางก็หยิบลูกบอลสีดำออกมาลูกหนึ่งและทำสีหน้าราวกับกำลังจะจุดไฟและโยนออกไป

ยายเฒ่าสือที่เอาแต่สบถด่าก็ต้องเงียบปากในทันที ราวกับมีใครอุดปาดเอาไว้

คนอื่นต่างโมโหจนหน้าอกร้อนราวกับถูกไฟเผา แต่พวกเขาต่างก็ไม่มีใครกล้าว่ากล่าวนาง

สือชิงลั่วหาว “ข้าจะกลับไปนอน ถึงเวลาอาหารก็ปลุกข้าด้วยล่ะ”

“ไม่อย่างนั้นละก็!” นางโยนลูกบอลในมือขึ้นลงและส่งยิ้มเย็นในกับคนในลานบ้าน “พวกเจ้าคงรู้ดีว่าข้าหมายถึงอะไร”

คนบ้านสือ “......” ทำไมในบ้านของพวกเขาถึงได้มีมารร้ายอยู่ด้วย?

สือชิงลั่วเปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องเก็บฟืน นี่เป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าของร่างเดิมหลังจากที่กลับมาอยู่บ้าน

เจ้าของร่างเดิมใช้แผ่นไม้สองแผ่นทำเป็นที่นอน ส่วนฟูกกับผ้านวมเป็นของที่นางนำกลับมาจากวัดเต๋า

นางล้มตัวลงนอนและคิดถึงสิ่งที่จะทำต่อจากนี้

จากความทรงจำ นางได้เรียนรู้ว่า นี่คือราชวงศ์ที่ไม่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง และเกิดเป็นราชวงศ์ต้าเหลียงขึ้นมาแทนที่

ราชวงศ์ต้าเหลียงมีจักรพรรดิขึ้นครองราชย์เพียงสองพระองค์เท่านั้น

มันมีความคล้ายคลึงกับราชวงศ์ถัง ที่ค่อนข้างอิสระและสตรีไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบมากนัก ซึ่งคล้ายกับช่วงปลายของรัชสมัย

แต่สตรีจะสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองและออกไปใช้ชีวิตตามลำพังได้ก็ต่อเมื่อพวกนางไร้บ้านเดิมหรือสามีตายเท่านั้น

ดังนั้น มันเป็นไม่ได้ที่นางจะแยกตัวออกจากบ้านสือ

และยิ่งเป็นไปไม่ได้ หากนางต้องการหนีไปเพียงคนเดียว

นั่นเป็นเพราะนางจำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตนเมื่อต้องเดินทางไปต่างถิ่น

หากนางถูกจับได้ว่าหนีมา นางก็จะถูกจับและกลายเป็นทาส นางจะถูกตีตราเป็นทาสหลวงและถูกขายหรือเนรเทศ

โดยเฉพาะในช่วงที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ มักมีกฎเกณฑ์ที่แต่ละอาณาจักรให้ความสำคัญ ทุกอาณาจักรล้วนกลัวการสูญเสียกำลังคน พวกเขาจึงเข้มงวดกับเรื่องทะเบียนราษฎร์เป็นพิเศษ

อีกทั้งยังมีกฎเกณฑ์งี่เง่าที่เมื่อบุรุษวัย 17ปี และสตรีในวัย 18 ปีที่ยังไร้คู่ พวกเขาก็จะถูกทางการบังคับให้ต้องแต่งงาน

หากพวกเขาไม่ยินยอมหรือต่อต้าน พวกเขาก็จะถูกจับขังด้วยโทษของการขัดต่อกฎหมาย

ตอนนี้ นางอายุเกือบสิบหกปีแล้ว เหลือเวลาเพียงหนึ่งปีกว่าก่อนที่จะถูกบังคับให้ต้องแต่งงาน

หลังจากที่คิดดูแล้ว สือชิงลั่วก็คิดได้ว่า มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ และนั่นก็คือการแต่งงาน

หากคนบ้านสือเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ พวกเขาจะต้องโยนนางลงไปในกองไฟอีกกองเป็นแน่

สือชิงลั่วไม่มีทางทำร้ายตนเอง

แทนที่จะให้คนอื่นตัดสินใจเรื่องการแต่งงาน นางขอเป็นผู้เลือกคนที่เหมาะสมเองดีกว่า

จบบทที่ บทที่ 2 : ตัวซวยในบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว