- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลก คราวนี้ขอเทครอบบ้านทรยศก่อนละกัน
- บทที่ 11 ออกจากโรงพยาบาล
บทที่ 11 ออกจากโรงพยาบาล
บทที่ 11 ออกจากโรงพยาบาล
ในวันที่อากาศเริ่มเย็นลง เว่ยหมิงกับต้าเป่าก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ต้าเป่าดูซีดเซียวอิดโรยจากความทรมานที่ผ่านมา ส่วนเว่ยหมิงก็ดูซึมกระทือเพราะอาหารที่โรงพยาบาลไม่ถูกปากมาหลายวัน
ขณะที่เจินเจินเองก็หน้าดำคร่ำเครียด เพราะถูกเจ้านายตำหนิอย่างหนักที่ลาหยุดไปหลายวัน
เว่ยอู่นั่งหน้าเครียดอยู่กลางห้องนั่งเล่น ท่าทีใจดีที่เคยมีหายไปหมด เขากวาดตามองสมาชิกในครอบครัวที่เพิ่งก้าวเข้ามา และรู้สึกขัดหูขัดตาไปเสียหมด
ยิ่งพอเจินเจินมุดหัวอยู่ในครัวเกือบทั้งวัน แต่กลับทำออกมาได้แค่ผัดผักจืดชืดกับเนื้อผัดที่ยังมีกลิ่นคาว ต้าเป่าก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร้องไห้งอแงออกมา
“หนูไม่กินอันนี้! มันไม่อร่อย! หนูจะกินกับข้าวฝีมือย่า!”
ใบหน้าของเว่ยหมิงก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เขาไม่อยากทะเลาะกับเจินเจินอีก เลยปล่อยให้ลูกชายโวยวายไป
ความพยายามเกือบทั้งวันของเจินเจินถูกเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย เธอจึงหมดความอดทน เธอทำอะไรเว่ยหมิงหรือเว่ยอู่ไม่ได้ เลยหันไปตวาดใส่ต้าเป่าแทน
“จะกินหรือไม่กิน! มีให้กินแค่นี้แหละ ไม่มีอย่างอื่น! ถ้าไม่อยากกินก็อดไปเลย!”
คำพูดนี้แม้จะมุ่งเป้าไปที่ต้าเป่า แต่ก็ตั้งใจกระทบชิ่งไปถึงสองพ่อลูกที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ด้วยกัน
เว่ยหมิงขมวดคิ้วมุ่นยิ่งกว่าเดิม แต่เว่ยอู่กลับทุบโต๊ะอาหารเสียงดังลั่น! จนต้าเป่าตกใจกลัวจนต้องกลืนเสียงร้องไห้กลับลงคอ
“โทรหาแม่แกสิ! บอกให้รีบไสหัวกลับมา! แก่ปูนนี้แล้วยังเที่ยวร่อนไปทั่วแทนที่จะอยู่บ้าน! ถ้ามันไม่กลับมา ก็บอกมันไปเลยว่าไม่ต้องกลับมาอีกตลอดชีวิต!”
เว่ยอู่กระแทกชามข้าวลง แล้วเดินปึงปังกลับเข้าห้องไป
แม้ว่าเจินเจินกับเว่ยหมิงจะยังเคืองกันอยู่ แต่ทั้งคู่กลับรู้สึกโกรธแค้นหวังชุ่ยเฟินมากกว่า รู้สึกว่าถ้าหวังชุ่ยเฟินไม่ก่อเรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้ ครอบครัวของพวกเขาก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องน่าหงุดหงิดสารพัดอย่าง
เมื่อเว่ยอู่สั่งการ เว่ยหมิงก็ได้แต่ทำตาม เขากดโทรศัพท์หาหวังชุ่ยเฟิน
ในขณะนั้น หวังชุ่ยเฟินกำลังเฝ้าดูต้าหวงตกลูกหมาตัวน้อยๆ ออกมาเป็นครอก หัวใจของเธอกำลังอบอุ่นกับลูกสุนัขน่ารักๆ แต่เสียงเรียกเข้าที่แหลมแสบแก้วหูก็ขัดจังหวะขึ้นมา
เธอหยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นว่าเป็นเบอร์ของเว่ยหมิง แม้จะไม่อยากรับสาย แต่หวังชุ่ยเฟินก็จำต้องรับ เธอเกรงว่าคนพวกนี้จะบ้าจี้ไปแจ้งตำรวจให้มาตามหาเธอถึงบ้านเก่า
แม้โอกาสจะน้อยนิด แต่หวังชุ่ยเฟินก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องยุ่งยาก
“มีอะไร?”
“แม่ กลับมารึยังครับ?”
“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามาหนึ่งอาทิตย์? นี่มันเพิ่งผ่านไปกี่วันเอง?”
หวังชุ่ยเฟินพูดอย่างรำคาญเต็มทน แต่เว่ยหมิงกลับดูหัวเสียยิ่งกว่า
“คนที่บ้านนอกนั่นคงตายกันไปหมดแล้วมั้ง! แม่จะกลับไปทำอะไรนักหนา! รู้ไหมว่าพอแม่ไม่อยู่ บ้านมันวุ่นวายแค่ไหน? ผมต้องนอนโรงพยาบาลตั้งสามวัน ไม่ได้กินอะไรดีๆ เลย!”
“กินไม่ดีก็ไปหาเจินเจินของแกสิ หรือถ้าไม่ได้เรื่อง พ่อแกก็อยู่นี่ ว่าไงนะ? ทั้งสองคนไม่สนใจแกเลยเหรอ?”
หวังชุ่ยเฟินแอบรู้สึกสะใจอยู่ลึกๆ แต่เว่ยหมิงฟังไม่ออก
“เจินเจินจะไปทำเรื่องพวกนี้เป็นได้ยังไง? เธอเป็นคนเมืองนะ แยกต้นหอมกับกระเทียมยังไม่ออกเลย... ต้าเป่าท้องร่วงทำห้องเละเทะไปหมด ก็ไม่มีใครเก็บกวาด จนตอนนี้เพื่อนบ้านเขามาโวยวายกันหมดแล้ว!”
“เจินเจินเป็นคนเมือง แล้วแกหละเว่ยหมิง แกมันคนบ้านนอก ลืมไปแล้วรึไง? แกก็แยกไม่ออกเหมือนกัน? แล้วพวกแกไม่มีมือมีตีนกันหรือไง? หรือจะรอให้ฉันกลับไปเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้!”
เว่ยหมิงโดนย้อนจนจุกอกและเริ่มหมดความอดทน
“พ่อบอกให้แม่รีบกลับมา ไม่งั้นก็ไม่ต้องกลับมาอีกเลย! ผมซื้อตั๋วรถไฟให้แม่คืนนี้แล้วนะ! ผมทำได้แค่นี้แหละ ที่เหลือแม่กลับมาจัดการเองแล้วกัน!”
เว่ยหมิงตัดสายทิ้งทันที เขาไม่ได้บอกหวังชุ่ยเฟินว่าเขาจองตั๋วแบบ 'ที่นั่งแข็ง' ให้ ตั๋วตู้นอนแพงกว่ากันเยอะ เขายอมจ่ายไม่ไหวหรอก อีกอย่าง เขาก็กำลังโกรธหวังชุ่ยเฟินที่ทอดทิ้งเขาตอนอยู่โรงพยาบาล
พอวางสาย หวังชุ่ยเฟินเพิ่งนึกขึ้นได้ เลยลองเปิด 'กรุ๊ปแชทลูกบ้าน' ดู ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอไม่ได้เปิดมือถือเลย ในกรุ๊ปมีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านหลายร้อยข้อความ และทุกข้อความก็จงใจแท็กชื่อเธอ
“@402 คุณหวังชุ่ยเฟิน บ้านคุณมีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ? บ้านฉันได้กลิ่นแปลกๆ”
“@402 คุณหวังชุ่ยเฟิน บ้านฉันก็ได้กลิ่น เหม็นจนจะอ้วกอยู่แล้ว รีบมาเคลียร์ด่วน!”
“@402 คุณหวังชุ่ยเฟิน ตามนั้นค่ะ”
...เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงแทบทุกคนเข้ามาโพสต์ข้อความ จากนั้น เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบ เพื่อนบ้านก็คงจะนัดกันไปดูที่ห้อง 402 เอง
แล้วก็มีคนโพสต์รูปโดยไม่ระบุตัวตนเข้ามาในกรุ๊ป ในรูปคือบ้านของเธอ ประตูหน้าห้องเปิดอ้า มองเห็นห้องน้ำที่อยู่ใกล้ประตูมีน้ำสีเหลืองเจิ่งนองเต็มพื้น และมีร่างคนที่ถูกเบลอภาพยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู
ใต้ภาพมีข้อความจากคนคนนั้นโพสต์ไว้ว่า
“ช่วยด้วย! ครอบครัวนี้ทำบ้านเหม็นกลิ่นอุจจาระตลบอบอวลไปหมด! น่าขยะแขยงที่สุด! เพื่อนบ้านคะ ที่พวกคุณได้กลิ่นเหม็นๆ กันน่ะ มันคือกลิ่นอุจจาระที่ลอยออกมาจากบ้านนี้แหละ!”
เพียงเท่านั้น กรุ๊ปแชทก็ระเบิดทันที อีโมจิรูปอ้วกถูกส่งมารัวๆ บางคนถึงกับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ในที่สุดหวังชุ่ยเฟินก็เข้าใจ ไม่น่าแปลกใจที่เว่ยหมิงอยากให้เธอกลับไปนัก เขาต้องการให้เธอกลับไปเป็นกระสอบทรายรับคำด่าแทนนี่เอง
เผลอๆ เว่ยอู่คงจะพลิกลิ้น โบ้ยว่าเธอเป็นคนทำห้องน้ำเละเทะ
เธอมองร่างที่ถูกเบลอในภาพอีกครั้ง จำได้ทันทีว่าเป็นเว่ยอู่ ปกติเขาเป็นคนรักษาภาพลักษณ์ที่สุด ยิ่งกว่านั้นยังเป็นคนหยิ่งทะนงในหน้าที่การงานที่ดูดีของตัวเอง
เสื้อผ้าต้องเปลี่ยนบ่อยๆ และทุกชิ้นต้องรีดให้เรียบกริบก่อนใส่ เธอนึกอยากจะรู้จริงๆ ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรที่ต้องมาโดนคนอื่นรุมดูในสภาพอุจาดตานั่น
อย่างไรก็ตาม เพราะในกรุ๊ปแชทลูกบ้านนี้มีแค่เธอคนเดียวจากครอบครัว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เพื่อนบ้านเลยรุมประณามด่าทอแต่เธอ แบบนี้มันใช้ไม่ได้
หวังชุ่ยเฟินจัดการดึงทั้งเว่ยอู่ เว่ยหมิง และเจินเจิน ไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คนเดียว เข้ามาในกรุ๊ปแชทลูกบ้าน จากนั้นเธอก็แท็ก @all (ทุกคน) แล้วส่งข้อความไปว่า
“เรียนเพื่อนบ้านทุกท่าน เนื่องจากดิฉันกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดตลอดหลายวันที่ผ่านมา เลยเพิ่งจะทราบเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านวันนี้ ดิฉันต้องขออภัยเพื่อนบ้านทุกท่านด้วยนะคะ นี่คือสมาชิกครอบครัวของดิฉัน หากเพื่อนบ้านมีปัญหาอะไร สามารถติดต่อพวกเขาได้โดยตรงเลยค่ะ!”
ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป เหล่าเพื่อนบ้านก็เริ่มแท็กหาคนอื่นทันที
“@เว่ยอู่ คุณทำความสะอาดบ้านรึยังคะ? ทำไมมันยังเหม็นอยู่เลย?”
“@เว่ยหมิง ครอบครัวคุณทำเละเทะขนาดนี้ ไม่คิดจะชดใช้ค่าเสียหายทางจิตใจให้เราบ้างเหรอ? ตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกเรานอนก็ไม่หลับ กินข้าวก็ไม่ลงเพราะกลิ่นเหม็นจากบ้านคุณ สุขภาพจิตเสียหมดแล้ว!”
“@เจินเจิน ใช่เลย! มัวทำอะไรกันอยู่ทั้งครอบครัว? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ชดใช้ แต่ยังไม่คิดจะออกมาขอโทษก่อนเลยเหรอ? ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!”
...เมื่อเห็นคนทั้งสามถูกรุมวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง หวังชุ่ยเฟินก็อดที่จะยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ ในชาติก่อน ตอนที่พวกเขาผลักเธอออกไปเป็นตัวร้าย เธอรู้ซึ้งดีว่าเพื่อนบ้านพวกนี้ฝีปากจัดจ้านแค่ไหน
แม้ว่าตอนนี้ทุกคนจะยังคงรักษามารยาทอยู่บ้าง แต่สำหรับพวกคนที่เสแสร้งรักษาภาพลักษณ์มาตลอด การโดนแบบนี้ย่อมเจ็บปวดรุนแรงแน่นอน
และก็เป็นไปตามคาด เว่ยหมิงรีบโทรกลับมาทันที
หวังชุ่ยเฟินจึงกดรับสาย