- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลก คราวนี้ขอเทครอบบ้านทรยศก่อนละกัน
- บทที่ 6 ท้องไส้ปั่นป่วน
บทที่ 6 ท้องไส้ปั่นป่วน
บทที่ 6 ท้องไส้ปั่นป่วน
หวังชุ่ยเฟินไม่สนใจเจินเจิน เธอก้มหน้าก้มตากินอาหารของตัวเองต่อไปอย่างเงียบๆ
ต้องยอมรับว่า อาหารรสจัดจ้านพวกนี้มันช่วยแก้เลี่ยนได้ดีจริงๆ ทั้งเผ็ดทั้งชา พอกินเข้าไปคำหนึ่งแล้วก็หยุดไม่ได้
อันที่จริง สมัยสาวๆ เธอก็เป็นคนหนึ่งที่ตะลอนชิมไปทั่ว ชอบอาหารรสจัดจ้านเป็นพิเศษ ที่เลิกกินไปก็เพราะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้เว่ยหมิง เมื่อโซ่ตรวนในใจถูกปลดออก หวังชุ่ยเฟินก็ดื่มด่ำกับความสุขตรงหน้าอย่างเต็มที่
ส่วนเว่ยอู่ เขารู้สึกว่าการกินกุ้งเครย์ฟิชมันยุ่งยาก ปกติแล้วหวังชุ่ยเฟินจะต้องแกะเปลือกแล้วส่งใส่ชามให้เขาถึงจะยอมกิน แต่ครั้งนี้หวังชุ่ยเฟินไม่สนใจไยดีเขาเลย
โชคยังดีที่เว่ยหมิงรู้ใจพ่อ เขาเลยสั่งเนื้อสัตว์อย่างอื่นที่เว่ยอู่ชอบมาเผื่อด้วย
ส่วนต้าเป่าก็กินเองไม่เป็น ร้องโวยวายให้เจินเจินแกะให้ เจินเจินเหลือบมองหวังชุ่ยเฟินแวบหนึ่งตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นว่าแม่สามีไม่มีทีท่าว่าจะช่วย เธอก็ได้แต่ฝืนยิ้มรับปาก
เว่ยหมิงไม่มีทางช่วยเธอเลี้ยงลูกอยู่แล้ว ปกติแม่สามีอย่างหวังชุ่ยเฟินจะสงสารที่เธอไม่ได้กินข้าวถนัดๆ เลยมักจะอาสาดูแลต้าเป่าให้ก่อน แต่วันนี้หวังชุ่ยเฟินกลับทำเมินเฉย เจินเจินเลยต้องลงมือเอง
ต้าเป่ากินอย่างตะกละตะกลาม แถมยังบ่นว่าเจินเจินแกะช้า กว่ากุ้งเครย์ฟิชทั้งกล่องจะหมด ต้าเป่าถึงได้เงียบเสียงลง ส่วนเจินเจินน่ะเหรอ... แน่นอนว่าเธอไม่ได้กินแม้แต่ตัวเดียว สุดท้ายก็ได้แต่กินบาร์บีคิวที่เหลือๆ และอาหารส่วนใหญ่ที่เธอชอบก็หมดเกลี้ยงไปแล้ว
เจินเจินที่เหนื่อยมาทั้งวันเหมือนกันจึงมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก หวังชุ่ยเฟินรีบกินอาหารส่วนของตัวเองจนเสร็จ เช็ดปาก แล้วลุกจากไป เธอไม่อยากอยู่จนถึงสุดท้ายแล้วต้องมาเก็บกวาดกองขยะมหึมานี่
โดยเฉพาะเว่ยอู่กับเว่ยหมิงที่ชอบแทะกระดูกกับเปลือกกุ้งแล้วคายทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร มันช่างน่าขยะแขยงสิ้นดี
สองพ่อลูกนั่นก็เหมือนกันเด๊ะ ไม่เคยแตะงานบ้าน ทิ้งภาระทั้งหมดไว้ให้เจินเจิน
เจินเจินรู้ดีว่าเธอต้องเป็นคนจัดการกองขยะนี่เองแน่ๆ เธอไม่รีบกินต่อแล้ว แต่ก่อนที่ทุกคนจะลุกไป เธอก็เรียกหวังชุ่ยเฟินไว้
“แม่คะ!”
หวังชุ่ยเฟินหันกลับมามองด้วยสายตาเย็นชา แต่เจินเจินกลับรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เธอไม่กล้าขอให้หวังชุ่ยเฟินอยู่เก็บกวาดตรงๆ เลยได้แต่พูดอ้อมๆ
“แม่อิ่มแล้วเหรอคะ? ต้าเป่ากวนตั้งนาน ฉันยังไม่ทันได้กินอะไรเลย... แม่ดูโต๊ะนี่สิคะ...”
หวังชุ่ยเฟินพูดแทรกขึ้นมาทันที
“งั้นก็กินสิ ฉันไม่ได้ห้ามเธอนี่ กินเสร็จแล้วก็อย่าลืมเก็บกวาดให้เรียบร้อย อากาศร้อนๆ แบบนี้ ทิ้งไว้ข้ามคืนเดี๋ยวก็เหม็นบูด”
สีหน้าของเจินเจินมืดครึ้มลงทันที เธอไม่อยากเก็บกองกระดูกกับเปลือกกุ้งที่เว่ยอู่กับเว่ยหมิงทิ้งไว้เลย แค่มองก็อยากจะอ้วกแล้ว เธอขมวดคิ้วแล้วพูดต่อ
“แม่คะ วันนี้ฉันทำงานมาเหนื่อย...”
หวังชุ่ยเฟินตัดบทเธออีกครั้ง ไม่เปิดโอกาสให้เจินเจินแก้ตัว
“งั้นก็กินเยอะๆ สิ ยังเหลืออีกตั้งแยะ... ฉันมีเรื่องจะบอกพวกเธอทุกคน พรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้านเกิดสักอาทิตย์หนึ่ง”
เว่ยอู่กับเว่ยหมิงที่ตอนแรกไม่สนใจการสนทนาของพวกเธอเลย พอได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นจากโซฟา เว่ยอู่หน้าบึ้งตึงไม่อยากพูด เว่ยหมิงเลยต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากถาม
“แม่ อยู่ๆ จะกลับบ้านเกิดทำไมครับ?”
“ไม่ใช่เรื่องของแก”
หวังชุ่ยเฟินขี้เกียจแม้แต่จะหาข้ออ้าง เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินกลับเข้าห้องไป
เว่ยหมิงมองหน้าพ่ออย่างงงๆ เว่ยอู่แค่นเสียง
“แก่จนป่านนี้ยังจะงอแงเป็นเด็กๆ ปล่อยมันไป! ฉันอยากจะเห็นเหมือนกันว่ามันจะไปเองได้ยังไง”
เว่ยอู่ไม่ใส่ใจเลย เขากับหวังชุ่ยเฟินแต่งงานกันมาหลายปี ไม่เคยเห็นเธอเดินทางไกลคนเดียวด้วยซ้ำ มือถือก็ใช้ซื้อตั๋วไม่เป็น แล้วจะกลับบ้านเกิดได้ยังไง
เว่ยหมิงเองก็รู้สึกปวดหัว ไม่รู้ว่าหวังชุ่ยเฟินจะเล่นบทนี้ไปอีกนานแค่ไหน เขาตะโกนตามเข้าไปในห้องของหวังชุ่ยเฟิน
“แม่ พรุ่งนี้ผมต้องทำงานนะ ไม่มีเวลาไปส่งแม่หรอก”
ทั้งสองพ่อลูกคิดเหมือนกันโดยอัตโนมัติว่านี่เป็นเพียงวิธีเรียกร้องความสนใจของหวังชุ่ยเฟิน มีเพียงเจินเจินที่รู้สึกไม่สบายใจ เธอลางสังหรณ์แวบๆ ว่าหวังชุ่ยเฟินอาจจะไปจริงๆ แล้วพรุ่งนี้ใครจะไปส่งต้าเป่าที่โรงเรียน? ใครจะทำกับข้าว? พวกเขาจะสั่งเดลิเวอรี่กินทุกวันได้ยังไง?
วันนี้เธอก็ลางานมาวันหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้จะลาอีกไม่ได้
เธอกลั้นใจทนความคลื่นไส้เก็บกวาดโต๊ะอาหารจนเสร็จแล้วกลับเข้าห้อง เจินเจินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น
“พี่หมิง ถ้าแม่กลับบ้านเกิดไปจริงๆ พรุ่งนี้ใครจะไปส่งต้าเป่าล่ะคะ?”
เว่ยหมิงตอบทันควัน “อย่าไปฟังแม่พูดจาไร้สาระเลยน่า แม่ฉันซื้อตั๋วรถเองยังไม่เป็น จะไปได้ยังไง แค่ขู่เราไปงั้นแหละ ไม่รู้ช่วงนี้ผีเข้าสิงอะไร ปล่อยไปสักพัก ไม่มีใครสนใจ เดี๋ยวแกก็รู้ตัว”
เจินเจินยังคงกังวลอยู่เล็กน้อย แต่เว่ยหมิงล้มตัวลงนอนปุ๊บก็หลับไปแล้ว เธอได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าหวังชุ่ยเฟินคงแค่กำลังน้อยใจ
เธอหลับไปทั้งๆ ที่ยังกังวล แต่แล้วกลางดึกเธอก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงลุกขึ้นของเว่ยหมิง เว่ยหมิงหน้าซีดเผือด กุมท้อง แล้ววิ่งพรวดเข้าห้องน้ำไป
“พี่หมิง เป็นอะไรไปคะ?”
เจินเจินยังถามไม่ทันขาดคำ เธอก็ได้ยินเสียงต้าเป่าร้องไห้จ้า จึงรีบลุกไปดู
ทันทีที่เธอผลักประตูห้องต้าเป่า กลิ่นเหม็นคาวของอุจจาระก็ปะทะเข้าจมูกจนเธอแทบอาเจียน เจินเจินรีบยกมือปิดจมูก ก็เห็นต้าเป่ากุมท้องนอนบิดไปมา ทั้งตัว ผ้านวม และเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยอุจจาระ
ต้าเป่าเอาแต่ร้องไห้เรียกให้แม่เข้าไปอุ้ม แต่เจินเจินกลับยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู ไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไปข้างใน
เว่ยหมิงยังอยู่ในห้องน้ำ ตอนนี้เธอไม่สามารถพาลูกไปล้างตัวได้ด้วยซ้ำเพราะไม่มีที่ ได้แต่ปลอบอย่างจนปัญญา
“ต้าเป่า ลูกแม่ อย่าขยับนะลูก อยู่นิ่งๆ นะ...”
นอกจากคำพูดนี้ เจินเจินไม่รู้จะทำอะไรได้อีก เธออดไม่ได้ที่จะมองไปทางห้องของหวังชุ่ยเฟิน ภาวนาให้หวังชุ่ยเฟินตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโกลาหลนี้
แน่นอนว่าหวังชุ่ยเฟินได้ยินเสียงมานานแล้ว และเธอก็คาดการณ์ไว้แล้วด้วย เธอยังไม่รู้จักนิสัยเว่ยหมิงดีอีกหรือ? คนที่ให้เงินค่าใช้จ่ายในบ้านแค่เดือนละสองพัน จะเอาเงินที่ไหนมาสั่งอาหารหรูหราขนาดนี้? ก็คงไปฉวยโอกาสตอนมีโปรโมชั่นลดราคาถูกๆ ของที่ไม่สดแล้วนั่นแหละ
ขนาดเธอเองกินเข้าไปยังรู้สึกไม่สบายท้องนิดๆ ต้องรีบดื่มน้ำจากในมิติไปอึกสองอึกถึงจะหาย กระเพาะคุณชายอย่างเว่ยหมิงจะไปทนไหวได้ยังไง ไม่ต้องพูดถึงเด็กอย่างต้าเป่าเลย
วันนี้ต้าเป่าก็กินอย่างตะกละตะกลาม เกินปริมาณที่เคยกินปกติไปมาก แต่เจินเจินก็ไม่ห้าม ปล่อยให้ลูกกินด้วยสายตาเย็นชา
หวังชุ่ยเฟินหลับตาลง นอนอย่างสบายอารมณ์ ไม่อยากออกไปยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายข้างนอก
แต่เจินเจินก็ยังไม่ลดละ เมื่อเห็นว่าหวังชุ่ยเฟินไม่ตื่น เธอก็ทนไม่ไหว เดินมาเคาะประตู
“แม่คะ! พี่หมิงกับต้าเป่าท้องร่วงหนักมาก ทำยังไงดีคะ?”
ทำยังไงดี? นั่นมันสามีเธอ ลูกเธอ มาถามฉันทำไม? หวังชุ่ยเฟินกลอกตาในความมืด แกล้งทำเป็นหลับสนิท ไม่สนใจเธอ
เจินเจินจนปัญญา ได้แต่กลับไปปลอบต้าเป่าที่ยังร้องไม่หยุดก่อน
จากนั้นเธอก็ไปเคาะประตูห้องน้ำ “พี่หมิง เสร็จรึยังคะ? ต้าเป่าก็ท้องร่วงหนัก ออกมาดูเร็ว!”
เว่ยหมิงเองก็แทบจะตายอยู่แล้ว ณ วินาทีนี้ ไม่มีใครสำคัญไปกว่าตัวเขาเอง เขาจึงไม่สนใจเธอเช่นกัน
สักพัก ต้าเป่าก็อาเจียนออกมาอีก คราวนี้เจินเจินไม่สนความสกปรกอีกต่อไป เมื่อเห็นลูกชายเริ่มอ่อนแรง เธอก็รีบโทรเรียกรถพยาบาลอย่างลนลาน
เว่ยอู่เองก็เดินออกมาจากห้องในตอนนี้ เขาก็รู้สึกปั่นป่วนในท้องเหมือนกัน แต่ห้องน้ำยังถูกเว่ยหมิงยึดไว้ เว่ยอู่ทนไม่ไหวจึงตะโกนด่า
“แกสั่งห่าอะไรมาให้กินวะ? ป่วยกันทั้งบ้านแล้วไอ้ลูกเวร ออกมาเร็วๆ!”
ทั้งครอบครัวเกือบจะฆ่ากันตายเพื่อแย่งห้องน้ำห้องเดียว สุดท้าย รถพยาบาลก็มารับคนทั้งสี่คนไป ความโกลาหลจึงได้สงบลง