เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 ปัญหาใหญ่

ตอนที่ 24 ปัญหาใหญ่

ตอนที่ 24 ปัญหาใหญ่


ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก่อนที่สติจะกลับมาอีกครั้ง

แสงในตาค่อยๆ ฟื้นคืน ตามมาด้วยประสาทการควบคุมขาทั้ง 6 ข้าง

ลึกลงไปในร่างกายส่วนอกของผม... ความรู้สึกร้อนระอุค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้แค่บางอย่างที่กลมและอุ่น นี่น่าจะเป็นคอร์ของผมสินะ?

ผมเริ่มเดินผ่านอุโมงค์อีกครั้ง แต่รอบนี้ออกจะเซๆ หน่อย

ตอนนี้ร่างกายรู้สึกล้ามาก แต่ผมรู้ดีว่าจะมาหยุดพักตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด

พวกทหารอาจตามลงมาสำรวจอุโมงค์ได้ทุกเมื่อ

ผมคงต้องรีบเดินทางต่อ

ไม่นานความรู้สึกอ่อนล้าก็ค่อยๆ หายไป ร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

ผมเดินผ่านเส้นทางคดเคี้ยวพร้อมดูค่าสถานะไปด้วย

ชื่อ: แอนโธนี่

เลเวล: 1 (คอร์)

ค่าพละกำลัง: 15

ค่าความทนทาน: 12

ค่าความหลักแหลม: 25

ค่าความมุ่งมั่น: 18

HP: 30

MP: 10

สกิล: ขุด เลเวล 4 ; พ่นกรดรุนแรง เลเวล 1 ; แรงจับ เลเวล 4 ; กัด เลเวล 4; อำพรางตัวขั้นสูง เลเวล 1;

กลายพันธุ์: ตา +4, หนวดเสาอากาศ +2, ต่อมกรด +3, ขา +1

สปีชีส์ : ตัวอ่อนมดงาน (ฟอร์มิก้า)

แต้มสกิล: 1

ไบโอแมส: 0

แม่เจ้า เลเวลข้าใครมาแตะวะเนี่ย?

แกนดาล์ฟ ทำไมเจ้าถึงทำเยี่ยงนี้!?

กว่าจะเก็บได้แต่ละเลเวล ทั้งน้ำตา หยาดเหงื่อ และเลือดที่เสียไป... อยู่มาถึงตอนนี้ได้มันไม่ง่ายเลยนะโว้ยย!

มีศาลให้ส่งฟ้องไหมเนี่ย ศาลมดน่ะมีมั้ยย!?

ผมรู้สึกขมขื่นอยู่เต็มอก แต่พอเห็นว่า MP เพิ่มจาก 0 เป็น 10 แล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

ดูเหมือนว่ามอนสเตอร์คอร์จะสำคัญจริงๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะกับมอนสเตอร์ที่อยากใช้เวทมนตร์ได้อย่างผม

นี่คือสาเหตุที่พวกมอนสเตอร์เอาแต่ดื่มน้ำจากสระนั่นสินะ เพราะพวกมันต้องการเร่งสร้างคอร์ของตัวเองขึ้นมา

พอมาคิดๆ ดูแล้วมันไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่เลยแฮะ

MP ตอนนี้ก็มีอยู่แค่ 10 จะเอาไปทำอะไรได้ นี่เราตัดสินใจถูกจริงๆ ใช่ไหม?

ตอนนี้ผมก็มาอยู่ในสถานที่อันตรายแห่งใหม่แล้ว นึกๆ ไปก็เสียดายค่าสถานะพวกนั้นเหมือนกัน!

แต่จะมามัวนั่งเสียใจก็ใช่เรื่อง เพราะการใช้เวทมนตร์ได้มันล่อตาล่อใจจริงๆ

กลับมาเป็นเลเวล 1 ใหม่อาจไม่ได้แย่ไปซะหมด นี่หมายความว่าผมต้องเก็บมันใหม่จนครบ 5 เพื่อวิวัฒนาการอีกรอบใช่ไหม? ในส่วนของแต้มสกิลก็ต้องได้เพิ่มด้วยสิ?

อืม สรุปแล้วก็ไม่ได้แย่นะ ผมมีโอกาสที่จะเก็บแต้มสกิลเพิ่มไปเรื่อยๆ

ความเป็นไปได้ในการล่ามอนสเตอร์โหดๆ ก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ

แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเก็บแต้มสกิลกับไบโอแมสยากขึ้นด้วย

ตอนนี้ผมมีเหลืออยู่ 1 แต้มสกิล แต่ยังไม่อยากใช้มันทันที

หลายสกิลต่างพากันมากองอยู่ที่เลเวล 4 แบบนี้มันน่าหวั่นใจจริงๆ

ไม่! ผมจะไม่ดูเมนูสกิลใหม่ตอนนี้! ถ้ามีสกิลร่ายเวทหรือดัดแปลงมานาโผล่มาก็จบเห่เลยสิ

ผมต้องยับยั้งกิเลสพวกนี้ออกไป!

อะนามาปัดชะเย อะปัดติเถเถณา~

อย่า-ตก-เป็น-เหยื่อ-การ-ตลาด!

สุดท้ายผมก็หักห้ามใจตัวเองเอาไว้ได้พร้อมกับเดินมาถึงทางออกพอดี

ข้างหน้านั่นคือพื้นที่อันกว้างใหญ่ที่เคยเห็นมาแล้วรอบนึง

ผมสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินหน้าต่ออีกครั้ง

ว่าแต่ที่นี่มันใหญ่ได้ใจดีจริงๆ

เพดานสูง 60 ไม่สิ อาจจะ 70 เมตรเลยด้วยซ้ำ

มันสูงมากจนผมไม่นึกอยากปีนขึ้นไปดู ไต่พลาดเพียงครั้งเดียวคือตกมาตายได้เลย

มดตกเพดานตายนี่มันน่าอนาถกว่าโดนฆ่าตายอีกนะ

ทางด้านซ้ายและขวานั้นคือพื้นที่ที่โค้งออกไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา ต่อให้เป็นตา +4 ก็ยังมองไม่เห็นผนังฝั่งตรงข้ามแฮะ

นี่เป็นเรื่องที่ผมกำลังคิดอยู่พอดีเลยนะ

ในฐานะแมลง ตาของผมจะเป็นแบบ ‘ตารวม’ ซึ่งไม่เหมือนกับตาของมนุษย์

นั่นหมายความว่า ข้อหนึ่ง ผมไม่จำเป็นต้องกระพริบตา แต่เอาจริงๆ ก็ไม่มีหนังตาให้กระพริบอยู่แล้ว

ข้อสอง ผมไม่จำเป็นต้องเพ่งสายตาไปยังจุดใดจุดหนึ่งแบบมนุษย์ เพราะตาแมลงจะดูทุกอย่างได้พร้อมกัน แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยสายตาที่แย่กว่า

นี่คือสาเหตุที่ผมโอดครวญในช่วงแรกๆ เพราะมันแย่มากจริงๆ

ผมยังเชื่ออยู่ว่าการพัฒนาตาคือหนทางที่ถูกต้อง และมันคงเป็นอย่างแรกที่ขึ้นไปถึง +5

เพราะสกิลจะเลื่อนระดับที่เลเวล 5 ผมเลยอยากรู้ว่าการกลายพันธุ์ +5 จะส่งผลแบบเดียวกันหรือเปล่า

จะมีการกลายพันธุ์ขั้นสูงกว่ารออยู่ไหม? นี่แหละคือคำถาม

ว่าไงล่ะ แกนดาล์ฟ?

...

พึ่งไม่ได้เหมือนเคย ตอนนี้ผมชินแล้วล่ะ

สำหรับเสียงที่รู้ไปซะทุกอย่าง พออยากคุยด้วยจริงๆ ก็เงียบ หรือหมอนี่จะขี้อายหนัก?

บางทีใบ้ๆ กันหน่อยก็ได้นะแหม่

โอเคหมดเวลาคิดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่เข้าไปลองของในพื้นที่แห่งใหม่

ผมไต่ลงจากตรงนั้น ทิ้งอุโมงค์ที่ดูปลอดภัยเอาไว้ด้านหลังและตรงเข้าสู่โพรง?.... ผืนป่า?....สักอย่าง

ความกว้างของที่นี่มันเหนือคำบรรยายจริงๆ ดูไปก็คล้ายกับโลกเสมือนที่อยู่ในขวดโหล

ผมพยายามมองดูสภาพรอบๆ ขณะไต่หินลงมาเรื่อยๆ

ต้นไม้หลอนๆ เห็ดอันเท่าบ้านและพืชพรรนนาๆ ชนิดบนพื้นคือสิ่งที่รอผมอยู่เบื้องล่าง

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแสงสีฟ้าที่สาดส่องไปทั่วบริเวณ

นี่มันดาวเอเลี่ยนชัดๆ... เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมคิดกับตัวเองว่านี่คือต่างโลกจริงๆ

ผมลองเอาขาหน้าไปแตะๆ หญ้าและพืชใกล้เคียงเพื่อดูว่ามันจะตอบสนองยังไง.... เฉย

จากนั้นก็ลองทดสอบเห็ดยักษ์เป็นอันดับต่อไป

โห~ มาใกล้ๆ แล้วถึงรู้ว่ามันสูงประมาณผู้ใหญ่สองคนต่อตัวกัน

หลังจากลังเลอยู่พักนึง ผมก็ลองเอาขาไปจิ้มๆ ดู... เฉยเหมือนเดิม

คราวนี้ผมลองเอาขากรรไกรงับดูเลย- หือ อะไรเนี่ย?

ดูเหมือนว่าก้านของเห็ดจะนิ่มมากและเต็มไปด้วยกากไย

พอฉีกกัดรอบที่สอง มันก็ ‘สะดุ้ง’ จนผมต้องถอยออกมา แบบนี้ก็ได้เหรอ!?

ตรงส่วนที่กัดเริ่มมียางสีม่วงไหลออกมาเป็นทาง นี่มันกรดพิษหรือเปล่านะ?

ผมลองดู HP ตัวเองว่าได้รับความเสียหายหรือเปล่า

เห้ออ~ มีพิษจริงๆ

อาจดูปัญญาอ่อนที่มาเสีย HP ให้กับเรื่องแบบนี้ แต่ผมน่ะรู้สึกสบายใจกว่าเดิมทุกครั้งที่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ

งั้นนน ข้างในเห็ดนี่มีพิษ ห้ามกินเด็ดขาด

แหล่มจริงๆ

การที่ใบหน้าถูกพิษกัดนั้นทำให้ผมใจกล้ามากกว่าเดิม

ผมเริ่มเดินฉีกไปทางขวาเพื่อสำรวจรอบๆ ชายป่า

จริงอยู่ที่ผมต้องรีบออกห่างจากอุโมงค์ด้านบน แต่อย่างน้อยๆ ก็ขอเดินติดผนังไว้ก่อน เผื่อว่าต้องขุดดินซ่อนตัวหรือไม่ก็ไต่ผนังหนีไง

ถ้าไม่เผื่อทางหนีล่ะก็ ผมคงนอนตายตาไม่หลับ- ...ไม่ใช่ละ

ผ่านมา 10 นาทีแล้ว อยากรู้จังว่ามอนสเตอร์ในป่าจะเป็นแบบไหนนะ เพราะถึงตอนนี้ยังไม่เห็นสักตัวเลย!?

หลับกันอยู่เหรอ?

กร๊าซซซซซซซ!!!!

เออๆ ไม่หลับก็ไม่หลับสิ

เสียงร้องดังสนั่นจนมันสะท้อนกับผนังไปมา

ผมโดดไปอยู่หลังซอกหินและพยายามซ่อนตัวอย่างดีที่สุด

ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ต้นตอเสียงก็โผล่ออกมาให้เห็น

ตอนแรกมีแค่ตัวเดียว แล้วก็มาอีกสอง ดูเหมือนพวกมันจะค่อยๆ ปล่อยตัวลงมาจากเพดานก่อนจะสยายปีกและพุ่งลงมาที่ผืนป่าด้านล่าง

พวกมันแต่ละตัวมีกรงเล็บที่ยาวและแหลมคมอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง

อ้อ เมื่อกี้บอกว่ามี 3 ใช่ไหม? ขอแก้เป็น 7 ตัวละกัน

พวกมันทั้งเจ็ดดิ่งลงมาราวกับดาวหางพร้อมร้องเสียงดังราวกับกำลังเข้าเล่นงานอะไรบางอย่างอยู่

ไม่กี่นาทีต่อมา พวกมันก็บินขึ้นอีกครั้งอย่าง... ยากลำบาก? ดูเหมือนจะจับอะไรขึ้นมาด้วยนะ...!

อ้อ ตะขาบยักษ์นี่เอง เป็นตัวที่ใหญ่กว่าปกติประมาณสองเท่าเห็นจะได้ นี่มันยังดิ้นแด่วๆ อยู่เลยนะ

ร่างกายของเจ้าตะขาบเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย ส่วนตัวมันก็ดิ้นๆ ไปงั้นแหละ คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ารอถูกสวาปามเมื่ออสูรเวหาทั้งเจ็ดบินถึงรังที่ซ่อนเร้นอยู่บนเพดาน

หลอนเลยจ้า!!

---------------

ติดตามแฟนเพจนักแปล: EP:IC Translation

จบบทที่ ตอนที่ 24 ปัญหาใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว